Asia, China, Guangzhou, Sponsored

[Go!Graph x ThaiAirasia] เที่ยวกวางโจว – เซินเจิ้น มีมากกว่าที่คิด เน้นฮิป ไม่เน้นช๊อป

[Go!Graph x ThaiAirasia] เที่ยวกวางโจว เซินเจิ้น มีมากกว่าที่คิด เน้นฮิป ไม่เน้นช๊อป

กลับมาจีนอีกแล้ว! แค่เห็นชื่อหัวข้อ เที่ยวกวางโจว เซินเจิ้น ก็รู้ว่าช่วงนี้เรามาจีนบ่อยมาก แต่เราก็ชอบจีนนะ เรารู้สึกว่ามันมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ ครั้งนี้เรามาเมืองที่คนไทยน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี แต่คงคิดว่าจะมาทำไม ถ้าไม่ได้มาซื้อของ หิ้วของไปขาย เฮ้ย เมืองนี้มีที่เที่ยวจริงๆ หรอ แต่เราไปมาแล้ว เราไปค้นพบแล้วว่าเมืองนี้มีความเจ๋ง ความฮิป ไม่แพ้เซี้ยงไฮ้ที่เราไปก่อนหน้านั้นเลย มาๆ ไปค้นหาที่เที่ยวกับเรากัน

01

Guangzhou กวางโจว หรือ กวางเจา เมืองหลวงของมณฑลกวางตุ้ง เป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของจีน เป็นศูนย์กลางและการผลิตส่งออกของโลกเลยก็ว่าได้ อะไรๆที่ Made in china ก็มาจากเมืองนี้แหละ เสื้อผ้า ของขาย ตามบ้านเรา แม่ค้าเขาก็หิ้วมาจากที่นี้แหละ แต่เรามาครั้งนี้เราไม่ได้เน้นช๊อป แต่เรามาเที่ยว มากับโกกราฟต้องมีความฮิป! เดินทางไป เที่ยวกวางโจว มีบินตรงทุกวันจากไทย ด้วยสายการบิน ThaiAirasia ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. เท่านั้น จากดอนเมือง ลงที่สนามบินนานาชาติ Baiyun ด้วยไฟล์ทออกช่วง 19.30 เราสามารถออกเดินทางวันศุกร์ได้เลยไม่ต้องเสียเวลาลางาน แล้วไปหาที่พัก นอนซักงีบก่อน เราจะได้ออกไป เที่ยวกวางโจว อีกวันแบบไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไรเพราะได้พักผ่อนไป 1 คืนแล้ว screen-shot-2559-11-18-at-8-51-22-am เมื่อถึงสนามบิน ไฟล์ทบินเราจะค่อนข้างดึกหลัง 5 ทุ่ม  Metro จึงปิดแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงทางสนามบินมีบริการรถบัสรอบกลางคืน มีทั้งหมด 5 สาย จะให้บริการจนถึงเที่ยวบินสุดท้ายเลย เริ้มต้นแค่ 10 หยวนเท่านั้น สุดสาย 17 หยวน อ่านรายละเอียดแต่ละสายได้ที่ https://www.travelchinaguide.com/cityguides/guangdong/guangzhou/air/shuttle-bus.htm หรือ

เราจะเดินทางโดยแท็กซี่ก็ได้ ถ้ามาหลายคนก็คุ้มอยู่ เข้าเมืองอยู่ประมาณ 100 – 120 หยวน พยายามหาแท็กซี่ที่เป็นมิเตอร์ หรือแท็กซี่มันกะจะเหมาให้ได้ก็อย่าให้เกินราคาประมาณนี้ แล้วเวลาลงจากรถขอใบเสร็จ (发票, Fā-piào) จากแท็กซี่ได้ เวลาลืมของ หรือมันจะโกง จะไม่ค่อยกล้า เพราะรายละเอียดทุกอย่างของคนขับอยู่ในใบเสร็จแล้ว อย่าลืมแลกเงินหยวนมาด้วยล่ะ! 15355718_970789676360168_724785811347639253_n


– Metro การเดินทางหลักของเมืองกวางโจว คลอบคลุมที่ต่างๆทั่วทั้งเมืองแล้ว เริ่มต้นอยู่ที่ 2 หยวน แต่เพิ่มทีละ 1 หยวนทุกๆ 6 กิโล คือง่ายๆ เวลาเราไปเที่ยวไปที่ต่างๆตกไม่เกิน 2-3 หยวน ไปสนามบินจากกลางเมืองแค่ 7 หยวนเท่านั้น ถือว่าถูกมากๆ **** ตู้ซื้อตั๋วรับเฉพาะ 10 / 5 / 1 หยวนเท่านั้น พยายามเก็บเหรียญไว้จ่ายค่า Metro นะ แผนที่ Metro โหลดเก็บไว้เลย

Ximenkou
  • Ximenkou station
ย่านรวมแหล่งที่กิน และ วัดเก่าแก่ เรามาย่านนี้ก่อนเลยเพราะที่พักเราอยู่ที่นี้นั้นเอง Lazy gaga hostel เป็นโฮสเทลที่น่าจะดีสุดในกวางโจวแล้วราคาตกตั้งแต่ 200 – 7oo+ บาท เราเลือกที่นี้เพราะราคาถูก สะอาด เดินทางสะดวก และ reception เปิดตลอด 24 ชม. เพราะเรามาถึงกวางโจวก็ 5 ทุ่มแล้ว กว่าจะเข้ามาในเมืองก็เข้าไปเที่ยงคืนกว่าแหละ เพราะฉะนั้นที่นี้ตัวเลือกดีสุดเลย การเดินทางจากสนามบินหลัง 5 ทุ่ม ขึ้นรถบัสสาย 1 แล้วลงสุดสายป้าย Railway Station 17 หยวน แล้วต่อแท็กซี่ ถ้าหามิเตอร์ได้ประมาณ 15-20 หยวน แต่ถ้าเหมาคงโดนเรียก 30-40 หยวน ก็แล้วแต่ต่อรองกันไปนะ มาถึงก็เช็คอินเรียบร้อย ยังเห็นฝรั่งในโฮสเทลไม่หลับไม่นอนเต็มโฮสเทล มีบริการขายเครื่องดื่ม และ มาม่า ก็ช่วยรอดตายได้ในคืนนั้น เพราะร้านค้าปิดหมดแล้ว ห้องมีหลายแบบ Dorm ก็ถูกหน่อย 100-200 บาทต่อคน แบบห้องเดี่ยวก็ 700 บาทนอนได้ 2 คนแถมห้องน้ำในตัวด้วย เราก็เลือกห้องเดี่ยวซิ ถูก สบายกว่า ถือว่าเป็นที่พัก สะดวกและคุ้มค่าราคามาก ขอแนะนำเลย ตอนเช้าออกมาสำรวจแถวๆโฮสเทล บรรยากาศแบบจีนจ้าเลย คนจีนตื่นเช้า ร้านอาหารเต็มไปด้วยคน และที่ชอบที่สุดคือเมืองนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ ตั้งแต่ออกจากสนามบิน จนถึงที่พักเราจะเห็นต้นไม้ใหญ่เต็มไปทั้งเมือง จีนเลยยกให้ว่า กวางโจว เป็นเมืองแห่งต้นไม้ Guangxiao Road ข้ามอีกฝั่งจากโฮสเทล ติดกับสถานี Ximenkou เป็นย่านที่รวมวัดสำคัญเก่าแก่มากมาย ถนนแรกที่เรามาเดินคือถนน Guangxiao เป็นถนนเข้าตรงสู่วัดตลอดข้างทางก็จะเต็มไปด้วยร้านขายของวัด ของไหว้ แต่ถนนเส้นนี้ทีเด็ดคือมันมีร้านอาหาร และคาเฟ่ด้วยดิ เออ ดีงามตลอดที่เราเดินทั้งเส้นเห็นอยู่หลายร้าน สรุปเรามาจบอาหารเช้าที่ร้านนี้เพราะเห็นคนเยอะดี เป็นร้านขายโจ๊ก และ ก๋วยเตี๋ยวหลอด เป็นอาหารเช้าท้องถิ่นของกวางโจวเลย เข้าไปเป็นภาษาจีนล้วน เอาไง เราจิ้มมั่วเลย ยังดีมีรูปให้ดู แล้วก็ชี้ไปที่โต๊ะข้างๆ เอาแบบนี้ สรุปเราได้ โจ๊กหมูสับ กับ ก๋วยเตี๊ยวหลอดไส้ ไส้เนื้อวัว สรุป อร่อย และราคาไม่แพงเลย เหมาะมาฝากท้องที่นี้ตอนเช้า ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้ ไส้เนื้อวัว ราดด้วยซอสซีอิ๊วออกรสเค็มหวาน ไส้ไม่คาว ไม่เหม็นกลิ่นสาบ และนิ่มมาก อร่อย มีน้ำส้มพริกให้เติมด้วย โจ๊กนี่ก็อร่อยนะ เคี่ยวจนข้นกับเนื้อหมูสับ แต่ก็จืดไปหน่อย ต้องเติ่มเครื่องปรุงนิดหน่อย ก็อร่อยแล้ว Guangxiao Temple
  • ค่าเข้า 5 หยวน
เป็น 1 ในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในกวางโจว หรือ ในจีนเลยทีเดียว มีประวัติการตั้งวัดนี้ตั้งแต่ 1700 ปีก่อน และมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตลอดทุกยุค จนประมาณปี คศ. 1279 มีการบูรณะวัดใหม่ แต่เป็นทรงวัดเป็นแบบนิกายเซน เราเข้ามาถึงวัดตอนแรกเราก็คิดไม่เหมือนวัดจีนเลย ลักษณะคล้ายวัดญี่ปุ่นมากกว่า พออ่านประวัติเลยรู้ว่าใช้ทรงแบบนิกายเซนนี่เอง บรรยากาศวัดสะอาด และสวยมาก คือตกแต่งน้อย แต่สวยงามแบบญี่ปุ่นเลย เมื่อมาถึงต้องมาไหว้พระองค์ใหญ่ 3 องค์ในโบสถ์ประธานด้วยนะ วัดนี้สวยมาก เที่ยวกวางโจว ควรมาแวะ และหาของกินย่านนี้ รอบๆนี้ยังมีวัดดังๆอีกหลายวัด มีเวลาควรไปชม Huiji West Road เป็นซอยถัดมาจากถนน Guangxiao เป็นย่านผับบาร์ (เออตั้งในเขตวัดเลย ฮ่าๆ) ซอยนี้จะเต็มไปด้วยบาร์ และคาเฟ่ มากมาย แต่เสียดายเปิดตอนกลางคืนไง เลยอดเก็บบรรยากาศย่านนี้เลย ร้านคาเฟ่ดังย่านนี้คือ Rose Cafe เป็นคาเฟ่คนคลั่งกาแฟมีเมล็ดกาแฟจากทั่วโลก และวิธีการชงหลากหลายแบบ เป็นร้านกาแฟที่ดีสุดในกวางโจวที่หนึ่ง ควรมา (และมาเย็นๆ ร้านจะได้เปิดหมด พลาด) Rose Cafe ร้านสำหรับคนคลั่งไคล้กาแฟในกวางโจว
Redtory Art+Design Factory
  • Yuancun Station > Exit B Shuttle Bus 2 หยวน
ที่จีนเมืองใหญ่ๆจะมีพื้นที่ Design District แหล่งรวมแกลลอรี่งานออกแบบ แล้วกวางโจวล่ะ มีที่ไหน เราก็สืบหาจนมาเจอที่ดังสุดของกวางโจวคือ Redtory การเดินทางไม่ยากลงสถานี Yuancun ออกประตู B แล้วต่อขึ้นรถคนละแค่ 2 หยวนเท่านั้น หรือจะเดินก็ได้ประมาณ 1 กิโล ระหว่างทางเดินมีพวกร้านอาหารด้วยนะ นั่งรถประมาณ 10 นาที เห็นเขาอ้อมๆไปทางอื่น ไม่ต้องตกใจเขาส่งคนที่อื่นก่อน แล้วมาส่งที่ Redtory ฝั่ง North Gate Redtory Design District สร้างมาจากพื้นที่โรงงานเก่า ยังคงเห็นตึกเดิมๆอยู่ และทุกที่จะปกคลุมไปด้วยต้นไม้ เหมาะมาเดินเล่น ปั่นจักรยานเที่ยวมาก หรือจะถ่ายรูป เพราะมีจุดให้ถ่ายรูปเยอะแยะไปหมดเลย ที่นี้เหมือนสวนสาธารณะของคนจีนเลย ปั่นจักรยาร พาลูกมาเดินเล่น เข็นรถเข็นเด็กเยอะแยะไปหมด จะว่าไปเมืองกวางโจว เด็กเล็กเยอะมาก เห็นทุกที่ Redtory พื้นที่ใหญ่มาก มีแกลลอรี่เยอะแยะ แล้วก็พวกร้าน Design ขายของแอบอยู่ตามที่ต่างๆ บ้างก็อยู่ในตึกเก่า โกดังเก่า ใช้เวลาเดินเล่นไปเรื่อยๆ คาเฟ่วาดรูปที่นี้ก็มีนะ กินกาแฟไป วาดรูปไป มีโซนที่เป็นรางรถไฟเก่าด้วย เป็นสถานีรถไฟขนส่งเก่า มีขบวนรถไฟเก่า จุดนี้คนจีนมาถ่ายรูปเยอะมาก ร้านแอบตามที่ต่างๆเยอะมาก ต้องใช้เวลาค่อยๆเดินเก็บไป ที่นี้เดินเพลินก็หมดไปแล้วครึ่งวัน มีคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านชิคๆ เหมาะมานั่งกินเอาบรรยากาศชิลๆ วัยรุ่นจีนจับกลุ่ม ไม่ก็คู่รักเต็มเลยยยย ทุกเสาร์ อาทิตย์ มีตลาดนัดของทำมือด้วย ในนี้มีสนามฟุตบอล โรงเรียน  สนามแบตมินตัน เออมีหมดทุกอย่าง ดีเนอะ มา เที่ยวกวางโจว ก็อย่าลืมแวะมา เป็นอีกสถานที่ไม่ควรพลาดเลย โคดฮิป   Zhujiang New Town
  • Zhujiang New Town Station
เป็นย่านโซนใหม่ของเมือง ตรงนี้จะมีแต่ตึกดีไซน์ล้ำเยอะแยะ และสร้างใหม่ขึ้นอีก จะสร้างให้เป็นจุดศูนย์กลางของเมือง แหล่งธุรกิจ มิวเซียม เป็นแลนมาร์คของสานที่ เที่ยวกวางโจว สมัยใหม่นั้นเอง ตรงกลางจะเป็นยาวหลายกิโล จนไปสุดกับ Canton Tower
Guangzhou Opera House สุดยอดงานสถาปัตย์ ผลงานออกแบบของ Zaha Hadid ตอนนี้ทุกงานออกแบบของเธอกลายเป็นแลนมาร์คของแต่ละเมืองไปแล้ว เอาเป็นว่ามีงานของเธอที่ไหน ก็ต้องแวะไปให้ได้ อย่างคนไทยน่าจะคุ้นกับ DDP ที่เกาหลี นั้นแหละผลงานออกแบบของเธอ เป็นสถานที่ที่เหมาะกับมาถ่ายรูปเพราะเส้นโค้ง รูปทรงของตัวอาคารน่าสนใจมากๆ ด้านในเป็นโรงละคร มีการแสดงทุกวัน อย่างวันที่เราไปมีโรมิโอ & จูเลียต มีเวลาว่างก็น่าเข้าไปดูนะ  
Guangdong Museum
  • Free ต้องมีพาสปอร์ตโชว์
พิพิธภัณฑ์กวางตุ้ง สำคัญมากคือเข้าฟรี แน่นอนเลยต้องเข้า เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าประวัติศาสตร์ของมลฑลกวางตุ้งเป็นหลัก รูปทรงตัวตึก เป็นสี่เหลี่ยมมีช่องๆ เหมือนก้อนหินที่ประกอบเข้าไปด้วยกัน ตอนกลางคืนมีแสงสีแดงด้วย แต่วันเราไปไม่เปิดซะงั้น ตั๋วฟรีรีบเข้า! ภายในเจอโถงใหญ่ อลังการงานสร้างแบบพี่จีนเลย โถงต้องใหญ่เข้าไว้ งานอลังต้องยกให้พี่จีนเขาล่ะ นิทรรศการจะเป็นเล่าประวัติการกำเนิดชนชาติ วัฒนธรรม การค้าขาย และธรรมชาติของมณฑลกวางตุ้ง บรรยากาศร้านขายชาในสมัยก่อน นี้เป็นเมืองโบราณ Kaiping ได้รางวัล Unesco เลยทีเดียว อยู่ห่างตัวเมืองกวางโจวประมาณ 2 ชม. เราก็อยากไปอยู่แต่ฝนตกๆหยุดๆทั้งวันเลยตัดสินใจไม่ไป ความน่าสนใจของที่นี้คือตึกรูปทรงที่แปลกตา คล้ายแบบพวกยุโรปผสมๆกัน เรียก Chinese Western เพราะเมื่อก่อนนี้เมืองนี้มีการค้าขายกับต่างชาติอยู่มาก เลยมีวัฒนธรรมต่างชาติผสมผสานแถวนี้ มีโซนที่จัดแสดงของเก่า เอกสาร รูปภาพ อุปกรณ์เครื่องใช้ในสมัยนั้น ห้องแสดงหิน และแร่ธาตุ เพราะย่านนี้มีอุตสาหกรรมเหมืองอยู่มากมาย ถึงโซนแสดงธรรมชาติ มีพืชท้องถิ่น และสัตว์สต๊าฟ เต็มห้องเลย เป็นสถานที่เหมาะมาเดินเพื่อเรียนรู้ความเป็นกวางตุ้งมาก ควรแวะเพราะดีจริง และฟรี!
Guangzhou Library ห้องสมุดประจำมณฑล เป็น 1 ในห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือเข้าไป จะตกใจว่าทำไมคนจีนชอบอ่านหนังสือขนาดนี้ ตึกมีความสูงประมาณ 9 ชั้น เต็มไปด้วยคนทุกชั้น ทุกคนอ่านหนังสือกันหมด คืออ่านกันแบบจริงจัง เห็นมีคนยกกองหนังสือมายืมหลายเล่ม ต่อคิวยาวเลย(เอออันนี้ไม่มีการแซงคิวกันเลยเป็นระเบียบมาก) มีเครื่องอาบ UV ไว้ฆ่าเชื้อหนังสือด้วย โคดเจ๋ง มีคนเต็มทุกชั้นจริงจังมาก กับหนังสือของชาวจีน
Canton Tower
  • Canton Tower Station
มาถึงแลนมาร์คสำคัญของกวางโจวแล้ว เราก็เห็นมันตั้งตลอดแหละตั้งแต่เดินอยู่ย่านนี้ เราพยายามเดินใกล้เข้าไปๆ แต่ก็ยังไกลอยู่ดี เดินไปเรื่อยจนสรุปว่าาามีแม่น้ำกั้นอยู่ ไปไม่ถึง ใครจะมาแล้ว Canton Tower ให้ลง Metro เลยนะ ไม่ต้องพยายามเดินมาแบบเรา ฮ่าๆ พูดแล้วเหนื่อย Canton Tower เคยเป็นอดีตหอคอยที่สูงในโลก แล้วก็โดดแซงโดย  Tokyo Sky Tree สามารถขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ด้วย แต่มีค่าเข้า มีหลายออฟชั่นให้เลือก Bubble Tram คล้ายๆชิงช้าสวรรค์แต่อันนี้เรานั่งในโดมแล้วหมุนรอบตึก Skydrop เป็นเครื่องเล่นที่ขึ้นไปสูงๆแล้วก็ทิ้งตัวลงมา ใครชอบเสียวก็จัดเลย Spider walk คือกิจกรรมเดินไต่รอบหอคอยสูงถึง 1 กิโลเลยทีเดียว โหดมาก
 Adults CNY 150
 The old over 60 CNY 120
 Children between 3.9 and 4.9 feet (1.2 to 1.5 meters) CNY 75
Combo Tickets
Combo Tickets  Adults The old over 60 Children (3.9 to 4.9 feet)
Cloud & Star Observation Decks + 450 Lookout CNY 228 CNY 210 CNY 114
Cloud & Star Observation Decks + 450 Lookout + Bubble Tram or Sky Drop CNY 298 CNY 298 CNY 149
Cloud & Star Observation Decks + Spider Walk + 450 Lookout + Souvenir CNY 488 CNY 470 CNY 244
Cloud & Star Observation Decks + 488 Lookout + Spider Walk + Engineering Marvel Tour Hall + 450 Lookout + Bubble Tram + Sky Drop CNY 488 CNY 488 CNY 244
นอกจากนั้นในหอคอย มีร้านอาหาร โรงหนังระบบ 4D คาเฟ่ เยอะะะะ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.travelchinaguide.com/attraction/guangdong/guangzhou/canton-tower.htm
  พอตกกลางคืนก็กลายเป็นหอคอยสายรุ้ง เปิดเวลาประมาณ 1 ทุ่ม สวยๆ เปลี่ยนสีไปมาได้ด้วย ย่านใจกลางก็เปิดไฟเต็มไปเลย พื้นยังมีสี คนเริ่มออกมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ เด็กที่นี้เขากำลังฮิตริบบิ้นนะ เล่นกันเต็ม นี้อาจเป็นแผนปั้นนักยิมนาสติกในอนาคตก็ได้ แล้วเราก็เดินกลับมาชมไฮไลท์ตอนกลางคืนของเขตนี้ คือ Opera House พอเปิดไฟตัวอาคารยิ่งล้ำเข้าไปอีก เหมาะมาถ่ายรุปเท่ๆ อาคารรูปทรงยังกับทรานฟอร์มเมอร์ เจ๋งมากกกกก มาย่านนี้แนะนำมาแต่บ่ายๆ ถ้าจะเดินมิวเซียมก่อนนะ ถ้าไม่เดินมิวเซียมก็มาเย็นๆเลย รอดูไฟแสงสีดีกว่า  
Beijing Street
  • Beijing Lu Station
ย่านช๊อปปิ้งและสตรีทฟู๊ดของกวางโจว ใครมา เที่ยวกวางโจว ก็ต้องมาถนนเส้นนี้ เพราะมีทั้งของกินและของช๊อปแบบครบทุกอย่าง ถนนเส้นนี้ร้านเปิดแต่เช้า จน ถึง 4 ทุ่ม คือมาได้ทั้งวัน เดินได้ตลอด มีสตรีทฟู๊ด ระหว่างทางเยอะแยะ ที่เห็นเยอะพวกเนื้อเสียบไม้ย่าง ปลาหมึก ไม้ยาวๆ ไม่รู้จะยาวไปไหน ร้านช๊อปเยอะแยะ ของแท้แน่นอน ถ้าซื้อตามช๊อปพวกนี้ แล้วก็มีถนนสายเก่า ที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของถนนเส้นนี้ในอดีต ทีเด็ดของที่นี้เลยร้านที่คนไทยมาเห็นต้องสะดุ้งทุกคน ร้านอะไรว่ะ! ฉันยุ่งมาก โคดตลก เป็นร้านขายมะม่วงปั่น คือ คนจีนบ้ามะม่วงมาก ยิ่งบอกมาจากไทยยิ่งคลั่ง ไม่ได้มีแค่ร้านเดียว มีหลายร้านด้วย แถมชื่อประหลาดๆทุกร้าน บ้ามะม่วง ไทยมาก ไทยไทย คือพยายามไทยทุกร้าน แต่มันไม่ใช่ ฮ่าๆ แก้วตก 30 หยวน อร่อยนะ แก้วใหญ่มาก เต็มไปด้วยความอ้วน มะม่วงปั่น ตามด้วยเยลลี่มะม่วง วิปครีม โปะด้วยเนื้อมะม่วงเยอะๆ แก้วหนึ่งแบ่งได้ 3 คนสบายๆ เออ อร่อยกว่าที่คิด อยู่ไทยไม่คิดจะกินเลย มากินที่จีนแทน มะม่วงที่นำเข้าจากไทย! อีกร้านที่แนะนำว่าน่าเมื่อมาถนนเส้นนี้คือร้าน Unbook Store เป็นร้านหนังสือสูง 7 ชั้น ที่ขายของสารพัด แต่ก็ส่วนมากจะภาษาจีนนั้นแหละ แต่มีชั้นภาษาอังกฤษอยู่ 1 ชั้น นอกจากหนังสือมีพวก Giftshop เครื่องเขียน ที่น่ารักๆ ด้านบนสุดเป็นคาเฟ่ซื้อหนังสือแล้วมานั่งกินได้เลย Chen Clan Academy
  • Chen Clan Academy Station
  • ค่าเข้า 10 หยวน
บ้านตระกูลเฉิน ชื่อตระกูลนี้คนไทยคงรู้จักกันเยอะแน่ๆ มักได้ยินชื่อคนตระกูลนี้จากหนังจีน ตระกูลเฉินเริ่มต้นตระกูลจนยิ่งใหญ่จากการที่สอบจอหงวนได้ที่ 3 ทำให้มีหน้าที่การงานดีขึ้นมา จงเป็นตระกูลที่มั่งคั่งและใหญ่โต 1 ใน 5 ของเมืองกวางโจว บ้านหลังนี้สร้างมาเพื่อเป็นโรงเรียนสำหรับสอนเด็กๆ ในตระกูลเฉิน ก่อนที่จะส่งไปสอบจอหงวน ต่อมาก็ได้เปลี่ยนทำเก็บป้ายบรรพบุรุษมีเป็นพันๆป้ายเพื่อไว้ไหว้บรรพบุรุษตระกูลเฉินทุกปี ตั้งในอาคารหลังใหญ่สุดในบ้าน แล้วต่อมารัฐบาลก็ช่วยบูรณะ แล้วเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้านในได้ เป็นที่เที่ยวระดับ 4A เลยทีเดียว (จีนจะแบ่งระดับที่เที่ยวเป็น 1A – 5A) เริ่มจากทางเข้า ด้านหน้า จะเห็นเต็มไปดูศิลปะแกะสลักที่ละเอียดมาก จะเห็นงานทุกจุดบนหลังคาแกะสลักอย่างละเอียดมีเรื่องราว และลงสี ถือว่าเป็นศิลปะชั้นยอดของคนกวางตุ้งเลยทีเดียว ประตูทางเข้าตัวบ้าน เขาว่าเป็นประตูบ้านที่ทำจากไม้ที่ใหญ่ที่สุดในกวางโจวเลย ภายในเป็นสวนต้นไม้กระถางเล็กๆ ตรงกลางลานบ้าน ตัวบ้านมีค่อนข้างหลายหลังเลยทีเดียว ทุกหลังจากมีทางเชื่อมต่อถึงกันหมด แล้วดูรายละเอียดของงานแกะสลักแล้ว ไม่ธรรมดามากๆ บรรยากาศเหมือนหนังจีนยุดฮงเฟยหง เลย แบบเป็นจีนที่มีต่างชาติเข้ามาทำการค้าขายแล้ว ให้ดูงานรายละเอียดของบานประตู จะเห็นว่าละเอียดมาก ที่บ้านตระกูลเฉินก็เป็นอีกที่เที่ยว ที่ควรมาในกวางโจวเลย ยิ่งใครชอบงานศิลปะ และสถาปัตย์โบราณ ควรมา เพราะงานเขาละเอียดมากๆ
Shamian Island
  • Huangsha / Cultural Park Station
อีกโซนที่ควรมาของกวางโจว อยู่ด้านล่างของตัวเมือง ติดสามแยกแม่น้ำ และมีเกาะ Shamian ตั้งอยู่ อาคารแถวนี้จะสร้างเป็นทรงยุโรป เพราะสมัยก่อนเป็นศูนย์กลางของบริษัทการค้าของอังกฤษและฝรังเศส มีสำนักงานสำคัญของชาติยุโรปตั้งอยู่ทั้งเกาะ แล้วสมัยนี้ก็เป็นเป็นร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ กับสวนกลางเกาะที่คนมาเดินเล่นกัน ถ่ายรูปกันเต็มเลย คนมาถ่ายรูปพรีเวทดิ้ง เยอะมากจนเรียกว่าเกาะแต่งงานได้เลย Heekca Cafe เราออกมาจากสถานี Huangsha จะโผล่มาเจอกับห้างใหญ่ก่อนเลย ร้านอาหารเยอะมาก หิวก็จัด ร้านไหนกินเลย เราไปเจอร้านคาเฟ่ที่น่าสนใจพอดี Heeka เห็นวัยรุ่นต่อคิวกันยาว เข้าไปเข้าใจว่าเป็นคาเฟ่ธรรมดา แต่ที่นี้ไม่ธรรมดา เป็นเครื่องดื่มชีส! คือเป็นพวกชา กาแฟ แล้วโปะด้วยครีมชีสด้านบน มีชาจีน ชาเขียว ชาผลไม้ หรือพวกกาแฟ โกโก้ แต่ทุกแก้วโปรด้วยฟองครีมชีส! เออ แปลกดีเนอะ แต่กลับอร่อย เหมือนกินชีสเค้กตัดกับชาขมๆ อร่อยเข้ากันดี ก่อนเดินไปเกาะ แวะร้านนี้ก็ดีนะ แนะนำ ชาเย็น โปะด้วยฟองครีมชีส เอออร่อยยยย ต้องยกดื่มด้วยนะอร่อยกว่าดูดจากหลอด Shamian Island ข้ามฝั่งมาจากฝั่งห้างเดินข้ามสะพานมา สะพานนี้ยังเป็นสะพานเดิมๆตั้งแต่สมัยทำการค้ากับชาติยุโรป บรรยากาศเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่กับตึกสไตล์ยุโรป ในสวนกลางเกาะ มีรูปหล่อทองเหลืองตั้งอยู่ตลอดทาง มักจะเห็นเด็กๆ ผู้คนถ่ายเล่นกับรูปปั้นเหล่านี้ เดินไม่นานนี่เจอถ่ายพรีเวดดิ้งประมาณ 10 คู่ได้ เยอะมาก เกาะนี้เหมาะเดินเล่น ถ่ายรูปบรรยากาศสวยๆ เดินเพลินมาก เพราะต้นไม้ใหญ่เป็นร่มเงาตลอดทาง Cathedral of the Sacred Heart
  • Yide Lu Station
มาที่โบสถ์เก่าแก่ของกวางโจว รอบๆโบสถ์จะเป็นตึกทรงยุโรป แต่ร้านที่ขายย่านนี้จะเป็นพวกอาหารทะเลแห้ง เดินมาแถวนี้นึกว่าเดินแถวหนองมน กลิ่นนี้ใช่เลย ออกจากสถานีเดินมาไม่นาน ก็เจอโบสถ์ จะเปิดให้เข้าตอนบ่าย 3 โมง และต้องกางเกงขายาว ห้ามรองเท้าแตะ เราใส่ขาสั้นมาจ้าาาาา อดเข้า แล้วฝนกำลังตก และเราต้องรีบนั่งรถไฟไปเซินเจิ้นต่อ เลยถ่ายรูปบรรยากาศด้านนอก แล้วก็รีบไปสถานีเลย Guangzhou South Railway Station
  • Guangzhou South Railway Station
นั่งใต้ดินจากสถานีแถวบ้านเราไม่นาน ประมาณ 20 นาที ก็ถึงสถานี Guangzhou South Railway Station จริงๆเราไปเซินเจิ้นได้หลายสถานีนะ แต่ แต่ละสถานีปลายทางลงจะไม่เหมือนกัน แนะนำว่า South ดีที่สุดลงใกล้กลางเมืองย่านที่พัก มาถึงสถานีค่อนข้างใหญ่มาก มองหาป้าย Guangzhou – Shenzhen ก่อนเลยเดินตามป้ายมาเรื่อยๆ จะเจอตู้ขายอัตโนมัติ แนะนำว่าไม่ต้องไปสนใจมันเพราะเป็นภาษาจีนล้วนๆ และรับแต่บัตรเครดิตจ้าาา  ไม่ต้องสนใจตู้อัตโนมัติ ข้ามมาฝั่งตรงข้ามที่ตู้ขายตั๋วเลย บอกเขาไปเซินเจิ้น ง่ายกว่าเยอะะ ค่าเดินทาง 79.5 หยวน มีรอบทุกๆ 15 นาที คือไม่ต้องกลัวไม่มีรถไฟไปเซินเจิ้นเลย เลือกเวลาก็เผื่อเวลาเดินไปซัก 15 นาทีก็พอ ทางไปชานชาลารถไฟใกล้ๆ แล้วก็ได้ตั๋วรถไฟมา แต่เป็นภาษาจีน แต่ไม่ยาก ดูตามรูปเลย รถไฟออกเดินทาง 16.40 ดูตู้และที่นั่งด้านขวา 06 คือเลขตู้ 21 C คือเลขที่นั่ง ไปรถไฟก่อนเวลานิดหนึ่ง รถไฟจีนเขาออกตรงเวลานะ เดินมาถึงหน้าประตูทางเข้า คนก็รอเต็มเหมือนกับประตูวาปไงไม่รู้ ถึงเวลาเปิด ก็เดินเข้าไปถึงรถไฟ รถไฟความเร็วสูงจีนดูดีมาก บรรยากาศในตู้รถไฟดีมาก ที่นั่งสบายแบบรถไฟชินคันเชนเลย ใช้เวลาไม่นานประมาณ 1 ชม. ก็ถึงเซินเจิ้นแล้ว เร็วมาก
Shenzhen แล้วก็ถึงเซินเจิ้น เขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน เมืองนี้คงไม่ต้องพูดเยอะ คนไทยรู้จักแน่นอน แหล่งช๊อปปิ้ง หิ้วของที่แม่ค้าฮิตมาสั่งของกลับไปขายที่ไทยมากที่สุด แต่เรามาเซินเจิ้นครั้งนี้เราไม่สนใจช๊อป ไม่ซื้อของ แต่เรามาหาแหล่งฮิปในเซินเจิ้นตามสไตล์ Go!Graph  ลงจากรถไฟความเร็วสูง เรานั่งใต้ดินไปที่ Dongmen Market เพราะโรงแรมเราอยู่นั้นไง สะดวกมาก ราคาใต้ดินพอๆกับกวางโจวเลย  

Sun On Hotel

  • Laojie Station

โรงแรมตั้งอยู่ในย่าน Dongmen Market คือที่เลือกโรงแรมนี้เพราะ มันสะดวก และราคาไม่แพง แถมมีอาหารเช้าด้วย แล้วใกล้แหล่งช๊อปเผื่ออยากซื้ออะไรกลับได้แพคของเก็บเข้ากระเป๋าสะดวกๆ ร้านของกินก็มีให้กินตลอด 24 ชม. มาเซินเจิ้นก็โรงแรมนี้เลย Dongmen Market

  • Laojie Station

ตลาดตงเหมินศูนย์กลางแหล่งขายส่งแห่งหนึ่งเลย มีตลาดของขายแบบเยอะมากกกกกก ในห้าง ในตลาด มีแบบเป็นช่องๆเหมือนแพทตินัม คือเดินไปๆมาๆ มีหลงจริงๆ ใครบ้าช๊อปมีล้มละลายกับตลาดนี้ แต่ด้วยเราไม่ใช่สายช๊อป เราหาจุดมุ่งหมายใหม่ของการมาแถวนี้ แน่นอนของกินแน่ๆ เดินเข้ามาทางตลาดตงเหมิน อยู่ด้านในๆ ก็จะเจอถนนสายกิน แบบร้านเยอะมากกกกกก มีให้เลือก แบบเลือกไม่ถูก แนะนำพวก หมี่หน้าเนื้อ อร่อยมากๆ เนื้อเสียบไม้ย่างก็มีเลือกบาน กินให้พอใจเลย ราคาไม่แพง

OCT Design Museum
  • Qiaocheng East Station Exit A
เช้าอีกวันของเซินเจิ้น เราเลือกมาแหล่งฮิป ของที่นี้ OCT Loft ตั้งอยู่ในย่าน OCT หรือ Oversea China Town เป็นย่านเมืองใหม่ที่สร้างอยู่ยนเนินเขา แถวนี้มีทั้งตึกที่พักใหม่ ย่าน Creative สวนสนุก มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำก็มี ห้างใหญ่แบบพารากอน แบบสร้างมาใหม่หมด ให้มีทุกอย่างเลยทีเดียว พอออกจากสถานี Qiaocheng East Station Exit A แล้วมาทางขวาตามป้ายรถเมล์เดินประมาณ 100 เมตร ก็ถึงทางเข้า แล้วก็เดินตามทางไปเรื่อยๆ ก็เจอทางเข้า OCT LOFT ด้านหน้ามีสตาร์บัครออยู่เลย ในพื้นที่เต็มไปด้วยบริษัทเกี่ยวกับด้านงานออกแบบ แอบตามอาคารเก่า ที่นี้มีแกลลอรี่เยอะมาก แล้วพื้นที่ก็เต็มไปด้วยต้นไม้ แน่นอนคนจีนมาเดินเล่นเต็มเลย เข็นลูก มาเดินเล่นใน Creative Zone เออดีเนอะ คนจีนพร้อมเดินเล่นทุกที่ โซนเจ๋งของ OCT LOFT คือแถวรวมร้านอาหาร และคาเฟ่ มีร้านอยู่ประมาณ 10 กว่าร้าน แต่ละร้านจัดเต็มมาก น่านั่งเล่นทุกร้าน แล้วร้านที่เราแวะเพราะเห็นคนเยอะเหมือนเดิม เป็นร้าน My Noodle ตามชื่อร้านนี้ขายบะหมี่ แต่ความเจ๋งคือร้านนี้ทำเส้นสดๆ เมื่อมีคนสั่ง เมื่อสั่งคนทำก็เริ่มนวดเส้น แล้วโยนลงหม้อเลย คือสดกว่านี้ไม่มีแล้ว พนักงานเยอะมาก นวดเส้นกันใหญ่ ทีเด็ด คือ เตาเซียวเมี่ยน เป็นบะหมี่ที่ใช้มีดตัดแฉลบๆจากก้อนแป้งลงหม้อ เป็นบะหมี่โบราณจากมณฑลซานซี
 
หมี่มีหลายเมนู ทั้งน้ำ หรือ แห้ง เราสั่งบะหมี่แห้งไก่ฉีก (ชื่อไทยดูธรรมดาเนอะ 55) เป็นบะหมี่ที่นวดสดๆ แล้วใส่ไก่ฉีก ราดด้วยซอสรสมันๆเผ็ดๆ แล้วก็แตงกวาซอยเล็กน้อย คือ ความอร่อยมันมจากเส้นล้วนๆเลย แบบเส้นเหนียวนุ่มมากกกกกก แบบอร่อยไปไหน แค่เส้นหมี่ กินแล้วติดใจมาก หาที่ไทยไม่เคยเจอเส้นที่อร่อยแบบนี้เลยทีเดียว อีกชาม เตาเซียวเมี่ยนซุปกระดูกหมู และซี่โครงหมูย่าง! ชื่อนี้อลังการกว่าเยอะ 55 เส้นของเตาเซียวเมี่ยน จะมีความหนึบกว่า ซดพร้อมซุปรสกลมกล่อม อร่อยจริง แบบร้านนี้มันอร่อยที่เส้นเลยล่ะ อร่อยมากกก ควรมากิน ต่อมาเป็นคาเฟ่ อยู่ในโซนเดียวกัน แต่แอบอยู่ในซอยหน่อย ร้านแต่งสไตล์ลอฟท์ตามแบบที่ฮิตกัน เราเข้าร้านนี้เพราะอยากกินกาแฟ แต่ไปเห็นป้ายด้านในว่าชนะที่ 3 แข่งชงกาแฟด้วย แปลว่าร้านนี้ต้องไม่ธรรมดาแล้ว (ปกติ จีนหาร้านกาแฟดีๆยากมาก) เมนูร้านนี้มีเยอะมาก แต่เราไปสะดุดตากับ Nitro Cold Brew เป็นสูตรพิเศษของร้านเองเลย สั่งปั๊บ บาริสต้าก็ไปกดกาแฟสดๆจากแท๊บ ใส่ขวดที่แช่เย็นๆ อารมณ์เบียร์สดเลย รสกาแฟและความซ่า รสมีความผลไม้นิดๆ กลิ่นหอม เย็นชื่นใจ คือใครรักกาแฟ Cold Brew ต้องมาห้ามพลาด แบบเหมือนเราเจอขุมทรัพย์ร้านกาแฟที่หายากในจีนเลย ดีมากก อีกเมนูที่เราสั่งชื่อมันยาวมากแบบชื่อวิทยาศาสตร์ เราเลยจำไม่ได้…. เป็นชุดชากลิ่นดอกไม้ ความเจ๋งคือเหมือนให้เราทดลองวิทยาศาสตร์ สนุกกับการผสมส่วนผสมทั้งหมดที่เขาให้มา จะเปลี่ยนสีและกลิ่นไปเรื่อยๆ สร้างสรรค์ดี อันนี้แบบเรารู้เลย อัญชัน มะนาว แน่นอน! ฮ่าๆ แน่พอเติ่มอันที่ สอง สาม เราเริ่มไม่รู้แหละคืออะไร สีก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ คิดว่าเป็นน้ำขิง เพราะมีรสเผ็ดๆออกมา เป็นชากลิ่นดอกไม้ที่รสอมเปรี้ยวเผ็ด เออแปลกดี แต่อร่อยนะ กลิ่นหอม เด็ด ออกจากคาเฟ่เราก็เดินต่อๆไปตามที่ต่างๆ ของ OCT Loft มีคาเฟ่ ร้านอาหาร สตรีทอาร์ต แอบตามที่ต่างๆ และแผนที่ไม่ช่วยอะไร คือให้เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ ค้นหาเอาเอง ว่ามีไรแอบบ้างที่นี้ มีเวลาที่เซินเจิ้น ใช้เวลาประมาณครึ่งวันก็โอเคมาก มาเดินย่านนี้ ชีวิตชิคๆ OCT Bay โซนใหม่สุดของ OCT อยู่ด้านล่างสุดของ OCT คือใหม่ขนาดทุกอย่างกำลังสร้างอยู่ จุดเด่นคือยานแม่ OCT เป็น OCT Art Museum ภายนอกสร้างเสร็จหมดแล้วแต่ภายในยังตกแต่งอยู่เลย อดเข้าเลย มีโอกาสต้องกลับมาดูใหม่ และที่ติดกันเป็นห้างขนาดใหญ่ที่ให้อารมณ์ พารากอน หรือ เอ็มบาสซี่ เต็มไปด้วยร้านหรูๆ และมีอควาเรียมด้วย เราเดินสำรวจได้แปปแต่เวลาจะหมดแล้วก็เลยไปต่อ เพราะมีส่วนยังสร้างอีกเยอะ รออีกหน่อยนะ ค่อยมาเดิน OCT Bay น่าจะสร้างครบหมดแล้ว คงเป็นที่เที่ยวใหม่ที่คนมาเยอะขึ้นแน่ๆ ร้านหนังสือ ร้านนี้เท่มาก ชอบ   Civic Centre
  • Civic Centre / Children’s Palace Station
กลับมาที่ย่านใจกลางเมืองเซินเจิ้นที่ปกติคนมาที่นี้ไม่ค่อยสนใจจะมาเท่าไร แต่เราอยากมาเพราะอยากเห็นสถาปัตย์ของแถวนี้ มาถึงศาลาประชาคม เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซินเจิ้นเลย ตึกใหญ่แต่งด้วยกระจกที่พื้น มีความอลังแบบจีนเหมือนเดิม วิวเมือง ตรงกลางที่เป็นเซนทรัลปาร์ค เมืองใหญ่ที่พัฒนาดีๆ จะมีสวนใหญ่กลางเมืองแบบนี้หมดเลยเนอะ ด้านนี้เราชอบมาก เป็นสวนกลางเมือง บรรยากาศดี จะเห็นชาวจีนออกกำลังกาย เดินเล่น ปิคนิค ดีจัง
Children’s Palace โซนเดียวกับ Civic Centre นั้นแหละ อยู่ด้านหลัง คือโซนนี้เขาจะมีพวกมิวเซียม ห้องสมุด คือเป็นแหล่งให้ความรู้ของประชาชนหมดเลย รวมอยู่ที่เดียวกัน เดินทางสะดวกมาก อย่าง Children’s Palace เหมือนพิพิธภัณฑ์ความรู้สำหรับเด็ก มีของเล่นที่ให้ความรู้กับเด็กเยอะมากกกก อาณาจักรของเด็กเลยก็ว่าได้ แต่เราไม่ได้เข้าไปเพราะหมดเวลาแล้ว มาถึงเย็นเกินไป อีกด้านเป็น Art Museum ที่เราก็อยากเข้าไปข้างในเพราะเห็นรูปแล้วมันอลังการมาก แต่อดจ้าาา เปิดเดือนหน้า รู้สึกติดค้างหลายที่เลยแฮะ ต้องกลับมาอีก
Shenzhen Library ห้องสมุดแห่งชาติเซินเจิ้น ตึกนี้เป็นอีกมุมที่ถ้าคนทำงานดีไซน์จะเห็นบ่อยมาก ว่าอยู่ที่เซินเจิ้น ที่นี้มีทั้งห้องสมุดและร้านขายหนังสือ ที่ใหญ่มากๆ เพราะที่คนจีนชอบอ่านหนังสือ ทุกเมืองจึงมีร้านหนังสือและห้องสมุดใหญ่ๆให้ประชาชนเข้าใช้ได้ ดีจริงๆ ภายในเป็นสถาปัตย์ทรงแบบใยแมงมุม เจ๋งดี แล้วก็จบทริปหนึ่งเซินเจิ้นวันแบบฮิปๆ สำหรับคนสนใจงานด้านดีไซน์ หรือเดินช๊อปจะพอใจแล้ว มาเดินชมงานออกแบบ ชมเมือง ก็เจ๋งไปอีกแบบนะ แล้วเราก็กลับไปโรงแรม หาอะไรกินที่ Dongmen Market เหมือนเดิม แล้วก็ลงรถไฟใต้ดินไปสนามบิน เผื่อเวลาซัก 2 ชม.นะ กำลังดี Bao’an International Airport
  • Hourai Station**ลงสถานีนี้  ไม่ใช่ Airport (เหมือนตอนนี้จะปิดปรับปรุง) จะมีรถบัสสาย M416 บริการไป ลงที่ Terminal 3
เดินมาที่ Check- in E พร้อมกลับบ้านแล้วกลับ ThaiAirasia Check in เรียบร้อย ** ตม.จีนตรวจคนนานมาก แนะนำว่าให้รีบมาก่อนเวลาเข้า Gate 20-30 นาที เดินทางกลับด้วยสายการบิน ThaiAirasia บินตรงลงดอนเมืองเลย สะดวกมากๆ สามารถ เที่ยวกวางโจว เซินเจิ้น ได้ทั้งสองเมือง เลือกลงกวางโจว แล้วกลับที่เซินเจิ้นได้ หรือจะกลับกันลงเซินเจิ้น กลับกวางโจว ทำให้เที่ยวได้ทั้งสองเมือง แถมไฟลท์กลับก็บินตอนกลางคืน เที่ยวได้วันเต็มๆก่อนกลับ เวลาวันกลับดีมากเลย แล้วก็จบทริปสั้นๆ ไม่กี่วันสำหรับเมืองที่คนคิดว่าไม่มีอะไรเที่ยว คิดว่ามาช๊อปอย่างเดียว แต่บอกเลยคิดผิด เมืองกวางโจวและเซินเจิ้นมีอะไรมากกว่าที่คิด ถ้าเป็นไปได้อีก เราอยากกลับมาซ้ำหลายๆที่เรายังไม่มีโอกาสเข้าเพราะยังเสร็จ เพราะจริงก็เห็นรูปข้างในแล้ว ไว้ครั้งหน้าจะมาอีก แล้วก็อยากจะเดินทางออกไปรอบนอกเมืองบ้าง เพราะมีที่น่าสนใจอยู่เยอะ พวกเมืองที่ติดทะเลก็ หรืออุทยานแห่งชาติที่เป็นวิวเขาก็น่าไป ไว้มีโอกาสหน้าเราจะมาค้นหาที่เที่ยวในเมืองจีนอีกให้ได้ เร็วๆนี้เราก็จะมีไปจีนอีกแล้ว บอกแล้วจีนมันน่าไป มีอีกหลายที่ในจีนที่เราอยากไป เพราะ Thaiairasia เขาเปิดเส้นทางไปจีนหลายเมืองมาก เราไปจีนได้อีกหลายรอบเลย ขอบคุณผู้อ่านทุกคน ไว้เราจะพาไปจีนอีก มีแน่ที่ใหม่ๆ
และขอบคุณ ThaiAirasia สำหรับทริปนี้ ไปจีน ไปกับ ThaiAirasia
Facebook Comments