Asia, Hokkaido, Japan, Tohoku

[Go!Graph x Expedia] Tohoku Sakura ชมซากุระโทโฮคุเหนือ-ฮอกไกโดใต้ แบบละเอียดยิบ | Ep.1 Aomori – Hirosaki

[Go!Graph x Expedia] Tohoku Sakura ชมซากุระโทโฮคุเหนือ-ฮอกไกโดใต้ แบบละเอียดยิบ | Ep.1 Aomori – Hirosaki

เชิญอ่านรีวิวทริปชมซากุระ 10 วันช่วงปลายเดือน เมษา ถึง ต้น พฤษภา หลายคนคงสงสัยปกติชมซากุระช่วงเมษา หรือสงการณ์กันนิ แต่เราอยากบอกว่าซากุระจริงๆแล้วเราสามารถชมได้ตั้งแต่กุมภาถึงปลาย พฤษภาเลยทีเดียว จริงๆแล้วซากุระมีหลายที่ หลายพันธุ์ และแต่ละพันธุ์ก็บานไม่พร้อมกันอีก เราเลยสามารถไปชมซากุระได้ตลอดทั้งช่วงเดือนเมษาเลย แต่แค่ไปให้ถูกที่เท่านั้นเอง

แผนของเราคือไปชมซากุระช่วงเหนือของโทโฮคุ และช่วงใต้ของฮอกไกโด ตั้งแต่เมือง Aomori (อาโอโมริ) Hirosaki (ฮิโรซากิ) Akita (อาคิตะ) Kakunodate (คาคุโนะดาเตะ) Hakodate (ฮาโกดาเตะ) Matsumae (มัตซึมาเอะ) และจบที่ Sapporo (ซัปโปโร)  แต่อยู่ดีๆจะไปแบบจองตั๋ว ที่พักตามเวลาปกติไม่ได้ ก็ไปชมซากุระ มันต้องมีการวางแผนพอสมควร แล้วยิ่งช่วงเวลาเราไปมันเป็นช่วง Golden Week ของญี่ปุ่นอีก คือเขาจะหยุดยาวๆกันเป็นสัปดาห์จนถึง 10 วัน เลยทีเดียวช่วงประมาณต้นเดือน พฤษภา ของทุกปี ที่พักต้องแพงแน่นอน แต่ที่สำคัญกว่าคือมันเต็มไง! เราต้องทำไงดีล่ะ มาอ่านการเตรียมตัวการจัดทริปซากุระ กัน.

เตรียมตัว! จะไปชมซากุระเราต้องทำอย่างไรบ้าง?

มีช่างภาพญี่ปุ่นเขากล่าวไว้ว่า “จะถ่ายรูปซากุระ ไม่ใช่เรารอซากุระ แต่เราต้องไปตามหาซากุระเอง” เราขอบอกเลยว่าจริงมากเพราะซากุระแต่ละปี ไม่เคยตรงกัน จะมีการคลาดเคลื่อนตลอดขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปี ปีไหนเย็นก็บานช้า ปีไหนร้อนก็บานเร็ว แล้วปีนี้ก็อยู่ดีๆมีอากาศร้อนเข้ามาช่วงก่อนซากุระบานซะงั้น ทำให้ซากุระบานเร็วขึ้นตั้ง 1 สัปดาห์! อ๊าวแผนชมซากุระเปลี่ยนดิ เนี่ย มันชอบเป็นแบบนี้แหละ ซากุระ เพราะงั้นเราต้องดูการพยากรณ์ก่อนว่าซากุระบานเมื่อไร


1.  เช็คพยากรณ์ซากุระ

ก่อนที่เราจะทำทุกสิ่ง วางแผน จองที่พัก จองตั๋วบิน เช้ารถ เราต้องดูก่อนว่าซากุระจะบานเมื่อไร เราแนะนำเว็บที่เราไว้เช็คซากุระก่อนเลย https://sakura.weathermap.jp/en.php เว็บแรกเป็นเว็บไว้ดูพยากรณ์ช่วงก่อนหลายๆเดือน จะคอยอัพเดตให้เรื่อยๆ ประเมินไว้ว่าซากุระจะบานช่วงไหน เอาไว้ดูก่อนจะจองตั๋วบิน หรือ รร. แต่ที่แหล่งชมซากุระดังๆ รร.มักเต็มไวมาก ควรจองล่วงหน้าครึ่งปี! หรือข้ามปีไปเลย

พูดจริงเราจองที่ฮิโรซากิไม่ได้เลย ขนาดล่วงหน้า 2 เดือน ต้องไปนอนเมืองข้างๆแทน เพราะงั้นเราจะมาแนะนำวิธีจองโรงแรมล่วงหน้า และให้ได้ราคาประหยัด ยังไง

**แต่ซากุระ ตามที่บอกมักเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ ถ้าเกิดเปลี่ยนแล้วทำไงดีล่ะ! รออ่านหัวข้อต่อไปเลย! สามารถดูได้เลยว่าประมาณการณ์ที่ซากุระจะบานคือช่วงไหน ในเว็บจะรวมแหล่งดังๆไว้หมดแล้ว อันนี้ของปี 2018 ที่ค่าเฉลี่ยเร็วกว่าเดิม 1 สัปดาห์

https://www.japan-guide.com/e/e2011.html เว็บนี้ไว้ดูแบบเรียลไทม์เลย เหมาะสำหรับใกล้เดินทางหรือช่วงกำลังเดินทาง จะอัพเดตทุกวัน ว่าแถวไหนบานแล้ว บานระดับไหน ระยะไหน ร่วงหรือยัง เป็นเว็บที่แม่นสุดอันหนึ่ง เพราะเราดูอยู่ทุกวัน เว็บจะอัพเดตตลอด เราก็ตามเว็บนี้แหละ ที่ไหนบานก็พุ่งไปเลยยยย

มีบอกอย่างละเอียดเลยว่าที่ไหนบาน ที่ไหนร่วงแล้ว หรือกำลังจะบาน เหมาะสำหรับช่วงเดินทาง


2. วางแผนเลยว่าจะไปไหน

เมื่อเราดูจากพยากรณ์แล้วว่าจะไปดูซากุระ ที่ไหนดีให้เราจุดสถานที่ชมซากุระแต่ละที่ของเราไปเลย ง่ายมากด้วย Google Map ทำให้เรารู้ว่าแต่ละที่ ที่เราจะไปมันอยู่ห่างมากน้อยกันแค่นั้น มันทำให้เรารู้ว่าเราควรพักที่ไหน แล้วเดินทางยังไง การย้ายโรงแรมตามเมืองไปเรื่อยๆ มันเหนื่อยกว่าการอยู่โรงแรมที่เมืองหลัก แล้วค่อยไปเที่ยวรอบๆกว่ามาก ไม่ต้องจัดเป๋าทุกวัน ไม่ต้องแบกกระเป๋าใบใหญ่ เราแนะนำว่า หาเมืองที่เป็นที่พักหลัก แล้วค่อยไปเที่ยวตามอีกเมืองดีกว่า

เราเลยเคยเขียนวิธีใช้ Google Map แล้ว อ่านตรงนี้ กดเลยจ้า

อย่างเราตั้งใจจะไปดูซากุระหลักๆที่ Hirosaki กับ Hakodate เป็นเมืองใหญ่ทั้งคู่ แล้วค่อยเดินทางดูซากุระเมืองรอบๆ ก็ดูวันที่เฉลี่ยซากุระจะบานเลย แล้ววางแผนเดินทางซะ เราแนะนำว่าให้อยู่ที่ละ 3-4 วันเพราะซากุระเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เราได้อยู่ช่วงที่พอดี เผื่ออบานไม่ตรงไว้ (แต่เราวางแผนอยู่ที่ละ 4-5 วันไปเลย ไม่พลาดแน่นอน ฮาๆ) เราแบ่งแผนได้ 2 ช่วงหลัก คือ ช่วง Aomori ที่ใช้ JR Pass เปน หลัก กับช่วง Hakodate ที่จะเช่ารถขับเป็นหลักเพราะช่วง Hakodate บางสถานที่ รถไฟไปไม่ถึง แต่ช่วง Aomori เดินทางถึงหมด เพราะงี้เลยอยากให้วางแผนด้วย Googlemap กัน เราจะได้รู้ว่าเราควรเดินทางยังไง

แผนเดินทาง

  • Day 1 เดินทาง ThaiAirasiaX
  • Day 2 | JR Cities – Odate – Aomori – พัก Hotel Route-Inn Odate Eki Minami
  • Day 3 | JR Aomori – Ashino Park พัก Hotel Route-Inn Odate Eki Minami
  • Day 4 | JR Aomori พัก Hotel Route-Inn Odate Eki Minami
  • Day 5 | JR Aomori –พัก Hotel Route-Inn Odate Eki Minami
  • Day 6 | JR + Car  Shin-Hakodate – รับรถ 10.30 ไป Hakodate พัก – Seoul Garden
  • Day 7 | Car Hakodate – Matsumae พัก – Seoul Garden
  • Day 8 | Car Hakodate พัก – Imagine Hotel & Resort Hakodate
  • Day 9 | Car Hakodate พัก – Imagine Hotel & Resort Hakodate
  • Day 10 | JR & Car คืนรถ Hakodate Station 11.45 Chitose 
  • Day 11 | Chitose เช้า กลับบ้าน ThaiAirasiaX

3. จองโรงแรม จองเที่ยวบิน

เอ๊ะ ปกติแล้วจองโรงแรมมักเป็นเรื่องทำช่วงหลังๆเลยนิ แต่อย่าลืมช่วงที่เราไปมันช่วงพีค ช่วงคนเดินทางเยอะ แถม Golden Week อีก! แล้วเราจะต้องยังไงล่ะ ให้ได้ราคาถูกลง แต่เว็บจองโรงแรมมีหลายเว็บมาก งั้นเราจะแนะนำก่อนจองเว็บอะไรควรมี

  • จองล่วงหน้าได้นานๆ จ่ายที่หลังที่โรงแรมได้ เพราะเราต้องลุ้นว่าซากุระบานตรงกำหนดไหม – แน่นอนว่า ซากุระมันเปลี่ยนแปลงได้ ที่พัก
  • เราต้องยกเลิกได้แบบไม่เสียค่าธรรมเนียม! – มีระบบที่ดี ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรต้องแจ้งเตือน ยิ่งมี App ในมือถือด้วย จะสามารถรับทราบข้อมูล Itinerary การเข้าพัก และเปลี่ยนแปลงได้ง่าย
  • แล้วถ้า จองแล้วได้คะแนนเพื่อสะสมรับสิทธิพิเศษ ด้วยยิ่งดี – และมีปัญหาอะไร ระบบ Call Center ต้องดี มีคนไทยดูแลจะยิ่งคุยง่าย
  • เราเลยแนะนำ Expedia เป็นหนึ่งในเว็บที่เราใช้บ่อยมากที่สุดเพราะมีทุกอย่างที่เราบอกไปนั้นเอง งั้นเข้าไปจองกัน เทคนิคยังไงจองให้ถูกลงไปอีก!

1.เวลาเข้าหน้าเว็บ ก่อนจอง ต้องเข้าระบบสมาชิกก่อนเสมอ เพราะ มันจะมี ส่วนลด สำหรับสมาชิกไง แถมมีของแถมพวกสะสมแต้ม กับ สิทธิพิเศษจากโรงแรมที่ดีลกับ Expedia ด้วยเช่น อาหารเช้าฟรี งี้

ทางไปจองโรงแรมและเที่ยวบิน  www.expedia.co.th

2.จะสมัครแบบกรอกชื่อ เมล์ ปกติ หรือจะ Facebook ก็ได้

3.Expedia จองได้ทั้งโรงแรม และเที่ยวบิน ถ้าอยากให้ได้ราคาถูกลงแนะนำ  จองแบบ เที่ยวบิน + โรงแรม 4.เลือกต้นทาง ปลายทาง วันเดินทาง และจำนวนคนเลย

5.แล้วถ้าเราเดินทางแบบหลายเมืองไง เลยต้องพักหลายโรงแรม งั้นให้เลือกต้องการโรงแรมสำหรับบางส่วนเท่านั้น แนะนำว่าจองโรงแรมวันสุดท้ายก่อนกลับ แบบว่าเราต้องกลับมาแน่ โรงแรมแถวสนามบินนั้นแหละ

6. เลือกโรงแรมเลย ดูพวกดีลกับ Expedia จะเขียนว่า ประหยัดสุดคุ้ม

7.ถ้ายิ่งสายถูกไว้ก่อนเลือก จัดเรียงแสดงผลตาม ราคา เลย ของถูกขึ้นก่อน

8.กดเลือกโรงแรมเลย แล้วดูรายละเอียด

9.โรงแรมญี่ปุ่นจะมีแบ่งชัดเจนว่าสูบบุหรี่ได้ หรือไม่ได้ ก็เลือกให้ถูกนะ แล้วถ้าใครเลือกไม่สูบแต่กลับสูบนะ ระวังโดนค่าปรับบานจ้า

**และที่สำคัญต้องเลือกแบบสามารถคืนเงินได้ ซึ่งราคาจองอาจแพงกว่าแบบคืนเงินไม่ได้นิดหน่อย แต่ยอมไปเหอะ เผื่อไว้ได้เปลี่ยนแผนได้

10.เลือกเที่ยวบินเลย แน่นอนว่าเราเลือกประหยัดสุด ฮาๆ ThaiAirasiaX แน่นอน เพิ่งกลับมาเปิดเส้นทางไปซัปโปโร่ด้วยเวลาก็ดีงามด้วยถึงเช้าเที่ยวได้เลย จัดไป แค่ 14000 ต่อคนรวมภาษีแล้วด้วย (แต่ไม่รวมค่ากระเป๋าและอาหารนะ)

11.เลือกไปกลับให้เรียบร้อย ราคาดีงามมาก บินแค่คนละหมื่นต้นๆ เหมือนได้ของแถมเป็นที่พักเลย

12.เช็คความเรียบร้อยอีกรอบ เห็นราคาลดน้อยแค่ 214.53 บาท เพราะเราจองที่พักแค่คืนเดียว แต่ถ้าจองหลายๆคืนจะได้ลดมากขึ้น เพราะราคาลดมาจากโรงแรมเนี่ยแหละ

13.ตรวจสอบและจอง ใช่ชื่อผู้โดยสารให้ถูกต้อง

15.แล้วก็จองโรงแรมแบบเดี่ยวๆในเมืองอื่นต่อ จองเลย จ่ายทีหลังได้ ไปจ่ายที่โรงแรมเอา

15.มีให้เลือกเลยว่าจะจ่ายแบบไหน จ่ายทีหลังอาจแพงกว่าได้เพราะขึ้นอยู่กับเรทเงิน เยน นั้นเอง พอจองแล้วก็ได้เมล์ตอบรับยืนยันการจอง แล้วถ้ามี Expedia Mobile App ด้วยก็สามารถดูใน App ได้เลย

ทางไปจองโรงแรมและเที่ยวบิน  www.expedia.co.th


4.จองตั๋วรถไฟ และเช่ารถ

เรามีที่พักแล้ว เที่ยวบินแล้ว ต่อไปก็ของสำคัญตั๋วรถไฟ จะแผนการเดินทางของเราต้องใช้ JR East-South Hokkaido เท่านั้นถึงจึงเที่ยวครบ  ความเจ๋งของ JR Pass ตัวคือใช้เดินทางไม่จำกัดเที่ยว ใช้ได้ 6 วันใน 14 วัน คือง่ายไม่จำเป็นต้องใช้ติดต่อกันทุกวัน ทำให้เราสามารถวางแผนได้ว่า วันไหนจะใช้หรือไม่ใช่ก็ได้ บางวันอยู่แค่เมืองเดิม ไม่จำเป็นต้องใช้พาสก็ได้ หรือบางเมืองก็ไปขับรถแทนก็ได้ เป็นพาสที่คุ้มค่าและใช้งานสะดวกมาก

ทางไปจองและรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Mindtrips.com

ดูแผนที่เดินทางได้ตั้งแต่คันไซ โทโฮคุ จนถึงช่วงใต้ฮอกไกโด เลยทีเดียว จะวางแผนตั้งแต่โตเกียว แล้วค่อยๆไต่มาถึงซัปโปโรก็ยังได้เลย

 

ราคาผู้ใหญ่ 26000 เยน เด็ก 13000 เยน เป็นราคาซื้อจากตัวแทนนอกประเทศ ถ้าซื้อในญี่ปุ่นจะแพงขึ้นมา 1000 เยน (เมื่อก่อนซื้อในประเทศญี่ปุ่นไม่ได้ด้วยนะ แต่มีปัญหาคนต้องการซื้อใหม่ ทำหายบ้าง เขาเลยขายในประเทศด้วยนั้นเอง) ราคานี้แค่ได้ชินคันเชน 2 รอบก็คุ้มแล้ว

สามารถจองผ่านตัวแทนได้ซึ่งจะราคาถูกกว่าด้วย ทางไปจองและรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Mindtrips.com

การเช่ารถ ในญี่ปุ่นมีหลายเจ้ามาก ซึ่ง Expedia มีบริการเปรียบเทียบราคาเช่ารถของแต่ละเจ้าด้วย 

**การเช่ารถที่ญี่ปุ่น ต้องปริ้นใบยืนยันออกมาด้วย ไม่สามารถใช้แค่เมล์ในมือถือ เพื่อยืนยันได้

มีให้เลือกหลายเจ้า หลายยี่ห้อรถ มีบอกเลยว่าเหมาะสำหรับจำนวนคนเท่าไร ใส่กระเป๋าได้เท่าไร ห้ามลืมเรื่องกระเป๋าเลย เพราะคนหนึ่งก็มาใบใหญ่แล้ว ท้ายรถใส่อย่างมากได้แค่ 2 ใบใหญ่เท่านั้น งั้นควรดูดีๆ 

สามารถเปิดดูเป็นแผนที่ด้วยว่าที่รับรถของแต่ละเจ้าอยู่ตรงไหน

แล้วรายละเอียดวิธีการขับรถ กฎระเบียบเราจะมาอธิบายอีกรอบในช่วงขับรถเที่ยวรอบฮาโกดาเตะ นะ
หรือจองรถผ่านตัวแทนในไทยก็ได้ https://www.mindtrips.com/selfDrive.php

นอกจากมีบริการเช่ารถแล้ว Expedia ยังมีบริการขายแพคเกจท่องเที่ยวด้วยซึ่งก็แล้วแต่ที่ด้วยว่าจะมีหรือไม่มี 


5. วางแผนการเดินทางแบบละเอียดและคำแนะนำเตรียมตัวเดินทาง

ก่อนไปเราต้องวางแผนอีกรอบเพื่อไม่ให้พลาดการชมซากุระ แล้วมีอะไรบ้างที่เราอยากแนะนำ

  • Hyperdia เว๊บดูตารางรถไฟครอบจักรวาลของญี่ปุ่น คือ เป็นเว็บที่คนเดินทางญี่ปุ่นด้วยตัวเองเปิดดูบ่อยที่สุดแล้วล่ะ การใช้งานก็ง่ายมากพิมพ์ชื่อสถานีต้นทางกับปลายทาง เราก็รู้แล้วว่าเดินทางยังไง แล้วยังดูล่วงหน้าได้อีกด้วยนะ ไว้สำหรับวางแผนเดินทางได้ดีมาก http://www.hyperdia.com/
  • สภาพอากาศในช่วงนี้แต่ละที่จะต่างกันมาก ช่วงโอซาก้า โตเกียว อากาศอาจกำลังสบาย 20-25 องศา แต่การชมซากุระ แถวโทโฮคุ กับ ฮอกไกโด มันต่างกันเพราะมันหนาวมาก ช่วงกลางวันอาจ 20 องศาแต่พอตกเย็นลดเหลือ 10 เลยทีเดียว และมักมีลมหนาวๆมาตลอด เสื้อกันหนาวต้องเตรียมให้พร้อมเนอะ
  • ดูพยากรณ์ซากุระอีกรอบว่าตรงไหนบานแล้ว หรือบานเมื่อไรเพื่อวางแผนเดินทาง หรือเปลี่ยนแผนจากเดิม แล้วอยากเห็นว่าตรงไหนบานขนาดไหนแบบชัดๆ ก็ให้ดูที่ IG ตามสถานที่นั้นเลย ชัดเจนที่สุดแล้ว
  • ควรปริ้นเอกสารออกมาเป็นกระดาษให้หมด ยิ่งเอกสารเช่ารถด้วย เขาจะรับยืนยันเฉพาะมาเป็นใบยืนยันเท่านั้น
  • อินเตอร์เน็ต แน่นอนว่าสำคัญมาก ใช้ดูข้อมูล ใช้ติดต่อ ใช้แปลภาษา ต้องมีเน็ต ญี่ปุ่นให้บริการเยอะมาก Pocket Wifi เหมาะกับไปหลายๆคนแชร์ได้หลายคนแต่ปัญหาคือมันเดินแยกกันไม่ได้ไง และเครื่อง Pocket มักแบตก่อนหมดวันทุกที เดี๋ยวนี้เราเลยหันมาใช้ Travel Sim มันสะดวกขึ้นมาก ไม่ตกพกหลายเครื่อง แต่ปัญหาคือเน็ตอาจได้น้อยกว่า Pocket Wifi แต่ถ้าไม่ได้ดูพวก Youtube หรือ Live FB ภายใน 10 วัน เน็ต 4 GB ก็ใช้ได้สบายๆ

เตรียมตัวมาคราวๆแล้ว เราออกเดินทางเพื่อชมซากุระกันดีกว่า!

Day 1 เมืองหลวงแห่งซากุระ

ออกเดินทางด้วยสายการบิน ThaiAirAsiaX ออกเดินทาง 23.55 น. ถึงเวลา 8.40 น. ใช้เวลา 6.45 ชม. ก็ถึงสนามบินนิวชิโตเสะ แล้ว

แผนของเราวันแรกขึ้นนั่งรถไฟลงไปเริ่มต้นอาโอโมริเลย แล้วค่อยไต่ที่เที่ยวขึ้นมาจนถึงซัปโปโร ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง เราถึงสนามบินเวลา 8.55 น. ใช้เวลาตรวจตม. กับ รับกระเป๋า ก็ 9.30 ล่ะ เราดูตารางเวลาจาก Hypedia รถไฟที่เร็วที่สุดออก 10.10 น. ก่อนอื่นเราต้องไปแลกตั๋ว JrPass ก่อน ที่แลก JR Ticket Counter จะอยู่ตรงสถานีรถไฟเลย พอออกจากที่รับกระเป๋าเดินตามป้ายไปใช้เวลาเดินประมาณ 10- 15 นาทีได้ ลงใต้ดินก็จะเจอ JR Ticket Counter อยู่ซ้ายมือเลย

 

เข้าไปต่อแถว แนะนำว่าให้มาเร็วๆ เพราะบางครั้งคิวยาว อาจทำให้พลาดรถไฟได้ 

ถึงเคาเตอร์ก็ยืนเอกสารการซื้อจากตัวแทนจำหน่าย JR ให้เจ้าหน้าที่ และเป็นตั๋ว JR มา แล้วเราก็สามารถใช้จองตั๋วรถไฟได้เลย อย่างบางขบวนจำเป็นต้องจองคือ ชินคันเชน นั้นเอง วิธีจองง่ายมาก แค่เราใช้ตารางจาก Hyperdia ยื่นให้เจ้าหน้าที่ดูว่าเราอยากไปขบวน เวลานี้ เจ้าหน้าที่ก็จองให้เรียบร้อย จบง่าย ขึ้นรถไฟ!

ทางไปซื้อ JrPass และรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Mindtrips.com

ดูราคาขาไป 14,760 เยน แค่นั่งไปกลับ ก็คุ้มราคา JrPass แล้ว!

นั่งรถไฟสายมาลงสถานี Minami Chitose แวะซื้อเอกิเบ็น (Ekiben) หรือข้าวกล่องรถไฟ ที่ชานชาลา 

หลบหนาวหน่อย อากาศเย็นพอสมควร

ไม่นานขบวน Ltd. Super Hokuto ก็มาแล้วเป็นขบวนที่ไว้วิ่งจากซัปโปโรไปถึงฮาโกดาเตะ จริงๆ ฮอกไกโดยังไม่มีชินคันเซนแบบทั่วถึงเลย มีแค่เริ่มต้นจากฮาโกดาเตะลงไปโตเกียว ไม่มีไปซัปโปโร

แกะข้าวกล่องออกมา หน้าตาดี เลย ข้าวกล่องรถไฟจะใช้ของดีประจำเมือง หรือของตามฤดูกาล ข้าวกล่องแต่ละสถานีเลยไม่เหมือนกัน มันคือความสนุกอย่างหนึ่งของนั่งรถไฟญี่ปุ่นเลย

ข้าวหน้าโฮตาเตะ หรือ หอยเชลล์

ข้าวรวมของดีประจำฤดูใบไม้ผลิ

แล้วถ้าใครซื้อของกินไม่ทันละ บอกขบวนรถไฟด่วน มักมีบริการชายอาหารบนรถไฟด้วย ขนม เครื่องดื่ม ข้าวกล่อง ของฝากก็มี ที่สำคัญราคาเท่ากับซื้อตามร้านข้างนอกเลย ไม่มีชาร์จค่าบริการเพิ่ม

3 ชม. ถึงสถานี Shin-Hakodate พวกสถานีชินคันเซน มักทำทางเชื่อมกับรถไฟปกติไว้สะดวกมาก แบบลงจากรถไฟแล้วเดินไปต่อได้เลย เดินแค่ 50 เมตรเท่านั้น สะดวกมาก

แล้วก็มาแล้วเจ้าเป็ดเขียว Hayabusa เป็นรถชินคันเซนที่เร็วที่สุด 270 กม./ชม. วิ่งตั้งแต่ Hakodate – Tokyo

เท่มาก ขบวนนี้

ภายในขบวน ที่เก็บกระเป๋าจะอยู่ส่วนหัวหรือท้ายของตู้ หรือเก็บด้านบน

นั่งสบายมาก ใช้เวลา 1 ชั่วโมงถึงอาโอโมริ ลอดใต้ทะเลจากเกาะฮอกไกโด ไปโผล่อาโอโมริ

เราเปลี่ยนแผนจากตั้งใจว่าไป Odate ที่พักของเราเลย เปลี่ยนไปชมซากุระที่ Hirosaki เลยเพราะเราดูพยากรณ์แล้วว่ามัน Full Bloom แล้ว กลัวว่ารอวันต่อไปจะร่วงหมดก่อน

พอไปถึงสถานีเปลี่ยนไปเส้น JR Ou Line เพื่อไป Hirosaki ก็เจอกับจำนวนคนมหาศาล เนี่ยล่ะนะ ช่วงงานเทศกาลคนก็เยอะแบบนี้เป็นปกติด้วย ยิ่ง Hirosaki เป็นแหล่งชมซากุระอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นด้วย แถมปีนี้ครบรอบ 100 ปีงานเทศกาลซากุระ Hirosaki ด้วย คนก็เลยยิ่งเยอะเข้าไปเยอะ ฮาๆ 

แต่ด้วยความคนญี่ปุ่นเนี่ย ถึงคนจะเยอะ แต่ก็ไม่วุ่นวายเลย ไม่มีเบียดกัน เขารอให้คนในรถไฟออกหมดก่อนถึงจะเดินเข้าขบวนกัน ต่อคิวแบบเป็นระเบียบเข้ารถไฟกันจนหมด ดีมากๆเลย สบายใจ

นั่งรถไฟต่ออีก 35 นาที

ระหว่างทางก็เห็นซากุระแบบบานเต็มต้นแล้ว ตื่นเต้น

Hirosaki

พอถึงสถานีเรารีบไปฝากกระเป๋าเดินทาง ตอนแรกห่วงว่าล๊อคเกอร์จะเต็ม แต่พอไปถึงที่สถานีฮิโรซากิมีล็อคเกอร์บริการเยอะมากเป็นร้อยตู้ได้ เนี่ยคนญี่ปุ่นเขาคิดไว้แล้ว ว่าคนมาเที่ยวเยอะ ก็ต้องมีบริการให้พร้อม

ออกไปหน้าสถานี จะเป็นป้ายรถเมล์ จะมีเจ้าหน้าที่ยืนถือป้ายรอเลยว่า ป้ายนี้ไปดูซากุระ นะ ค่ารถเมล์ 100 เยนต่อเที่ยว ทุกสาย ตลอดเส้น ใช้เวลา 1o นาทีก็ถึงสวนฮิโรซากิแล้ว รถเมล์สาย 1 จะไปจอดบริเวณ East Gate / สาย 2 จอด Otemon Gate กับ City Hall

แผนที่ชมซากุระรอบสวนฮิโรซากิ ทำไว้ละเอียดดีมาก แถมแบ่งระยะบานของซากุระให้ดูด้วย แผนที่รับได้ที่ Information ที่สถานี

อีกด้านอธิบายคำถามต่างๆ กับซากุระพันธุ์อื่นๆนอกจาก Somei Yoshino

รูปแผนที่และอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮิโรซากิ จาก http://www.hirosaki-kanko.or.jp/en/edit.html?id=edit14

พอถึงแล้วแค่หน้าทางเข้า East Gate ก็เจอซากุระบานเต็มแล้ว เป็นพันธุ์ Somei Yoshino พันธุ์ที่เราเห็นมากที่สุดในญี่ปุ่น กลีบดอกจะสีขาว ข้างในแกมชมพู 

รอบคูน้ำ กลีบดอกเริ่มร่วงแล้วแต่ยังไม่มาก แค่นี้ก็สวยมากแล้ว

ซากุระพันธุ์ย้อย สีชมพูสด สวยมาก

เข้ามาถึงบริเวณสวนด้านบน เป็นแถวที่คนมาปูเสื่อชมซากุระกัน ดูรูปกันยาวๆเลยดีกว่า สวยมาก อยากให้เห็นด้วยตาตัวเอง

พันธุ์ย้อยต้นใหญ่

เดินเข้ามาต่อบริเวณคูน้ำด้านใน

ต้นซากุระพันธุ์ Somei Yoshino ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอายุมากกว่า 300 ปีแล้ว ต้นใหญ่สูง 9 เมตร

มาตรงสะพานแดง จุดถ่ายรูปยอดนิยม ปกติจะมีปราสาทฮิโรซากิตั้งอยู่ใกล้ๆ แต่ตอนนี้ย้ายไปเพื่อซ่อมกำแพงคูเมืองข้างใต้ปราสาทก่อนย้ายกลับมาที่เดิม เออ ญี่ปุ่นมันย้ายปราสาททั้งหลังเลย

ดูรูปกันไป ไม่ต้องอธิบายความสวยมาก 

ปราสาทฮิโรซากิ เข้าไปด้านเขตปราสาทต้องเสียค่าเข้าคนละ 300 เยน ถ้าแบบเข้าชม 3 สถานที่ในสวน 510 เยน ซึ่งจริงๆ เสียค่าเข้าบริเวณปราสาทก็พอแล้ว

ถ้าฟ้าใสมากๆ จะเห็นภูเขา Iwaki ด้านหลังปราสาทเลย

รอชมวิวพระอาทิตย์ตก ฉากหลังเป็นเขา Iwaki

ชมคุณลุงเล่นดนตรีพื้นเมืองของฮิโรซากิให้ฟัง เรียกว่า Shimasen

อยากรู้เป็นไง ฟังตามคลิปนี้เลย พร้อมชมรูปซากุระไปด้วย เข้าบรรยากาศดี

พระอาทิตย์เริ่มตกแล้ว พร้อมอากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 10 กว่าองศา เตรียมชุดกันหนาวให้ดีเลย

จะเห็นนักท่องเที่ยวแต่งชุดกิโมโน ยูกาตะ กันเต็ม

พอมืดก็เริ่มเปิดไฟ จะเปิดยาวๆทั้งคืนเลย

ลงมาที่ด้านหลังเป็นแม่น้ำ ตอนกลางวันจะมีคนพายเรือกันเต็ม กลางคืนเป็น Lightup ตลอดริมน้ำสวยมาก

แน่นอนว่าช่วงเทศกาลต้องมีร้านพวก ยาไต(Yatai) มาเปิด ยาไตก็แปลว่า แผงลอย 

ใครเคยดูมังงะ หรือหนังญี่ปุ่น คงคุ้นเคยกับภาพเทศกาลอย่างดี

ตอนกลางคืนก็ยังไม่เลิกชมซากุระกัน ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ ยิ่งกินหนักขึ้น

ของกินบาน

บ้านผีสิงก็มี ดูไปคล้ายๆบ้านเมียงูบ้านเรานั้นแหละ

ร้านนี้คนเยอะมาก เป็นบุกก้อนใหญ่ต้มในโชยุ 100 เยนเท่านั้น อร่อย

ปกติคนญี่ปุ่นจะซื้อของกิน แล้วต้องหาที่นั่งหรือไม่ก็ยืนอยู่กับที่แล้วกิน แต่ช่วงเทศกาลเป็นข้อยกเว้น เดินไปทานไปได้ แต่ก็จุดแอบมุมให้นั่งทานได้เหมือนกัน 

แต่เราพบปัญหาคือถังขยะน้อยมาก จะตั้งเป็นจุดๆเท่านั้น เดินค่อนข้างไกล เราเลยมองคนญี่ปุ่นเขาทำยังไง คือเขาก็ซื้อแล้วทานตรงนั้นเลย พอหมดก็ฝากร้านที่ซื้อทิ้งขยะนั้นแหละ มารยาทการทิ้งขยะคนญี่ปุ่นดีมาก

ของกินเต็ม ของทะเลก็เยอะ เพราะใกล้ทะเลมาก

Odate

ประมาณ 2 ทุ่ม เราออกจาก Hirosaki ไปโรงแรมของที่เมือง Odate เรานอนเมืองนี้เพราที่พักเมือง Aomori และ Hirosaki เต็มหมดเลยเหลือก็แต่ราคาแพงเกินไป เราเลยมานอนห่างออกจากเมือง Hirosaki 1 ชั่วโมง แล้วเมือง Odate อยู่ในเขตของเมือง Akita ด้วยไม่ใช่ Aomori อ๊าวข้ามจังหวัดไม่รู้ตัว

แต่เรามาค้นพบความเจ๋งของเมืองเล็กๆนี้คือ เป็นแหล่งกำเนิดของสุนัขพันธุ์ฮาคิตะ ทุกคนน่ารู้จักฮาจิโกะ อย่างดี ที่เป็นรูปปั้นที่ชิบูย่า นั้นแหละ ฮาจิโกะ เกิดที่เมืองนี้! ทั้งเมืองเลยมีสัญลักษณ์เป็นหมาพันธุ์อาคิตะ

มีศาลเจ้าสุนัขพันธุ์อาคิตะ ด้วย

Route Inn Odate

เราได้มานอนที่โรงแรม Route Inn Odate เป็น Budget Hotel ที่มีสาขามากที่สุดในญี่ปุ่นคือจะเจอทุกเมืองเลยก็ว่าได้ ข้อสำคัญของโรงแรม Route Inn คือทุกสาขาออกแบบตัวโรงแรม และห้องเหมือนกันหมด และอาหารเช้าดีงามมาก แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับการพักผ่อน

ห้อง Double Bed Non Smoking

ขนาดกำลังพอดี ตามสไตล์คนญี่ปุ่น ใครมาญี่ปุ่นบ่อยๆ คงรู้ว่าห้องพักญี่ปุ่นจะเล็กมาก อันนี้ถือว่าใหญ่แล้ว มีพื้นที่วางกระเป๋าแล้วเดินผ่านได้ ฮาๆ

ห้องน้ำตามสไตล์ Route Inn ชอบเครื่องอาบน้ำเขาใช้ของอย่างดี

บรรยากาศห้องโดยรวม โอเคเลยสะอาดมาก

Day 2 รถไฟสายซากุระ

บรรยากาศเมือง Odate ตอนเช้า สวยมาก

เรามาที่หน้าสถานี มีรูปปั้นสุนัขพันธุ์อาคิตะอยู่เต็ม สุนัขพันธุ์อาคิตะ คนไทยจะสับสนเรียกว่าชิบะ แต่จริงอาคิตะ ตัวใหญ่กว่ามาก ขนาดพอๆ โกลเด้น หรือ ลักษณะคล้ายบางแก้วบ้านเรา นิสัยก็รักเจ้าของแบบบางแก้ว เลย ชอบน่ารักมาก

รูปปั้นของฮาจิโกะ แบบเดียวกับที่ชิบูย่า

หันหน้าเข้าไปที่สถานี Odate เหมือนรอเจ้าของตามเรื่องราวของฮาจิโกะ

แผนวันนี้เราเดินทางไปแหล่งชมซากุระ Ashino Park เราต้องไปลงที่เมือง Goshogawara แล้วไปอีกสถานีเป็นของ Tsugaru รถไฟสายท้องถิ่น เราต้องจ่ายเงินอีก 640 เยน เพราะไม่ใช้ของ JR ไม่เกี่ยวกับ Pass 

เวลาดูตาราง ง่ายมากเลยว่าอันไหนของ JR ก็จะมีระบุว่า JR ไว้ชัดเจน ของยี่ห้ออื่นก็จะบอกไว้

ของดีของจังหวัดอาโอโมริ คือแอปเปิ้ล แล้วจะมีน้ำแอปเปิ้ลยี่ห้อดัง ภาพบนฉลากก็คือวิวนี้นั้นเอง ที่สวนแอปเปิ้ลรอบเมือง Goshogawara เห็นวิวเป็นเขา Iwaki ด้านหลัง สวยมาก ดอกแอปเปิ้ลจะบานหลังจากซากุระร่วง 1 สัปดาห์ ใครมีเวลาก็มาชมได้ สวยเหมือนกัน

ถึงสถานี Goshogawara แล้วจะเห็นตึกสูงๆข้างสถานี เขาเอาไว้ใส่โคมไฟยักษ์  Tachineputa โคมไฟสู 20 เมตร จะมีงานเทศกาลทุกปีช่วงต้นสิงหาคม

เราเคยรีวิวเทศกาล Neputa ของเมือง Aomori และ Nebuta ของเมือง Hirosaki แล้ว อ่านได้ที่
http://www.go-graph.com/2016/09/gograph-x-jreast-ep-2-aomori-hirosaki/

มาที่สถานี TsugaruGoshogawara สถานีวินเทจมาก อยู่ด้านซ้ายติดกับสถานี JR Goshogawara เลย มาซื้อตั๋วกับป้าราคา 640 เยน

ถัดไปอีก 2 สถานีเป็นโรงเรียน เลยจะมีนักเรียนมารอรถไฟเยอะช่วงเช้า

ระหว่างทางก็ชมเขา Iwaki ไป

แวะจอดที่สถานีระหว่างทาง 5 นาทีลงไปถ่ายรูปซากุระได้

แล้วก็มาถึงแล้วสถานี Ashinokouen พร้อมลอดผ่านอุโมงค์ซากุระ

รถไฟจะมาทุก 1 ชั่วโมง ระหว่างรอขบวนถัดไปก็ไปเดินที่สวนก่อน

เดินผ่านทางรถไฟสวย อย่าดราม่าเรื่องถ่ายกลางทางรถไฟนะ ฮาๆ เขามีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแล และกั้นทางให้ช่างภาพถ่ายรูปเลย เวลารถไฟมาก็จะกันคนให้พ้นทางรถไฟ

สวย

บรรยากาศสวน Ashino เป็นสวนขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มาก

ปั่นเป็ดที่บึงได้

ทางเดินอุโมงค์ซากุระ 

มีแผงลอย แต่จะเปิดร้านช่วงเที่ยง มาเช้าเลยยังไม่เปิดกัน

ถึงเวลาพระเอกของเรามาแล้ว

คนรอถ่ายรูปเพียบ

ขากลับจะมาก่อน แล้วขามาจะมาหลังจากนั้น 10 นาที สวยมากกกก แบบซากุระบานเต็มที่พอดี ซากุระที่นี้จะบานพร้อมกับฮิโรซากิเลย

มุมพีค

ด้านข้างของสถานีรถไฟ จะมีคาเฟ่ที่ทำจากสถานีดั้งเดิม น่ารักมาก

กลับแล้ว ดูจำนวนคนที่มารอถ่ายรถไฟ เยอะมาก เรามาแต่เช้าคนยังไม่เยอะเท่านี้

Goshogawara

เรากลับมาเที่ยวที่เมือง Goshogawara มาเที่ยว Tachineputa Museum เป็นที่เก็บโคมไฟยักษ์และเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโคมไฟยักษ์นี้ ที่เห็นในรูปกระจกสามารถเลื่อนเปิดได้แล้ว แล้วเข็นโคมไฟยักษ์ออกมา อย่างกับโรงงานหุ่นยนต์

อันนี้แบ่งไซส์ย่อ

ไปเจอของจริง อลังการงานสร้างมาก

สูงซะ อยากเห็นตอนงานเทศกาลเลย

ข้างในพิพิธภัณธ์จะเก็บไว้ 3 โคมแต่ละโคมใช้เวลาทำ 1 ปี และโชว์ 3 ปี พอครบแล้วก็จะทำลายทิ้งไปตามลำดับเอาของใหม่มาแทนที่ไปเรื่อยๆ

ดูความละเอียดของงาน

ภาพร่างต้นแบบ

ขึ้นมาด้านบนจะเห็นกำลังทำโคมยักษ์อันใหม่ จะทำแยกเป็นส่วนๆแล้วมาประกอบเข้าด้วยกัน

ประทับตราซักหน่อย

เราออกมาด้านหลังของพิพิธภัณฑ์ เดินไปด้านขวาจะเจอร้านไทยากิชื่อดังของเมืองนี้ ไทยากิ ก็ขนมปลาไส้ถั่วแดง ไง แต่ความพิเศษคือมีเอาไปทอดอีกรอบด้วย ทำให้มีความกรอบนอกนุ่มใจ อร่อยมาก

ดูลุงเจ้าของร้าน แกทำเองโดยใช้เครื่องมือแบบรุ่นเก่าทีละชิ้นๆไปเรื่อยๆ

พอมีคนสั่งถึงเอาไปทอดในเตาร้อนๆ

ราคาแบบทอด 120 เยนเท่านั้น

โรยน้ำตาลอีกบางๆ เพราะไส้ของที่นี้จะไม่หวานมาก แป้งออกรสจืด แต่เหนียวนุ่ม มีความกรอบบางๆจากการทอด อร่อย!

เราเดินมาทานอาหารกลางวันต่อที่ Toka Ton Ton Square

เป็นราเมน เห็นเมืองนี้คนไม่เยอะ แต่ร้านนี้คิวเต็มนะ ต้องรอแปปหนึ่ง

เป็นราเมนหอยตลับซุปโชยุ หอมมาก ซุปแบบกลมกล่อม อร่อยแบบว่ามาแวะเมืองนี้ก็มาทานเหอะ คุ้มค่ามาก ชาชูก็ย่างถ่านมาแบบหอมกำลังดี ชอบมาก

แวะถ่ายฝาท่อซะหน่อย

ตอนบ่ายเรากลับมาที่ฮิโรซากิกันต่อ เพื่อถ่ายรูปซากุระช่วงกำลังร่วงแล้ว

วันนี้เรานั่งสาย 2 มาลง City Hall เพื่อขึ้นด้านบนชมวิวซากุระกับเขา Iwaki อีกด้านหนึ่งได้

วันนี้ซากุระเริ่มร่วงเยอะขึ้นแล้ว สวย

ให้เดินไปรอบๆคูเรื่อยจะเจอจุดที่กลีบซากุระไหลมารวมกันจนเป็นพรมซากุระไปเลย สวยมาก

เมื่อวานตรงนี้ยังเห็นเป็นน้ำอยู่เลย

มีรถลากแบบโบราณ บริการลากชมซากุระอยู่ด้วย

เราเข้าไปชมด้านในอีกรอบ

วันนี้ซากุระเริ่มโปรยลงน้ำ สวยมากกกกก

นั่งเรือชมซากุระ

มีมุมลับด้วย สามารถมองเป็นรูปหัวใจได้ อยู่แถว Civic Square 

เดินมาที่แม่น้ำ เจอคนพายเรือเป็นคู่ๆ เยอะเลย ฆ่าคนโสดชัดๆ

สวยยยยย ชมบรรยากาศยาวๆไป

แวะมาหาอะไรกินกันต่อ ร้านนี้ขายข้าวโพดทอ ที่เขาบอกว่ามีขายเฉพาะที่อาโอโมริเท่านั้น อร่อยหวานกรอบ

ดังโงะ มีหลายรสมาก ชอบอร่อย ไม่หวานมาก

ปลาหมึกย่างก็ดี

ชมซากุระพันธุ์ซ้อน พันธุ์นี้จะอยู่ทนที่สุด แต่ก็บานช้าสุดเช่นกัน

ออกมาชมพรมดอกซากุระกันต่อ สวยมากจริงๆ ถ้าอยากชมช่วงพรมซากุระให้มาหลังจาก Full Bloom 2 วันจะเห็นเต็มไปทั่วคูน้ำ

ดูความงามมมมม

จบตอนแรกแล้วกับ 2 วันที่ฮิโรซากิ สวยแบบไม่คิดเลยว่าจะสวยขนาดนี้ มาชมรีวิวการเดินทางกันต่อตอนหน้านะ เพราะแค่ตอนแรกก็เข้าไป 200 รูปแล้ว ถ้ารีวิวทั้งทริปในตอนเดียวจะไม่ไหวเอา ตอนหน้าไปเที่ยวเมือง Kakunodate เมืองที่ยังคงมีบ้านซามูไรแบบดั้งเดิมอายุกว่าร้อยปี สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และเป็นแหล่งชมซากุระที่ขึ้นชื่อมากของจังหวัด Akita อีกด้วย มารออ่านกันตอนหน้านะ 

ขอบคุณ 

Facebook Comments