Europe, Italy, Sponsored

[Go!Graph x OPPO x Thai Airways] เที่ยว Florence Vatican ฟลอเรนซ์ วาติกัน อิตาลี เมืองผู้ดี ฉากสุดพีค

[Go!Graph x OPPO x Thai Airways] เที่ยว Florence Vatican ฟลอเรนซ์ วาติกัน อิตาลี เมืองผู้ดี ฉากสุดพีค

สวัสดีจ้า รอบนี้เราพาลุย อิตาลีเวอร์ชันเมืองมรดกโลกจาก UNESCO  เริ่มจากเมืองที่ถูกจำกัดความว่าเป็น ‘เมืองแห่งศิลปะ’ แน่นอนว่า ฟลอเรนซ์ มักถูกยกขึ้นมาพูดในท็อปปิคนี้อยู่เสมอๆ แต่จะให้มีแค่เมืองนี้อย่างเดียวก็ดูจะน้อยไป เราเลยขอใส่ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกอย่าง นครรัฐวาติกัน เข้าไปด้วย แถมท้ายสถานที่สุด Hidden จากเมือง ทิโวลิ เมืองที่ทัวร์ไม่ค่อยจะไปกัน ! เอาเป็นว่าเลื่อนลงมาดูความสวยงามแบบสุดอลังการระดับโลกกันได้เลย


Journey Preview

ทริปนี้เราบินไปลงที่ โรม และอยู่ที่นี่เยอะกว่า ทำให้เรามีเวลาอยู่กับ ฟลอเรนซ์-วาติกัน-ทิโวลี ได้แบบพอดีเป๊ะๆ เน้นเดินถ่ายรูปสแนปช็อต ดูอาคารกับผู้คน และชมวิวเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเราขอสปอยล์ตรงนี้เลยว่า รีวิวนี้คือจะพาเปิดวาร์ปพวกจุดถ่ายช็อตแลนด์มาร์คที่เราเห็นกันตามภาพปกหนังสือ Lonely Planet หรือตามเว็บฝรั่ง ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มต้นออกเดินทางกันเลยยยยย !


Introduction to Business Class

รอบนี้เราบินไปลงที่โรมชั้นธุรกิจ หลังผ่านการเช็คอินแบบไวที่สุดในชีวิตเพราะ เช็คอินแยกกับผู้โดยสารปกติ แถมยังได้กระเป๋าเร็วกว่าคนอื่น (Priority) เรานับว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการมีชีวิตดี เป็นทรานซิชันสู่ความ #สบายต่างกัน ที่เห็นได้ชัดตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเครื่อง ! เข้ามานั่งชิวที่ Royal Silk Lounge ก่อนบิน แถมมีของกินเพียบ

  • ออกจากสุวรรภูมิ 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ ทางไปจองคลิ๊กเลย http://bit.ly/2Qwkcs4
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟลท์ได้ที่ http://bit.ly/2ID84To

บินตรงไปอิตาลีกับ A350-900 ชั้นธุรกิจ

ลองจินตนาการถึงชีวิตที่ได้นอนราบในการบินนานๆ เราถือว่าการบินครั้งนี้คือ นิยามใหม่แห่งความสุขตลอด 10 กว่าชั่วโมง ของมหากาพย์การใช้ชีวิตอยู่บนฟ้า มันเป็นชีวิตที่ดีงามขั้นสุด สบายขั้นกว่า ปกติบินไปยุโรปคือต้องหยุดอย่างน้อย 1 ครั้งเพื่อเปลี่ยนเครื่อง แต่นี่คือยิงยาวตั้งแต่สุวรรณภูมิจนถึงโรมกันเลยทีเดียว แถมยังเป็นชั้นธุรกิจที่มีพร้อมทุกสิ่งอย่าง แค่ได้ปรับเก้าอี้ขึ้นๆ ลงๆ เล่น ก็ฟินแล้ว นี่ยังมี Live TV ให้ดูข่าว ดูกีฬากันอีก ทริปสิ้นปีใครมีแพลนไปอิตาลีแล้วไปลงที่โรมหรือมิลาน เราว่านี่คือตัวเลือกที่ดีมาก ไม่เชื่อ ลองดูรูป + เล่น Virtual Tour ข้างล่างได้เลยจ้า


Snap Like a Pro with Oppo Find X

ถึงแม้ว่าเราจะชอบใช้กล้องใหญ่ถ่ายภาพมากกกก แต่บางทีมันก็มีโมเมนต์ประมาณว่า ขี้เกียจหยิบ ขี้เกียจแบกบ้างไรบ้าง ซึ่งอวัยวะชิ้นที่ 33 อย่าง สมาร์ทโฟน ที่ต้องพกติดตัวไว้ตลอดเวลา ต้องเป็นอะไรที่ช่วยทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น อย่างทริปนี้ไปที่ไหนก็แล้วแต่ คนจะเยอะมากกก ! จะหยิบกล้องใหญ่ขึ้นมาบางครั้งก็ลำบากเกินกว่าจะหยิบ Oppo Find X ขึ้นมาถ่าย ยิ่งกล้องมีเทคโนโลยี AI มาด้วยอีก  รีวิวนี้จึงเป็นคอมไบน์ระหว่าง กล้องใหญ่ x กล้องมือถือ ดูกันชัดๆ ไปเลยว่า คุณภาพของกล้อง Stealth 3D Cameras คือดีงาม !


Florence – Birthplace of the Renaissance

ฟลอเรนซ์เมืองมรดกโลก ปี 1982.. เรามาเดินชิคๆ ใช้วิถีชีวิตแบบคนคูลๆ ที่ฟลอเรนซ์ฉบับ One Day Trip จากโรม ยอมรับเลยว่านี่คือหนึ่งในเมืองใหญ่ของอิตาลีที่พอมองออกไปแล้วไม่เจอตึกสูงเสียดฟ้าเลยจริงๆ มันเลยทำให้เวลารู้สึกเหมือนว่ายืนมองฟลอเรนซ์ในยุคกำเนิดเรเนซองส์ ใน ค.ศ. 1400 อย่างนั้นเลย

Sightseeing Florence

เราออกจากโรมเช้าหน่อยคือประมาณ 7 โมง ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 4 ชั่วโมง เรียกว่าหลับในรถได้ประมาณตื่นสองตื่น ยอมรับเลยว่าเป็นเมืองที่เดินมองสอดส่องและถ่ายภาพได้สนุกสุดเมืองนึงเลย เพราะสถาปัตยกรรมต่างๆ รวมถึงเหล่าอาคารตามทางจะใหญ๋โตอลังการมาก ทำให้รู้สึกว่าตัวเล็กไปเลยจริงๆ

แต่ถ้าจะให้เหมาะกับ One Day Trip และได้ประสบการณ์แบบคุ้มสุดเราแนะนำว่าให้ ปั่นจักรยานชมเมือง ซึ่งที่ฟลอเรนซ์มี Mobike จอดอยู่เยอะมากกกก โหลดแอปมาลง ชำระเงินผ่านบัตร แสกน QR Code ปลดล็อคจักรยานแล้วปั่นได้เลย สบายแถมสนุกด้วย

Ponte Vecchio

อาจพูดได้ว่านี่เป็น ย่านที่แพงสุดของเมือง เรื่องราคาที่ดินเราไม่แน่ใจ แต่มูลค่าของที่ขายกันคือซื้อทีมีหมดตัว เพราะนี่คือถนนที่เต็มไปด้วย ร้านขายทองและเครื่องประดับ ตลอดทั้งสองข้างทางเดินบนสะพาน แพงทั้งราคาของและแพงทั้งด้านประวัติศาสตร์ เพราะบอกเลยว่านี่เป็นสะพานแห่งเดียวที่ไม่โดนระเบิดจากเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเพราะ #เขาเล่าว่า ฮิตเลอร์เห็นสะพานนี้แล้วรู้สึกว่ามันสวยเกินกว่าจะทำลายทิ้งได้

Piazza Michelangelo

นี่เป็นจุดชมวิวและเป็นจุดถ่ายภาพของเมืองฟลอเรนซ์ ที่ชอบเป็นช็อตบนปกหนังสือทั้งหลาย เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างไว้รำลึกถึง มีเกลันเจโล (Michalangelo) ศิลปินชื่อดังที่เติบโตที่ฟลอเรนซ์ ซึ่งบริเวณลานชมวิวจะรูปปั้นเดวิด แต่เป็นเวอร์ชันก็อปปี้ที่ทำมาจากทองแดงตั้งอยู่ด้วย !


Vatican City – One Day Trip

นครรัฐวาติกันเมืองมรดกโลก ปี 1984.. 100 คนที่มาเที่ยวโรม จะมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่ไม่ได้มาวาติกัน ! คำกล่าวนี้ดูเหมือนจะไม่เกินจริงเลยสักนิด เมื่อเทียบกับมวลมหาประชาชนนับแสนในแต่ละวันที่ต่อแถวเข้านครรัฐที่เล็กที่สุดในโลกอย่างที่นี่ เราแนะนำว่าต้องเผื่อเวลามากๆ เลย เพราะหนึ่งเลยต้องต่อแถวเข้าคิว และอีกข้อที่ต้องไฮไลท์หนาๆ คือ จำนวนคนในมิวเซียมจะเยอะแบบเยอะมากจริงๆ แต่เรื่องความสวยงามของตัวอาคารและงานด้านศิลปะ เรายอมใจจริงๆ

  • นั่งรถไฟใต้ดินสาย A ปลายทาง Batistini และลงที่สถานี Otaaviano – S. Peitro – Musei Vatican แล้วเดินตามแถวนั้นได้เลย ประมาณ 10 นาที
  • จองตั๋วออนไลน์มาก่อนดีสุด https://bit.ly/2sl27Cw

Outdoor Museum

หลังจากผ่านการต่อแถวมาอย่างยาวนาน ในที่สุด.. เราก็มายืนอยู่ในรัฐวาติกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้าาาาา พอเข้ามาก็จะเจอกับพื้นที่เปิดโล่งให้หายใจได้อย่างทั่วท้อง เป็นพื้นที่ก่อนเข้าตัวมิวเซียมจริงๆ มีสนามหญ้า มีอาคาร มีงานแสดงอยู่บ้าง เราคิดว่านี่เป็นที่ที่ให้คนสแนปรูปเล่นๆ ก่อนเข้าข้างในมากกว่า

Indoor Museum

เข้าข้างในกันดีกว่า ! ในส่วนของ Vatican Museum จะเป็นงานศิลป์พวกจิตรกรรม ศิลปกรรม หรือภาพวาดที่เกี่ยวกับประวัติของวาติกันและความเป็นคริสตศาสนา ตอนเข้าไปแรกๆ จะรู้สึกว่าเหมือนเฉยจนไม่มีอะไร แต่พอเดินลึกขึ้น หลายห้องขึ้น พวกงานศิลปะต่างๆ ก็เริ่มมีดีเทลและสวยงามอลังการตามไปด้วย

 

หนึ่งในงานที่เราว้าวสุดและชอบสุดคือ เพดาน มันสวยมากแบบบ้าไปแล้ว และที่สำคัญคือทุกโถง ทุกห้อง จะไม่ซ้ำกันสักแพทเทิร์น ! จริงๆ อีกส่วนนึงคือ พื้น ที่จะเปลี่ยนไปตามเรื่องราวและห้องนั้นๆ จ้า

Highlight Spot !

มาถึงจุดไฮไลท์กับบันไดเซเล็บที่ชอบอยู่บนปกหนังสือท่องเที่ยววาติกัน ชื่อว่า Bramante Staircase จริงๆ นี่เป็นเวอร์ชันที่รีโนเวตมาแล้วอีกชื่อนึงที่เขาเรียกกันคือ Double Helix เพราะสามารถขึ้นจากข้างล่างหรือลงจากด้านบนก็ได้ และตัวบันไดก็มีความเกลียวโค้งแบบ Helix เราแนะนำว่าให้แอบวาร์ปมาที่นี่ก่อนเข้ามิวเซียมนะ เพราะเราจะได้ช็อตที่คนไม่เยอะ บันไดจะโล่งมาก


Tivoli – Summer Places for Romans

ทิโวลีเมืองมรดกโลก ปี 1999… เฮเดรียนวิลล่าหรือที่รู้จักกันอย่างมากในชื่อ Villa Adriana เป็นอีกจุดที่มีสตอรี่น่าสนใจและใกล้โรมแค่ 30 กว่ากิโลเมตร แถมยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO เหมือนกับวาติกันและฟลอเรนซ์อีก ! ใครชอบความ สงบ ร่มรื่นและอยากหนีความแมสทั้งปวงต้องมาเพราะที่นี่พิเศษตรงทัวร์ไม่มีลง ถ้าจะลงต้องเป็นทัวร์ที่มาเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์จริงๆ ใครอินกับประวัติศาสตร์โรมัน เราเดาไว้เลยต้องว่าชอบมากแน่ๆ

สรุปแล้วที่นี่คืออะไรหรอ ? เราขอจำกัดความแบบง่ายๆ เลยนี่คือ วิลล่าหรือที่พักร้อนของจักรพรรดิและคนใหญ่คนโตยุคเฮเดรียน สิ่งก่อสร้างทั้งหมดคือใหญ่โตมาก มีห้องอาบน้ำแบบแสงจันทร์ลอดลงมาได้ มีสวนกว้างยิ่งกว่าสนามฟุตบอล แต่ก็นั่นแหละครับ ปัจจุบันก็เหลือแต่ร่องรอยและเรื่องราวที่สำคัญๆ เอาเป็นว่าใครไปโรมแล้วมีเวลาเหลือหรือจำกัด เราแนะนำว่าควรแวะมา


สรุปเลยทริปนี้เหมือนไปเยือนเมืองมรดกโลกใกล้โรมทั้งนั้น ซึ่งแต่ละเมืองแต่ละที่ก็ได้ขึ้นทะเบียนห่างกันเพียงไม่กี่ปี ถึงแม้สิ่งที่ทุกเมืองมีเหมือนกันคือเรื่องราวของประวัติศาสตร์ในประเทศอิตาลี แต่เราว่าคาแรคเตอร์ในแง่ที่ต่างคืองานด้านศิลปะ ซึ่งนับว่าทุกเมืองที่ไปสวยงามอลังการต่างกันขั้นสุด

Facebook Comments