Go!Graph Check-In, South, Sponsored, Thailand

[Go!Graph x Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin] เที่ยวหัวหิน 2018 นอนดี ชีวิตดี หัวหินแคนยอน

[Go!Graph x Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin] เที่ยวหัวหิน 2018 นอนดี ชีวิตดี หัวหินแคนยอน

สวัสดีจ้า รอบนี้พามาหัวหินกันอีกครั้ง กับจุดหมายปลายทางที่เที่ยวง่าย เดินทางง่าย ไม่ไกลจากกรุงเทพเสาร์-อาทิตย์ก็มาพักผ่อนได้สบายๆ แต่ครั้งนี้พิเศษสุด !  เพราะเราจะพาเปิดวาร์ปใหม่ รับรองว่าครั้งนี้จะไม่มีคาเฟ่และก็ไม่ใช่ร้านอาหาร แต่มันคือสถานที่ที่ (กำลังจะ) ป็อปของหัวหินแถมเหมาะกับการถ่ายรูปเอามากๆ จะเป็นที่ไหนตามเรามาได้เลย


HUA HIN NEW LANDMARK !

ใครมาหัวหินแล้วไม่อยากได้รูปแบคกราวด์เป็นทะเล ต้องมาที่นี่ หัวหินแคนยอน วาร์ปใหม่ล่าสุด ใครชอบถ่ายรูปต้องมาด่วน ! เรากล้าบอกเลยว่าอีกไม่นานที่นี่ต้องเป็น แลนด์มาร์คสุดฮิตแห่งใหม่ของหัวหินแน่ๆ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 นาที ก็ได้ไอจีช็อตคูลๆ จริงๆ ที่นี่ยังเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ใครสายออกกำลังกาย อยากมาวิ่ง อยากมาปั่นรอบๆ มาเถอะ ช่วงเย็นอากาศดี วิวดี

พิกัด – สวนสาธารณะ อบต. ทับใต้  https://goo.gl/maps/V16TihkDeB72

  

บอกได้คำเดียวว่าถ่ายเพลินสนุกมาก ถ้าใครจะแวะมาถ่ายรูปที่นี่ เราแนะนำว่าควรมาประมาณเช้า-สาย หรือไม่ก็บ่ายคล้อยๆ ไปเลย เพราะแถวนี้ไม่มีที่ให้หลบแดดเลยจริงๆ


Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin

จะมีแค่ที่ถ่ายรูปใหม่อย่างเดียวก็ยังไงๆ อยู่ รอบนี้เราเลยเข้าพักรีสอร์ท 5 ดาว ใจกลางหัวหิน Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin ที่นี่พึ่งจะรีแบรนด์ไปครั้งใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ เรียกได้ว่าใหม่หมดทุกตารางนิ้ว บนพื้นที่ 22 ไร่ สงบ ร่มรื่น และเป็นส่วนตัวสุดๆ

Go! Check-in at Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin

ที่ตั้งของรีสอร์ทอยู่หัวหินซอย 5 (ซอยเดียวกับร้านอาหารบ้านดำ) เลี้ยวเข้ามาจะอยู่กลางๆ ซอย มากกว่าพนักงานที่รอต้อนรับอยู่ตรง Lobby แล้ว เราคิดว่าคือความร่มรื่นของตัวรีสอร์ทเองนี่แหละที่รอต้อนรับคนที่จะเข้ามาพัก มองไปทางไหนก็เจอแต่ต้นไม้ สีเขียว ให้ความรู้สึกสดชื่นและที่สำคัญคือแดดไม่ร้อนจ้า

Natural Daylight by the Sea

ก่อนจะพาชมบรรยากาศในห้อง เราอยากพรีเซนต์ตรงบริเวณนี้มากๆ Helicopter Pad เป็นโซนนั่งพักผ่อนริมทะเล ดีไซน์มาจากรูปแบบของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ คุมโทนสีฟ้าให้เข้ากับทะเล มานั่งถ่ายรูปตรงนี้สบายๆ รับลมทะเลได้ทั้งวันพร้อมแสง Daylight ไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์กันเลยทีเดียว

Lush Tropical Beachfront

นี่คือความโดดเด่นอย่างนึงของที่พักเลยก็ว่าได้ กับการดีไซน์แบบ Lush Tropical ซึ่งมันคือการทำให้ตัวรีสอร์ทและทุกบริเวณเต็มไปด้วยความเขียวขจี ต้นไม้เยอะ และต้องชุ่มชื่นตลอดเวลา จึงทำให้เราชอบบริเวณ Beachfront มาก คือจะได้ฟีลเหมือนอยู่เกาะ นั่งฟังเพลง จิบค็อกเทลดูวิวทะเลเพลินๆ

สระว่ายน้ำบริเวณหน้าหาดมีทั้งสระเด็กและสระผู้ใหญ่ (ลึกประมาณ 1.60 เมตร) ซึ่งใครจะมาพักเป็นครอบครัวที่นี่ก็เหมาะอีกเช่นกันอีกแหละจ้า

Chocolate Hour – Mövenpick Signature

อันนี้เราว่าดี ! เป็นการสร้างประสบการณ์สนุกๆ ให้คนที่เข้าพักได้เอนจอยกับ ช็อกโกแลตสวิส+เบลเยียม ถือเป็นกิมมิคของที่นี่และ Mövenpick โดยเฉพาะ มีกิจกรรมแบบนี้ช่วงเวลา 3-4 โมงเย็นให้ลูกค้าฟรีทุกวัน มีทั้ง Fountain และช็อกโกแลตรูปแบบอื่นเพียบ ในแต่ละวันก็จะหมุนเวียนออพชันกันไป

อีกหนึ่งความพิเศษคือการเอาช็อกโกแลตไปคลุกกับ ‘ผงทอง’ ที่อิมพอร์ตมาจากสวิสกันเลยทีเดียว แอบรู้มาว่าราคาหลายหมื่นบาท ต้องมาลอง

Breakfast

ไลน์อาหารเช้าที่นี่ถือว่าจัดหนักจัดเต็มมาก แยกสเตชันอย่างชัดเจน ความเจ๋งคือกาแฟที่นี่คือใช้เครื่อง Espresso Machine ทำกันเลย ไม่ใช่แบบกาแฟใส่กาเหมือนทั่วๆ ไป มื้อเช้าจิบกาแฟหอมๆ พร้อมเบเกอรี่ดีๆ ออกมานั่งมองวิวทะเลไปด้วย เติมพลังได้ดีจริงอะไรจริง

Lunch time at Kampu Restaurant

จริงๆ อาหารเช้าเราก็ทานกันที่นี่แหละ ห้องอาหารก้ามปู มีทั้งอาหารไทย Western และ A la Carte แต่มื้อเที่ยงแบบนี้ เราขอหนักหน่อยแล้วกัน กลิ่นติดจมูกสุดต้อง Boeuf Bourguignon – แก้มวัวตุ๋น / Salmon Mi-Cuit and Heirloom Beets แซลม่อนรมควัน ที่เราถือว่าเป็นทีเด็ดของที่นี่

Sundown Cocktail & Tapas at Ocean Bar

เราชอบโมเมนต์ช่วงค่ำที่ Mövenpick มาก ด้วยกับความที่เขาควบคุมแสงบริเวณหน้าหาดไม่ให้สว่างและมืดจนเกินไป ให้บรรยากาศสลัวๆ พร้อมกับเครื่องดื่ม Signature Booster – Sundown Cocktail อย่าง Mandarin Lemongrass และ Matoom Sour ตอนนี้ที่ขาดก็เหมือนจะเป็นพระจันทร์เต็มดวงกับคนข้างๆ ฮ่าๆ !

Dinner at Baan Dun Beachfront Seafood

อีกห้องอาหารใกล้ๆ รีสอร์ท ใกล้ขนาดนี้ที่ว่าเดินเชื่อมถึงกันเลยนั่นคือ บ้านดำ ตั้งตามสีของตัวบ้านที่เป็นไม้ทั้งหลัง มีอายุเกือบร้อยปี โลเคชันติดทะเลดีงาม เรามานั่งรับลมทะเล+ดินเนอร์ซีฟู้ดพร้อมบรรยากาศและรสชาติอาหารที่อร่อยมาก ใครมานอนที่นี่ต้องมาลอง

Mövenpick – Room Type

คราวนี้มาถึงห้องพักกันบ้าง เราจะพาเปิดประตูบ้านแต่ละหลังของที่นี่ นำเสนอความชีวิตดีหากได้มานอนที่ Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin

Beachfront Villa

วิลล่าที่อยู่ติดทะเลของที่นี่ จะมีทั้งหมด 2 หลัง ซึ่งพื้นที่กว้างมากๆ วันนี้เราได้เข้าไปดูห้อง Presidential Villa Beachfront ซึ่งมีพื้นที่ถึง 40ตารางเมตรเลยทีเดียว และในวิลล่านี้จะมี 2 ห้องนอนใหญ่ ซ้ายขวา และตรงกลางจะเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัว ใครมีครอบครัวใหญ่ เราแนะนำที่นี่เลย หันหน้าออกให้เห็นวิวทะเล กับพื้นที่ที่นับว่าส่วนตัวที่สุดของตัวรีสอร์ทก็ว่าได้

ห้องแรกจะเป็นเตียงใหญ่ มีมุมทำงานจริงจัง ใครอยากเปลี่ยนที่ทำงานแบบ luxury ก็ต้องห้องนี้เลย (Presidential Villa Beachfront)

อีกห้องจะเป็นแบบเตียงคู่ ซึ่งนอกจากทั้งสองห้อง จะมีที่อาบน้ำแบบ Outdoor แยกกัน แล้วห้องนี้ยังมีห้องสตรีมส่วนตัว ที่มีเฉพาะวิลล่านี้เท่านั้นอีกด้วย

Outdoor Shower แต่ละห้องจะแยกกันไปเลย กว้างมากกกกกกก

Private Pool Villa

หลัง 115 คือบ้านหลังที่เราได้ไปพักมา จะเรียกว่าห้องหรือบ้านก็ยังไม่แน่ใจ เพราะใหญ่และมีพื้นที่เยอะมากถึง 150 ตารางเมตร แต่สำหรับเราคือให้ความรู้สึกเหมือนเปิดประตูแล้วเข้านอนที่บ้าน สำหรับใครที่รู้สึกว่ากว้างไปก็มี Junior Suite Pool View ที่กระชับพื้นที่ลงมาเพื่อเพิ่มความอบอุ่นตอนเข้าพักด้วยจ้า

อีกกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ในบ้านและห้องทุกหลังที่ Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin คือภาพถ่ายที่ติดอยู่บนผนัง เป็นชุดภาพขาวดำที่บอกเล่าเกี่ยวกับ การเดินทางโดยใช้รถไฟจาก กทม-หัวหิน ต้องผ่านจังหวัดไหนบ้างและต้องเจอกับโมเมนต์ไหนบ้าง อย่างในห้องเราคือนาเกลือ จังหวัดสมุทรสาคร ใครมีโอกาสได้ไปแล้วพักห้องอื่นเราฝากสแนปภาพมาแชร์เรื่องราวกันนิดนึงนะ

ที่อาบน้ำกลางแจ้งจะใช้พวกสบู่ ยาสระผมของ ERB ซึ่งเป็นแบรนด์ไทยที่ได้รับความนิยมทั่วโลก organic 100% กลิ่นหอมมากเพราะวัตถุดิบธรรมชาติล้วนๆ

2 Bedrooms Private Pool Villa

ส่วนหลังนี้ก็เหมาะกับครอบครัวใหญ่เช่นกัน มี 2 ห้องนอน และมีพื้นที่ส่วนกลางไว้นั่งพูดคุย เฮฮา ปาร์ตี้ ถ้าให้สรุปง่ายๆ คือเป็น Double Pool Villa นั่นเอง

Terrace Suite Lagoon View

เป็นที่พักโซนหน้าสุดของรีสอร์ท ปกติห้องทั่วไปจะเชื่อมต่อกันตรงประตูห้อง แต่ที่นี่คือผ่าน ระเบียง ด้านหน้าแทน เหมือนเพิ่มพื้นที่แฮงเอาท์ให้ออกมานั่งคุย นั่งชิล อันนี้ถ้ามากับเพื่อนฝูงน่าจะเหมาะ ที่สังเกตเห็นได้อีกอย่างคือพวกหมอนกับผ้าม่านจะเป็นสีฟ้า แต่ที่ Pool Villa จะเป็นสีแดง

Mövenpick – Early Morning Good Vibe

เรามาหัวหินหลายรอบ แต่ก็ไม่เคยตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นสักที ครั้งนี้เราเลยตื่นเช้านิดนึงเพื่อดูแสงแรกที่รีสอร์ทแห่งใหม่ใจกลางหัวหิน แต่ก็นั่นแหละครับ แสงเช้าสุดอลังเราไม่พบ แต่เราได้พบกับความสงบ ความนิ่ง ความเงียบของบรรยากาศและทะเลแทน บางทีมันอาจเป็นคอนเซปต์ของวันนี้ที่สภาพอากาศจงใจเลือกให้เข้ากับที่ที่เรามาพักก็เป็นได้

เราเห็นห้องนี้ตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่ไม่ได้เดินเข้าไปดูใกล้ๆ ว่าเป็นห้องอะไร ตอนแรกนึกว่าเป็นห้องอาหารแบบตกแต่งน่ารักๆ แต่ไม่ใช่จ้าาา Little Birds Club คือห้องที่เตรียมไว้ให้เด็กๆ ได้เข้ามาเล่น ซึ่งตัวห้องก็อยู่ใกล้ทะเลเลย เรารับรองว่าน้องๆ ชอบแน่

Take a Deep Breath & Retreat at Asara Spa

สปาหินเกลือหิมาลายันที่มาจากเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นการนวดโดยการอุ่นหินเกลือให้ร้อนได้อุณหภูมิกำลังดี ผสมผสานกับการนวดน้ำมันออแกนิค มันดีจริง เรานวดเสร็จคือเบาหลังขึ้นทันที ตอนแรกที่หินโดนหลังจะร้อนๆ หน่อย แต่พอปรับตัวได้แล้วจะสบายมาก ก่อนเข้าไปเขาจะให้เราเลือกกลิ่นน้ำมันออแกนิคที่ชอบก่อนด้วยนะ

มีทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ซึ่งแน่นอนว่า…. เราเลือกนวดในห้องแน่นอน เพราะรู้ตัวดีว่าต้องหลับแน่ๆ มาตรฐานการนวด ดีงามมากอยู่แล้ววววว ขนาดเพื่อนเราที่ไม่ค่อยนวดยังประทับใจมาก แบบดีที่สุดในชีวิต


สรุปหัวหินในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้พักผ่อนและนอนชิล ที่ Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin รีสอร์ทที่รีแบรนด์มาใหม่สุด และตกแต่งโดยใช้ความเขียวชอุ่มของพืชสวนเมืองร้อน ซึ่งบอกได้เลยว่าร่มรื่นทุกพื้นที่ เหมาะสำหรับทุกคน พร้อมกับว่าที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของหัวหิ

ซึ่งต้องกระซิบว่า ช่วงนี้ราคาเปิดตัวในเว็บไซด์ของทางโรงแรมค่อนข้างว้าวมากกกก เริ่มต้นแค่ 5,050 ต่อคืนเท่านั้นเอง 
องไปจิ้มดูได้ที่ https://bit.ly/2Pv656 

หากวีคเอนท์นี้ยังไม่มีแพลนจะไปไหน ตามมาอัพเดทหัวหินกับโลเคชันใหม่ๆ ได้เลยครับ :D

Facebook Comments