East Java, Indonesia

[Go!Graph x Wonderful Indonesia] โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน เดินง่าย แลนด์สเคปอลังการ

[Go!Graph x Wonderful Indonesia] โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน เดินง่าย แลนด์สเคปอลังการ

โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน สวัสดีจ้า ! ทริปนี้เราจัดให้อยู่ใน ระดับแรร์ของโกกราฟ เลยนะ เพราะนานๆ ครั้งจะเห็นเราเขียนรีวิวเกี่ยวกับเทรคกิ้ง เดินป่าขึ้นเขาสักที แต่ถ้าเป็น ภูเขาไฟอินโดนีเซีย แถบ East Java ที่ต้องใช้ใจเดินอย่าง ‘โบรโม่-คาวาอิเจี้ยน’ เราบอกเลยว่าสักครั้งในชีวิตต้องให้โอกาสตัวเองไปเห็น ไปสัมผัส จะบอกเลยว่าคุ้มมาก
.
.
‘ทริปนี้วิวสวยนะ ไม่กดดูหน่อยหรอ’…

โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน


Tips & Tricks

แบไต๋ให้ตรงนี้เลยว่า การเทรคที่นี่ไม่ได้ยากขนาดนั้น คือนอกจากเตรียมใจ ต้องเตรียมร่างกายมาสักนิด จะทำให้เอนจอยกับการเดินได้สนุกมาก รองเท้ากีฬาเดินได้สบาย ที่สำคัญคือไม่ต้องรีบเดินแข่งกับใคร ไหนๆ มาแล้วใช้เวลาให้คุ้ม วิวอลังการมาก มือถือถ่ายยังสวย !

โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน

Plan

ส่วนใหญ่จะบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่เมือง Surabaya กัน แล้วเที่ยวตามนี้เลย สุราบายา-โบรโม่-คาวาอีเจี้ยน-จบทริปสวยๆ ที่บาหลี บินกลับบ้าน เน้นไปเก็บภาพ ซึมซับบรรยากาศ เรื่อยๆ ส่วนใครที่แพลนทริปไปจบที่บาหลี แนะนำว่าอ่านรีวิวนี้ได้เลย เรารีวิวไว้หนักมาก !!


Mt. Bromo – โบรโม่ภูเขาไฟที่ยังหายใจ

เราคิดว่าโบรโม่คงเป็นภูเขาที่เข้าถึงได้ง่าย วิวสวย ฉากหน้าครบ แลนด์สเคปอิ่ม บนโลกคงมีไม่กี่แห่งที่ใช้พลังการเดินน้อย เนื่องจากรถเข้าถึงได้ (แต่แลกกับการอดนอนนิดหน่อยแทน) เชื่อเถอะ ! พอเห็นวิวตรงหน้า จังหวะที่พระอาทิตย์ค่อยๆ แง้มออกมาจากเส้นขอบฟ้า เหมือนกับภาพที่ค่อยๆ สว่างขึ้น วิวที่อยู่ตรงหน้าสวยงามราวกับหยุดหายใจ

โบรโม่ คาวาอีเจี้ยนโบรโม่ คาวาอีเจี้ยน

Mt. Penanjakan

โน้ตไว้เลย จะไปโบรโม่ต้องขึ้นไปจุดนี้เป็นจุดแรก เป็นภูเขาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม และสูงสุดแล้ว วิวโล่งสุด สำหรับช่างภาพที่จะมาปักขาตั้งกล้อง ควรมาไวมาก เพราะพื้นที่มีจำกัด แต่ถ้าไม่ซีเรียส (แบบเรา) คือยืนตรงไหนก็ถ่ายวนไปจนกว่าจะเบื่อ

โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน

Whispering Sand

ลงจาก Mt. Penanjakan ตามธรรมเนียมทุก Day Trip จะขับลงมาข้างล่าง เป็นพื้นที่โล่งกว้างอยู่ใต้โบรโม่เลย เขาเปรียบกันว่า เวลาลมพัดมาเบาๆ ทรายสีดำที่อยู่บนพื้นจะปลิวเข้ามาคล้ายกับการกระซิบของผืนทราย แค่สตอรี่ก็ขนลุกแล้ว ตอนไปยืนอยู่ตรงนั้นนี่ขนลุกกว่า รู้สึกว่ามนุษย์เรานี่ตัวเล็กมากจริงๆ ถ้าเทียบกับธรรมชาติ

โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน  โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน

Mt. Kawah Ijen – ลมหายใจพระเจ้า

ถ้าต้องเลือกไปก็คงไม่ได้จริงๆ เพราะโบรโม่นั่นก็ยิ่งใหญ่อลังการ ส่วนคาวาอีเจี้ยนนี่ก็สวยงามจนน้ำตาไหล (เพราะกำมะถันเข้าตาหนักมาก) Blue Fire ที่ไปถ่ายๆ กัน บอกเลยขึ้นอยู่กับดวงอีกที วันไหนลมไม่แรง โอกาสเห็นก็มีน้อยไปอีก เพราะควันจะฟุ้งอยู่กับที่ แต่วันที่เราไปคืออยู่ระดับกลางๆ เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ในแง่ของภาพเรากล้ายืนยันให้เลยว่า มองด้วยตาตัวเองตอนเห็นเปลวไฟสีฟ้ากระพริบคือประทับใจกว่า แต่ก็แสบตาแสบจมูกเพราะกำมะถัน นั่นจึงทำให้ที่นี่มีฉายาว่า Devil’s Gold

สำหรับคนที่เคยผ่านภูกระดึงมาแล้ว หรือคนที่เคยลงมาราธอนไปแล้ว 5 โล 10 โล เราบอกเลยว่านี่คือสนามเด็กเล่น ไม่ต้องห่วงเลย เดินสบายกว่ากันเยอะ แต่ประเด็นอยู่ที่เดินขึ้นตอน ตี 1 นี่สิ อาจมีหลับกลางทางได้ !!

โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน

ที่นี่ก็ยังเห็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของ คนที่ทำอาชีพขุดแร่ธาตุกำมะถัน อยู่ ซึ่งค่าตอบแทนพวกเขาน้อยนิดมาก หาบขึ้นลงน้ำหนักหลายกิโลฯ แต่ได้ค่าตอบแทนประมาณหลักหน่วยดอลลาร์ อีกอย่างเราเห็นนักท่องเที่ยวที่ไปพยายามขอถ่ายรูป ขอเซลฟี่ ในระหว่างที่เขาเดินขึ้นลง ซึ่งมันหนักมากเลยนะพวกเธอ

โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยนโบรโม่ คาวาอีเจี้ยน

พอพระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้น ฉากข้างล่างคือ Lake of Sulfuric Acid หรือ ทะเลสาบกรดกำมะถัน เราไกด์ให้ว่า วิวข้างบนอลังกว่า กดรัวๆ วนไป

โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน   โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน

Accommodation

มาถึงพาร์ทที่พักกันบ้าง ทริปนี้เราเดินทางไปกับการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย ในธีม Wonderful Indonesia แน่นอนว่าเราวันเดอร์กับวิวไปแล้ว ! มาวันเดอร์กับที่พักบ้าง บอกเลยว่า Hidden ขั้นสุด ชีวิตดี สงบ วิวสวย อารมณ์ประมาณว่าเดินมาเหนื่อยๆ แล้ว ขอให้ชีวิตได้รีทรีตบ้างอะไรบ้าง เราเลือกมาทั้งสองที่นั่นคือโบรโม่กับคาวาอีเจี้ยนนั่นเอง

Dialoog Hotel – Kawah Ijen

ที่พักเปิดใหม่ ที่มาในคอนเซปต์ New Generation Hotel คือถ้าใครไปแถบๆ นี้จะรู้ได้เลยว่าที่พักแนวโมเดิร์นตกแต่งสวยนี่แทบจะหาไม่ได้เลย แถมโลเคชั่นยังใกล้คาวาอีเจี้ยน-บาหลี คือนอนที่นี่จะ Day Trip ทั้งสองที่เลยว่าง่ายๆ สมมติจะไปบาหลีก็ใช้เวลาข้ามไม่กี่นาทีเอง และแน่นอนว่าสงบกว่าเยอะ วิวดีงามตามภาพเลย


Plataran Bromo

Plataran เป็นเครือที่พักประมาณดุสิตธานีบ้านเรา แต่ของเขาเล่นใหญ่กว่ามากเพราะครอบคลุมทุกเมืองแมสๆ ของอินโดนีเซียหมดเลย ไฮไลท์เราคิดว่าอยู่ที่โลเคชั่นของตัวโรงแรมเป็นหลัก ที่จะไม่ค่อยอยู่ใกล้กับโรงแรมอื่นๆ แน่นอนว่าพื้นที่โรงแรมจะเยอะมาก อย่างของโบรโม่ก็อยู่บนยอดสุด ไปช่วงไหนก็อากาศดีมีไอหมอกเย็นๆ ตลอดเวลา


Osing Village – Banyuwangi

เล่าก่อนว่า Banyuwangi เหมือนเป็นเมืองเล็กๆ บินในประเทศไปลงได้ เป็นเมืองที่อยู่ระหว่างเกาะบาหลีกับคาวาอีเจี้ยน (ใกล้ Dialoog Hotel) ถามว่ามาทำไม ? คือที่นี่เป็นเคสชุมชนที่น่าสนใจเพราะ เขาประสบความสำเร็จทางด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่ผลักดันแนวคิด Ecotourism มาปรับใช้และใส่ใจคนในพื้นที่อย่าง ชาวเผ่า Kemiren พอๆ กับแคร์นักท่องเที่ยวที่แวะมาเยือนที่แห่งนี้แบบเรา

หากใครแวะมาต้องลองชิมกาแฟ Banyuwangi Arabica ใครที่ชอบความฟลอรัลหน่อยๆ มีออกผลไม้นิดๆ จะชอบมาก ซึ่งเจ้าของแบรนด์ Kopai Osing คือทำมาเพื่อที่นี่โดยเฉพาะ มีขายที่เดียว ไม่เน้นธุรกิจ แต่เน้นให้คนในพื้นที่อยู่ได้ จะชิมฟรีเท่าไหร่ก็ยินดี เราแปลกใจนิดๆ ที่เขาต่อยอดทำ Cold Brew หรือกาแฟสกัดเย็น ออกมาขายด้วย เท่ากับว่ามีการต่อยอดตลอดเวลา เราไม่แปลกใจเลยทำไมชุมชนแห่งนี้ถึงกลายเป็นเคสสตัดดี้ของชุมชนอื่นๆ ในอินโดนีเซียได้

การแสดงท้องถิ่นจากชนเผ่า Kemiren เรียกได้ว่ามาเต็ม ถามว่าฟังภาษารู้เรื่องมั้ย ? ก็ไม่.. แต่ยังเอนจอยได้ เพราะซาวด์ประกอบนี่แหละ ฮ่าๆ

 

Surabaya

สำหรับใครที่ลงเครื่องที่ Surabaya ไม่ว่าจะขาไปหรือกลับ เราแอบรู้สึกว่าเมืองนี้มีความฮิปอยู่เยอะ พวกคาเฟ่อะไรแบบนี้คือยังไม่แมส แต่เราเชื่อว่ามี แต่แบบทริปนี้เวลาเราไม่พอจริงๆ ขอเก็บเท่านี้ก่อน รอบหน้าไว้ไปรีวิวใหม่

Hotel Majapahit

เป็นที่พักเก่าแก่ของเมืองตั้งแต่ปี 1910 นู่น เป็นยุคที่ญี่ปุ่นขึ้นมาปกครองอินโดนีเซียเลยนะ แน่นอนว่าดีไซน์ของตัวโรงแรมก็จะมีกลิ่นอายย้อนยุคแบบมีความคลาสซี่ผสม อารมณ์ประมาณย้อนกลับไปช่วงคุณชายโกโบริกับแม่นางอังศุมาลิน ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นของ Mandarin Oriental แน่นอนว่ามีโซนคาเฟ่ของโรงแรมด้วย แวะเข้าไปฮอปปิ้งกันได้นะ

Danar Hadi Batik Store

โปรดักส์ขึ้นชื่อของอินโดนีเซียนี่คือผ้าบาติก แต่ถ้าใครกังวลว่าบาติกแบบเดิมๆ มันดูไม่ฮิป ดูไม่โมเดิร์น เราแนะนำว่าไปดูได้ที่ Danar Hadi Batik Store ดีไซน์กับแพทเทิร์นนี่คือดูแพงมาก เป็นไฮเอนด์แบรนด์ของฝั่งบาติกอินโดฯ ที่มีมานานกว่า 50 ปีแล้วนะ

House of Sampoerna – Museum of Cigarette

พิพิธภัณฑ์ยาสูบชื่อดังของเมืองสุราบายา คือคนที่นี่เขาสูบบุหรี่กันหนักมาก ใครไม่ไหวกับกลิ่นอย่างเราอยู่พิพิธภัณฑ์นี้ได้ไม่นานแน่ๆ ข้างในพิพิธภัณฑ์จะเป็นกลิ่นของ Clover หรือก้านตากแห้งที่ใช้มาทำ ไม่ใช่กลิ่นควันบุหรี่ แต่ก็นั่นแหละกลิ่นมันอบอวลมาก จนเราขอออกมาก่อนดีกว่า ข้างในคือเขาทำดีนะมีส่วนโชว์ให้เห็นการทำงานจริงๆ ซึ่งยังใช้แรงคนนับร้อยอยู่ ดูเผินๆ เหมือนกับเขากำลังดีดเปียโน คือไวมาก (ห้ามถ่ายรูปตอนทำจ้า)

Ciputra World Surabaya Hotel & Shopping Mall

ห้องสวย สเปซเยอะ เป็นโรงแรม 5 ดาวที่มีครบทุกสิ่งอย่างอยู่แล้ว (แต่ไวไฟแอบเบาไปนิด) ข้อดีคือติดห้างสรรพสินค้าเลย ลงไปช็อปปิ้งซื้อของฝาก แล้วกลับขึ้นมาแพ๊คกระเป๋ากลับบ้านได้เลย


สรุปเลยว่าอินโดนีเซียคือกี่ครั้งก็ยังไม่พอ อย่างเราคือพึ่งจะเคยมาแถบ East Java เป็นครั้งแรก นับว่าตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของแลนด์สเคปอินโดนีเซียมาก โบรโม่ คาวาอีเจี้ยน คือสวยงามแบบไม่เหนื่อยมากมาย ตอบโจทย์สายถ่ายรูป สายไอจีช็อตแน่นอน Wonderful แบบสุดๆ

Facebook Comments