Asia, Philippines, Size S, Sponsored

[Go!Graph x AXA] CEBU, Philippines — Whale Shark Watching

Philippines 101 ดำน้ำทะเลสีฟ้าแหวกว่ายกับฉลามวาฬ 15,000 บาท

สวัสดีค่ะ รีวิวฟิลิปปินส์นี้เกิดข้ึนเพราะว่าความเสี้ยนส่วนตัว เปิดแผนที่ใน AEC แล้วประเทศไหนยังไม่ได้เคยไปบ้าง (ตอนนี้ขาดบรูไน) ฟิลิปปินส์นี่แหละ และเคยดูสารคดีมากมายว่าที่นี่คือแหล่งดำน้ำชั้นดี พอได้ไปเองพบเลยว่า ประเทศนี้ถูกและดี ที่นี่นี่เอง เราเชื่อว่าอนาคตฟิลิปปินส์ต้องดังมากแน่ๆ

000

แผนการเดินทาง + รายละเอียดต่างๆ

ด้วยความเป็นมนุษย์เงินเดือน อยากดำน้ำไง แต่ลางานได้แค่นี้ไง คาดหวังว่าจะดำน้ำลึกนะ อุปกรณ์ไปพร้อมนะ เราไปทั้งหมด 4 วัน 2 คืน

วันที่ 1

  • ออกจากกรุงเทพตอนกลางคืน บินกับ Philippines Airlines

วันที่ 2

  • ถึง Manila ตอนเช้า บินเครื่องต่อไป Cebu ถึงตอนเช้า
  • นั่ง Taxi จากสนามบินไป South Bus Terminal (แท็กซี่ไม่เกิน 300 B)
  • นั่งรถบัสไป Oslob จุดดำน้ำเมืองเป้าหมาย
  • นั่งรถบัสไป Oslob ดูข้อมูลที่ http://goo.gl/CnEzVr คนละ 169 เปโซ (~350 บ.) อันนี้การเรียงคิวจะมั่วๆ ก็ถามชาวบ้านเอาได้ แย่งกันขึ้นก่อนได้ก่อน
  • ถึง Oslob
  • เล่นน้ำตก Aguinid Falls
  • เดินเที่ยวในเมืองเล็กๆ

วันที่ 3

  • ตื่นเช้าไปดำน้ำกับฉลามวาฬ
  • นั่งเรือไปเกาะ Sumilon น้ำใสมากๆ
  • นั่งรถบัสกลับไป Cebu
  • ขึ้น Taxi กลับไปสนามบิน Cebu เพื่อไป Manila ต่อ
  • ขึ้นเครื่องกลับไป Manila
  • นอนสนามบิน

วันที่ 4

  • ถึงกรุงเทพก่อนเที่ยง
  • กลับบ้านนอน พรุ่งนี้พร้อมทำงาน

ประกันชีวิตและอุบัติเหตุ

เรื่องแรกที่ต้องขอพูดถึง เมื่อเราเดินทางไปประเทศแปลกๆ จริงๆ มักจะเกิดอะไรไม่คาดคิดเยอะมากค่ะ (แบบที่ไม่มีทางรู้) ซึ่งเราคิดว่าการทำประกันเป็นทางเลือกที่ดีมาก อย่างทริปนี้ ตกมอไซค์ ไฟลนขา หมากัดแขน แฟนนอกใจ (อันหลังนี่ไม่ใช่ละ) คือถ้าคิดว่าจะต้องไปสมบุกสมบันเยอะแล้วล่ะก็ ควรทำประกันชีวิตและอุบัติเหตุกันเอาไว้เลย จะเดินทางหรืออยู่บ้านก็มีไว้อุ่นใจกว่า

เราอยากขอแนะนำ ประกัน Krungthai-AXA Life — iFine ประกันไอไฟน์ คือทั้งประกันชีวิตและอุบัติเหตุในหนึ่งเดียว คือไม่ต้องจ่ายแยกประกันเป็นรอบๆไป แต่นี่คือเหมือนประกันชีวิตไปด้วยในตัว

เหมาะกับใคร

  1. คนที่มองหาประกันชีวิตอยู่ และรักการเดินทาง จะบ่อยไม่บ่อย ประกันนี้รวบหมด
  2. คนที่เดินทางบ่อย ไม่ต้องทำประกันย่อยๆ จัดการทีเดียวจบ
  3. คนที่ชอบใช้ชีวิตในเมือง มองหาหลักประกัน แถมชอบเดินทาง >> อันนี้เหมาะกับ Gen Y มากๆ

สนใจรายละเอียดสามารถเข้าได้ที่ เว็บไซต์ / Facebook หรือดู vdo ตัวนี้เพิ่มเติมจ้า

สามารถดูรายละเอียดประกันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/ifine


ค่าใช้จ่าย  — ทั้งหมด 15,000 บาท

  • เครื่องบิน 10,000 บาท
  • ที่พัก 1 คืน 500 บาท (พักที่ Germaroze Guesthouse โอเคเลย คุณภาพได้ตามราคา ป้าใจดี)
  • ที่เหลือ 4,500 บาท ค่าเดินทาง กินนู่นนี่ จ้างรถ จ้างเรือ
  • หน่วยเงินฟิลิปปินส์คือ เปโซ 0.7 เปโซ = 1 บาท *เรตเมื่อ พฤษภาคม 59 (มีเปโซเม็กซิโกด้วยนะ อย่าสับสน)
  • แนะนำให้แลกดอลล่าร์ไปแล้วไปแลกเปโซที่นั่น หรือหาร้านแลกในไทย แต่จะหายากหน่อย (แนะนำแถวสะพานควายมี)
cover

พร้อมทุกอย่างแล้ว ข้อมูล ตั๋ว ประกัน ได้เวลาเก็บของออกเดินทางกันจ้ะ

วันที่ 1 Bangkok – Philippines

เราออกจากกรุงเทพ ด้วยสายการบิน Philippine Airlines เป็น Full Service บินตรงสู่ Manila ก็นั่งเครื่องไป นอนไม่ค่อยสนิทเพราะไฟลท์ดึกมาก ไม่ทำอะไรนอกจากกินและนอน


วันที่ 2 Manila – Cebu – Oslob

ข้ามมาอย่างรวดเร็วถึงสนามบินมะนิลา ก็บินต่อไป Cebu เลย เซบู เป็นเกาะยอดฮิต คือฟิลิปปินส์มีอีกหลายจุดที่น่าสนใจมากๆ (ต้องมาซ้ำ) แต่ตอนนี้ขอไป Oslob ก่อน

จากสนามบิน Cebu เรานั่งแท็กซี่ไปสถานีรถบัส (ดูรายละเอียดด้านบน) เพื่อไปยัง Oslob ควรมาเร็วๆ เพราะที่นี่การต่อคิวคือมั่วซั่วมาก จ่ายเงินบนรถ ไม่มีการจองที่นั่น ชิงดีชิงเด่นกันสุดๆ นั่งไปประมาณ 3-5 ชั่วโมง (แล้วแต่อารมณ์คนขับ) ก็บอกเค้าว่าจะลงที่ไหน ส่วนใหญ่บอกชื่อที่พัก

ถึง Oslob แล้ว เมืองนี้แหละเจอฉลามวาฬ เย่

เราพักที่ Germaroze Guesthouse ป้าเจ้าของใจดี มีบริการร้านอาหารด้วย (ก็กินข้าวที่นี่ตลอด กินครบทุกเมนู) เก็บของเตรียมวางแผนวันนี้

ป้าบอกว่าวันนี้ยังดำน้ำไม่ได้นะ คือ เรากับเพื่อน ผู้หญิง 2 คนอยากมาดำ Scuba ดำน้ำลึกกันที่นี่ แต่ป้าบอกว่า ฉลามวาฬไม่ต้องดำลึกหรอก สนอกเกิลก็เห็น วันนี้ไปน้ำตกเที่ยวในเมืองก็พอ ป้าเลยจัดการนัดคนขับให้ คนขับก็เป็นลุงมาริโอใจดี พูดอังกฤษได้ เหมา 2 วัน คนละ 500 เปโซ แผนวันนี้เลยไปเที่ยวน้ำตก กับในเมือง

น้ำตก Aguinid Falls

เจ๋งมากๆ คือเป็นน้ำตกที่แอดเวนเจอร์มากๆ ปีนหน้าผา กระโดดน้ำตก เดินลอดใต้น้ำตก คือเคยไปอินโดนีเซียว่าน้ำตกที่อินโดลุยแล้วนะ อันนี้ลุยกว่ามาก สรุปประทับใจมาก หน้าตาดูแบบไม่สวยงาม แต่แบบผจญภัยสนุกดี

*ควรให้ทิปไกด์ทุกคนเพราะเค้าเป็นอาสาสมัคร ถ้าไม่มีนี่เดินยากมากเลย

ตัวเมือง Oslob

หลังจากกลับจากน้ำตกก็ตากลมตัวแห้งมาที่ในเมือง ก็ไม่มีอะไรมาก มีโบสถ์ ซากอาคาร สวยดี และวิวทะเลคือสวยมาก เราชอบนะ สงบ ดูพอมีพอกินดี


วันที่ 3 Oslob – Summon Island – Cebu

วันนี้ตื่นเช้าไปดูฉลามวาฬ (มักจะมาตอนเช้า ควรมาประมาณ 6-7 โมง คนจะน้อย) ก็ใกล้ๆที่พัก นั่งสามล้อไปเหมือนเดิม

Oslob Whale Shark Watching

ฉลามวาฬที่นี่เป็นฉลามเลี้ยงค่ะ คือชาวบ้านเค้าจะคอยให้อาหารกันไป ดังนั้นเห็น 100% แต่ก็มีหลายเรื่องที่เค้าถกกันอยู่ เช่น ไม่ควรไปที่นี่เพราะจะทำให้ฉลามวาฬหากินเองไม่ได้ ทำลายระบบนิเวศน์ ทำให้ธรรมชาติไม่เหมือนเดิม หรือไม่ขลังเท่าเจอฉลามจริง — บางสารคดีก็บอกว่า การที่เกิดการท่องเที่ยวฉลามวาฬช่วยชาวบ้านไว้เยอะ ทำให้ไม่ต้องทำประมง ปล่อยน้ำเสียสู่ทะเล จับสัตว์น้ำมั่วซั่ว บางทีอาจจะดีกว่าก็ได้ ซึ่งตอนนี้งงไปหมดแล้ว ใครที่มีข้อมูลสามารถชี้แจงได้ค่ะ 

แต่ถ้ามองในแง่การจัดการระบบของเค้าโอเคเลย คือจำกัดคนตามคิว ไม่ให้รบกวนน้องฉลามเยอะเกินไป คือเรือลำนึงนั่งได้ 6 คน ต่อ ฉลามวาฬ 1 ตัว เรือจะออกไปที่จุดให้อาหาร เราก็ดำน้ำว่ายน้ำกับฉลามวาฬไป เราสัมผัสได้จริงๆ ว่ายิ่งใหญ่มากๆ ใกล้มาก น่ารักมาก จุดๆ ที่ตัวฉลามวาฬ คือแต่ละตัวไม่เหมือนกันตาม DNA เหล่านักดูปลาก็ต้องว่ายหลบกันไป เพราะเค้าห้ามเข้าใกล้เกินค่ะ

ก่อนจะไปเจอตัวจริง เค้าจะบรีฟให้เราฟัง เช่น ครีมกันแดด ห้ามทาเด็ดขาด! และอื่นๆ อีกมากมาย

สรุปว่า คุ้มค่ามาก แปลกใหม่ ตื่นตาตื่นใจจริงๆ

ค่าใช้จ่าย 1000 เปโซ / คน  แต่ถ้าไม่ลงไปดำนั่งดูบนเรือคือ 500 เปโซ แนะนำว่าลงเถอะค่ะ


Sumilon Island

เกาะนี้ห่างจากจุดดำน้ำดูฉลามวาฬเพียง 20 นาที ถือเป็นอีกจุดไฮไลท์ของทริปนี้ค่ะ เราไปกัน 2 คน นั่งเรือกันออกไปทั้งหมดเหมา 1500 เปโซ (คือรวยมาก เรือลำใหญ่ ไป 2 คน)

จุดดำน้ำของเกาะนี้สวยมาก ถือว่าอุดมสมบูรณ์เลย เป็นเหวลงไป แต่ตรงตื้นๆ คือเพอร์เฟ็คมาก ปกติก็ชอบดำน้ำ รอบนี้ได้ดำนานมาก จนนั่งสังเกตสิ่งมีชีวิตใต้น้ำได้เยอะมากๆ ประสบการณ์สุดๆ

Sand Bar

เป็นอีกจุดของเกาะ ที่เป็นสันทราย ช่วงน้ำลดก็จะเดินได้ เหมือนทะเลแหวก แต่เราไปตอนน้ำครึ่งตัว ซึ่งดีมากกกกเพราะน้ำใสมากกก แบบระดับมัลดีฟส์เลย ว่ายน้ำแบบสระว่ายน้ำมากๆ

ด้านบนเกาะเป็นรีสอร์ท ดูจากรีวิวอื่นๆ เค้าบอกว่าสวยเหมือนกัน แต่ตอนนี้มีค่าเข้าก็เลยไม่ได้เข้าค่ะ หลังจากดำน้ำดูปลา เกาะสวยน้ำใสจบ ก็กลับมาเก็บของกลับที่พัก อาบน้ำ โบกรถกลับสู่ Cebu


รถกลับ Cebu

เดิมที่นั่งเป็นรถบัส มีแบบแอร์และไม่แอร์ แต่คิดภาพว่าการวิ่งของที่นี่เหมือนรถเมล์บ้านเรา ว่างก็จอด ไม่ว่างก็วิ่งผ่าน โบกแล้วก็วิ่งผ่าน จนต้องยอมนั่งรถร้อนเพราะไม่มีทางเลือก สรุปก็ตากแดดหน้ามันกันไป แต่ก็ถึง Cebu ด้วยดี จากนั้นก็กลับบ้านอย่างสวยงาม

แต่แนะนำว่าอย่าจองไฟลท์แบบเราที่นอนค้างคืนสนามบิน เพราะ สนามบินมะนิลา ไม่มีที่นอน!!! ต้องนอนกับพื้น แล้วคือหนาวมาก แอร์ก็เย็น ทรมานสุดนอนไม่หลับ


สรุป

เราเลยว่าทริปนี้ประทับใจมาก แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ยังสัมผัสความสวยงาม อลังการของประเทศนี้ได้ดี ดีใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสมา และไม่แพงอย่างที่คิด สำหรับเรา ถ้าใครชอบอินโดนีเซีย ตื่นตาตื่นใจกับภูเขาไฟแล้ว เราว่าฟิลิปปินส์จะเป็นจุดหมายต่อไปที่ดีมากๆ

แถม น้ำใสมาก ไม่มีตังค์ไปมัลดีฟส์ไปฟิลิปปินส์ก็ได้นะ :P


เพิ่มเติม — อันนี้เป็นโน๊ตของเราเล็กๆน้อยๆ กับสิ่งที่ได้เจอที่นี่ ตลกดี

Philippines 2016

1. นี่แม่งโหดสุดประเทศนี้ชื่อสะกดยากมาก เป้าหมายของทริปนี้ นอกจากดำน้ำดูฉลามวาฬแล้ว ต้องสะกดคำว่า ฟิลิปปินส์ / Philippines (Phi-lip-pines) ให้ถูกด้วย (ภาษาอังกฤษ)

2. สนามบินที่มะนิลา ไม่ใหญ่มาก ถ้ามาถึงก็ผ่าน ตม. เลย เพื่อ Domestic Transfer ไป เจอตม. ที่คุยด้วยเยอะที่สุดตั้งแต่เกิดมา

3. สนามบินของกินแพงนะ ซาลาเปานี่ 60-100 เปโซ (1 เปโซ = 0.7 บาท ก็ตีไปเลย 1 บาท) แต่โดนัทดันถูก 20 น้ำเปล่า 25 (ที่ coca cola ถือครองเช่นเดิม) น้ำเปล่าข้างนอกขาย 15

4. เปโซ เป็นหน่วยเงิน ต้องเรียก เปโซฟิลิปปินส์ เพราะมีเปโซ เม็กซิโกด้วย ซึ่งอิเงินฟิลิปปินส์ก็หาแลกยากมาก แลกดอลลาร์ไปต่อสนามบินได้ หรือ สั่งแถวสะพานควาย ร้านลินดา มีครบ ส่วนมิติ ก็สั่งมาจากลินดาอีกทีแหละ

5. สายการบิน Philippine Airlines (สะกดชื่อถูกปะเนี่ย) งานดี full service บริการดี แต่กับข้าวเฉยๆ แค่มีหมอนให้ก็ดีใจละ เบาะสวย ปรับได้เยอะมาก (จนตกใจ)

** สายการบินชื่อไม่ s ลงท้าย ส่วนประเทศ คือ Philippines เออยาก บอกแล้ว

6. จาก Manila เราไปต่อที่ เกาะ Cebu คือเมือง oslob อยู่ที่เกาะนี้ Cebu เจริญอยู่ให้ฟีลเมกาใต้มาก (ไม่เคยไปนะ) โฆษณาแปะโปสเตอร์เต็ม รถสามล้อสีสัน คนขับแท็กซี่เปิดเพลงยุค 80 คือไร

7. จากสนามบิน Cebu ไป South bus terminal ประมาณ 300 เปโซ จริงๆมิเตอร์คือ 215 แต่แท็กซี่ชาร์จ 50 ไม่รู้โดนโกงป่าว *ขากลับก็ราคานี้นะ

8. มาถึงสถานีรถบัส โอ้โห มั่วซั่วมาก ต่อคิวเอย ช่องรอรถ ซื้อตั๋วบนรถนะ แต่แบบทุกคนรอคิวแบบที่นั่งเก้าอี้ (แถม อิที่นั่งเป็นแบบช่องคิวสวนสนุกอีก คือเขาวงกตวนไปค่ะ) แล้วคือคิวแม่งมั่วมาก ลุงก็เนียนแซง คนที่เหลือก็ชิว แซงได้เลย งงหนักสุด ไม่โอเคค่ะ

9. รวมๆ สภาพบ้านเมืองคือ ตลกดี สีสัน ร้อนสัด แปลกใหม่อยู่

10. เราดันไปช่วงที่เค้ากำลังจะเลือก ประธานาธิบดี คนใหม่ พอดี แม่งติดโปสเตอร์เต็มถนนเลย มีวิธีโปรโมทประหลาดมาก เช่น ขับมอไซค์มาโยนใบปลิวลงถนน คือจบ? ใครอ่านวะ ทีเด็ดคือ ปาเกียว (นักมวย) ลงสมัครด้วย เอาสิ ต่อยกันไปสิ

11. Oslob เป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ไม่ค่อยเอื้อนัก รถบัสก็ส่งลงหน้าเกสเฮาท์ที่จองไว้ ป้าเจ้าของบ้านก็ใจดี ต้อนรับแบบงงๆ กินข้าวไป อาหารไม่แพง 160-200 เปโซ รวมน้ำ รวมไอติม ก็โอเคนะ มื้อแรกกินปลานกแก้ว คือคนทำก็บรรจงย่างปลามาก ค่อยๆย่างจนแห้งเกรียม ไก่ย่างอีกมื้อก็ทำแบบนี้ เออดี

12. ไอติมที่นี่ รสยอดฮิตคือ Ube หรือ เผือก คือเกลียดไอติมเผือกมา แต่เค้าตักมาให้ ก็กินๆไป ก็โอเคนะ ดีกว่าที่คิด ความพีคคือทั้งเมืองแม่งชอบเผือกมาก ขนาดไอติมรสเผือกขึ้นบิลบอร์ด คือไร..

13. หลังจากคุยกับป้า วนไปมาว่าวันนี้ไปไหนดี อย่างแรกคือเตรียมใจมาดำ Scuba สุดคูล สรุปป้าบอกไม่ได้ ตอนบ่ายจบ แต่เอาจริง ที่นี่ถ้าจะดำ Scuba ไม่แค่แนะนำเพราะไม่ได้เห็นเท่าไหร่ (ถ้าจะเพื่อเห็นฉลามวาฬอ่านะ)

14. สรุปว่า วันนี้ตอนบ่ายจะไปน้ำตก ที่อยู่อีกเขตนึง ขับรถวนแหลมอ้อมไป ชื่อ Aguinid Falls ติดต่อคนขับ Tricycle (สามล้อ) ให้เหมาไปยันพรุ่งนี้ คนละ 500 เปโซ

15. น้ำตกไม่อลังการมาก แต่แอดเวนเจอร์สุด ด่านแบบ ปีนหน้าผา โดดน้ำตก น้ำนี่จะวังเวียงอยู่ละ แช่ตัว คือยังไงก็เปียก 100% อ่านะ ก็ควรมา สนุกดี แปลกใหม่ คือขึ้นไป มี 5 Level ไม่เหนื่อยนัก มีไกด์นำ ก็ให้ทิปเขาไปด้วย ใช้เวลาประมาณ ชม.กว่าๆ (รวมแช่น้ำ)

16. ตัวแห้งเพราะนั่งสามล้อกลับ ก็มาแถวโบสถ์ในเมือง ฟิลิปปินส์นับถือคริสต์เป็นส่วนใหญ่ โบสถ์เยอะมาก มีพิธีพอดี โบสถ์ก็เป็นสไตล์สเปน โปรตุเกส (แม้กระทั่งชื่อคนที่นี่ก็โคตรจะโปรตุเกสเลย) ความเจ๋งคือพวกซากปรักแถวโบสถ์ทำจาก Coral Rock หินปะการัง คือเห็นเป็นปะการังจริงๆ เทคเจอร์มาครบ โบสถ์ใหญ่กว่าที่คิดด้วย

17. จุดขายของ Oslob คือฉลามวาฬ ที่นี่คนจะได้เห็น ฉลามวาฬ 100% เพราะเป็นฉลามที่ชาวบ้านคอยให้อาหารไว้ ตัวจริงใหญ่และน่ารักมากๆ

18. ไปถึงก็ไม่ต้องจองอะไรทั้งนั้น ตื่น 5.45 ไปถึง 6 โมง ต่อคิว ลงชื่อ ฟังบรีฟ ห้ามทาครีมกันแดดลงไป นู่นนี่ จบ ลงน้ำเลย ก็จะมีเรือมาให้ ลำละ 6 คน แยกกันไป ลำนึงจะเห็นได้ 1 ตัว (แต่สุดท้ายทุกลำคือไปกองรวมกัน ก็รวมๆกันดู) ก็จะมีลำแยกที่คอยให้อาหารอย่างเดียว เราก็ดำผุดดำว่ายกันไป รอเมื่อไหร่ฉลามวาฬจะว่ายวนมาโชว์ตัว

19. เค้าบอกว่า ห้ามเข้าใกล้ระยะ 4 เมตร เอาจริงคือแม่ง 20 ซม.เองมั้ง ฉลามนี่คืออยู่ใต้ท้อง เห็นจุดเป็นจุด (เค้าบอกจุดคือ Finger print แต่ละตัวลายไม่เหมือนกัน) ของจริงเทคเจอร์ชัดมาก สวยดี พวกลูกกะจ้อยเหาฉลามสไตล์ก็ว่ายๆตามกันมา

20. ความพีคคือ รอบนึง 1000 เปโซ ลงได้ 30 นาที (ถ้าไม่ลงแต่นั่งเรือออกไปดู 500) คือเห็นหลายครั้งมาก ดูจนแบบนั่งเก็บดีเทล ตอนมันหายใจ อ้าปากกินอาหาร ครีบตรงท่อแบบ เออเท่ว่ะ อยากถ่ายรูปให้ติดมาก มือถือชอบรวนตอนลงน้ำ

21. ดูจบ ขึ้นฝั่ง จะไป Sumilon Island ต่อ เป็นเกาะใกล้ๆ จุดดูฉลาม นั่งเรือไป 20 นาที (ค่าเรือเหมา ทั้งลำใหญ่มีอยู่ 2 คน รวมกัน 1500 เปโซ + สนอกเกิล + Sandbar แล้ว) ถามคนขับรถก็ได้เค้าจะแนะนำกันไป

22. ข้าวเช้า กิน Local Food คือหมูหวานกับไข่ดาว (โลคัลยังไง) ราคานี่ไม่โลคัลเลยนะ

23. นั่งเรือออกไป Sumilon ทั้งลำมีแค่ 2 คน (คือดูส่วนตัวและรวยมาก และกลัวโดนคนขับฆ่าทิ้งมาก ผู้ชาย 4 คน) ไปถึงจุดดำน้ำสนอกเกิล เค้าบอกโดดลงเลย คือสภาพโคตรไม่น่าโดด แบบดูลึก ดูจระเข้มาก แล้วแถวนั้นไม่มีใครเลย พอเห็นเรือลำอื่นมา โดดก็โล่งใจ ตามเค้าไป

24. โดดลงไป คือ เวิ้งว้างมาก เป็นจุดน้ำลึก ต้องว่ายเข้าไปดูปะการังต่อ ปะการังสวยมาก แบบไม่เคยตั้งใจดูละเอียดเลยสักครั้ง รอบนี้ไม่มีอะไรทำ ดูไปเรื่อย ปลาเยอะมาก ปลาแปลกๆเยอะมากเลย สนุกดี

25. เรือแต่ละลำที่นี่ แม่งเอกลักษณ์คือจะมีตะแกรงแยกออกมา เหมือนกางขาสองข้างให้เรือดูกว้างขึ้น แล้วเป็นทั้งประเทศ (คือดูจากโปสการ์ดเอา พวกเกาะ Boracay ก็เรือเดียวกัน)

26. ดำน้ำจบไป Sand Bar คำแปลคือ สันทราย อารมณ์ทะเลแหวก แต่ไม่เป็นทางเหมือนเป็นเวิ้ง แต่ตอนนี้น้ำขึ้น ซึ่งเราว่าสวยกว่า เพราะน้ำจะขึ้นแบบใสๆ และเพราะพื้นล่างเป็นทราย หน้าตาเลยดูมัลดีฟส์ตามภาพเลย

27. ความพีคคือ เพิ่งรู้ตัวว่ากระเป๋าน้ำเข้า มือถือก็พังหมด ขี้เกียจคิดเยอะ ว่ายน้ำดีกว่า

28. สรุปทุกอย่างในกระเป๋าเปียก อิเล็กโทรนิคพังหมด (มือถือพาวเวอร์แบงค์) พีคสุดคือ เงินเปียก ต้องเอาออกมาตาก วางเป็นกระดาษ เอาไดร์เป่าไป บาทสองบาทมาก กับพาสพอร์ตที่เปียก จนตราประทับละลาย (เกาหลีแสนสวยของหนู) เป่ากันไปสิคะ

29. กลับมาที่เกาะต่อ บนเกาะ Sumilon มีรีสอร์ท ชื่อ Blue Water เจ้าเดียวยึดทั้งเกาะ เค้าบอกว่าอลังมาก ต้องจ่ายเงินขึ้นไป 2000 (ใครจะเข้า) แต่ดูในรูปก็สวยดี แต่พอไม่เข้าเราก็เลยว่ายน้ำเล่นตรง Sand Bar

30. น้ำใสมาก ใสแบบสระว่ายน้ำที่ผสมสีฟ้าลงไปด้วย (และเค็ม) ว่ายแบบ ดำผุดดำว่ายไม่รู้จักเหนื่อย ว่ายไปว่ายมากับชาวจีน ก็สนุกดี ดำไม่รู้ตัวแน่นอน

31. กลับมาเก็บของอาบน้ำ ถ้าจะกลับ Cebu ก็โบกรถมันริมถนนนี่แหละ ที่นี่รถบัสเค้าแบบมีท่ารถนะ แต่ทำตัวเหมือนรถเมล์ อยากจะจอดไหน ใครอยากจะโบกก็โบก

32. รถกลับ Cebu มี 2 แบบ แอร์ กับ ไม่แอร์ ซึ่งรถแอร์มักจะเต็ม แม่งก็ไม่รับคนแล้ว สุดท้ายต้องยอมนั่งรถไม่แอร์ โอ้โห รถเมล์ไทยมาก (แถมถูกกว่าแอร์ 10 เปโซ) คนบนรถก็ฉิ่งฉับทัวร์สุด มีเด็กอ้วก วัยรุ่น ป้า คนขายน้ำขนมแคปหมู เออวุ่นวายดี

33. ระยะเวลาการนั่งรถประมาณ 3-4 ชม. ทำใจไว้ จะนั่งด้านไหนดูทิศพระอาทิตย์เอานะ ก็นั่งตากแดดกันไป

34. ถึง Cebu ท่ารถที่เราเบื่อ กลับไปสนามบินด่วนๆ สนามบินใหม่และร้านขายของเยอะดี ตื่นตาตื่นใจ

35. ทีเด็ดที่ทุกคนแนะนำคือร้าน Jollibee เป็นเหมือนแมคโดนัลด์ ขายไก่ทอด กินกับข้าวสวย พร้อมน้ำซอสเกรวี่ ก็โอเคนะ อร่อยดี ตลกดีด้วย ถือว่ามาแล้ว ลองหน่อย

36. อีกทีเด็ดคือ มะม่วงตากแห้งยี่ห้อ 7D สรุปไม่ได้กิน ไปกินยี่ห้ออื่น ก็มะม่วงตากแห้งปกตินะ

37. จาก Cebu บินไป Manila ต่อ รอเปลี่ยนเครื่อง รอไป 9 ชม. ก็นอนสนามบินเอา ยามแม่งก็ไล่ไปไล่มา ที่นอนก็ไม่มี พนักงานก็แบบ ไม่รู้เหมือนกัน เออสรุป คือนอนพื้นก็ได้ หนาวก็หนาว โฮมเลสสุด มีกล่องกระดาษลังด้วย อุ่นมาก เข้าใจโฮมเลสเลย มันดีต่อใจจริงๆ

38. สนามบิน Manila Terminal 2 ไม่มีอะไรเลย ร้านค้า โปสการ์ด (ที่ไม่มีขายแสตมป์) แต่ข้อดีคือเน็ตฟรีและเร็วพอตัว

39. สรุปเลย ฟิลิปปินส์ อยากมาอีก จะมาดำน้ำอย่างเดียว มาแบบเหมาทัวร์สบายๆ ธรรมชาติสวยงาม ไม่ควรนั่งรถมาเอง กินพลังงาน ไว้ว่างๆ เจอตั๋วโปรจะมาอีก

40. เพิ่มเติม :: เมื่อปีที่แล้วที่มีแผ่นดินไหว เกิดที่เกาะ Bosol แถว Cebu นี่แหละ ประมาณ 7 แมกติจูด ดังนั้นโปรดระวัง ที่นี่เกาะเกาะทั้งนั้น ภูเขาไฟเยอะ เสี่ยงต่อการเกิดสุดจ้า