04 - Northern Lights, Europe, Norway, Sponsored

[Go!GraphS4 x Thaivivat] Flam – Bergen – Trømso เที่ยวเมืองสวยนอร์เวย์ และตกเครื่องบิน ซวยขั้นสุด โชคดีขั้นกว่า !

[Go!GraphS4 x Thaivivat] Flam – Bergen – Tromso เที่ยวเมืองสวยนอร์เวย์ และตกเครื่องบิน ซวยขั้นสุด โชคดีขั้นกว่า !

ยินดีต้อนรับสู่รีวิว Go!Graph Season 4 สุดโหด โร้ดทริปกันยาว 1 เดือนครึ่งอีกครั้งค่ะ นั่งรถไฟสู่แสงเหนือ จากรัสเซีย – ฟินแลนด์ – สวีเดน จนมาถึงนอร์เวย์ แวะถ้ำน้ำแข็งก็แล้ว คราวนี้มาต่อกันที่เมืองเล็กๆ รอบนอร์เวย์ และไปจบที่ Trømso ที่นี่ เราจะได้เห็นแสงเหนือหรือไม่ แบกกระเป๋ามาเที่ยวด้วยกันเลย !!

Previous of Go!Graph Season 4

เนื่องจากเราตัดสินใจเดือนทาง 1 เดือนจากรัสเซียขอบขวาสุดไปจนถึงนอร์เวย์ขอบซ้ายสุดด้วยรถไฟ จึงมีเรื่องราวมากมาย เราจึงแบ่งเป็นตอนดังนี้ค่ะ

  • EP.0 นั่งรถไฟสู่แสงเหนือ เปิดฉากมหากาพย์ ได้ที่ >> https://goo.gl/ppkUWc
  • EP.1 นั่งรถไฟสู่แสงเหนือ ทรานไซบีเรีย >> https://goo.gl/AYjKJa
  • EP.2 นั่งรถไฟสู่แสงเหนือ Baikal Lake >> https://goo.gl/uMAAko
  • EP.3 Moscow – City Guide
  • EP.4 St.Petersburg – City Guide
  • EP.5 Helsinki, Finland – City Guide
  • EP.6 Stockholm, Sweden – City Guide
  • EP.7 Oslo City Guide + Norway National Park Road Trip >> https://goo.gl/JiXqDp
  • EP.8 Bergen City Guide x Tromso >> ตอนที่กำลังอ่านอยู่ !!
  • EP.9 Lofoten Road trip >> https://goo.gl/QuWaz6
  • EP.10 Ending
  • อ่าน Season 1 – นั่งรถไฟไปหลังคาโลก หัวลำโพง – ทิเบต >> https://goo.gl/G9wJSj
  • อ่าน Season 2 – นั่งรถไฟญี่ปุ่นเหนือจรดใต้ >> https://goo.gl/Jzejrf
  • อ่าน Season 3 – นั่งรถไฟยุโรป เบเนลักซ์จนถึงเยอรมัน >> https://goo.gl/ptPWKS

Quick Info.

กว่าจะมานอร์เวย์ได้นั้น ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง มาทีเดียวสั้นๆ ลิสต์มาให้แล้ว ดังนี้ค่ะ

Flight to Norway

สายการบิน :: จาก ประเทศไทย – นอร์เวย์ มีสายการบินมากมายค่ะ บินไปลง Oslo (เมืองหลวง) เลยดีที่สุด หรือจะมาลง Bergen / Tromso เลยก็ได้ (ซึ่งต่อเครื่องเอา) ตั๋วเครื่องบินก็ชอบมีโปรโมชันมากมาย

  • ได้ตั๋วไปกลับ ราคา 15,000 ลงไป > ถือว่าถูกมาก เป็นบุญของชีวิต
  • ได้ตั๋วไปกลับ ราคา 20,000 ลงไป > ถูกอยู่ดี จองเถอะ คุ้มแล้ว สำหรับยุโรป
  • ได้ตั๋วไปกลับ ราคา 30,000 ประมาณ > ปกติ

เมื่อได้ตั๋วโปรแล้ว เราก็มาจัดการแผนการเดินทาง นอร์เวย์ ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ธรรมชาติสวยงาม ไฮไลท์หลักคือ ทุกคนไปดูแสงเหนือ (เมืองดังที่ควรค่าแก่การไปชมแสงเหนือคือ Lofoten และ Tromso) และยังมีเมืองเล็กๆ ในหุบเขา วิวสวยๆ อากาศดีๆ (เช่น Bergen, Flåm และอีกมากมาย)

  • สำหรับ Bergen แนะนำให้ลง Oslo แล้วต่อรถไฟมา (เค้าบอกว่าเส้นทางรถไฟสายนี้สวยสุดๆ) สามารถอยู่ได้ 1-2 วัน กำลังพอดี
  • สำหรับ Tromso แนะนำให้ต่อเครื่องบินเอา ลง Tromso สนามบินไปเลย แนะนำว่าอยู่สัก 1-2 วัน ก็กำลังสบายมาก

Norway Roadtrip

การขับรถในต่างประเทศนั้นไม่ยากค่ะ เริ่มจากในไทย เราต้องไปทำ “ใบขับขี่สากล”

อ่านวิธีการทำใบขับขี่สากลได้ >> https://goo.gl/xkfhH3

ใบขับขี่สากลทำง่ายมาก ถ้ามีใบขับขี่อยู่แล้ว ยื่นเอกสารรัวๆ ไม่ต้องสอบอะไรทั้งนั้น ให้มอเตอร์ไซค์ไปทำให้ยังได้ แค่นี้ก็จะได้เอกสารใบขับขี่สากลมาแล้วจบ !


Rent a car

พวกเราเดินทางทั้งหมด 5 คน ดังนั้นเช่ารถ 1 คันได้พอดี ส่วนใหญ่ศูนย์เช่ารถมักจะอยู่ตามสนามบินหรือ นอกเมืองออกมาหน่อย วิธีคือ เรียก Uber แล้วนั่งไปเอารถ และขับกลับมาในเมืองเพื่อมาขนสัมภาระอีกรอบ (ให้เพื่อนเฝ้าไว้) จบ

  • เราเช่ายี่ห้อ Sixt สามารถจ่ายบัตรเครดิตได้ คืนที่อีกจุดได้ ดังนั้นก็ขับรถได้สบายเลย ตอนไปเช่าต้องโชว์ใบขับขี่สากลด้วยนะ
  • การขับรถในนอร์เวย์ พวงมาลัยอยู่ด้านซ้าย จะตรงข้ามกับบ้านเรา การขับก็ชิดตรงข้ามกับบ้านเรา ดังนั้นช่วงแรกๆ ยังไม่ชิน ก็ขับช้าๆ ปลอดภัยกันค่ะ
  • ที่ต้องระวังมากที่สุด สำหรับเมื่อขับรถเข้าเมือง อย่าง Bergen / Tromso คือ “ที่จอดรถ” ถ้าจอดในโรงแรมได้ก็ดีไป ไม่ควรจอดริมถนน เพราะเราไม่รู้ว่าตรงนี้ห้ามหรือไม่ห้าม ควรจอดในที่ที่มี สัญลักษณ์ตัว P (Parking) ให้เรียบร้อย เพราะ เราจอดผิด โดนค่าปรับ 5,000 บาท !!
  • กรณีถ้าโดนปรับแล้ว สามารถไปจ่ายค่าปรับได้ที่ Post Office ทุกสาขา ตามนั้นจ้ะ รับบัตรเครดิตด้วยนะ

NORWAY VISA

เรื่องใหญ่สุดของทริปยุโรปเสมอ คือ การทำวีซ่า เราทำวีซ่านอร์เวย์เช่นกัน จากประสบการณ์รู้สึกว่าขอไม่ยากมากนัก สามารถ


THAIVIVAT TRAVEL INSURANCE

สำคัญที่สุด ถ้าจะทำ VISA เชงเก้น ได้ ต้องทำ “ประกันการเดินทาง” ซึ่งตลาดประกันการเดินทางมีเยอะมาก ถ้าเพื่อนถามว่าแนะนำยี่ห้อไหน เราแนะนำยี่ห้อที่น่าเชื่อถือและรับรองโดยสถานฑูต คือ “ประกันภัยไทยวิวัฒน์” ทีนี้ต้องมาดู Benefit ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา

ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ พลัส เปิด-ปิด

เราแนะนำ ประกันเดินทางไทยวิวัฒน์ ตัวใหม่ล่าสุด “ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ พลัส เปิด-ปิด” มันต่างจากคนอื่นยังไง อธิบายง่ายๆ คือ

1 จ่ายตามจริง — คือด้วยความที่มันเปิด-ปิด ได้ ดังนั้นสามารถจ่ายตามวันเดินทางจริง ถ้าเหลือก็เก็บไว้ใช้ทริปหน้าต่อได้ คุ้มจริง ประหยัดจริง

2 สะดวกมาก ครั้งเดียวจบ — ทำประกันครั้งเดียว จะเดินทางกี่ครั้ง ก็ไม่ต้องมานั่งซื้อหลายๆ รอบ จัดทริป เลือกวันเดินทาง ผ่าน App Thaivivat Travel ได้เลย สะดวกจริงๆ

3 ทางเลือกที่ฉลาดและคุ้มสุด — สามารถเพิ่ม-ลด วันเดินทาง ได้เองตามใจชอบ เรียกว่าเป็นประกันภัยที่เหมาะกับคนยุคใหม่จริงๆ Flexible มากๆ แม้อยู่ต่างประเทศก็จัดได้ หรือ ถ้าอยู่เที่ยวต่อก็สามารถเพิ่มวันเดินทาง ผ่าน App Thaivivat Travel ได้เลย หรือถ้าอยากซื้อประกันเดินทางเพิ่มเติมก็ผ่าน App ได้เลย สบายมาก

4 อุ่นใจ คุ้มครองครบ — เห็นฟังก์ชันเยอะแบบนี้ แต่ในแง่ความคุ้มครองก็ดีกว่าตรงที่ เข้าได้ทุกโรงพยาบาลทั่วโลก และ ไม่ต้องสำรองจ่ายออกไปก่อน คุ้มครองทั้งพวกกีฬาเสี่ยงภัยและไม่จำกัดอายุอีกด้วย แถม ทำวีซ่าเชงเก้นได้ บริการฉุกเฉิน 24 ชม. คุ้มครองหมด ค่ารักษาพยาบาล กระเป๋าหาย ไฟลท์ดีเลย์

5 แพ็คเกจดีงาม — มีให้เลือกแบบ 10/20/30 วัน ใช้ได้ ภายใน 1 ปี ถ้าเราเที่ยวเยอะๆ 30 วันใน 1 ปี ก็ซื้ออันนี้ทีเดียว เออดีจริงๆ นี่ก็ขายของเยอะมาก เพราะใช้เอง ซื้อเอง สะดวกมาก

  • ขายของขนาดนี้ ซื้อเถอะ สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมไปที่ >>  https://www.thaivivat.co.th/campaign/travelonline/ หรือโทร 1231 ต่อ 2921
  • ลองโหลด Application มาเล่น ไปที่ >> Thaivivat Travel สีเขียวนะจ๊ะ
  • ซื้อประกันเดินทางออนไลน์ ก็ไปที่ >> https://www.thaivivat.co.th/ecommerce/th/gtip.php


INTERNET

ตลอดการเดินทาง จำเป็นต้องมี Internet ค่ะ สามารถเลือกได้ตามความสะดวกของชีวิตเลย

  • Pocket Wifi >> เราแนะนำ Tripizee เพราะสะดวก บริการดี ดีที่สุด
  • Internet Sim >> เราแนะนำ Sim2Fly และ InstaSim ที่สะดวก พกง่าย และเติมเงินสะดวก หาซื้อง่าย ลองเปรียบเทียบราคา 2 เจ้านี้ดู เพราะบางทีพวก Sim2Fly หรือของพวกแบรนด์ใหญ่ๆ จะแบบจำกัดความเร็ว 4 GB ไรงี้ แต่ InstaSim จะอยู่ที่แพ็คที่เราเลือกเลย

OUTFIT

การมาเมืองหนาว ชุดต้องสำคัญที่สุด จริงๆ แล้วมี 2 แบบของการใส่ชุดให้อุ่น

  • อุ่นด้านใน แนะนำใส่พวก ลองจอห์น ฮีทเทค เพราะร่างกายเราอุ่นอยู่แล้ว หน้าที่เสื้อผ้าจะกักเก็บความอุ่นให้เรา จากนั้นชั้นกลางค่อยใส่สเวตเตอร์ ด้านนอกใส่โค้ท หรือ เสื้อขนเป็ดก็ว่าไป
  • อุ่นด้านนอกที่สุด อันนี้สำหรับสายถอดเข้าถอดออก เวลาเข้าพวกห้างแล้วถอดเสื้อถ้าด้านในอุ่นจะรู้สึกร้อน ดังนั้นวิธีนี้ชุดด้านนอกต้องดีหนักมาก และเบาหนักมาก แนะนำพวกแบบแพงๆ หลักพัน – หมื่น ขนเป็ดอะไรก็ว่ากันไปเลย

ถ้าสายผจญภัย และลุยความโคตรหนาว ไม่เน้นเมือง อย่างทริปนี้ เราใช้ของ SuperDry เรียกว่า หนาว -30 ก็ไม่กลัว คือแบบอุ่นมาก พูดง่ายๆ คือชุดสกี ถ้าใครเป็นสายพวก Northface แต่อยากแฟชันขึ้นหน่อยแนะนำค่ะ

ข้อมูลครบ ของครบ ได้เวลาออกเดินทาง จากถ้ำน้ำแข็งใจกลางนอร์เวย์ ขับรถยาวๆ ไปยังเมือง Flåm เมืองที่เค้าว่าเป็นทางผ่านที่สวยงามกันต่อเลย


Flåm

Flåm (ฟลัม) เมืองที่เค้าว่า น่ารัก เล็ก น่ามาเยือน เรามาถึงด้วยสภาพอากาศที่เรียกว่า ย่ำแย่ ฝนตก ตลอดเวลา ดังนั้นเมืองนี้ ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นจริงๆ เพราะทั้งเปียกและหนาว ตัวที่พีคที่สุดที่เราขับรถขึ้นมากันคือ

Stegastein Sightseeing เป็นจุดชมวิวบนเขา ซึ่งบอกตรงๆ ว่าขนาดฝนตก ก็ยังสวยมาก ดูแบบเราอยู่ในหุบเขา ธรรมชาติล้วน พร้อมเรือที่ค่อยๆ แล่น นี่มันวิว Signature Norway ชัดๆ

Flåm สำหรับเราถือว่า เสียใจมาก ที่ไม่ได้เห็นอะไรเท่าไหร่ แต่นั่นแหละ ชีวิตต้องดำเนินต่อไป เราก็ขับรถมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางวันนี้ คือ Bergen


Hello! Bergen

Bergen (เบอร์เกน) ถือเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ในนอร์เวย์ รองจาก Oslo แต่เรารู้สึกว่า เล็กและสงบกว่า พวกช็อปปิ้ง ห้างก็มีพอกัน สามารถเดินชิวได้เรื่อยๆ ทั้งเมือง (ถ้าอากาศดี)

เริ่มต้นจากบรรยากาศตัวเมืองรอบๆ กันก่อน เราสามารถแวะซูเปอร์ ซื้อของกักตุน กินข้าว อะไรทุกอย่างได้แถวนี้นะ เดินวนไปมาได้ ช็อปปิ้งได้

KODE (Bergen Kunstmuseum) – Art & Design Museum

ระหว่างที่ฝนตก เราก็มาแวะที่ KODE ถือเป็นโซนมิวเซียมของที่นี่ที่มีหลายตึกมาก (มี Kode 1,2,3,4) ถ้าใครชอบสามารถเดินดูได้เรื่อยๆ (และ museum shop ก็น่าช็อปปิ้งดี) ถ่ายรูปสนุก แต่ละตึกก็จะมีงานอาร์ตที่ mood & tone แตกต่างกัน ตั้งแต่ คลาสสิค ยัน สนุกๆ แบบเด็กๆ ถ้ามีเวลาก็มาเดินเล่นได้ค่ะ

Bryggen

อีกโซนของเมืองเดินไม่ไกล จะเป็นโซนเรียกว่า Bryggen คือโซนพีคของ Bergen เป็น อาคารบ้านสีๆ สะท้อนน้ำ เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ถ่ายภาพออกมาน่ารัก ถ้าอยากน่ารักกว่านั้นแนะนำให้เดินเข้าตรอกซอกซอย หรือจะเดินไปสุดที่เป็นโซนปราสาทก็ได้ สวยดี

Fish Me Fishmarket

โซนฝั่งตรงข้ามก็น่ารัก จะมีตลาดปลา มีร้านอาหารให้นั่งกินชิวๆ กินไอศกรีมไปเดินไป ดูวิวสวยๆ ทั่วเมือง Bergen ได้เลย

Fløyen Panorama

สุดท้ายของวัน เรามาจบกันที่ Fløyen Panorama เราขึ้น Cable Car มาเพื่อชมวิว Bergen ทั้งเมือง คือเหมาะสำหรับวันที่ฟ้าเปิดและอากาศดีมากๆ (ถ้าพาผู้ใหญ่มา หรือ สายชอบชมวิว แนะนำให้ขึ้นมา) บรรยากาศดีสุด แต่หนาวสุดๆๆๆ เช่นกัน


From Bergen to Trømso — DELAYED!

เช้าวันต่อมา แผนของวันนี้คือ เช้านี้ขึ้นเครื่องบิน บินไปลง Trømso อย่างสวยงาม เดินเล่นใน Tromso และดูแสงเหนือ และพรุ่งนี้ชิวๆ ที่ Tromso กันต่อ ถือว่ามีเวลาที่สุด วางแผนมาอย่างดี

เคยได้ยินประโยคที่ว่า ยิ่งเดินทางมาก เรายิ่งเจอปัญหามาก และจะฝึกเราให้แข็งแกร่งขึ้น รึเปล่าคะ

นั่นแหละค่ะ เราเจอเลย — เรื่องมันเริ่มมาจาก เรานั่งกันอยู่บนเครื่องบิน คิดว่าสวยๆ ช่วงบ่ายถึง Tromso แต่ผู้โดยสารบนเครื่องบินไม่เป็นเช่นนั้น บนเครื่องบินลำที่เรานั่งมา มีคุณป้าคนหนึ่งที่เดินทางพร้อมแบกถังออกซิเจนไปด้วย (ป้าแกค่อนข้างป่วย แต่ยังสามารถขึ้นเครื่องบินได้)

ระหว่างที่เครื่องบินบินไปได้ครึ่งทาง ป้าแกเกิดป่วย !! ทำให้เครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉิน !! ที่เมืองหนึ่งระหว่างทาง (เมือง Trondheim) พอเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินปุ๊บ กลายเป็นว่าผู้โดยสารทั้งลำ ถูกปล่อยลอยแพ ให้ลงที่นี่

ตอนนั้นเหตุการณ์เรียกว่า โคตรวุ่นวาย เพราะเครื่องบินลำเดิมไม่สามารถขึ้นบินได้แล้ว (เค้าเล่ากันว่าอาจจะเพราะน้ำมัน และ พื้นที่การ take-off) ซึ่งกลายเป็นว่าผู้โดยสารทุกคนต้องหาตั๋วเพื่อไปต่ออย่างรวดเร็ว บ้างก็รีบไปหาพนักงาน บ้างก็จองตั๋วใหม่ ซื้อออนไลน์ไปเลย เรียกว่าตอนนั้น วุ่นวายมาก ทั้งหากระเป๋าไม่เจอ ทั้งต้องรีบขอตั๋วใหม่ (พวกที่ถือบัตร Gold Class ก็จะได้ไฟลท์ไปก่อน)

เวลาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ สถานการณ์การโดนเทแบบนี้ ให้รีบไปติดต่อ เคาท์เตอร์ของสายการบินขึ้นด่วนที่สุด

  • โชคดี > จะได้ตั๋วใบใหม่ เที่ยวบินรอบต่อไป ไปยังที่หมาย จบ (ซึ่งอันนี้จะมีจำนวนจำกัด เพราะผู้โดยสารของไฟลท์ต่อไปก็มีเช่นกัน)
  • โชคร้าย > จะได้ตั๋วใบใหม่ แต่บินกลับไปกลับมา อาจจะถึงล่าช้ามาก เราก็ต้องรอที่สนามบิน บางสายการบินจะมีคูปองอาหาร (ถ้าเลวร้ายเช่นค้างคืน ไฟลท์ดึก จะมีโรงแรมให้) ก็ยินยอมกันไป แต่ถ้าอยู่มากกว่า 6 ชั่วโมง สามารถเคลมประกันเดินทางได้ อย่าลืมเก็บ Boarding Pass ไฟลท์นั้นๆ ไว้ด้วย

ตอนนั้นพวกเราก็ทำอะไรไม่ได้ สรุปคือ ได้ตั๋วใหม่ แต่บินกลับไป Oslo และไปจาก Oslo > Tromso เอาแทน แถมเราได้คูปองอาหารมากินข้าวเย็นในสนามบินนี้อีก อะก็กินกันไป เอนจอยโมเมนต์ละกัน

อันนี้เรียกว่า ซวยรอบที่ 1 ยังมีต่อค่ะ !

หลังจากที่เรากินข้าวกันดีๆ เพื่อเตรียมไป Oslo และจาก Oslo ไปยัง Tromso ไฟลท์ที่จะออกไป Oslo ดีเลย์จ้าาาาา แปลว่าอะไร แปลว่า เราไม่ทันเครื่องบินเที่ยว Oslo > Tromso อี้กกก ก็นั่นแหละ ทำใจ เพราะเดี๋ยวบินไปถึง Oslo ก่อนแล้วค่อย เคลมตั๋ว ออกตั๋วใหม่อีก หาเที่ยวบินกันสู้ตายมากกก

เมื่อถึง Oslo พวกเราทำเกมส์เดิมคือ รีบไปที่ Information ให้เค้าออกตั๋วใหม่ให้ ซึ่งคิดภาพว่า แต่ละไฟลท์จะมีผู้โดยสารที่จองมาแบบปกติอยู่แล้ว สำหรับพวกเราคือ เข้าไปนั่งตรงที่ว่าง (ถ้าไฟลท์นั้นไม่มีที่ว่าง ก็ไฟลท์ต่อไป จนจะได้) ซึ่งหมู่คณะเรามีทั้งหมด 5 คน และทีมพี่คนไทย (ที่เพิ่งรู้จักกันอีก 4 คน) รวมเป็น 9 คน

*กรณีทีมใหญ่มาก ถ้าบอกเค้าว่าเอา 9 คนทีเดียว จะเป็นไปได้ยากมาก ควรจะบอกเลข 9 คนก่อน แต่ถ้าไม่ได้ก็สามารถกระจายกันได้ เพราะคนญี่ปุ่นที่กรณีเดียวกับเรา ก็ได้บินไปรอบก่อนหน้าเราแล้ว

  • กรณีไฟลท์ไม่มี ปกติระบบสายการบินจะมีระบบ Alliance เช่น Star Alliance หรือ Skyteam ไรพวกนี้ ถ้าไฟลท์สายการบินเราเต็ม อาจจะโอนไปยังสายการบินพันธมิตรให้บินไปส่งเราได้เช่นกัน ต้องลองทุกทางนะ
  • ความซวยเบอร์นี้ เหตุการณ์แบบนี้ เป็นครั้งแรกในชีวิตเหมือนกัน กับการนั่งไฟลท์ต่อ และถ้าดีเลย์อันนึง จะเละทั้งแผนการ ดังนั้น “ประกันการเดินทาง” จะมาช่วยเราตรงนี้ คือไม่ได้ช่วยตอนต่อไฟลท์หรอก แต่ตอนกลับมาบ้านและเคลมประกัน ยังได้เงินเล็กน้อยปลอบใจกันบ้าง
  • ถ้าอยาก เคลมประกันเดินทาง แนะนำให้เก็บ Boarding Pass ทุกอย่างที่เป็นหลักฐานว่าไฟลท์ดีเลย์ไว้ให้หมด เพราะจะเคลมได้ง่ายขึ้น

สรุป เหมือนเดิมค่ะ สรุปเราได้ไฟลท์แบบดึกมาก จะถึง Tromso ประมาณเที่ยงคืน (จากแผนเดิมคือ บ่าย 2) ก็จะถูกปลอบใจด้วย คูปองอาหารในสนามบิน อีกตามเคย เพื่อรอบินไป Tromso คืนนี้


เคยได้ยินประโยคที่ว่า “ในโชคร้ายยังมีโชคดี” รึเปล่าคะ ทุกอย่างเป็นแบบนั้นจริงๆ

ไฟลท์ที่พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะบิน ค่ำคืนที่ถึง Tromso เรานั่งเครื่องบินกันตามปกตินี่แหละ แต่แอร์โฮสเตสและกัปตันบนเครื่องบินว่า เราสามารถดูแสงเหนือจากบนนี้ได้นะ

เราจำไม่ได้หรอกว่า ก่อนหน้านี้ทั้งวันเราเจอเหตุการณ์อะไรมาเยอะแค่ไหน รายละเอียดขนาดไหนบ้าง แต่แสงเหนือบนเครื่องบิน ครั้งแรกในชีวิตบนเครื่องบิน การได้มองจากที่สูง กล้องที่ถ่ายติดแสงสีเขียวครั้งแรก มันแบบสุดยอดมาก

คนทั้งเครื่องบินตื่นเต้น (คนนอร์เวย์และแอร์โฮสเตสยิ้มชอบใจใหญ่ที่เราตื่นเต้น) ก็ตื่นเต้นสิ ใครมันจะมีโอกาสเห็นแสงเหนือกันบนเครื่องบินกันง่ายๆ

นี่แหละ โชคดีของเรา : )


Meet the Northern Light

ในที่สุด ในที่สุด เราก็มาถึง Tromso ค่ะ การเดินทางใน Tromso จริงๆ แนะนำให้ขับรถ เพราะมันหนาวมาก รถนี่คือฮีตเตอร์อย่างดี แต่ของเราติดต่อเพจ Facebook “Tromso แสงเหนือ กินเที่ยวที่พัก” พี่ๆ เค้าเป็นกลุ่มคนไทยที่ย้ายมาอยู่ Tromso นานมากแล้ว ให้บริการขับรถพาล่าแสงเหนือ และ อาหาร รับส่งถึงโรงแรม รวมไปถึงพวก กวางลากเลื่อนต่างๆ รวมหมด

ถ้าสนใจติดต่อ >> https://bit.ly/2qYUMrF

หลังจากที่พวกเรา 9 คนดีเลย์ไฟลท์หนักมาก เราก็แจ้งพี่เค้าผ่านเฟซบุค สรุปคือ ดึกแค่ไหนมาถึงสนามบิน พี่เค้าก็มารับเรา คือบริการดีมาก และไล่หาแสงเหนือกันคืนนั้นเลย

รถขับออกไปค่อนข้างไกลจากตัวเมือง Tromso มืดและหนาวมากกกกกก ขบวนเราขับไปเรื่อยๆ จนเจอจุดล่าแสงเหนือ และได้เห็นแสงเหนือชัดๆ กับตาเป็นครั้งแรกบนพื้นโลกใบนี้

เอาจริงแสงเหนือ ไม่เหมือนภาพที่ทุกคนคิดไว้แหละ ทุกภาพที่ถ่ายมาจะมีการปรับสีให้เขียวขึ้น ของจริงจะเป็นสีขาว คล้ายกับเมฆ แต่มองไปเรื่อยๆ จะเหมือนพวกสีเรืองแสงที่ออกขาวๆ เขียวๆ และยิ่งถ้าค่า KP เยอะๆ (ค่าที่เอาไว้วัดความแรงของแสงเหนือ) จะยิ่งสีเขียวและชัดเจนมากขึ้น

ของจริงมันมหัศจรรย์มากนะ แต่ไม่ขนาดภาพถ่ายที่ทุกคนถ่ายกัน

คืนนั้น เราได้เห็นแสงเหนือกับตาครั้งแรก และเป็นวันที่น่าจดจำวันหนึ่งในชีวิต ขอบันทึกไว้ในความทรงจำในการผจญภัยทั้ง ไฟลท์ดีเลย์ ตกเครื่องบิน ผิดแผน เห็นแสงเหนือบนเครื่องบิน และ เห็นแสงเหนือครั้งแรก !


Hello Tromso!

เคยเข้าอ่านพวกเว็บ Bucket List ของชีวิตรึเปล่าคะ Tromso นี่ถือเป็นเมืองที่ทุกคนบอกว่า ต้องมาก่อนตาย เห็นแสงเหนือมากที่สุดที่นี่ และพวกเราเห็นแสงเหนือแล้วเมื่อคืน :D

เช้านี้เราเลยเดินเล่นที่ Tromso แบบสบายๆ เพราะช่วงบ่ายแก่ๆ จะต้องนั่งเครื่องบินกันอีกแล้วไปยังเกาะ LOFOTEN (ซึ่งเราบอกเลยว่า ถ้าอยากเห็นความนอร์เวย์ที่สุด มา Lofoten พอเลย โคตรสวย)

Tromso วันนี้เลยไม่ได้ไปไหนมาก เดินเล่นในเมือง เข้ามิวเซียมให้ตัวอุ่นๆ และที่นี่ หิมะตก !

บรรยากาศเมือง ค่อนข้างสงบ และกำลังก่อสร้างมากมาย สวยดีนะ ริมน้ำก็สวย แต่ตอนนั้นหิมะเต็มหัวมาก ไม่พร้อมจริงๆ


Northern Norway Art Museum

มิวเซียมไม่ใหญ่มาก เหมาะแก่การเดินเล่น และ หลบความหนาว ส่วนใหญ่จะเล่าเรื่องประวัติของตอนเหนือของนอร์เวย์ มีการอยู่ยังไง นู่นนี่ มาเดินเล่นได้ ไม่ค่อยมีอะไรนัก แต่สเปซสวยดี

  • ถ้ามีเวลาใน Tromso ที่ๆ ควรไปคือ
  • The Polar Museum > มิวเซียมที่มีคนดูแลเป็นคนไทย เดินเล่นได้
  • Arctic Cathedral > โบสถ์ทรงสวยมาก แต่เดินไกล มองจากอีกฝั่งก็ได้
  • Polaria Aquarium > อยากไปที่สุด เพราะนอกจากตึกสวยแล้ว ถ้าใครชอบอะควอเรียม ต้องมา แต่ไกลจากเมืองหน่อยนะ

สรุป รีวิวนี้ถือเป็นอีกตอนที่อยากแนะนำให้อ่านกันเลยกับการผจญภัยที่สุดของทริป จุดพีคที่สุดของทริป ที่เรียกว่า ดีสุด ลงสุด วิวสวย และแสงเหนือเจ๋ง และไฟลท์ดีเลย์บ้าบอมากที่สุด ขอให้ทุกคนสนุกกับการเที่ยวนอร์เวย์ ถือเป็นอีกประเทศในโลกใบนี้ที่มหัศจรรย์มากๆ เราแนะนำกันเลย :D

Facebook Comments