Asia, Hokkaido, Japan, Sponsored, Tohoku

[Go!Graph x JREast] Ep.3 Sendai

เรามาเที่ยวกันต่อจากตอนที่แล้ว นั่งชินคันเช็นจากอาโอโมริ แน่นอนเราใช้พาส JR East – South Hokaido Pass เหมือนเดิม เดินทางแค่นี้ก็คุ้มสุดแล้ว ใช้เวลาจากอาโอโมริ ถึง เซนได ประมาณ 2 ชม. พอมาถึงก็มีเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวประจำเซนได้มาต้อนรับเลย Musubi-Maru มาสคอตประจำเมืองเซนไดนี่เอง เป็นมาสคอตซามูไรหัวข้าวปั้น ชุดเป็นแบบของดาเตะ มาซามูเนะ  ถ้าใครชอบอ่านการ์ตูน หรือ ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ต้องรู้จักแน่ๆ มังกรตาเดียวแห่งเซนได ดาเตะ มาซามูเนะ เท่มาก

01

Sendai

เซนได เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของของภูมิภาคโทโฮคุ จริงแล้วเมืองเซนไดเป็นเมืองในจังหวัด มิยากิ(Miyagi) แต่คนจะรู้จักชื่อของเซนไดมากกว่ามิยากิ เพราะว่าเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานมาก มีเรื่องราวหลากหลายทั้งสงคราม ทั้งการค้าขาย โดยเซนไดเจริญมากที่สุด คือ ช่วงที่ ดาเตะ มาซามุเนะ ปกครอง ด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล และความเก่งกาจของดาเตะ จึงทำให้เซนไดเป็นเมืองใหญ่ที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคนี้

เซนไดได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งแมกไม้ เพราะทั้งเมืองตามถนนจะเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่นมากๆ หรือออกไปนอกตัวเมืองก็จะเต็มไปด้วยป่าไม้ และออนเซน

JR Sendai Station

ถึงสถานนี JR Sendai เป็นสถานีใหญ่ คนเดินเยอะพอสมควร ทั้งในสถานี และรอบๆสถานีก็จะเต็มไปด้วยห้างร้าน ร้านอาหารมากมาย คืออยู่แค่ตรงนี้ก็ซื้อของได้เต็มไม้เต็มมือแล้ว

ด้วยเป็นสถานีใหญ่ หรือหลักของโทโฮคุ เลยมี Tourist Information Center ขนาดใหญ่สามารถมาหาข้อมูลต่างๆที่ใช้เที่ยวได้ พวกแผนที่ การเดินทาง มีแนะนำหมด ภาษาไทยก็มีนะ ขอเขาได้เลย

การเดินทางสำหรับเที่ยวในเมืองเซนไดจะมีใต้ดินและรถเมล์ แต่ถ้าเที่ยวใช้แต่รถบัส Loople Sendai ก็พอ สามารถซื้อตั๋ว One day ได้ที่นี้

  • ราคาต่อเที่ยว ผู้ใหญ่  260 เยน เด็ก 130 เยน
  • One day Pass ผู้ใหญ่  620 เยน เด็ก 310 เยน

มีปัญหาอะไร สงสัยอะไร ถามได้เลย แต่ยังต้องภาษาอังกฤษนะ แต่ก็คงรู้เรื่องอยู่ดี ไงคนญี่ปุ่นก็จะช่วยเราจนได้คำตอบจนได้

และที่นี้สามารถขึ้นตํ๋ว JR East – South Hokkaido Pass ได้ด้วย เพราะเซนไดก็มีสนามบินใหญ่ เพื่อใครบินมาลงที่นี้ ก็มาแลกตั๋วได้นะ หรือเงินเยนหมด ที่นี้ก็มีจุดแลกเงินด้วย

ช่วงที่เรากำลังไป เป็นช่วงเทศกาลทานาบาตะ หรือ เทศกาล ดาวพบคู่ พอดี จะจัดในวันที่ 6 – 8 สค. ของทุกปีทั่วทั้งเมืองก็จะเริ่มตกแต่งด้วยโคมขนาดใหญ่ที่มีสายธงห้อยลงมายาว และมีไม้ไผ่ประดับ ลักษณะแบบนี้จะเป็นแบบเฉพาะของเซนไดเท่านั้น

Beef Tongue Street / Sushi Street

ในสถานี JR Sendai มีร้านค้าเต็มไปหมด แล้วก็มีถนนสายลิ้นวัว ที่เป็นของขึ้นชื่อของเซนได เป็นโซนที่จะรวมร้านลิ้นวัวชื่อดังมาไว้ที่ถนนเส้นเดียว นอกจากถนนลิ้นวัวก็มีถนนชูชิด้วย แน่นอนรวมร้านดังของเซนได้มาที่นี้

และแน่นอนอีก ว่ามาถึงเซนไดเราต้องได้มาลิ้มลองลิ้นวัวย่าง ขึ้นดีของดังของเซนได ทุกร้านจะมีคนต่อคิวรออยู่เสมอ อยากกินของอร่อยต้องอดทนหน่อย

เมนูลิ้นวัวราคาค่อนสูง แต่รับรองว่าอร่อยสมราคา คนเซนไดถือว่าเป็นอาหารพิเศษ นานๆกินทีแบบชูชิอีกด้วย

เราสั่งแบบเซตลิ้นวัวย่าง 4 ชิ้นไปเลย พอหั่นมาจากเป็น 8 ชิ้น ร้านจะเริ่มย่างเมื่อมีคนสั่ง ก็ค่อยๆย่าง เรานั่งเคาเตอร์ดูเขาย่างก็หิวไปดิ

ถ้าร้านจะเสิร์ฟซุปหางวัวมาก่อน ซดคล่องๆคอ

แล้วก็มาลิ้นวัวย่างเซนได! รสชาติจะมีความกรุ๊บกรอบนิดๆ กินกับข้าว เคียงกับผักดองและพริกดองมิโซะ อร่อยมาก มาถึงเซนไดห้ามพลาดดดดดด งั้นมาไม่ถึง

Zunda Saryo

เมื่อกินของคาวแล้วก็มาต่อด้วยของหวานขึ้นชื่อของเซนได คือ ซุนดะโมจิ ซุนดะ ก็คือถั่วแระกวน นั้นเอง เราจะเห็นเจ้าซุนดะเยอะแยะเต็มไปหมดทั่วเซนได สีเขียวอ่อนๆ จะตามเราไปทุกที่

มีของฝากที่ทำจากซุนดะมากมาย

และเราขอแนะนำ Zunda Shake เป็นซุนดะปั่นรวมกับไอติม อร่อยมากกกกกกกกกก

Sendai Castle

ปราสาทเซนได หรืออีกชื่อว่า ปราสาท Aoba สร้างโดยดาเตะ มาซามูเนะ ปัจจุบันไม่เหลือตัวปราสาทอีกแล้ว เหลือแค่ลานตำแหน่งปราสาท และกำแพง เท่านั้น แต่ข้างในยังมีพิพิธภัณฑ์ปราสาทเซนไดอยู่

เมื่อมาถึงปราสาท ก็เจอกับเจ้าเมือง ดาเตะ มาซามุเนะ เลย มาต้อนรับด้วยตัวเอง พร้อมทั้งยังมี ซานาดะ ยูคิมูระ ที่ใส่ชุดสีแดง หมวกเขากวาง และ คาตาคุระ ชิเกะนากะ รวมขุนพลดัง กันเลยทีเดียว

เด็กเห็นชอบมากๆ เห็นแล้วขอเข้ามาถ่ายรูปทุกคน

พื้นที่ตั้งปราสาทเซนได ตอนนี้ส่วนมากจะเป็นลานกว้าง และสวนสาธารณะ

ชมการแสดงพิเศษ Date Busho-tai Enbu Show บนตำแหน่งของตัวปราสาท

อยากเจอดาเตะแบบนี้ ต้องนัดล่วงหน้านะ ทาง http://www.sentabi.jp/date-na-omotenashi/en/event/detail.html

ด้านบนมีรูปปั้นของดาเตะ และเห็นวิวเมืองเซนไดแบบพาราโนมา

มีร้านขายของฝาก ที่ทั้งร้านเต็มไปด้วยซุนดะ ขนาดดาเตะยังแนะนำเองว่าต้องกิน ฮ่า

 

Kirin Beer Factory

  • JR Tagajo station
  • Shuttle Bus จาก Tagaji Station
  • From Tagajo station to KIRIN beer factory 9:35, 10:35, 11:35, 12:35, 13:35, 14:35, 15:35, 16:35, 17:25
    From KIRIN beer factory to Tagajo station 10:15, 11:15, 12:15, 13:15, 14:15, 15:15, 16:15, 17:00
  • Free Admission

เป็นโรงงานผลิตเบียร์ Kirin แรกๆที่ตั้งในญี่ปุ่นเพราะใกล้กับแหล่งผลิต Kirin เปิดการผลิตมาประมาณ 90 ปีแล้วในเซนได ที่นี้จะมีส่วนจัดแสดงให้คนภายในได้เข้ามาดูการผลิต และจะได้กินเบียร์ฟรีด้วย!!

มีขั้นตอนกระบวนให้ดูตั้งแต่ต้นจนจบ บรรยายจะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่เขาจะมีแผ่นภาษาอังกฤษให้อ่านด้วยขอเข้าได้

จุดเด่นของเบียร์ Kirin คือ เบียร์น้ำแรก หมายถึงเบียร์ถึงใช้น้ำแรกจากกระบวนการบ่มข้าวบาร์เล่กับยีสต์ รสจะหวานกลมกล่อมกว่าน้ำหลังๆมาก ใครอยากลองกินก็สามารถไปซื้อได้ตามร้านทั่วไป แต่จะเห็นสติ๊กเกอร์รูปหยดน้ำเขียน 1 นั้นแหละใช่เลย แล้วแต่ละภูมิภาคก็จะมีเบียร์เฉพาะของตัวเองด้วยนะ บอกเลยว่าของโทโฮคุอร่อยมาก

เมื่อชมการสาธิตการผลิตทั้งหมดแล้ว ก็จะได้มาชิมเบียร์ของจริง จำกัดให้คนละ 3 แก้มเท่านั้น ส่วนเด็กๆก็จะมี Softdrink ให้

Sendai Morning Market

อยู่ใกล้สถานี JR Sendai อยู่หลังห้าง Praco 2 เป็นตลาดขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ก็ขายของครบทั้งหมด ปลา ผัก ผลไม้ หาซื้อได้ที่นี้หมด

ช่วงฤดูนี้เป็นหน้า ลูกพีช หอมมากกกก

กับ องุ่นลูกใหญ่ๆเหมือนกินเยลลี่เลย อร่อยมาก

ช่วงนี้ก็จะเห็นโคมประดับตามทาง ของในตลาดก็เล็กๆหน่อย ชาวบ้านทำกันเอง

Clis Road

เป็นถนนสายช๊อปปิ้งใหญ่ที่สุดของเซนได ใครอยากมาช๊อป แนะนำมาเดินเล่นที่นี้เลย มีทุกแบรนด์ เจอหมดในถนนเส้นนี้ ร้านของกินอร่อยๆก็เยอะ

แล้วถ้าอยู่ในช่วงเทศกาลทานาบาตะ ก็จะเห็นโคมประดับยาวตลอดทั้งเส้น แต่ละร้านก็จะทำของตัวเองมาประดับที่หน้าร้าน ช่วงนี้ร้านค้าแต่ละร้านก็แข่งกันลดราคาด้วย หรือมีของกินที่ราคาไม่แพงก็มีพวกลิ้นวัวในราคาแค่ 500 เยน ก็มีขาย

แน่นอน โคมนี้หน้าร้านอาดิดาส

Fukuro Cafe

คาเฟ่นกฮูก อยู่แถว Clis Road ในตึกที่อยู่หลังร้าน Gucci ค่าเข้า 1200 เยนรวมค่าเครื่องดื่มแบบบุฟเฟ่ต์

ก่อนจะสามารถเล่นกับน้องฮูกได้ จะมีกฎระเบียบให้อ่านก่อน เช่นต้องล้างมือทุกครั้ง อยากอุ้มนกฮูกให้บอกพนักงาน กล้องห้ามมีไฟแว๊บขึ้นมา

ในร้านมีหลายตัวเลย ประมาณ 10 วัน ตอนแรกดูก็เหมือนหุ่นยนต์เลยนะ ยืนนิ่งๆ หมุนหัว กระพริบตาแบบนิ่งๆ

เออ พอเล่นๆไปน่ารักเหมือนกันนะ นกฮูกเนี่ย ตาโตมากกกก

มีตั้งแต่ตัวใหญ่หนัก 10 โลจนตัวเล็กๆ บางตัวก็เหมือนทำหน้าสงสัยเราตลอดเวลา มองตามอยู่นั้นแหละ

นอกจากนกฮูกยังมี สัตว์อย่างอื่นอีก กระรอกบิน ลิงจิ๋ว หมูแคระให้เล่นอีกด้วย ใครอยากเล่นอยากพักผ่อนคาเฟ่แนวๆอีกแบบมาๆเลย รู้สึกผ่อนคลายเลยเวลาเล่นกับนกฮูก

Dateno Iroriyaki Kurano Shou Ichiban – Cho Honten

เป็นร้านอาหารแนวอิซากายะ อยู่ถนน Clis Road เหมือนเดิมร้านนี้ความเจ๋งคือมีอาหารของเซนไดหลายอย่างให้ได้ลองชิมกัน

จานแรกเลยซาซิมิรวม

ซาซิมิหอยสังข์เด็ดมาก กรุ๊บกรอบ ใครชอบหอย ต้องกิน

ข้าวหน้าทะเลรวม รวมของดีที่จับได้จากทะเลเซนได

แครอทเทมปุระ แครอทก็ถือว่าเป็นของดีของเซนได เอามาจิ้มกับมิโซะแดง อร่อยหวานกรอบ

อากาศวันนี้ค่อนข้างร้อน เจอ Frozen Draft Kirin เบียร์ฟองวุ้น เจออากาศร้อนงี้ ดีมากเลย ฟิน

รวมชุดไก่ย่าง กินคู่กับเบียร์เข้ากัน

ปลาโอทาทากิ นี่ก็อาหารเด็ดของที่เซนได เหมือนกัน แต่ปลาโอนี้กลิ่นคาวค่อนข้างแรง ถือว่าเป็นเมนูแอดวานสำหรับคนกินซาซิมิเลย กินคู่กับหอม และกระเทียม อร่อยยย

Hotel Metropolitan Sendai

คืนนี้เรานอนที่โรงแรมติดกับสถานี JR Sendai เพราะเหมาะมากในการเดินทางจากเซนไดไปสนามบินนาริตะ และแถมเราจะช๊อปปิ้งด้วย ก็สะดวกสุดๆ เพราะล้อมไปด้วยห้างต่างๆ

ห้องพักเล็กๆ แต่พักสะดวกสะบาย

Akiu Onsen

  • Akiu Onsen Route นั่งรถบัสจุดจอดที่ 8 จากสถานี JR Sendai 

เราออกมานอกตัวเมืองเซนได เมืองเซนไดก็เป็นอีกเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องออนเซน หนึ่งในแหล่งดังคือ Akiu Onsen ใช้เวลาแค่ 30 นาทีจากตัวเมืองก็ถึงแล้ว

Akiu Otaki Waterfall

เป็นน้ำตกอยู่ท่ามกลางหุบเขาและล้อมด้วยป่าไม้ ในช่วงฤดูร้อนก็จะเป็นป่าเขียวแบบในภาพเลย อีกฤดูที่นี้มาก็ฤดูใบไม้ร่วงที่ทุกอย่างจะเป็นสีส้ม แดง หมดเลย

ทางเดินลงไปถึงน้ำตกประมาณ 1 กม. เป็นทางลงเขาด้วย ทางก่อนลงไปมีคาเฟ่น่ารักๆอยู่ด้วย แวะกินซอฟครีมก่อน

ปากทางลงมีศาลเจ้า แวะไหว้ซักแปป

เมื่อลงไปได้ซักพักจะมีร้านเล็กๆอยู่ข้างล่าง มีน้ำแข็งไสให้กินด้วย ปั่นแบบโบรานเลย ชื่นใจมากมายกับอากาศร้อนๆงี้

ระหว่างทางเดินไปเป็นป่าสนตลอดทาง

เมื่อมาถึงข้างล่างก็จะเห็นวิวงามๆของน้ำตกแห่งนี้ สามารถนั่งเล่นได้เป็นชั่วโมงเลยที่นี้ สดชื่นมาก

Onkoma Tokoro Hiroi – Akiu Craft Park

เป็นหมู่เป็นรวบรวมงานหัตถกรรมของญี่ปุ่นหลากหลายชนิด จะแบ่งเป็นบ้านๆ แตละบ้านก็จะประดิษฐ์ต่างกันไป งานไม้ ของเล่น ถ้วยชาม สามารถใช้เวลาเรียนรู้ที่นี้ได้หลายอย่างเลย

บ้านหลังนี้ทำลูกข่าง มีหลายแบบเป็นร้อยๆชนิดเลย แถมมีลูกข่างแปลกๆเยอะ หมุนแล้วแยกออกมาเป็นสี่ หรือหมุนแล้วเปลี่ยนไปอีก ด้าน เออมีหลายแบบกว่าที่คิดมากเลยลูกข่าง

มีช่างฝีมือทำให้ดูจริงๆด้วยในแต่ละบ้าน คือในแต่ละบ้านก็เป็นช่างฝีมือนั้นจริงๆ

มีให้ลองทำลูกข่างเองด้วยนะ ขัด และ ลงสี แล้วก็เอากลับบ้านไปเลย

อีกบ้านก็ตุ๊กตาแบบญี่ปุ่นงี้

Akiu Onsen – New Mitoya Hotel

ใน Akio Onsen มีที่พักมากมายให้เลือกเราได้มาพักที่ Hotel New Mitoya ที่โรงแรมนี้มีบ่อให้แช่ถึง 16 บ่อกันเลย คือทั้งวันไม่ต้องไปไหนขึ้นๆลงๆ บ่อออนเซนให้พอใจไปเลย

ภายในออนเซนเราคงถ่ายมาให้ดูไม่ได้ งั้นให้ดูบรรยากาศรอบๆโรงแรมละกัน บรรยากาศโรงแรมก็จะเต็มไปด้วยป่าไม้ สมว่าเซนได้เมืองแมกไม้ กันเลย

ของดังของโรงแรมนี้คือชุดอาหารของพ่อครัวที่นี้ ที่จะใช้ของประจำฤดูกาลเท่านั้น

ซะพักเสิร์ฟมาละ มีกุ้ง ที่เหลือก็อะไรไม่รู้แล้ว เป็นผักท้องถิ่นทั้งนั้น เองงอร่อยดี แอบเห็นถั่วแระด้วย ยังไม่พ้น

โซบะ กับปลาซาบะตากแห้ง อร่อยกินแปปหมด

ชุดซาซิมิเล็กๆ

และจบด้วยชาบูเนื้อ!!!!! จุ่มแล้วจิ้มปอนซึ เด็ด และปิดท้ายด้วยของหวาน

Matsushima

  • JR Matsushima Kaigen

อ่าวชื่อดังในจังหวัด Miyagi ใช้เวลาออกจากเมืองเซนไดประมาณ 1 ชั่วโมง อ่าวแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดทิวทัศน์แห่งญี่ปุ่นกันเลยด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยรวม 260 เกาะเรียงราวอยู่รอบอ่าวมัตซึซิม่า

Entsu-in Temple

เป็นวัดญี่ปุ่นที่มีความโดดเด่นในเรื่องรับอิทธิพลของศาสนาคริสต์ เช่นมีลวดลาย หรือ ดอกกุหลาบ ซึ่งปกติจะไม่มีในศิลปะญี่ปุ่น แต่จะพบในยุโรป ลวดลายนี้จะแอบซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ เพราะในสมัยนั้นญี่ปุ่นยังเป็นประเทศปิด การรับวัฒนธรรมอื่นมาถือว่าผิดกฎหมาย

ภายในวัด ที่ห้องโถงใหญ่ มีที่รอยลูกประคำที่สามารถอฐิษฐานสิ่งที่หวังลงไปในลูกประคำด้วยหินหลากหลายชนิด แต่ละหินแต่ละก้อนก็จะมีความหมายแตกต่างกันไป

ในวัดมีสวนที่จำลองจากอ่าวมัตซึชิม่า ความสวยงามของสวนนี้จะเปลี่ยนแปลงไปทุกๆฤดูกาลอีกด้วย

ซุนดะโมจิ ก็มีให้ชิมที่หน้าวัดเลย ซอฟครีมซุนดะก็มีนะ

Godaiko Temple

เป็นวัดขนาดเล็กมาก คือ มีพื้นที่แค่เกาะเล็กๆ ข้ามจากสะพานสีแดงมา แต่ความสำคัญของวันนี้คือศิลปะ สถาปัตยกรรมลวดลายบนศาลเจ้า ที่มีรายละเอียดมากมาย จนขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติเลย แต่เดิมทั้งศาลเจ้าจะเป็นสีแดงหมดทั้งหลัง แต่เวลาผ่านเรื่อยๆ สีหลุดหมดจนเหลือแต่เนื้อไม้

Matsushima Fish Market

ตลาดปลาที่รวมของดีจากทะเลอ่าวมัตซึชิม่า ของดีที่ต้องมากินคือหอยนางรมเลย

ร้าน Kakogoya อยู่ด้านหน้าตลาดปลา สามารถกินหอยนางรมย่างแบบบุพเฟ่ต์ไม่จำกัดในราคา 2000 เยน ทานได้ 40 นาที เอาเลย เอาให้พอ บอกเลยว่าน่าพกน้ำจิ้มซีฟู๊ดมาด้วย มีหอมเจียวด้วยนะ เด็ด!! รับรองกินเป็นสิบโลกันเลย ฮ่าๆ

ถ้าใครทานไม่ไหว ก็มีแบบชุดด้วย หอยนางรมย่างกับข้าวอบหอยนางนม ให้หอยมาแต่ละตัวใหญ่มากกกก ฟินกันไป

Matsushima Bay

  • ค่าขึ้นเรือตั้งแต่ 1500 เยนขึ้นไป

อ่าวมัตซึชิม่า เป็นอ่าวที่เต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 260 เกาะ ในแต่ละเกาะก็จะมีลวดลายแตกต่างกันไปเหมือนงานศิลปะบนทะเล ให้คนจินตนาการเป็นเกาะต่างๆ

ระหว่างออกจากอ่าวก็เห็นสะพานแดงทอดยาวไปอีกเกาะหนึ่ง

เกาะต่างๆมีรูปแบบแตกต่างกันไป สวยงามในลักษณะที่แตกต่างกัน

ตามเกาะก็มีนกนางนวล เราสามารให้อาหารนกได้ด้วยถ้านกบินตามเรือมานะ

วิวงามๆแบบนี้ มีไม่กี่ที่ในญี่ปุ่นหรอกนะ

ในบริเวนถนนติดอ่าวมัตซึชิม่า ก็มีร้านค้า ร้านอาหาร เรียงรายตลอดถนน อย่างคาเฟ่แห่งนี้ ก็ฮิปใช่ย่อยเลย มีอาหาร ขนม และของทำมือแบบญี่ปุ่นๆ เข้าร้านนี้เสียเงินแน่นอน

วิวในคาเฟ่ชั้นสอง ชมวิวอ่าวชิวๆไป

ซอฟคริมรสชีอิ๊ว!

เซมเบ้ร้านนี้ก็อร่อยนะ

Sendai Hanabi Festival

แล้วเราก็กลับมาที่เซนไดเพื่อชมงานเทศกาลพลุฤดูร้อน ถือว่าเป็นงานพลุที่ใหญ่มากมีจำนวนพลุถึง 16000 ดอกเลยทีเดียว คนทั้งเมืองเซนได จะพร้อมแต่งชุดยูกาตะออกมาเดินชม นั่งชมตามจุดต่างๆทั่วทั้งเมือง

ลักษณะเอกลักษณ์ดั้งเดิมของพลุญี่ปุ่นเลยจะสีและรูปแบบนี้

คนออกมาเยอะมาก รถไฟใต้ดินบ้างสถานีจะปิดด้วยในบริเวนที่จัดงาน

ปิดท้ายด้วยภาพสุดท้ายของการเที่ยวโทโฮคุฤดูร้อนด้วยภาพคู่รักที่มาชมพลุกลางเมืองเซนไดกัน แอบอิจ ฮ่า

แล้วก็จบแล้วกับทริปสั้นๆ ในโทโฮคุ เป็นภูมิภาคที่เราบอกเลย แะรับรองว่าน่าเที่ยวมาก!!!! ควรมาอย่างมาก ต่อไปคนไทยจะมาโทโฮคุเยอะขึ้นแน่นอน สวยงาม ของกินอร่อย ฟิน อยากมาอีก คือจังหวัดเดียวก็มาซ้ำได้อีกเพราะแต่ละฤดูก็สวยต่างกันไปอีก ต้องมาๆๆ โทโฮคุ!!

และยังคงแนะนำว่ามาภาคนี้ใช้ JR East – South Hokkaido Pass ซะ คุ้มสุดยอด!!

ขอบคุณผู้อ่านที่ชมจนถึงตรงนี้ ไว้เจอกันใหม่

ขอบคุณ JR East และการท่องเที่ยวญี่ปุ่น และเจ้าหน้าที่ทุกเมือง ที่เชิญมาเยือนที่ภูมิภาคนี้ ต้องมีกลับมาอีกแน่นอน ยังอยากไปอีกหลายที่เลย

ดูรายละเอียด และข่าวสารเพิ่มเติมของโทโฮคุ ได้ที่ https://www.facebook.com/TohokuTourism/?fref=ts