Asia, Malaysia, Singapore

[Go!Graph x Airasia] Johor Bahru – Singapore เที่ยว ยะโฮร์ บาห์รู มาเล ไปถึงสิงคโปร์ เที่ยวง่ายสบายกระเป๋า

[Go!Graph x Airasia] Johor Bahru – Singapore เที่ยว ยะโฮร์ บาห์รู มาเล ไปถึงสิงคโปร์ เที่ยวง่ายสะบายกระเป๋า

เมือง Johor Bahru หรือคนไทยเรียกว่า ยะโฮร์ บาห์รู เป็นเมืองที่อาจไม่คุ้นหูนักสำหรับคนไทย  แต่รู้ไหม Johor Bahru เป็นเมืองขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจาก KL และเป็นเมืองติดกับสะพานข้ามไปสิงคโปร์นั้นเอง ใครจะนั่งรถตู้ รถไฟ ก็ต้องผ่านเมืองนี้ก่อนทั้งนั้น 

FLY WITH THAI AIRASIA

แผนการเดินทางของเราคือเริ่มต้นที่ Johor Bahru เที่ยวในเมือง แล้วข้ามฝั่งไปสิงคโปร์ บินกลับทางสิงคโปร์ ทริปสั้นๆ ใช้เวลาแค่ 3 วันก็เที่ยวได้

เราบินตรงด้วยสายการบิน Thai Airasia ไปที่ Johor Bahru (ต่อไปจะย่อเหลือ JB ตามป้ายในเมืองก็เขียนว่า JB หมด ) เวลาบินจาก ดอนเมือง ไป JB คือ 12.00 – 15.15 มีบินไปทุกวัน ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น เวลา มาเลเซีย เร็วกว่าไทย 1 ชม. 

แล้วถ้าบินกับ Thai Airasia อย่าลืมซื้อตั๋วแบบ Value Pack ไปก็คุ้มดีนะ ได้ทั้งน้ำหนักกระเป๋า 20 กก. เลือกที่นั่งก็ได้ มีประกันการเดินทางให้อีก แล้วก็มีอาหารให้ทานด้วย บินเที่ยงพอดี ลงถึงเมืองก็ลุยเที่ยวได้เลย

สนใจเพิ่มเติมดูได้ที่ https://www.airasia.com/th/th/our-fares/value-pack.page

ถึงสนามบิน Senai International Airport  ของ JB  เดินออกมาด้านนอก เดินตามทางมาเลย จะเป็นโซนขาออก และร้านขายของเต็ม

อาจงงๆว่า ตม. อยู่ไหน เดินตามป้าย ตม. กับกระเป๋ามาเลย ก็จะเจอเอง ตม.ที่ JB ใช้เวลาไม่นาน ใช้เวลาแปปเดียวออกมาล่ะ ไทยไม่ต้องขอวีซ่า นะ!

เดินออกมาหาป้ายรถบัสเพื่อเข้าไปใจกลางเมือง JB Central (ต่อไปเราเขียนว่า JB Sentral เพราะที่นี้สะกดแบบนี้จ้า) 

เดินออกมาไกล มาที่บู๊ทของ Causeway Link เลย บอกเขาไป JB Sentral ราคา 4 RM (1 ริงกิต ประมาณ 8 บาท) หรือถ้าใครจะข้ามไปสิงคโปรเลยก็มีบริการนะ ตอนเราบินลงมาก็เจอคนไทยซื้อตั๋วลง JB แล้วซื้อตั๋วข้ามไปสิงคโปร์เลย เพราะตั๋วลง JB ถูกกว่าลงสิงคโปร์นั้นเอง

รถบัสจะมาทุกครึ่งชม. มีเกือบทั้งวันในเวลาสนามบินเปิด

ระหว่างรอรถบัส ก็แวะ Old Town White Coffee กาแฟดังของมาเลเซีย เจอทั้งประเทศ White Coffee หมายถึงกาแฟใส่นม นั้นเอง มีพวกขนมปังปิ้งทาคายา คล้ายสังๆขยาบ้านเรา แล้วก็ไข่ลวก ทานรองท้องก่อนเดินทาง

ป้ายอธิบายตารางรถบัส

มาตรงตามเวลาเป๊ะ รอบ 14.00


JB Sentral

ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ถึง JB Sentral มันคือหมอชิตของ JB นั่นเอง มีสถานีรถบัส รถไฟ และด่านตม.ข้ามไปสิงคโปร์ เพราะงั้นเลือกโรงแรม ก็เลือกแถวๆ JB Sentral ไว้ เพราะของกิน ที่เที่ยว ก็อยู่แถวนี้หมด

จำที่นี้ไว้ล่ะ เพราะเราต้องกลับมาขึ้นรถที่นี้เพื่อไป LEGOLAND อีก

หน้าตาของ JB Sentral คือจะขึ้นๆลงๆ ตามทางไปเรื่อยๆ เราก็เดินตามทางข้ามฝาก เข้าห้าง ทะลุไปเรื่อยๆ วันแรกจะงงๆทางหน่อย แต่วันที่สองจะชินล่ะ เดินยังไงก็ต้องหาทางทะลุไปเรื่อยๆ เดินข้างนอกจะอ้อมมาก และร้อน


Citrus Hotel

โรงแรมบัดเจท ราคาไม่แพง แถมติด JB Sentral เลยแค่ข้ามฝั่ง แล้วก็ติดกับห้างใหญ่ๆ ด้วย แต่ตัวโรงแรมจะติดกับย่านอินเดีย ดูรกๆหน่อย แต่สภาพข้างในโรงแรมถือว่าโอเค และคุ้มกับราคา

สภาพห้องนอน แบบเตียงคู่ ห้องขนาดกำลังพอดี สะอาด แต่ก็ไม่ถึงกับสะอาดมาก แต่โอเคอยู่สำหรับมาเที่ยวแบบไม่เน้นนอนในโรงแรม


Jalan Dhoby

ย่าน Jalan Dhoby เรียกว่าย่านฮิปที่สุดของ JB เลยก็ว่าได้ อยู่แถว JB Sentral นั้นแหละ ใกล้รร. เรา เป็นย่านรวมทั้งแขกอินเดีย คนจีน ผสมกันมั่วเลย มีทั้งวัดแขก และ ศาลเจ้า ติดกันเลย และมีร้านอาหาร และคาเฟ่ อยู่เต็มไปหมดในย่านนี้ แทบไม่ต้องไปไหนเลยก็ว่าได้ แค่มาที่นี้ก็ที่เที่ยวเต็มแล้ว

เดินผ่านย่านแขกอินเดียก่อน

นึกว่าวัดแขกสีลม ฮาๆ 


Roost Cafe

ร้านฮิปร้านแรก ที่ทุกคนมาแล้วน่าจะเจอก่อนเลย เพราะตั้งอยู่หัวมุมถนนของย่านนี้นั้นเอง คาเฟ่เป็นสไตล์ Loft มีของหลากหลายมาวางตกแต่ง มีบาริสต้า รอรับออเดอร์อยู่ด้านล่าง

ฮิปขนาดไหน ก็ดูละกัน ร้านแบบชิลมาก

 

เมนูร้านนี้ เป็นพวกกาแฟเป็นหลัก แล้วก็พวกสลัด มันบด โยเกริ์ต

  

มันบด ไส้กรอก ไข่ลวก และกาแฟ!


มื้อเย็นเราก็จัดหนักด้วยอาหารจีน มามาเลเซีย เรารับรองว่าอาหารจีนที่มาเล อร่อยหลายร้านมาก ถูกไปคนไทยแน่นอน เราตั้งใจมากินที่ร้าน Swee Ang ร้านลูกชิ้นปู ก้อนโต ในตำนาน! แต่ร้านจะอยู่ไกลไปประมาณ 3 กิโล เราแนะนำว่าให้ใช้ Grab สะดวกและถูกมาก กดเรียกปุ๊บ รับปั๊บ ส่งถึงที่ ถ้าสังเกตคนที่นี้ใช้ Grab กันหมดเลย ร้าน Swee Ang จะเปิด 2 ช่วงเวลา 11.00- 14.00 กับ 18.00- 21.00 เรารีบไปตอน 18.00 เลย อ๊าวร้านปิด…. อด มีแต่ความงง ทำไมปิด ไม่เป็นไรพรุ่งนี้มีอีกวัน เราเลยตัดสินใจไปร้านอาหารจีนร้านอื่นแทน

San Low Seafood

เรามาที่ร้าน San Low Seafood แทนแน่นอนว่าใช้แกรป ครั้งละ 3-5 ริงกิตเอง ถูกตกใจ 

เรามาที่ร้านนี้เพื่อกินปูผัดพริก! ใช่แล้วปูผัดพริกที่เวลาไปสิงคโปร์เขาต้องกินกัน มีคนบอกเรามาว่าที่ JB มาหาทานปูผัดพริกได้เหมือนกันแต่ราคาถูกกว่าเยอะ เป็นไงเรามาลองกัน

หน้าร้านตางี้ ก็โต๊ะจีนนั้นแหละ พนักงานพูดอังกฤษได้ สบาย แต่ตามปกติคนมาเล สายจีน จะพูดจีนกลางกัน

มีน้ำจิ้มออกเผ็ดๆ กะมะปี๊ดผ่า 1 ลูก

จานแรกหมี่หุ้น เราเห็นทุกโต๊ะสั่งเลย สั่งตาม เอออร่อย เส้นหมี่แห้ง หอมกลิ่นกะทะ กินเพลินๆ หมดไม่รู้ตัว

ถั่วแขกผัดกับผักกาดดอง จานนี้นี้ก็ดี กรอบ หวาน ตัดเปรี๊ยวด้วยผักกาดดอง

จบด้วยพระเอกของเรา ปูผัดพริก เป็นปูผัดพริกกับไข่ร้อนๆ รสชาติไม่เผ็ดมาก อร่อย ปูสดมาก ปูตกกิโลละ 102 ริงกิต กินไป โลกว่า ตกจานนี้ 1200 บาท ถูกกว่าสิงคโปร์เกือบครึ่ง! สิงคโปร์ต่ำ 2500 บาทขึ้นไป แต่จะให้พูดตามตรง เราชอบปูผัดผงกระหรี่ของไทยมากกว่า แต่ที่นี้ก็อร่อย และเจอปูสดจริงๆ มาถึง JB ก็มาลอง ร้านปูผัดพริกใน JB ยังมีอีกหลายร้านเลย


เรานั่งรถกลับมาที่ Jalan Dhoby ตอนกลางคืนจะเปิดเป็นตลาดถนนคนเดิน ร้านจะเริ่มตั้งตอนประมาณ 3 ทุ่ม ตั้งกันดึกมาก ใครมาประมาณทุ่มก็ไม่ต้องงงนะ ว่าทำไมไม่มีร้าน 

โซนของกิน ของกินเเยอะราคาไม่แพง

ถนนคนเดิน ก็ขายของคล้ายๆบ้านเราเลย แต่มีพวกอาหารมาเลให้ชิมด้วย ราคาไม่แพงด้วย ก็ชิมกันไป

 

 


Ice – Cream

ตามชื่อร้านขายไอศครีม แต่ความพิเศษคือร้านนี้ทำไอศครีมให้เราสดๆ คือเราสั่งแล้วผสม ใส่ไนโตรเจน ฟู่! เป็นไอศครีม ตัวเนื้อแน่น รสนมแบบเต็มๆ ถ้วยหนึ่งไม่ถูก แต่คุ้มค่ากับการได้กินเลย

บรรยากาศร้าน ชอบ

พอเราสั่งก็เริ่มผสม ปั่นแล้วราดไนโตรเจน เป็นไอศครีมมม

เราสั่ง Original เป็นไอศครีมนมล้วนๆ นมแน่นๆ อร่อย

 

แวะถ่ายรูปกับสตรีทอาร์ทหน่อย มีหลายจุดเลยทีเดียว

ของขายเต็มมมม ไม่รู้ปิดกี่โมง น่าจะดึกอยู่


LEGOLAND

วันต่อมาเราไปที่สถานี JB Sentral ที่เดิมที่เรามา เพื่อไป LEGOLAND แห่งแรกของเอเชีย!!

LEGOLAND เปิด 10 โมงเช้า ระหว่างเราแวะทางข้าวบนสถานี มี KFC Starbuck ก็มี แต่เรามากินร้านตรงข้าม KFC ขาย Nasi Lemak อาหารประจำชาติของมาเล ง่ายๆก็คือข้าวราดแกงนั้นเอง จะเป็นข้าวหุงกะทิ หุงใบเตย หรือข้าวผัด แล้วก็เลือกเครื่องตามใจ ใส่ๆลงไป เราอยากบอกว่ามาถึงมาเลก็ลองชิมดู อร่อย แต่ถ้าพวกแกงอาจยากหน่อย กลิ่นจะแรงกว่าแกงบ้านเรา แต่ไม่ต่างกันมาก

ใครไม่กิน Nasi Lemak มีข้าวมันไก่ย่างด้วย อร่อยและถูกตังมาก แค่ 5 ริงกิตเท่านั้น

มารอรถที่เดิม แต่มารอที่ป้ายเบอร์ 2 รถป้าย LM1 เท่านั้น กลัวงง ก็สังเกตว่า ป้ายที่ฝรั่งรอเยอะๆอ่ะ นั้นแหละ รถจะมาประมาณ 9.30-9.45 ก็รอไป

ค่ารถคนละ 4.50 RM

SAVE WITH AIRASIA

มาถึง ก็จะลงตรงทางเข้าห้าง ก็เวลากลับก็มาที่เดิมนะ เดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็เจอทางเข้า LEGOLAND และเห็น LEGO Resort อยู่ข้างหน้า ตอนแรกเราก็อยากมานอนแหละ แต่คืนละหมื่น ยอมจ้า

เข้ามาที่ทางเข้าด้านหน้า เพียงแสดงบัตรโดยสาร AirAsia ลด 30% ค่าเข้า LEGOLAND ทันที (วันนี้ – 31 ธันวาคม 2561)

รายละเอียดราคาค่าเข้า  LEGOLAND แบบเต็ม

  • Malaysia Theme Park & Water Park :RM188 
  • Malaysia Theme Park : RM150
  • Water Park : RM98

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.legoland.com.my/

ใน LEGOLAND หลักๆมี 8 โซน ส่วน Themepark จะมี 7 โซน  อีก 1 โซนคือสวนน้ำ แล้วก็มีส่วนของ LEGO Resort ต่างหากแยกออกไปอีกที่

อธิบายภาพรวมของ LEGOLAND ก่อนจะได้เดินเที่ยว เล่น ได้สบาย

  • The Beginning โซนทางเข้า เป็นแหล่งรวมร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และศูนย์รวมช่วยเหลือต่างๆ
  • LEGO City โซนนี้เป็นเมือง LEGO หลักๆคือเครื่องเล่นจำลองต่างๆ เช่น ขับรถ ขับเรือ เป็นพนักงานดับเพลิง และสถานีรถไฟ LEGO Express แล้วก็ LEGO City Stage เวทีแสดงของ LEGO
  • Land of Adventure โซนผจญภัย เครื่องหลักๆ คือ Lost Kingdom Adventure เป็นนั่งรถในสุสานฟาโรห์แล้วยิงปืนเก็บคะแนน แล้วก็ Dino Island นั่งซุงขึ้นเขาแล้วล่องลงมากระแทกน้ำ
  • Imagination เครื่องเล่นเด่นคือ หอคอยชม LEGOLAND ขึ้นไปชมวิวแบบ 360 องศา
  • LEGO Ninjago World ดินแดนนินจา มี Ninjogo The Ride เป็นเเครื่องเล่นแบบ 3 มิติ นั่งโยกไปมาพร้อมปล่อยพลังสู้กับศัตรูที่กำลังมา
  • LEGO Kingdoms โซนระลึกความหลังเลยทีเดียว เพราะเคยมีชุดปราสาทของเลโก้ เครื่องเด่นคือ The Dragon ตรงตัวคือรถไฟเหาะรูปมังกรนั้นเอง
  • Water Park และสุดท้ายโซนสวนน้ำ สามารถใช้เวลาทั้งวันเล่นน้ำตรงนี้ได้เลย

เข้ามาด้านในก็โดนล่อลวงโดยร้านขายเลโก้เลย

ชอบมากฟิคเกอร์แบบประกอบ จะเอาหัว ตัว ขา ผสมยังไงก็ได้

พวงกุญแจเลโก้ นี่ก็ชอบมาก แต่จะบอกว่าตรงนี้มีไม่ครบ แต่ละเครื่องเล่นจะมีกุญแจเฉพาะ อย่างของ Starwar นี่อยากได้ดาร์คเวเดอร์ต้องไปที่เครื่องเล่น Starwar นะ

เครื่องเล่นแรก สำหรับเด็กโดยเฉพาะเลย ขับรถเลโก้วนไปเรื่อยๆ มีสนามฝึกหัดก่อน แล้วก็มีถนนใหญ่ในเมือง มีไฟจราจร มีเลนสวนทางกัน

รถไม่พอ ยังมีเรืออีก! ไม่ใช่เรือแบบล่องเองด้วยนะ เป็นเรือต้องขับเอง อันนี้ผู้ใหญ่ลงไปเล่นได้

รถไฟเลโก้ก็มี วิ่งไปเรื่อยๆรอบสวนสนุก

จะเห็นว่าผู้ใช้บริการรถไฟจะเป็นผู้สูงวัย ไม่ต้องเดินให้เมื่อย

เรามาที่ City Stage เป็นแสดงโชว์หุ่นเชิตเลโก้กับแอฟแฟคต่างๆ คนเชิตได้เนียนมาก

รถดับเพลิงแข่งกันช่วยดับไฟ

เครื่องบินหมุนๆ

Lost Kingdom Adventure เครื่องเล่นแบบนั่งลุยในสุสานฟาโรห์แล้วยิงปืนเก็บคะแนน ใครได้เยอะจะมีโชว์ด้านหน้าด้วย

Dino Island นั่งซุงขึ้นเขาแล้วล่องลงมากระแทกน้ำอันนี้เปียกมาก ใครมาเล่นระวังเนอะ

 

นั่งหอชมวิว 180 องศาเห็นวิวทั้งหมดของ LEGOLAND

ตอนเด็กๆเราเชื่อว่าใครเล่นเลโก้ต้องมีชุดนี้! ชุดปราสาทเนี่ยแหละ คิดถึงตอนเด็กเลย

The Dragon เรือเหาะมังกร! ดูน่ารัก แต่ก็เร็วไม่ใช่น้อย

และส่วนที่เราอยากมาดูสุดคือ Starwar LEGO นั้นเอง

เขามาฟังบรรยาย ขี้เกียจฟังก็เดินเลยไปเลย

ดูจำลองฉาก Starwar แต่ละภาค เรียงไปเรื่อยๆ ตามเนื้อเรื่องเลย ใครเป็นแฟนนี้รับรองฟินมากกกก

ทางออกก็จะเจอร้านค้า ดูให้เรียบร้อยเลยนะ อยากซื้ออะไร ซื้อซะ เพราะไม่มีในร้านอื่นด้านนอก

เครื่องเล่นเรือหมุน อันนี้แอบโหด มันจะเหวี่ยงๆตัวเราไปเรื่อยๆ ฮาๆ

เครื่องเล่น Ninjago the Ride เป็นเครื่องเล่น 3 มิติ นั่งบนรถโยกๆ แล้วปล่อยพลังโจมตีศัตรู

และจบที่ Miniland สถาปัตยกรรมทั่วโลกจากตัวต่อเลโก้

จบแล้วกับ LEGOLAND สรุปสั้นๆเลย เป็นสวนสนุกเหมาะสำหรับครอบครัวมากๆ ใครมีลูกพามาเหอะ!

เวลากลับก็เดินไปที่จุดลงรถนั้นแหละ รอรถบัสสาย LM1 กลับไปที่ JB Sentral


Jalan Premium Outlets

ที่กินก็ไปแล้ว ที่เล่นก็ไปแล้ว ต่อไปที่ช๊อปบ้าง เราไปที่ Jalan Premium Outlets เดินทางโดยนั่งรถบัส จาก SB Sentral ตรงป้ายที่เดียวกับไป LEGOLAND หรือไปโดย Grab ก็ได้สะดวกดีและไม่แพง

Jalan Premium Outlets รวบรวมร้านแบรนด์ดังมากกว่า 130 ร้านเลยทีเดียว มีเกือบทุกแบรนด์ที่ทุกคนไทยน่าจะรู้จักเลยก็ว่าได้ เยอะมากขนาดไหน ดูผ่านตรงนี้เลย เยอะมากhttps://www.premiumoutlets.com.my/wordpress/wp-content/themes/johorpremiumoutlets/download/20180709_JPO_Center_Map.pdf?1533278164

อ่านเพิ่มเติมที่ https://www.premiumoutlets.com.my/johor-premium-outlets/


กลับมาที่ย่าน Jalan Dhoby กันต่อ แวะมาดูศาลเจ้าบ้าง

Faculty of Caffeine

ร้านอยู่ตรงข้ามศาลเจ้าเลย เป็นหนึ่งในร้านที่เขาว่ากาแฟอร่อยใน JB

อาหารเป็นแบบฟิวชั่น

บรรยากาศภายในร้าน

สั่งอเมริกาโน่เย็นมา ถือว่าดีเลย ชื่นใจในอากาศร้อนๆ

Passon Fruit Orange

เมนูไก่ เออเราก็ลืมชื่อ แต่อร่อย ไก่กองฟี่ ทอดแบบฝรั่งเศส กรอบนอกนุ่มใน โปะไข่ดาว คู่กับมันฝรั่งทอดแบบแฮนด์เมค อร่อย ใช้ได้เลย

 


Flower on the Window

เป็นคาเฟ่ที่เราว่าสวยมากในย่านนี้เลย ร้านอยู่ถัดจากร้าน Roost นั้นเอง บอกแล้วมันอยู่ติดกันหมด ร้านจะแต่งด้วยต้นไม้เต็มไปหมด เขียวทั้งร้าน จะมีดอกไม้เฉพาะตรงหน้าต่าง เออตรงชื่อร้าน ชอบๆ

    

เค้กในตู้ ตอนแรกเรานึกว่าของปลอม อ๊าวของจริง 555 เราลองสั่ง Lavender Cake มาทานดู ก้อนสีเทาๆตามรูปนั้นแหละ

ระหว่างรอเครื่องดื่มก็ขึ้นไปดูที่ร้านชั้นสอง สวยมาก มุมถ่ายรูปเยอะ มา JB ต้องมาร้านนี้

  

มาแล้วลาเต้ร้อน กับเค้กลาเวนเดอร์หอมๆ


The Replacement

ร้านก็อยู่ตรงข้าม Flower on the Window นั้นแหละ เห็นไหมว่าใกล้กันเกินนนน 55 แต่ร้านนี้เราไม่ได้เข้าไปกินเพราะอิ่มมาก เลยถ่ายบรรยากาศให้ดู ร้าน the replacement นอกจากคาเฟ่แล้วยังเป็น Hostel ด้วยนะ ข้างในสวยมาก! และเราก็งงๆ ทำไมผ่านตาไปตอนจอง พลาดเลย

ก็ดูบรรยากาศร้านละกันเนอะ เป็นอีกร้านก็น่ามาแวะด้วยเหมือนกัน เพราะร้านสวยและบรรยากาศคนที่มาก็ดี

ร้านฮิปๆมีอีกเยอะมากกกก 

สตรีทอาร์ทก็มีหลายจุด เดินไป ถ่ายไป ไม่เบื่อ

       

อัมพวาก็มา เราเห็นร้านอาหารไทยหลายร้านเลยที่นี้ อาหารไทยก็ฮิตไม่ใช่น้อย

 

ร้าน Haip Joo Bakery ร้านเบเกอรี่เก่าแก่ในย่าน เราไปแล้วปิดจ้า อด เขาว่าต้องมาลองกินเค้กกล้วยที่นี้

 

อีกร้านที่เราอยากลองแต่ก็ปิดอีกจ้า ไม่รู้วันนี้วันอะไรร้านเบเกอรี่ของแขกปิดหมดเลย ร้าน Salahuddin เป็นร้านเบเกอรี่ที่อบด้วยเตาถ่านในร้านเลย เดินผ่านก็จะได้กินหอมขนมปังลอยออกมาเลย ใครมาก็ลองนะ แล้วบอกเราด้วยจ้า

ตึกเสือ!


Swee Ang

ในที่สุดเราก็กลับมาร้าน Swee Ang และร้านเปิดไม่พลาด! เหมือนเมื่อวานปิดแบบพิเศษเขาติดไรไม่รู้ 

ร้าน Swee Ang เป็นร้านอาหารจีนสไตล์ฮกเกี้ยน ก็คล้ายๆบ้านเรา โซนใต้นั้นแหละ มีเยอะ

สั่งน้ำมาก่อนเลย เป็นมะนาวบ๊วย กับ กระเจี๊ยบ เยอะชื่นใจ ไม่หวานจัด ชอบ

ร้านนี้เหมือนร้านอาหารครอบครัว มาที่เป็นกรุ๊ปใหญ่ๆ

เริ่มด้วยผัดกวางตุ้ง ผัดมาดีมาก ผักยังกรอบอยู่

แล้วก็มาแล้วลูกชิ้นปูยักษ์ เราเห็นรูปนี้เลยต้องมาลองให้ได้เลย

หมูผัดขิง จานนี้ก็อร่อยมากๆ มาแล้วต้องสั่ง

ร้านจานนี้ Ayam Fish มันคือปลาเคี่ยวจนกระดูกละลายเลย ทางได้ทั้งตัว เหมือนปลาตะเพียนต้มบ้านเรา นั้นแหละ อร่อย แต่ที่นี้จะต่างตรงใช้ผักกาดดองลงไปด้วย เลยมีรสเปรี้ยวๆตัดเลี่ยนดี อร่อย

และลูกชิ้นปูยักษ์ เป็นเนื้อปูโปะบนลูกชิ้นทำจากหมูและกุ้ง ในน้ำซุปรสกลมกล่อม จานนี้ก็อร่อย และราคาถูกมาก เป็นมื้ออาหารที่ดีงามมาก และราคาไม่แพง มาง่ายๆด้วย Grab ฮาๆ

สรุป Johor Bahru เป็นเมืองที่น่าเที่ยวอีกเมืองหนึ่งในมาเลเลย สามารถเที่ยวได้หลายวิธี ไม่ว่าจะบินตรง มาทางรถจากหาดใหญ่ หรือรถไฟ หรือจะมาจากฝั่งสิงคโปร์ก็ได้ ด้วยความที่ใกล้สิงคโปร์มาก แต่ค่าครองชีพถูกกว่าเกือบครึ่งเลย และอาหารการกินก็ดีมากๆ ใครอยากมาลองเที่ยวก็แนะนำให้มากันนะ


วันนี้เราจะข้ามไปฝั่งสิงคโปร์กัน เดินไป JB Sentral เดินตามป้าย Woodlands ไปเรื่อยๆ 

LET’S GO TO SINGAPORE

แล้วเราก็เดินทางข้ามไป Singapore สิงคโปร์เป็นประเทศที่สร้างใหม่ไม่กี่สิบปีเอง แต่การพัฒนารวดเร็วมาก มีอะไรใหม่ๆเต็มไปหมด มาอีกทีก็จะที่เที่ยวใหม่ หรือจะงานเทศกาล อีเว้นท์ ที่ล่อให้เราเดินทางไปสิงคโปร์ให้ได้ อย่างครั้งนี้เราตั้งใจจะมาที่ Forest Lumina เป็นอีเว้นท์ใหม่ของ Singapore Zoo การจัดแสง สี เสียง ในพื้นที่สวนสัตว์นั้นเอง เป็นยังไงก็เดินทางไปกับเราต่อกันที่สิงคโปร์

เมื่อเดินมาถึงจนสุดทางก็จะเจอ ตม. (พอเข้าเขต ตม. ก็เข้าเขตห้ามถ่ายรูปล่ะ เลยไม่มีรูปนะจ๊ะ) ขาออกจากมาเลใช้เวลาไม่นานเลย เดินผ่านตม. แล้วก็ลงมาที่บัสด้านล่างเพื่อข้ามไปฝั่ง ที่มีเยอะก็สาย 170x เห็นคนต่อเยอะๆก็นั้นแหละ มีตลอดเวลา ราคา 3.4 RM เก็บตั๋วไว้ด้วยนะ ไว้โชว์เพื่อขึ้นรถต่อได้ พอนั่งรถมาถึงฝั่งสิงคโปร์เป็น ตม. Woodlands ขาเข้าที่นี้จะใช้เวลาค่อนข้างนานมากประมาณชั่วโมง เราไม่แน่ใจว่าเพราะเป็นวันเสาร์หรือไม่ คนเลยเยอะ หรือตม. ช้ากันแน่ 55 ก็ถ้าจะข้ามมาเช้าๆ น่าจะเร็วกว่านี้

พอผ่านตม. แล้วก็ลงมาที่ข้างล่าง เรานั่งสาย 170 ต่อเพื่อไปลง Queen Street ซึ่งใกล้โรงแรมของเราในสิงคโปร์ แต่รอนานประมาณครึ่งชม.ต่อคัน แต่ถ้าสาย 170x จะจอดสุดแค่ MRT Kranji 

ส่วนใครอยากนั่งรถไปตามจุดต่างก็ดูตามนี้

  1. To Queen Street (Bugis)
    – RM3.40 (for Causeway Link buses and SJE)
    – S$2.50 (for SBS Transit 170)
  2. To Newton Circus: 
    – RM3.40 (Causeway Link buses)
  3. To Kranji MRT: 
    – RM1.90 (Causeway Link buses)
    – S$2.20 (SBS Transit 160, 170 & 170X)
  4. To Jurong East: 
    – S$2.50 (SBS Transit 160)
  5. To Yishun / Sembawang: 
    – S$1.50 or RM3.00 (Advance Coach AC7)
  6. To Resorts World Sentosa / Orchard / Outram Park: 
    – RM7.00 (Transtar TS8)
  7. To Changi Airport / Changi Business Park: 
    – RM10.00 (Transtar TS1)
  8. To Marina Square / Chinatown: 
    – RM7.00 (Transtar TS3)
  9. To Woodlands Checkpoint:
    S$1.40 (SBS Transit 160, 170, 170X & SMRT 950), RM1.50 (Causeway Link buses)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติ่ม และ แผนที่ตามนี้

https://businterchange.net/johorbus/tips/314-bus-services-from-johor-bahru-to-singapore.html


SINGAPORE

ข้ามมาถึงเราที่สถานี Queen Street เพื่อเดินมาย่าน Jalan Besar เป็นย่านที่ติดกับ Little India แต่โซนนี้จะเป็นคนจีนส่วนมาก อาคารแถวนี้สวยมากเป็นไชนีสโปรตุกีส แบบภูเก็ตบ้านเรา

ตึกสวยๆเยอะตลอดทาง


Kam Leng Hotel

Kam Leng Hotel โรงแรมรีโนเวทจากโรงแรม Kam Leng ที่เปิดตั้งแต่ปี 1938 ถ้าดูในรูปก็เหมือนโรงแรมเก่าๆตามพวกแม่สาย หาดใหญ่ ไรพวกนั้น

ภายใน Lobby 

มาถึงห้องพัก ห้องพักที่สิงคโปรจะไม่ค่อยใหญ่ และราคาสูงมาก แต่ที่นี้ราคาอยู่ที่กลางๆ ไม่ถึง 2000 บาทต่อคืน ถือว่าดีงามมาก แต่ด้วยรีโนเวทจากห้องดั้งเดิมเลย เลยมีพื้นที่แปลกๆ อย่างในรูปนั้นคือที่กั้นห้องน้ำ จะกึ่งๆซีทรูหน่อย ฮาๆ แต่รับรองว่าไม่เห็น เห็นแค่เป็นเงาๆ

เตียงนุ่มสบายดี

ยังมีบ้างส่วนยังคงของเดิมไว้ให้ดูด้วย ฮาๆ

 

ใกล้โรงแรมมีซุปเปอร์เปิด 24 ชม. ที่นี้ของถูก มาเลย จะขากลับไทย ก็แวะมาซื้อของกลับได้ด้วย


Swee Choon

ร้านติ๋มซำร้านดัง ในย่านนี้ คนเยอะมาก และเปิดเป็นช่วงเวลา 11.oo- 14.30 กับ 18.00 – 6.00 คือขายช่วงกลางวัน แล้วก็ขายช่วงดึกทั้งคืนเลยอีกที

เมนูมีเยอะมาก ตามรูปเลย

หนังปลาไข่เค็ม ตอนนี้ก็ฮิตกันอยู่เลย เจอเป็นถุงๆทั่วสิงคโปร์

มากินติ๋มซำชอบกินขาไก่นึ่งเต้าซี่มาก อร่อย

ก๋วยเตี๋ยวหลอดกับซอส

ไก่หมักเหล้า

เต้าหู้ขาวทอด

หมี่ทอด

และจบด้วยมะม่วง สาคู โดยรวมถ้าเคยทานติ๋มซำที่ฮ่องกงจะอร่อยกว่า แต่ก็ถือว่าโอเค แต่ราคาก็จะสูงไปนิด

ระหว่างทางเดินเจอร้านน้ำเต้าหู้ด้วย อันนี้อร่อย เข้มข้นมาก ชอบ และราคาถูก


Little India

ย่านลิ้ตเติ้ลอินเดีย ก็ย่านที่เต็มไปด้วยคนอินเดีย ย่านนี้เป็นย่านที่มีสีสันมากที่สุดในสิงคโปร์เลยก็ว่าได้ อาคารต่างๆทาสีหลากหลายมาก แต่อินเดียที่สิงคโปร์ค่อนข้างสะอาดมากเลยทีเดียว

Indian Heritage Centre

พิพิธภัณฑ์คนอินเดียในสิงคโปร เล่าเรื่องราวเกี่ยวคนอินเดียในสิงคโปร์ตั้งแต่อดีต มีของจำลอง และทั้งของจริงตั้งโชว์อยู่ ถ้าได้อ่านประวัติ คนอินเดียที่มาอยู่สิงคโปร์ส่วนมากจะเป็นพ่อค้า เพราะฉะนั้นมีฐานะค่อนข้างดีเลยกันทีเดียว ขายพวกผ้าเป็นหลัก ซึ่งในลิตเดิ้ลอินเดียก็เต็มไปด้วยร้านขายผ้า เหมือนพาหุรัดของเรา

ด้านหน้ามีกิจกรรมของเล่นแบบต่างๆของอินเดีย

ขึ้นมาด้านบนจะเห็นวิวหลังคาของลิตเติ้ลอินเดีย

ของโบราณทั้งของจริง และของจำลอง

ชอบที่ทำพิพิธภัณฑ์ใช้วิวเป็นพื้นที่ดั้งเดิมด้วย ชอบมาก สวย

ชุดแบบต่างๆของคนอินเดียในสิงคโปร์

หน้าห้องน้ำ น่ารัก

   


Rainforest Lumina at Singapore Zoo

เป็นอีเว้นท์พิเศษของ Singapore Zoo คือจัดแสง สี เสียง ในสวนสัตว์นั้นเองและเพิ่งเปิดได้ไม่นาน คนเลยเยอะมาก การเดินทางไปสวนสัตว์คือนั่งใต้ดินลงที่สถานี Khatis แล้วเดินตามไปทาง Bus Stop

จะเจอป้าย Shuttle Bus

ยืนต่อคิวกันไปค่ารถคนละ 1 US

มาถึงแล้ว

EASY LIFE WITH AIRASIA

รู้ไหมลูกค้าแอร์เอเชียลด 10% ด้วยนะ ซื้อบัตรออนไลน์ในเว็บไซต์ของงาน แล้วกรอก Code AALUMINA แค่นี้ก็สามารถ Enjoy 10% discount ได้เลย (วันนี้ถึง 19 กุมภาพันธ์ 2562จ้า)

สนใจอ่านได้ทางนี้ https://bit.ly/2LDEvWy

ถ้าซื้อออนไลน์มาก็ไปกดเอาตั๋วที่ Kiosk ด้านข้างของห้องขายตั๋วเลย

ได้มาตั๋วมาแล้วจ้า

ดูคิวซื้อตั๋ว! ยาวมาก

คนเยอะสุดเพราะงั้นซื้อตั๋วล่วงหน้าเหอะ

เข้าไปด้านในกัน

เข้าสู่ดินแดนลึกลับ Rainforest Lumina เราบอกเลยที่นี้เหมาะกับการมาถ่ายรูป Portrait มาก สายนี้มาแล้วต้องชอบแน่นอน แสง สี ฉาก ตรึมมมม

เข้ามาถึงโซน Treetop เขตป่าฝนก่อน โซนนี้จัดแสงแบบธรรมชาติอยู่ๆ เน้นให้ดูความเขียวของป่า

Garden of Virtues มาถึงก็ให้เราเลือก Wrist Band กับสัตว์แต่ละแบบที่ชอบเลย แต่ละตัวก็จะมีนิสัยไม่เหมือนกันจะเลือกตามชอบ หรือนิสัยของเราก็ได้ ลิง เป็น Creativey งี้ เสือ เป็น Brave หรือตัวอื่นๆอีก กิ้งก้า สล๊อต งี้

โซน Luminous Pathway โซนจัดแสงสีจัดเต็ม หิ่งห้อยล้านตัวววว แสงจุดๆวิ่งทั่วป่าาา นึกว่าอยู่ผับ 55

เดินชมแสงสีไปเรื่อยๆ

โซน Call of the Wild มีโชว์ 3D mapping เรื่องราวเกี่ยวกับป่า และสัตว์แต่ละตัว เดินไปตามฉาก มีความเนียนมาก ชอบ

จ้าๆ เหมาะแก่การมาเป็นคู่นะที่นี้

มาอีกโซน Simmering Islands ก็เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินทั้งป่า ใครชอบถ่าย Portrait หรือแนวแฟชั่น จะชอบที่นี้มาก

โซน Play like Animal โซนเด็กตรึม กระโดดตามจุด จะมีตัวสัตว์เด้งออกมา

โซน Water เดินตามลำน้ำ สัตว์จริงก็มีแอบอยู่นะ ส่วนตัวอื่นไม่รู้ว่าเขาเก็บไว้ไหน สรุปที่นี้เหมาะกับคนที่ชอบมาถ่ายรูปแนว Portrait เลยเพราะจะได้แสงสี มุม ที่แตกต่างออกไป ใช้เวลาได้นานเลยทีเดียว


Marina Bay

ย่านนี้น่าจะเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวเยอะมากที่สุดแล้วก็ว่าได้ เพราะมีสัญลักษณ์ของประเทศ Merlion นั้นเอง แต่วันนี้เรามาย่านนี้เพราะจะเที่ยว Gardens by the Bay นั้นเอง

ก่อนอื่นเรามาที่ Red Dot Design Museum เพื่อมารับตั๋วที่เราซื้อล่วงหน้านั้นเองเพราะมันถูกกว่าเยอะ แถมได้เข้า Red dot ฟรีอีกด้วย เราซื้อตั๋วแบบแพคเกจ Gardens by the Bay + OCBC Skyway + Free Red Dot Design Museum ทั้งหมดแค่ 734 บาทเท่านั้น ปกติราคาเกือบ 1000 บาทแล้ว

แลกตั๋ว แล้วได้บัตรส่วนลดของในช๊อปด้วย แต่ได้เฉพาะอาหาร ไม่ใช่เครื่องดื่มนะ

จิบ Cold Brew หน่อย อร่อย ไม่ใช่ไร ข้างนอกร้อนมาก พักแปป

มีกระเป๋าให้ช๊อป มีพวก Freitag ที่นี้แหล่งรวมสีล้วนเลย แดง ขาว ดำ ล้วน มาหาได้ที่นี้เลย

เข้าไปโซน Red Dot Museum แล้ว Red Dot คืออะไรล่ะ Red Dot คือรางวัลการดีไซน์ยอดเยี่ยมของทั่วทั้งโลก จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆทุกปี โดยเฉพาะด้านออกแบบผลิตภัณฑ์แล้ว Red dot คือรางวัลการันตีความเจ๋งของผลิตภัณฑ์ได้เลย

 

 


ArtScience Museum

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์สิงคโปร์ ตึกทรงแปลกๆ เหมือนดอกบัวที่เรามักเห็นประจำในรูปสิงคโปร์ เรามาที่นี้ไม่ได้เพื่อมาดูวิทยาศาสตร์แต่เรามาเพื่อดูงานแสดงของ Marvel Studios 10 Years of Heroes เป็นงานแสดงของทีมสร้างหนัง Marvel มาดูกันว่างานดีขนาดไหน

เข้ามาเลยจ้า ความตื่นเต้นของคนดูหนังทุกเรื่องของ Marvel มาเต็ม ฮาๆ

ห้องทางเข้า เป็นห้องรอ ก็จะมีเนื้อเรื่องสั้นๆเกี่ยวกับหนังเรียงลำดับตามเรื่องตลอดสิบปี

พนักงานจะปล่อยให้คนเข้าดูเป็นช่วงๆ คือให้ทยอยๆเข้าไป ด้านในได้ไม่แน่นจนเกินไป 

เข้ามาโซนแรก วิวตึก Stark จ้า

เจอหุ่น 3D Mapping ตอนประกอบชุด

และหุ่นไอรอนแมนตัวยักษ์! แค่นี้คนบ้า Marval ก็ดีใจตายล่ะ งานละเอียดมาก

Captain!

นี่ก็งานละเอียด ยานของหน่วย S.H.I.E.L.D

มาถึงก็รู้เลยว่าโซน Thor วาร์ปประตูมิติ Bifrost ไปที่แอสการ์ดกัน

เจอพี่ทอร์ กับ ฮัค ตรงหน้าเลย 

ค้อน Mjolnir

มาถึงโซน Guardian of Galaxy จะพี่ร๊อคเก็ต

ของเล่นเป็นเต้นตามเบบี้กรู๊ท

และอันที่ชอบสุดคือได้ฟังเพลงจากอัลบั๊ม Awesome Mix Vol.1 ตามในหนัง รักอันนี้

วาปเข้าประตูมิติของหมอแปลก ทุกคนจะทำท่าหมุนๆกันหมด

หมอแปลก แบบระยะใกล้ ชอบงานละเอียดสุด

มีเกมหมุนๆ ต้องทำท่าตามหมอแปลก แล้วจะวาร์ปไปอีกที่

ถึงโซนราชาแล้ว Black Panther

งานละเอียดดดด

และจบด้วยหนังที่เอาฮาตลอด Ant-man เข้ามาตอนแรกก็หาไม่เจอหรอก

อ่ะ ต้องเข้าไปดูใกล้ๆ

เห็น Ant Man ตัวจิ๋ว

ห้องสุดท้ายเจอธานอส เขาบอกตัวเท่าไซส์จริงเลย ใหญ่มาก น่าจะ 3 เมตรได้

ห้องสุดท้ายทุกคนรวมพลังกันช่วยจักรวาลลลลล ฮาๆ

และสุดท้ายจริงๆ คืนร้านค้านั้นเอง มีโมเดลงามๆ หลายตัวเลยทีเดียว ราคาก็…. นะ สูง ตามไปด้วย

ถ่ายรูปรวมกับดาราทั้งหมดหน่อย แค่นี้ฟินแหละ สรุปๆกับค่าเข้าประมาณ 400 กว่าบาท ถือว่าคุ้มสำหรับคนที่ชอบ Marvel จริงๆ แค่ค่อยๆเดินดูรายละเอียดต่างๆที่ทางงานเขาจัดไว้ก็คุ้มแล้ว น้อยแต่งานละเอียดมาก

 


Gardens by the Bay

น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮิตสุดของสิงคโปร์แล้วก็ได้ เพราะคนเยอะมาก แล้วก็ความเจ๋งของการจัดสวนแบบต่างๆ ทำให้เราอิจฉาประเทศนี้เหลือเกินว่าทำไมมีสวน มีป่า ที่สวยได้ขนาดนี้ จากที่ประเทศไม่มีอะไรเลย งั้นรีวิวนี้จะเน้นรูปเป็นหลักๆ คิดว่าคงเคยเห็นและไปกันเยอะแล้ว

 

Flower Dome

เป็นโซนพืชเขตร้อน มีการรวบรวมต้นไม้ ดอกไม้หลายอย่าง จากทั่วโลก มาไว้ในโดมนี้ และได้ลงกินเนสว่าเป็นเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย เราชอบโซนทะเลทรายมาก มีพืชแปลกๆที่ไม่เคยเห็นเยอะมาก

Cloud Forest

เป็นโซนที่เราชอบมาก เป็นป่าดงดิบ มีเฟิร์นประดับ และน้ำตก ในนี้อากาศเย็นสบายมาก แล้วด้วยมีสะพานเดินลอยไปมา มันเหมือนกับฉากหนัง ไซไฟ เลย สวยมาก เรามาวันหยุดด้วย คนเยอะมาก

SUPERTREE GROVE

เป็นแลนด์มาร์คของสิงคโปร์ไปแล้ว เผลอๆยิ่งกว่า Merlion อีก ไม่ว่าใครก็ต้องเดินมาชมต้นไม้ยักษ์พวกนี้กัน แล้วพลาดไม่ได้ต้องขึ้น OCBC Skyway ด้วย ไปเดินบนสะพานรอบต้นไม้ๆ แล้วประมาณ 1 ทุ่มก็มีการแสดงแสงสีเสียง ด้วย สวยยยยย


FLY WITH AIRASIA

แล้วเราก็กลับกรุงเทพด้วยสายการบิน ThaiAirAsia ขากลับจากสิงคโปร์มีมากถึง 5 เที่ยวบินต่อวันเลยทีเดียว เรียกว่ามีเที่ยวบินตั้งแต่เช้ายันค่ำเลย ทำให้เราสามารถเที่ยวแบบเต็มวันโดยใช้เวลาแค่ 3 วันได้สบายมาก

ถ้าบินกับสายการบิน ThaiAirAsia  ต้องมาขึ้นเครื่องที่ Terminal 4 แล้วนะ เขาย้ายมา Terminal ใหม่แล้วนะ เพิ่งย้ายได้ไม่นานทั้งใหม่และสะอาด แถมของกิน ของช๊อปปิ้งเพียบ!

อย่าพลาดนะ เข้าผิด Terminal จะยุ่งยากทันที เพราะมันห่างกันมาก ใช้เวลาพอสมควร      

มาถึงเค้าเตอร์ของ ThaiAirasia จะเป็นแบบบริการตัวเอง ซึ่งไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย

  

เลือกสายการบิน

มีภาษาไทยให้เลือก

สแกนพาสปอร์ต กดรายละเอียดตามที่บอกเพื่อเอา Boarding Pass

ถ้าใครมีโหลดกระเป๋า ก็ปริ้น Tag กระเป๋าด้วย

ติดให้เรียบร้อย อย่าพับบาร์โค๊ด

เสร็จแล้วไปโหลดกระเป๋าโลด

อ่ะ มีที่ชั่งน้ำหนักกระเป๋าให้ด้วยนะ เช็คให้ดีก่อนโหลดล่ะ

สแกนพาสปอร์ตอีกรอบ

ได้ Receipt กระเป๋าเรียบร้อยเป็นอันจบ

วางกระเป๋าให้บาร์โค้ด ไปทางเดียวกับกำแพง ตามรูปนี้คือวางผิดนะ ฮาๆ เครื่องจะเตือนว่าสแกนไม่ได้ ให้วางบาร์โค้ดระนาบกับกำแพง แล้วกระเป๋าก็วิ่ง โหลดพร้อมเดินทางกลับบ้านแล้ว

สรุปทริป Johor Bahru – Singapore จริงๆทริปนี้มาเพื่อดูเมือง Johor Bahru เลยว่าเป็นยังไง น่าเที่ยวไหม มีอะไรบ้าง เราบอกเลยเมืองนี้น่าเที่ยวมาก และเที่ยวง่าย ราคาประหยัด และเราคิดว่าเป็นเมืองที่เหมาะกับการมาเป็นครอบครัวมากๆ พาเด็กมาเที่ยว LEGOLAND จริงๆยังมี Kitty Land และ Angry Bird อีก ที่เที่ยวเหมาะกับพาเด็กๆมามาก หรือ จะมาเที่ยวแบบฮิปๆ ก็ได้ เพราะคาเฟ่เยอะมาก และอยู่ที่เดียวกันหมดเลย สะดวกมาก หรือจะมาเพื่อกินอาหารทะเล อาหารจีน ที่ Johor Bahru ก็อร่อยไม่ใช่ย่อยและมีอีกหลายร้านมาก ที่น่าทาน เพราะเราเห็นตลอดทางว่าร้านอาหารเยอะจริงๆ มาเหอะ Johor Bahru ดีกว่าคิดเยอะมาก

บินตรงไปยะโฮร์ บาห์รู มีทุกวันกับไทยแอร์เอเชีย!

Facebook Comments