04 - Northern Lights, Asia, Europe, Finland, Norway, Sponsored, Sweden

[Go!Graph Season4] นั่งรถไฟสู่แสงเหนือ EP.0 Preview ก่อนเปิดฉากมหากาพย์ 32 วัน รัสเซีย – นอร์เวย์

[Go!Graph Season4] นั่งรถไฟสู่แสงเหนือ EP.0 Preview ก่อนเปิดฉากมหากาพย์ 32 วัน รัสเซีย – นอร์เวย์

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับกลับสู่รีวิวมหากาพย์อีกครั้ง พวกเราเพิ่งกลับมาจากการเดินทางทรหด รีวิวเส้นทางแสงเหนือ พร้อมกับอายุที่ใกล้ 30 มากขึ้น กับทริปแบ็คแพ็ค 32 วัน จากขวาสุดของรัสเซีย Vladivostok สู่ Tromso เมืองแห่งแสงเหนือ, 4 ประเทศ อากาศ -30 องศา 28 มกราคม – 1 มีนาคม 2017 — นั่งรถไฟกันยาวๆ ค่ะ

ก่อนที่จะไปรีวิวแบบเต็มๆ ข้อมูลแน่นๆ เราขอมาเล่าถึงภาพรวมและความประทับใจ (ที่เจอเรื่องเยอะมาก) ของทริปนี้กันก่อน ไปที่ไหน ไปลุยอะไรกันมาบ้าง จากอากาศ 30 องศา สู่ -30 องศา เตรียมตัวกันยังไง เอาตัวให้รอดกับเป้แบ็คแพ็ค

นั่งรถไฟไปด้วยกันค่ะ :)

001


00 เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง

ต่อให้เดินทางยาวอีกสักกี่รอบ การเตรียมตัวก่อนออกเดินทางคือสำคัญสุดๆ เราจะขอเล่าตั้งแต่สเต็ปแรกสุดจนไปถึงสนามบินกันเลย เอาทีเดียว เอาให้อยู่ค่ะ

dsc03370


วางแผนการเดินทาง

ข้อนี้ถ้าเดินทางบ่อยๆ หรือมือใหม่ เราแนะนำ www.google.com/mymaps ค่ะ เป็นเว็บของ google ที่เอาไว้ปักแผนที่ จุดที่เราอยากไป และเปิดได้ในมือถือ พอไปถึงหน้างานจริง เราจะได้เปิด GPS ไปได้เลย สะดวกและเห็นภาพรวมมากๆ เพราะทีเดียวจบ เห็นทั้งเส้นจ้า

*สูตรการวางแผนของเรา

  1. เลือกวัน-เวลาการเดินทาง (เพื่อการขอลางานค่ะ และเห็นภาพว่าไปทั้งหมดกี่วัน)
  2. กะวันไหนอยู่เมืองไหน ประเทศอะไร (เพื่อการจองที่พัก และวีซ่าให้จบ)
  3. หารายละเอียดการเดินทาง ว่าแต่ละที่จาก A ไป B เดินทางยังไง
  4. หารายละเอียดแต่ละที่ ทีนี้ก็เริ่มลงว่าแต่ละเมืองจะไปไหนดี ก็ปักๆ ลงไปเลย อาศัยหาตาม รีวิวไทย ฝรั่ง ปนๆ กันไปค่ะ
  5. ปักหมุดให้ครบ ที่เที่ยว ที่กิน ที่นอน สนามบิน สถานีรถไฟ *พวกสถานีรถไฟ สนามบินควรดู ควรเช็คให้ดี เพราะบางทีบางเมืองมีหลายสถานีไปผิดที่ชิปหายสิคะ

เมื่อได้แผนที่ปักหมุดเรียบร้อยแล้ว จะไปเพิ่มหน้างานก็ได้ เราก็จะได้ตารางภาพรวมออกมา ทั้งทริป ตามภาพ

*สามารถอ่านวิธีการใช้งาน google my map ได้ที่ >> https://goo.gl/scbiX8

screen-shot-2560-03-05-at-11-30-35screen-shot-2560-03-05-at-11-45-10


จองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน

ข้อนี้ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เราหาตั๋วจาก Skyscanner หรือพวกโปรตามเว็บบอกโปรทั้งหลาย เจอถูกก็จอง แต่เราอยากไปช่วงที่หนาวสัดรัสเซีย เอาให้แบบชีวิตนี้ไม่หนาวกว่านี้อีกแล้ว ก็คือช่วงต้นปี เราก็วางแผนจองกันไปเลย แต่อันนี้มาจองทีหลัง ก็แล้วแต่ว่างกันเลยจ้า

ส่วนที่พัก ก็จองพวกเว็บเอเจนซี่ทั้งหลาย booking.com, traveloka คือได้หมดแล้วแต่ว่ามีห้องไหมและราคา จะตัดบัตรเครดิตหรือจ่ายเงินสดที่นู่นก็แล้วแต่เรา เค้าจะมีเครื่องรูดการ์ดให้

ที่พักรอบนี้ เราเลือก Hotel และ Apartment เป็นส่วนใหญ่ เพราะห้องใหญ่ ราคาไม่แพง และทำอาหารได้ มีครัว มีเครื่องซักผ้าเอง แต่ข้อเสียคือ ต้องมาคอยนัด คอยแชท คอยโทรหาเค้าว่าจะรับกุญแจที่ไหน คืนกุญแจยังไง ซึ่งก็มีข้อดีข้อเสีย แต่ดีสุดคือ โรงแรม เพราะผ้าห่มสะอาด เช็คอินได้ตลอด แต่แพงไง ก็เอาแล้วแต่ที่เลย

dsc03095


ทำวีซ่า

รัสเซีย >> คนไทยท่องเที่ยวไม่ต้องทำวีซ่า

เชงเก้น (ฟินแลนด์ สวีเดน นอร์เวย์) >> ใช้เชงเก้นวีซ่าร่วมกัน เราเลือกทำที่ นอร์เวย์ (แต่ศูนย์มันก็อยู่ที่เดียวกันหมด) ทำง่ายไม่ยาก เอกสารเอาให้ครบ

*แนะนำว่าให้ไปรับเอง หรือถ้าให้มอไซค์ไปรับต้องไปรับตอน 15.00 เป็นต้นไป นะคะ พลาดมาแล้ว

*อ่านรายละเอียดการทำวีซ่าทั้งหมดไปที่ (ในนี้มีไกด์บอกหมดว่าต้องกรอกอะไรยังไงบ้าง) https://goo.gl/NssMPt

*เว็บไซต์ทางการของศูนย์ http://www.vfsglobal.com/norway/thailand/thai/

dsc02631


ประกันการเดินทาง

คือถ้าจะขอวีซ่าเชงเก้น ต้องทำประกันการเดินทางค่ะ (ถือเป็นเอกสารสำคัญต้องยื่นไปด้วย) และทริปนี้ เรื่องเยอะมากกกกกกก มากจนแบบ นี่ส่งท้ายใช่ปะ มากจนแบบขอบคุณที่ทำประกัน ขอบคุณที่เชงเก้นต้องทำประกันก่อนทำวีซ่า

เราใช้ของ TIPINSURE ตอนนี้ถือเป็นประกันการเดินทางที่ถูกสุดๆ ทำเชงเก้นในราคาประหยัด แต่ความคุ้มครองรองรับทุกอย่างครบเหมือนเดิม

แพ็คที่เราเลือกคือ Backpack 2 คือคุ้มครองทุกอย่าง กระเป๋าหาย ยกเลิกการเดินทาง ไฟลท์ดีเลย์ 4 วัน เพียง 213 บาท ที่สำคัญ ถ้าวีซ่าไม่ผ่านอดไป เค้าคืนเงินด้วยนะ !! (อันนี้ยอมใจมาก ดีมาก)

สามารถจองได้ง่าย ผ่านออนไลน์ TIPINSURE เข้าไปที่ https://goo.gl/9YG1S4 ปลอดภัยมั่นใจแน่นอน

ทริปนี้ที่บอกว่าเจอเหตุการณ์เยอะมาก ยาวไปค่ะ

ไฟล์ทดีเลย์ เครื่องบินทิ้งผู้โดยสาร โดนค่าปรับ กระเป๋าเกือบหาย กระเป๋าตังค์เกือบหาย เกือบตกเครื่องบิน เกือบโดนรถไฟลากไป โอยยเยอะมากจนแบบ เอาเลยค่ะ กลับมาเคลมประกันรัวๆ โชคดีที่ TIPINSURE ภาครัฐถือหุ้นใหญ่ มั่นใจได้ชัวร์ คือบางทีวางแผนเป๊ะแค่ไหน สุดท้ายตายทุกที นี่แหละเสน่ห์ของการเดินทาง

dsc03135


Pocket Wifi

เดินทางยาวมากขนาดนี้ ยังไงเราก็ขาดเน็ตไม่ได้ แถมเปลี่ยนประเทศเยอะแบบนี้ จะเปลี่ยนซิมการ์ดตลอดคงงงน่าดู เปิดโรมมิ่งก็แพง พวกเราเลยเลือก Pocket Wifi ค่ะ หารกันออกมาไม่แพงมาก คิดเป็นรายวันเอา พอเปลี่ยนประเทศ สัญญาณก็เปลี่ยนไปเลย จบง่ายมาก

เจ้าที่เราเลือกคือ Tripizee เพราะของครบ มีปลั๊กหัวแปลงให้ด้วย สัญญาณดี เครื่องใหญ่ แบตอยู่ได้ทั้งวัน

*อาจจะมีปัญหาตรงที่ บางทีไปเจอหนาวจัด เครื่องจะดับ ก็เอาพาวเวอร์แบงค์อัดเข้าไปเนอะ

รีวิวสัญญาณของแต่ละที่

  • รัสเซีย – แถบเมืองสัญญาณแรง แถบไซบีเรียได้ตามเมืองที่มีสถานีรถไฟ ถ้าระหว่างป่า ไม่มีสัญญาณ
  • ฟินแลนด์ – สัญญาณแรง
  • สวีเดน – สัญญาณแรง
  • นอร์เวย์ – สัญญาณแรง แม้อยู่ในป่า ก็เปิด GPS ขับรถได้ตลอด

สามารถเข้าไปดู Pocket Wifi ของ Tripizee ได้ที่ https://www.tripizee.com/th หรือ https://www.facebook.com/tripizee/

ff01


เสื้อผ้า หน้าผม

ปัญหาของทริปหนักมาก เพราะเราเป็นเด็กจีนเมืองร้อน แล้วนี่คือไป -30 องศา วันๆเจอแต่หิมะ น้ำแข็ง คือต้องใส่ประมาณไหนนะ และคนไทยมักมีความเชื่อว่า ยิ่งใส่หนายิ่งอุ่น เราค้นพบแล้วว่า ผิดมากค่ะ !!

วิธีการใส่ให้อุ่น จริงๆแล้ว เคล็ดลับมันมีแค่ 4 ชั้นเท่านั้น มาดูชั้นที่เราใส่กัน

  1. ชั้นในสุด เราก็ใส่เสื้อใน กางเกงในปกตินี่แหละ
  2. ชั้น Base Layer เค้าบอกว่าชั้นนี้เสมือนผิวของเรา เราใส่พวกแบรนด์ Base Layer ดังๆเลย ซื้อไปเลยตัวละ 1,000 (ซื้อแบบ 2 ตัวพอ ใส่วนๆ) หรือจะพวก Heattech ก็ได้ (แต่เลือกที่เป็นผ้าหนาๆหน่อยนะ อิพวกบางๆ ไม่เคยเวิร์กเลย) ชั้นนี้จะแนบเนื้อตัวเรามากที่สุด ส่วนกางเกงก็เลือกที่แบบมีขนๆ ด้านใน จบ
  3. ชั้น Wool / Fleece ชั้นนี้เราเลือกพวกเสื้อแบบ สเวตเตอร์หนาๆ ที่มีขนด้านใน คือแบบใส่ในห้องแล้วร้อน ทั้งเสื้อและกางเกงเลย
  4. ชั้นนอกสุด ชั้นนี้ตัวใหญ่ หนักสุด ขนเป็ด เอาไปเลยตัวละเป็นหมื่น คือต้องกันน้ำ กันลม ใส่แล้วจบ มีฮู้ด ขนๆปิดหัวด้วยยิ่งดี ส่วนกางเกง เราใส่บ้างเมื่อไปเดินธารน้ำแข็ง หรือ ทะเลสาบไบคาล เป็นแบบกางเกงเล่นสกี หนาวๆ ใส่แล้วลืมเลยว่าหนาวเป็นไง

*แต่สภาพเสื้อหนาวก็อยู่ที่สภาพอากาศและอุณหภูมิร่างกายของแต่ละคนด้วยนะ เราเอาไปเผื่อๆกันหนาวอีกได้

สรุปคือ แค่ 4 ชั้นนี้ เราจบมาก ไม่หนักโหดเกินไป และ -30 องศา อยู่ได้จ้า

t_2241


ถุงเท้า รองเท้า หมวก ผ้าปิดปาก

พวกนี้คือขาดไม่ได้จริง เราว่า พระเอกของทริปนี้ เรายกให้รองเท้า

เราซื้อรองเท้าที่แบบเค้าบอกว่าทน -20 องศาได้ กันน้ำ กันหิมะ เดินป่าได้ เป็นแบบข้อสูง (เพื่อนๆก็ใส่ประมาณนี้กัน) เราสามารถ เดินในอากาศ -30 แบบโอเค เย็นๆ นิ้วหน่อย เดินย้ำหิมะ เข้าไปแบบถึงเข่าได้ และเดินในเมืองวันละ 12 km ได้แบบไม่เมื่อยมาก ถือว่าโอเคมากจริงๆ

ถุงเท้า ถุงมือ

เราเลือกแบบที่เป็น Wool หนาๆ หน่อย ถุงเท้านะ ส่วนถุงมือเลือกแบบ ทัชสกรีนได้

หมวก ผ้าปิดปาก

อันนี้จำเป็นเมื่อเจอความหนาวแบบจัดๆ หมวกไหมพรมปกติ ใส่ทุกวัน

ผ้าปิดปาก ใส่เวลาแบบ หนาวสัด หนาวแก้ม หนาวไม่ไหวแล้ว มันจะช่วยเพราะเวลาเราหายใจออก ไออุ่นในร่างเราจะช่วยให้อุ่นขึ้น (แต่ก็แบบแว่นฝ้าขึ้นแทน..)

ถุงอุ่น

คือไม่เวิร์กกกก ไม่ต้องแบกมา คือเวิร์กแหละ แต่หนักไง และกว่าจะ Activate ได้ หายหนาวละ ดังนั้นไม่แนะนำ หาฮีตเตอร์เอา นั่งในรถเอาดีกว่า

รีวิวความหนาวของแต่ละองศาดีกว่า

ในทริปนี้ เราเจอความหนาวสุดคือ -30 องศา ร้อนสุดคือ 5 องศา ซึ่งหลังๆคือ 0 องศานี่ก็ดีใจมากแล้วอะ

*ใน app weather ของ apple มันจะบอก อุณหภูมิจริง แต่แนะนำให้ดูความแรงของลม และ Feel likes ว่าจริงๆ แล้วมันหนาวแค่ไหน เขียน -24 จริงๆหนาว -30 จ้ะ..

  • -30 องศา >> หนาวสัด หนาวแบบ เจ็บแก้ม แก้มแดงเฉย หนาวจนแว่นฝ้าขึ้นเองออโต้
  • -20 ถึง -10 องศา >> ก็หนาวอยู่ แต่โอเค เดินได้ เข้าหลบเป็นแบบ 2 ชม. ครั้ง โอเคนะ
  • 0 องศา >> ปกติมาก อากาศนี่คือเย็นสบายใจ มีความสุขแล้ว
  • +0 องศา >> นี่คือสวรรค์ของชีวิต เอาเสื้อนอกออกได้แล้ว เดินในเมืองอย่างแฮปปี้
t_7184

อุปกรณ์ดิจิตอล

สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดคือ พวกอุปกรณ์ดิจิตอลทั้งหลาย เมื่อเวลาโดนความหนาวแล้วจะดับ จะแบตหมดไว ดังนั้นอย่าลืมเตรียมแบตไปให้เยอะมาก (เราเอาไปประมาณ 5-6 ก้อน)

t_2647


การเดินทางไปแต่ละที่

อันนี้เป็นอันที่อยากจะเล่ามากที่สุด เราขอเล่าเป็นส่วนๆ

1 Vladivostok – Irkutsk

2 Irkutsk – Moscow

1 และ 2 เส้นนี้ เรานั่งรถไฟค่ะ เรียกว่าเป็นสายรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก เส้นทางแห่งความฝันของพวกเรา (ทริปนี้นี่บวกหลายฝันเลย) รถไฟทรานไซบีเรีย นั่นเองค่ะ นั่งตั้งแต่ต้นสาย ยันสุดสาย

การจองทรานไซบีเรีย จริงๆ มันคือเส้นทางรถไฟนี่แหละ อยู่ที่ว่าเราเลือกขบวนไหน ว่างเมื่อไหร่ก็กดจองลงไป ภายในรถไฟก็จะมีตู้เสบียง ที่ชาร์ตแบต เตียงนอน ห้องน้ำ ผ้าขนหนู ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม ให้ คือเรียกว่าครบ แต่ก็นั่งกันไปค่ะ รอบแรก 3 วัน รอบหลัง 4 วัน

สามารถไปดูรอบรถไฟ และ กดซื้อ Online ได้ที่ https://www.russianrailways.com/

รอบแรกเราจองแบบ Second Class คือเป็นห้องมี 4 เตียง เป็นเตียง 2 ชั้น 2 เตียง สบายดีมาก ลุงที่นั่งด้วยก็ใจดีแบ่งขนมกินตลอด

รอบหลังเราจองแบบ Third Class เรียกได้ว่า สลัม 555 คือที่ชาร์ตแบตไม่มี ปลั๊กหลวม ไม่มีเน็ตตามป่า นั่งเฉยๆ กินข้าวไปเรื่อยๆ คือเป็นช่วงชีวิตที่ว่างสุดๆ แล้ว คนรัสเซียก็พูดอังกฤษกันไม่ได้ ชีวิตวนไปในสลัม 4 วัน นั่งยาว ทะลุ 6 Timezones กันไปเลยค่า

ff03


3 Moscow – St.Peterburg

รอบนี้นั่งรถไฟความเร็วสูง Sapsan สบายมาก จองที่ได้เว็บเหมือนเดิมค่ะ

ff02


4.St.Peterburg – Helsinki

รอบนี้นั่งรถไฟความเร็วสูงเหมือนกัน บนขบวนจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจพาสพอร์ตด้วย สบายมาก

p1170420


5 Helsinki – Stockholm

อันนี้เรานั่งเรือสำราญค่ะ แบบออกเย็นที่ ฟินแลนด์ ถึงเช้าที่ Stockholm ยี่ห้อ Viking Line ขึ้นเรือได้ง่าย ข้างในมีร้านอาหาร Duty Free ถูกมาก ห้องนอนก็เป็นแบบเหมือนแจ็คโรส เป็น Cabin 4 เตียง มีห้องน้ำในตัว เราชอบอันนี้นะ ประทับใจมาก แถมไม่แพงด้วย

p1180092p1180134


6 Stockholm – Oslo

อันนี้เรานั่งรถไฟปกติ ชิวๆค่ะ


7 Norway Roadtrip (Oslo, Bergen, Flam, Jostedel National Park)

อันนี้เป็นการขับรถเที่ยวไปเรื่อย ผ่านภูเขา ลำธาร หิมะ ไปเดินในอุทยานแห่งชาติ ทริปนี้เรามีเพื่อนมาเพิ่มเป็น 5 คน ก็เลยเช่ารถหารกัน

เช่ารถเราก็ Search หาไปที่ EuropCar หรือพวก Sixt

เติมน้ำมัน ที่นอร์เวย์ เค้าเติมน้ำมันกันเอง ตามปั๊ม บางปั๊มก็หักบัตรเครดิต บางปั๊มก็เติมก่อนไปจ่ายในมินิมาร์ท บอกเลขตู้เติมเอา ก็สบายดีค่ะ รถเค้าไม่กินน้ำมันมาก (จำกัดความเร็ว 60,80 ไรงี้)

  • *พวงมาลัยที่นี่ด้านซ้าย ตรงข้ามกับไทย
  • *ก่อนจะไปขับได้ ต้องไปทำใบขับขี่สากลก่อนนะคะ สามารถทำได้ง่ายๆ ถ้ามีใบขับขี่แล้ว ไม่ต้องไปสอบใหม่ ให้เมซเซนเจอร์ไปยื่นได้เลยก็มี
  • *กรณีขับในที่หนาวมากๆ ให้เปิดฮีตเตอร์ไล่ความร้อนที่กระจก ปรับอุณหภูมิภายในรถให้พอดี ฝ้าจะได้ไม่ขึ้นกระจกค่ะ
  • *GPS บอกทางได้หมด ในนอร์เวย์จ้า
dsc01776

8 Bergen – Tromso – Lofoten

อันนี้เราใช้วิธีนั่งเครื่องบินในประเทศ บินวนไปมา มีไฟลท์ดีเลย์ โดน Re-Booking บ้าง ก็งงๆกันไป

Bergen – มีสนามบินห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 ชม นั่งรถบัสเข้าเมืองหรือไปสนามบินได้ (ราคาประมาณ 150 Nok แต่ถ้าซื้อที่ Tourist Info เหลือ 100 Nok)

Tromso – มีสนามบินในตัวเมือง ห่างประมาณ 15 นาที นั่งรถบัสเข้าได้เหมือนกัน (ราคาประมาณ 50 Nok แต่ถ้าซื้อที่ Tourist Info เหลือ 39 Nok)

Lofoten – เกาะนี้มีหลายสนามบินให้ลงมาก เราลงที่ LEK หรือ Leknes ใกล้เมืองและที่พักเรามาก แต่ต้องต่อจากสนามบิน Bodo มา เป็นเครื่องบินใบพัดอีกต่างหาก มีสายการบินเดียวที่ลงอีกคือ Wideroe

00


9 Lofoten Roadtrip

เกาะ Lofoten แนะนำให้ขับรถค่ะ รถบัสแทบไม่มี เช่ารถตั้งแต่สนามบินเลย แล้วก็ขับชมวิว รับรองได้ว่าคุ้มมากๆ เดินทางสะดวก ถนนหลักคือเส้น E10 แคบหน่อยแต่โอเค ปลอดภัย ตรงไหนอันตรายเค้าก็ทำที่กั้นหรืออุโมงค์ไว้พร้อมจ้า

dsc02788


ส่วนพวกอื่นๆ คือการเดินทางในตัวเมือง

  • Vladivostok >> อันนี้เดินเอารอบๆ จาก Square, Railway Station, Aquarium ไรงี้ เดินเอา
  • Irkutsk >> เดินเอา หรือให้โรงแรมเรียก Taxi ให้ เมืองใหญ่มาก แต่ศูนย์กลางกระจุกๆ
  • Moscow >> นั่งรถไฟใต้ดินเอา ซื้อเป็นตั๋วแบบเหมาเที่ยว 20 ใบทีเดียว ราคามันจะเปลี่ยนไปรายปี ไม่แพงมาก
  • St.Peterburg >> นั่งรถไฟใต้ดิน รถเมล์ เอา เดินทางไม่ยาก ซื้อได้กับกระเป๋ารถเมล์
  • Helsinki >> เดิน / Uber เอา
  • Stockholm >> เดิน รถไฟใต้ดิน / Uber เอา
  • Oslo >> เดิน / Uber เอา
  • Bergen >> เดินเอาหมดเลย

แลกเงิน

ทริปนี้ 4 ประเทศ ใช้เงิน 4 สกุลเลย (รัสเซียใช้ RUB, ฟินแลนด์ใช้ EUR, สวีเดนใช้ SEK, นอร์เวย์ใช้ NOK) ก็แลกเงินกันปกติค่ะ แล้วแต่เรทเลย อันนี้ไม่ยากนัก


ไปสนามบิน

การเดินทางไปกลับสนามบิน จากบ้านไปสนามบินสุวรรณภูมิก็ทำได้ไม่ยากค่ะ บินดึกบินเช้า เวลาไหนก็เรียกได้ตลอด เราใช้บริการ Uber เรียกจากบ้านไปสนามบินก็ราคาเพียง 350 บาทเท่านั้น ส่วนขากลับเรียกจากสนามบินไปส่งถึงหน้าบ้านก็ราคา 300บาท จ้า แต่ราคาอาจมีการปรับขึ้นบ้างแล้วแต่ช่วงเวลาน้า แถมคือ โลกดิจิตอล เราจะกะเวลา เห็นข้อมูลทุกอย่างได้หมด คนขับก็ขับตาม GPS ที่เลือกไปทางที่ดีที่สุดให้เรา สรุปคือ สายคนเมือง ดิจิตอลแบบเรานี่ชอบมาก

วิธีการใช้ก็ไม่ยากอะไร ดาวน์โหลด Uber ทางมือถือ สมัคร ลงชื่อ เรียกรถ เค้าก็จะมีรถหลายรุ่น แนะนำให้เรียก Uber X ถูกสุด (แต่ได้ Camry นาจา) นัดสถานที่เรียบร้อย ก็มีคนขับมารับถึงที่ ทั้งขากลับและขาไป คือเราใช้บริการหมด ที่สำคัญพี่คนขับก็เฟรนลี่ พูดจาสุภาพ แถมช่วยยกของอีกด้วยแหนะ สบายมากจริงๆ

s__12165171

uber_2675

ส่วนเมืองนอก ถ้าเมืองไหนมี Uber ตอนนี้เราใช้บริการหมดค่ะ เมืองที่มีคือ St.Peterburg, Helsinki, Stockholm, Oslo คือแบบสบายมากกกกก บางทีหารออกมาถูกกว่านั่งรถราง รถเมล์อีก ที่สำคัญ รถเจ๋งแทบทุกคัน

s__12165169

ที่ Oslo เราได้นั่ง BMW Series 5 นี่เรียกแบบ Uber Pop นะคะ (แบบถูกกว่า Uber ปกติอีก) สะดวกมาก คนขับก็ใจดี เป็นมิตรทุกคน ทำให้ทริปนี่สบาย ขนกระเป๋าไปสถานีรถไฟ สนามบิน คือแบบ โลกนี้มันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ชีวิตดีมาก เราแนะนำเลย

*พวกโซนยุโรปแทบทุกเมืองมี Uber หมด ลองกดหาได้เลยจ้ะ

s__12165170


งบประมาณทั้งหมด

ทริปนี้ 32 วัน ตัวเลขออกมาที่ประมาณ 150,000 บาท

พอเนื่องจากแก่ลงก็แบบ เทเงินๆ เพื่อความสบายสักนิด นั่ง Uber บ่อยๆ (จริงๆถูกกว่าขนส่งมวลชนบางเมืองอีก หารกันออกมา) แถมนอน Apartment มากขึ้น ทำกับข้าวกินเอง ถ้าใครนอน Hostel กินประหยัดหน่อยก็จะถูกลงไปอีกนะคะ

แจกแจงข้อมูลแทบหมดแล้ว ได้เวลา Preview Trip สักที นั่งรถไฟกันสักทีค่า และนี่คือเส้นทางของเรา

dsc02971


01 Vladivostok

เมืองนี้ถือเป็นเมืองแรกสุดของการเดินทาง เมืองเปิดเส้นทางรถไฟสายทรานไซบีเรีย เราไม่ได้อยู่นานนัก แต่ก็มีบรรยากาศเหงาๆ อากาศหนาวมาก เริ่มที่นี่ -12 องศา

  f03


02 Transiberia Railway

รถไฟขบวนแห่งความฝัน – เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก กว่า 8,000 กิโลเมตร ใช้เวลาวิ่งเต็มๆ 6 วัน เราแวะพักด้วยบ้าง กินนอนทำงานกันบนรถไฟ เห็นพระอาทิตย์ขึ้นตก และมิตรภาพเกิดขึ้นกับเพื่อนๆรัสเซีย

f01


03 Irkutsk & Baikal Lake

เมืองเจริญแถบไซบีเรีย และมหัศจรรย์ทะเลสาบเป็นน้ำแข็ง ตอนแรกไม่คิดว่าตื่นเต้น พอได้ลงไปเหยียบจริงๆ มันตื่นเต้นและน่าประทับใจมาก ก้อนน้ำแข็งเป็นพันๆ น้ำแข็งหลายรูปแบบ คือสุดยอดสิ่งที่ควรมาก่อนตาย

f04f02


04 Moscow

หลังม่านเหล็กของรัสเซีย เมืองนี้เราได้สัมผัสสถาปัตยกรรมที่สวยงาม แปลกตา เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่หาที่ไหนไม่ได้ในโลก เราเจอกับอากาศที่หนาวสัดรัสเซีย -30 องศา ที่นี่รู้เลยว่า โหดสัสรัสเซีย เป็นยังไง

04-moscow


05 St.Peterburg

เมืองนี้มีชีวิตชีวามากขึ้น เราได้ชิมอาหารแปลกใหม่ หิมะขาวโพลน และมิวเซียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

05-st-peter


06 Helsinki

เข้าสู่แถบแสกนดิเนเวียครั้งแรกในชีวิต อากาศดี อบอุ่นขึ้น (เหลือ 3 องศา) ผู้คนเป็นมิตร บ้านเรือนมีดีไซน์ คือกลายเป็นชีวิตดีเฉยเลย

06-helsinki


07 Stockholm

เมืองใหญ่ของแถบสแกน เจองานดีไซน์ มิวเซียมดีๆ และท่าเรือมากมาย บ้านเรือนเป็นสไตล์ยุโรปมากขึ้น

07-stockholm


08 Oslo

อีกเมืองใหญ่และเมืองหลวงของนอร์เวย์ เราได้เห็นโซนดีไซน์ พระอาทิตย์ตกแสนสวย และการจัดการเมืองที่ดีมากจริงๆ

08-oslo


09 Jostedalsbreen National Park & Ice Cave

เราเดินเขากว่า 12 km ย่ำหิมะจนจมทั้งเข่า เพื่อไปตามหาถ้ำน้ำแข็ง เดินเข้าป่า ทั้งหุบเขาขาวโพลนมีแต่เรา อุทยานแห่งชาตินี้กว่าจะมาได้นี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

09-national-park


10 Bergen

เมืองใหญ่ของนอร์เวย์ เราเจอเรื่องราวมากมาย ตั้งแต่เสียค่าปรับ หลงทาง ของหาย คิดแล้วก็ตลกดี ส่วนเมืองนี้นั้นสวยตามคำร่ำลือ

10-bergen


11 Tromso

ครั้งแรกของการเห็นแสงเหนือ ถึงจะเจอเรื่องไฟลท์ดีเลย์ โดนยกเลิกมามากมาย ในที่สุดเราก็ได้มาที่นี่ ที่นี่เราได้เจอเพื่อนชาวไทย และแสงเหนือกับตาเป็นของขวัญของชีวิตจริงๆ

11-tromso


12 Lofoten Islands

เกาะที่ประทับใจมากที่สุดในทริป กับการขับรถชมเกาะตลอด 3 วัน อากาศดีๆ ท้องฟ้าสดใส บ้านเรือนสวยงาม และปิดท้ายด้วยแสงเหนือเต้นระบำริมชายหาด นี่แหละรสชาติของชีวิต

12-lofoten


รีวิวเส้นทางแสงเหนือ กับการเดินทางอันยาวนานตลอด 32 วัน เราได้เจอเรื่องราวอะไรมากมาย มีพบเจอ จากลา ผ่านพ้นประสบการณ์ที่ดีและไม่ดี แต่ที่แน่ๆ อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราได้ทำอะไรตามฝัน ได้นั่งทรานไซบีเรียแล้ว ได้ย่ำน้ำแข็งที่ไบคาล ได้เห็นแสงเหนือกับตา และได้กินหิมะจนเคยชิน

ติดตามการเดินทางและรีวิวแบบเต็มๆ พร้อมภาพแบบจัดเต็มได้แน่ๆ เร็วๆนี้ :D

แต่ถ้าใครอยากจะไปก่อน ต้องการข้อมูลที่ไหน ส่วนไหนเป็นพิเศษ ถามได้เลยที่ Facebook Fanpage จ้า

Facebook Comments