North America, San Francisco, Sponsored, United States

[Go!Graph Backpack] San Francisco City Guide — พาเที่ยว ซานฟรานซิสโก เที่ยวสนุก อากาศดีที่สุด

[Go!Graph Backpack] San Francisco City Guide — พาเที่ยว ซานฟรานซิสโก เที่ยวสนุก อากาศดีที่สุด

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่รีวิวทวีปสุดสวยที่เราเรียกว่าตัวท็อปของโลกอีกครั้ง อเมริกา !! รอบนี้เราจะพามาเที่ยวอเมริกากันอีกครั้ง กับเมืองแห่งความฝัน ซานฟรานซิสโก เมืองนี้บอกเลยว่า ดีงามอีกเมืองหนึ่ง เดินชิว กินขนม อากาศดีๆ ชมวิว ใครคิดจะมาเที่ยวแถบตะวันตกอเมริกา ห้ามพลาดเด็ดขาด ไปเที่ยวซานฟรานด้วยกัน !!

เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง

01 บินไปอเมริกา สายการบินไหน ?

เอาจริงการบินไปอเมริกา หรือ ซานฟรานนั้น เป็นเส้นทางที่ยาวนานมาก เราจึงแนะนำว่า ควรเลือกสายการบินที่แบบตัวท็อปๆ ของโลกกันหน่อย รอบนี้เราบินกับ EVA Air ค่ะ สายการบินของไต้หวัน และ อยู่ในเครือ Star Alliance (ก็สะสมแต้มกันไป) เราลิสต์ข้อดีแบบสรุปของ EVA Air มาให้แล้วค่ะ

1. One of The Most Safety & Cleanliness Airline

บินยาวๆ ไปซานฟรานซิสโกกันแบบนี้ ควรเลือกสายการบินที่ปลอดภัยและสะอาดที่สุด อย่าง EVA Air ติดอันดับต้นๆ ของโลก เชื่อถือได้ที่สุด แถมเพิ่งได้รางวัล Best Airline Cabin cleanliness จาก Skytrax มาด้วยนะ

2. 5 Stars Airline

แน่นอนค่ะ บินยาว บอกแล้วว่าต้องเลือกแบบ Full-Service และระดับ 5 ดาว เพิ่มเงินอีกหน่อยเพื่อสิ่งที่ดีกว่า แถมได้สะสมแต้มในเครือสายการบินระดับโลก Star Alliance ด้วยน้า (เครือเดียวกับการบินไทย สิงคโปร์แอร์ไลน์)

นอกจากบัตรสมาชิก ระดับการ์ดเงิน การ์ดทอง Infinity Mileagelands ของ EVA แล้ว บัตรสมาชิกในเครือ Star alliance การ์ดทองยังสามารถเข้า Lounge EVA ที่สุวรรณภูมิได้ ถึงแม้ไม่ได้บินกับ EVA แต่บินในเครือ Star Alliance เพียงโชว์บัตรโดยสารและบัตรสมาชิกการ์ดทองที่ Lounge EVA เท่านั้น

Lounge EVA อยู่ที่ชั้น3 บริเวณคองคอท F ก่อนถึงเกต F1 เปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงประมาณตี 2 หรือหลังไฟล์ทสุดท้ายของอีวีเอ ที่นี่อาหารอร่อยมากๆ เก้าอี้นวดไฟฟ้า และมีห้องอาบน้ำ ที่สำคัญคนที่เข้า Lounge EVA นี่เรียกว่าติดใจทุกคน 

3. Good Service

บนเครื่องนี่ การบริการสำคัญมาก แอร์สายการบินนี้น่ารัก (ไม่เชื่ออ่านรีวิวได้ มีแต่ฟีดแบ็คดีๆ) แถมเป็นสายการบินระดับต้นๆ ของโลกด้วยนะ

4. Delicious Food

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ อาหาร อาหารบนเครื่องของ EVA Air อร่อยและทานได้ค่ะ สามารถเลือกได้ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องด้วยนะ อยากให้ลองชิมกัน

5. Affordable Price

เปลี่ยนความคิดเรื่องบิน 5 ดาวแล้วตั๋วต้องแพง ทุกวันนี้ EVA Air ราคาเอื้อมถึงมากๆ ค่ะ ทุกคนชอบกันและได้ราคาพิเศษมากมาย อย่างเรารูทซานฟรานซิสโก เปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวัน ไม่บินอ้อม ใช้เวลาน้อยกว่า แถมได้แวะลงไต้หวันสวยๆ ด้วย

ไม่เชื่อลองไปดูราคาได้ที่ >>  https://www.evaair.com/th-th/index.html

02 ทำวีซ่าอเมริกา ยากแค่ไหน?

เมื่อจองตั๋วแล้ว — ทุกคนมักจะคิดว่า การทำวีซ่าอเมริกา ต้องเอกสารยุ่งยาก / สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ / ต้องมีเงินในบัญชีเยอะๆ จากประสบการณ์ของเรา ขอให้ทำตามขั้นตอนดังนี้ค่ะ

เตรียมเอกสารให้ครบ ครบที่สุดเท่าที่จะครบได้

*พวกเรื่องเงินในบัญชี อันนี้เอามาใส่สวยๆ ก็ได้ แต่จริงๆ เค้าจะดูที่ว่าเงินเข้าเงินออก ว่ามีเงินเดือน มีงานทำไหม ถ้ามีงานทำเป็นปกติ มาเพียงท่องเที่ยวสวยๆ ก็ง่ายขึ้นค่ะ

> รีวิวนี้เขียนเรื่องการขอวีซ่าอเมริกาได้ละเอียดที่สุด https://2baht.com/usa-visa-howto/

ภาพถ่าย เปิดหู เปิดหน้าผาก อัดมาเป็นไฟล์ JPG Digital เพราะจะมีการอัพโหลดในฟอร์มออนไลน์ จากนั้นได้เวลาเข้าไปกรอกแบบฟอร์มจองคิว ยื่นคำร้อง ทำวีซ่าค่ะ

>> รีวิวนี้เขียนเรื่องการกรอกแบบฟอร์มได้ละเอียดสุดๆ https://pantip.com/topic/32189283 กรอกไม่เสร็จก็ Save มากรอกใหม่ไปเรื่อย

กรอกเสร็จก็ไปจ่ายเงิน และเตรียมของให้ครบเพื่อเข้าไปทำเรื่องค่ะ เข้าไปทำเรื่องที่สถานฑูตอเมริกา ตรงเพลินจิต (BTS เพลินจิต เดินต่อไปได้)

**ที่สำคัญห้ามเอากระเป๋าใบใหญ่เกินไป เอาไปแค่ซองเอกสารพอ ไม่งั้นต้องไปหาที่ฝากกระเป๋าใบละ 100 บาท ทำเรื่อง ตามขั้นตอนเจ้าหน้าที่ ทีนี้ได้เวลาลุ้นสุดคือช่วงสัมภาษณ์ ภาพที่เราคิดไว้คือ เป็นห้อง เข้าไปคนเดียว สัมภาษณ์ สรุปคือ เป็นล็อกเหมือนเคาท์เตอร์ซื้อตั๋วหนัง เข้าไปเป็นกลุ่ม ฝรั่งพูดไทย (ถ้าอยากโชว์สกิลก็พูดอังกฤษใส่เค้านะ)

**ของเราเดินทางเป็นครอบครัว จริงๆ ลูกทำงานหมดแล้ว แต่พ่อก็ยังมีเงินเดือน เค้าก็จะถามแต่คุณพ่อว่าทำงานอะไร นู่นนี่ ซึ่งเราว่าถ้าเป็นท่องเที่ยว – ครอบครัว จะง่ายดี ส่วนพวกไปเรียนต่อก็โชว์สกิลกันหน่อยนะคะ เค้าจะได้เชื่อ

สัมภาษณ์ผ่าน เค้าจะบอกเลยตอนนั้นเลย ทำเรื่อง มารอรับพาสพอร์ตกลับบ้านวันอื่น

**แต่ ขอเล่าประสบการณ์ของเราตอนนี้ คือ เราสัมภาษณ์ผ่านแล้ว แต่จนท.บอกว่าพาสพอร์ตเราเปียกน้ำ ก็เลยจะให้เอาเล่มออกมาก่อน ไปทำเล่มใหม่ จะมีจดหมายให้ ได้เล่มใหม่ เอามายื่นใหม่พร้อมจดหมาย (ไม่ต้องมาเอง ให้มอเตอร์ไซค์มาก็ได้) แล้วเค้าจะยอมแปะวีซ่าให้

สุดท้าย รอลุ้น วีซ่าอเมริกา 10 ปีจย้าาาา ข้าได้มาครอบครองแล้ว ก่อนยุคทรัมป์ด้วย เย้

** ขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่ค่อยมีภาพถ่ายนะคะ เพราะด้านในห้ามถ่ายภาพ

03 การเดินทางในซานฟรานซิสโก

เอาจริง ถ้าอยากจะต่อรถบัส นั่งรถเมล์ อะไรแบบนี้เราก็สามารถ Search Google ได้ค่ะ (แน่หล่ะ เมืองนี้ใกล้กับ Silicon Valley นะ เน็ตแรงมาก) แต่ที่ เราแนะนำที่สุดกับการเที่ยวให้สบาย + สนุกคือ UBER !!

ที่นี่เราสามารถเรียก Uber ได้ จะมารับที่ไหนก็ได้ ราคาหารกับเพื่อน พี่ๆ น้องๆ เผลอๆ ถูกกว่านั่งบัสอีก และแต่ละที่เที่ยวจะใกล้ๆ กัน อย่างถ้าลงใน Downtown ก็สามารถเดินต่อกันได้ยาวๆ ไปเลย

  • *ยกเว้นแต่ จะนั่งรถราง เน้น Tourist Attraction เรามีรีวิวไว้ด้านล่างนะจ๊ะ
  • *ส่วนการเดินทางจาก สนามบิน SFO เข้าเมือง แนะนำให้ไปตามลิ้งค์นี้ เค้ารวบรวมข้อมูลเอาไว้เป๊ะมาก !! >>  https://2baht.com/san-francisco-airport-bart/

เมื่อข้อมูลครบแล้ว ได้เวลาเดินเที่ยว ซานฟรานกันให้สนุกแล้วค่ะ

01 Twin Peaks

เริ่มต้นที่จุดชมวิวเมืองที่ชัดเจนที่สุด เห็นภาพรวมซานฟรานได้ดีที่สุด Twin Peaks ที่นี่จะไม่ค่อยมีรถขนส่งสาธารณะขึ้นมากนัก ดังนั้นแนะนำให้เรียก Uber หรือ อย่างบ้านเราที่มาเที่ยวรอบนี้คือ ใช้บริการทัวร์ของ taketours.com ซึ่งดีมากกกก เป็นทัวร์จีนที่ก่อตั้งในอเมริกา จะมีแต่คนเอเชีย ที่สำคัญถูกและดี มีรถบัสให้ตลอด ไปดูทัวร์แบบ 1 day -San Francisco ก็ได้ค่ะ

ด้านบน Twin Peaks ก็เป็นจุดชมวิว ใครฟิตจะเดินเขาขึ้นมาก็ได้ (แต่เหนื่อยนะ) เราก็ชมวิวกันไป อากาศดี แดดจ้าเลย เห็นเมืองครบถ้วน

02 Golden Gate Bridge

จุดหมายต่อมาของเรา เริ่มเข้าใกล้ Downtown มากขึ้น สะพานที่เป็นสัญลักษณ์ของโลก (เรียกว่าหนังสัตว์ประหลาดชอบมาทำลาย 55) สะพานสีแดง โกลเด้นเกท Golden Gate เราสามารถเที่ยวชมสะพาน เดินไปฝั่งตรงข้ามก็ได้ หรือทางฝั่งที่เราเดินก็มีพวก Museum การสร้างสะพานเล็กๆ ขายของที่ระลึก โปสการ์ด นาโนบล็อก เรียกว่าเพลินๆ กินลมชมวิวดูสะพาน ครบ!

03 Palace of Fine Arts Theatre

อีกจุดที่ใกล้ Golden Gate Bridge กันหน่อยคือที่นี่สร้างมาตั้งแต่ 1915 เรียกว่านาน ถ้าใครชอบสไตล์กรีก คลาสสิคที่วิหารนี้ถูกสร้างมาเพื่องาน Expo ไม่ได้เป็น Palace จริงแต่อย่างใด

ปัจจุบัน มาที่นี่ก็ชิวดี เพราะรอบๆ จะมีสวนสาธารณะ ให้อาหารเป็ด หงษ์ อะไรงี้ หรือจะถ่ายรูปด้านหน้าก็สวยที่สุดแล้ว

04 Pier 39

ถ้ามาซานฟรานแล้วไม่มาที่นี่ไม่ได้นะ !! แมสของแมสที่สุด คือ Pier 39 ที่นี่พูดง่ายๆ คือท่าเรือ ที่ทุกคนจะมาดูสิงโตทะเลตากแดด และช็อปปิ้ง กินข้าว มาได้ตั้งแต่กลางวันยันกลางคืน (แนะนำว่าให้มาตรงกับมื้ออาหาร จะได้กินข้าวที่นี่เลย) ที่นี่จะมีขายของที่ระลึกพวกแบบของเล่น ขนม โปสการ์ด คืออะไรก็มีหมด มาชมวิวเห็นทะเลชัดๆ ก็ยังได้

ในเชิงประวัติศาสตร์ ด้วยความที่ซานฟรานเป็นเมืองท่า ก็จะมีท่าเรือมากมาย ตั้งแต่ Pier 1 จนมาถึง 39 และอีกมากมาย ปัจจุบันถูกเปลี่ยนเป็นที่จอดเรือเฟอรี่ เรือข้ามฟาก เรือพาเที่ยวต่างๆ แต่ที่ Pier 39 ดังสุดเพราะเป็นที่ที่ California Sea Lions สิงโตทะเล มานอนตากแดดกันนี่แหละ

05 First Branch – Swensens

จาก Pier 39 เราขอพาเที่ยวที่ๆ คนไทยชอบมาก คือ สเวนเซ่นส์สาขาแรกของโลก จุดกำเนิดคือที่นี่ (สภาพตอนเราไปคือปิดซ่อมป้ายด้านหน้าอยู่) ที่นี่เราสามารถสั่งไอศกรีมได้เลย หลายรสจะไม่เหมือนเมืองไทยเลย ถือไอติมกินเพลินๆ เดินชมเมืองก็ได้

06 Lombard Street

จากสเวนเซ่นส์ เราสามารถเดินมาได้เรื่อยๆ เพื่อมา Lombard Street ถนนสายนี้ดังมาก เพราะว่าเป็นสวน บ้านคนรวยทุกหลัง และถนนคดเคี้ยวจนคนมาขับรถ และถ่ายรูปลงมา (คือก็ไม่เข้าใจว่าสนุกยังไง แต่คนขับรถถ่ายรูปเยอะมาก) ที่สำคัญจากเนินนี้ สามารถมองเห็นวิวเมืองซานฟรานได้เต็มๆ สวยดี

07 San Francisco TRAM

จาก Lombard Street เดินมานิดหน่อย เราสามารถขึ้นรถราง Cable Car ชมเมืองได้เลย ถือเป็นอีกกิจกรรมที่ทัวร์ริสต์ต้องมาทำ (และพวกเรานั่นเอง) ก็ขึ้นรถราง จ่ายเงินกันไป ถ่ายรูปสวยใส บรรยากาศดีมาก และเราเชื่อเลยว่า ซานฟราน เป็นเมืองที่ถ่ายรูปสวยมากกก

  • *ค่าขึ้นรถรางรอบละ 6 ดอลล่าร์ (ราคา 2012)
  • *รถรางมีทั้งหมด 3 สายแนะนำให้นั่งตั้งแต่ต้นสาย หรืออย่างเราก็ได้ ก็จะยืนๆ หน่อย

08 San Francisco Downtown

จากรถรางเรานั่งมาสุดสายที่ Powell Station ที่โชว์การเปลี่ยนรางวงกลมโชว์ให้ดูกัน เราก็ดูกันและจะแอ็คท่าถ่ายรูปก็ได้หมด เพราะนี่คือสุดสาย ถ่ายรูปจนหนำใจแล้วก็ได้เวลาเดินเล่นใน Downtown ซานฟราน

ตัว Downtown ที่นี่ก็จะคล้ายกับ LA เหมือนกันตรงที่ก็มี Homeless บ้าง มีกลิ่นปุ๊น​ (กัญชา) บ้าง ก็เดินกันไป พวกร้านค้าช็อปปิ้งก็มีเยอะมาก เดินเล่นได้เรื่อยๆ เลย

09 YBCA & SFMOMA

อีกโซนที่เราไม่อยากให้พลาด ถ้าใครชอบสายอาร์ตกับ YBCA (Yerba Buena Center for the Arts) ที่เป็นอาร์ตเซ็นเตอร์ ถือว่ามาเดินเล่นก็ได้

  • YBCA
  • ค่าเข้า 10 USD
  • วันอังคารแรกของเดือน และ วันพฤหัสที่สามของเดือน — เข้าฟรี ตั้งแต่ 16.00 – 20.00
  • เวลาเปิดปิด 10.00 – 18.00 *ปิดวันจันทร์
  • รายละเอียดเพิ่มเติม >> https://www.ybca.org/

อีกแห่งที่แนะนำมากๆๆ ถ้ามีเวลาควรเข้าไปด่วนคือ SFMoMa (San Francisco Museum of Modern Art) ก็คือมิวเซียมอาร์ตของซานฟรานซิสโก ตัวตึกสวยมาก และเพิ่งรีโนเวทไปหมาดๆ ด้านในมี Museum Shop และโซนแสดงงาน ใครว่างเข้ามาดูได้จริงๆ

  • SFMOMA
  • ค่าเข้า 25 USD อายุต่ำกว่า 18 ฟรี
  • เวลาเปิดปิด 10.00 – 17.00 (วันศุกร์ – อังคาร), 10.00 – 21.00 (วันพฤหัส) *วันพุธปิด
  • รายละเอียดเพิ่มเติม >> https://www.sfmoma.org/

10 San Francisco City Hall

สุดท้าย ท้ายสุด เรามาเจอพ่อแม่ที่นี่ 55 ที่นี่เหมาะแก่การถ่ายภาพมากๆ ถ้าใครชอบสถาปัตยกรรมแนวนี้ จะชิวที่สวนสาธารณะด้านนอกก็ได้ หรือด้านในก็สวยงาม เค้าก็นิยมมาถ่ายพรีเวดดิ้งกันที่นี่ สวยงามดี

สุดท้าย ท้ายสุด เราว่า ซานฟรานซิสโก ถือเป็นเมืองในฝันอีกเมืองนึงในอเมริกาเลย รับรองว่าเมืองสวยมาก และ ถ่ายรูปสนุกมาก เพื่อนๆ ถ้ามีโอกาสมาอเมริกาแล้ว ห้ามพลาดเด็ดขาด แล้วคุณจะรักเมืองนี้

Facebook Comments