03 - Europe, Europe, Germany

Benelux + Europe : EP 20 – Munich Part II

Benelux + Europe : EP 20 – Munich Part II

Munich — สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับรีวิวมหากาพย์การเดินทางในยุโรปกันต่อ
ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายท้ายสุดกันมากๆแล้ว กับเมืองสุดท้ายคือ มิวนิค

25 สิงหาคม 2557 – วันจันทร์


เช้าวันนี้เราออกจากเมือง Salzburg ประเทศออสเตรีย
มุ่งหน้ากลับบ้านที่ Munich เยอรมัน
ภาพ​ ณ สถานี Salzburg เขาทำใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

ระหว่างทาง นั่งรถไฟกลับเยอรมันไม่นานค่ะ หรือใครอยากจะขับรถก็ได้ตามใจ
ส่วนพวกเรานั่งบนรถไฟมันหลับได้นี่นา อิอิ


การนั่งมา Salzburg

เคยเล่าไปแล้วว่าถ้าเส้นทางนี้ Salzburg – Munich
การซื้อตั๋ว Bayern Ticket จะเป็นอะไรที่คุ้มมาก มันมีขายแบบ 5 คนด้วย
(กลับไปอ่านรีวิวตั๋วได้ที่ http://pantip.com/topic/33971768)

ในที่สุดเราก็กลับสู่มิวนิคแล้ว ลาก่อนเอาของไปเก็บก่อนดีกว่า

รอบนี้เราเลือกโฮสเทลแสนใกล้เมือง (ใกล้กว่าอันเดิมนิดหน่อย)
อยู่แถวสถานีรถไฟเลยชื่อ Jaegers Hostel ราคาปกติค่ะ คือประมาณพันบาท / คืน

เก็บของเสร็จก็ได้เวลาออกเดินทัวร์มิวนิคอีกรอบ จากเมื่อหลายวันก่อนเราทัวร์ไปแล้ว 1 วัน
พอมาวันนี้ เรายิ่งเชี่ยวชาญขึ้น จุดเริ่มต้นไม่ใช่ที่ไหน Marienplatz นี่แหละ
พบกับอาเจ้คนเดิมตัวขาว

เริ่มจากทัวร์โบสถ์มหาวิหารอะไรแบบนี้ก่อนเลย (พวกโบสถ์ปกติเราจัดไปหมดละ)
มหาวิหารฟราวเอ็นเคียเช่อ (Frauenkirche: Church of Our Lady)
ที่นี่ขึ้นชื่อค่ะ แหล่งแลนมาร์ค

หน้าตาจริงๆ จากมุมข้างนอก

ไฮไลท์ของที่นี่คือ รอยเท้าปีศาจ อารมณ์ว่ามีคนเหยียบแล้วจมหินลงไปหนักมาก
เขาก็เลยเอาให้ดู แต่แต่เวลานี้เขาสวดมนต์กันอยู่ ยังดูไม่ได้นะ

หลังจากสวดกันจบ ลุงก็เอาป้ายออก อิรอยเท้าปีศาจอยู่ใต้ป้ายยยยย !!
คือลุงจงใจบังไม่ให้เห็นหรืออะไร ให้คนฟังสวดมนต์ก่อนงี้ !!

ดูบรรยากาศในมหาวิหารกันหน่อย ขลังเชียว

หน้าตารอยเท้าปีศาจ เขาก็มีสตอรี่ค่ะ ประมาณว่าจะสร้างโบสถ์แบบไม่มีหน้าต่าง
มนุษย์ก็ไปบอกว่าเฮ้ยไม่มีจริง ปีศาจเชื่อใจลงมาหา สรุปโบสถ์นี้หน้าต่างตรึม
มนุษย์สับขาหลอก ปีศาจโกรธก็เลยกระทืบออกมาเป็นรอยเท้านี่แหละ

สรุปแล้วใครกันแน่ที่ร้ายกว่าปีศาจนะ ?
แล้วมีหน้าไปเรียกเขาว่าปีศาจเนอะ


จากนั้นก็ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้วจ้า
มื้อนี้แสนประหยัด กลับมาที่ตลาด Viktualienmarkt ลานฟูดคอร์ทอีกครั้งนิ


ของกินมากมายอีกครั้งจ้ะ


ไส้กรอกลูกวัว สีขาวของโปรดของพวกเรา คือฟินมาก กินร้านไหนก็ฟินอะอันนี้

กินอิ่มก็ได้เวลาเที่ยวมิวนิคกันต่อ มาเยอรมันมีรึเราจะพลาดแบรนด์สุดโปรด

ลาก่อนกลางเมือง เดี๋ยวมาใหม่

เรานั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี olympiazentrum
เพื่อเข้าสู่ BMW Welt มันคือศูนย์กลางแหล่งรวม BMW ของโลก !!!!

โซน BMW แบ่งเป็น 2 ก้อนค่ะ
1.BMW Welt อารมณ์ว่าโชว์นวัตกรรมมีนู่นนี่มอไซด์ รถให้ดูนิดหน่อย
2.BMW Museum อันนี้โชว์รถตั้งแต่รุ่นคุณปู่ ไปจนถึงแบรนด์ต่างๆที่ BMW ครอบครอง พวก โรลสลอย มินิ

วันนี้ตัว Museum ปิดจ้ะ (มาทำไมนะ วันจันทร์) เราก็ได้แต่เดินดูตัว Welt นวัตกรรมละกัน

เยอรมันถือเป็นประเทศอันดับต้นๆที่ผลิตรถเลย โอ้ยยยเขาผลิตกันมาตั้งแต่สมัยไหนแล้ว
แบรนด์ตอนนี้ก็ดังไปทั่วโลก BMW เบนซ์ ใครจะไม่รู้จัก มาจากประเทศนี้ทั้งหมด

แถม Munich นี่ถือเป็นเมืองหลักที่สร้าง BMW เลย
เพราะแบรนด์ BMW ย่อมาจาก Bavarian Motor Works
ซึ่งอิ Bavarian คือชื่อของแถวนี้ค่ะ ดังนั้นที่เรายืนอยู่เนี่ยชัดๆ



ด้านในเขาก็โชว์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างเจ๋งสุดคือ i8 ที่เห็นแล้วน้ำลายไหล
ล้ำมากกกก

ทำไม i8 ถึงล้ำ อ่านจากข่าวเอานะคะ เค้าบอกว่า
i8 คือรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ปราศจากไอเสีย แถมยังขับเคลื่อนได้เร็วแรงอีกด้วย
(พวกสาระตัวเครื่องไรงี้ไปกูเกิลกันต่อเองนะ)

ส่วน i3 เป็นรถที่ผลิตด้วยเส้นใยคาร์บอน มันก็จะเบาเป็นพิเศษกว่ารุ่นอื่นๆ
แล้วก็ยังใช้ไฟฟ้าเหมือน i8 ด้วย รถเล็กน่ารักเลย

มีให้เด็กๆ ได้ลองทดสอบเล่นกันดู (เผื่อโตมาจะซื้อว่างั้น ไม่ก็อ้อนพ่อซื้อ)

ชั้นบนของที่นี่เป็นโซนมอเตอร์ไซค์ (ด้านล่างเป็นมอเตอร์โชว์ไปแล้ว)
มีให้ลองขี่กันใหญ่ แว้นนิดหน่อย เท่สุด



ด้านนอกยังมีที่ให้ลองขับจริงๆ อีกนะ ใครอยากลองมาลองได้

จากภาพอิตัวตึกสูงๆ คือสำนักงานเค้า (เข้าไม่ได้สิ)
ส่วนตัวถ้วยๆ ด้านขวาเป็น museum แต่วันนี้ดันปิด
แต่วลาในมิวนิคเรามีอีกเยอะ ก็โอเค เราจะมาใหม่ก็ได้ (ด้วยความที่ชอบ BMW จัด)
เราก็เลยเปลี่ยนแผน นั่งรถใต้ดินกลับเข้าเมืองเพื่อไป พระราชวังอลังการกันก่อน

ความล้ำสุดท้ายของตึก Welt ถ่าย zoom out ออกมาจะสวยมาก

เรานั่งใต้ดินมาลงที่สถานี Odeonsplatz เพื่อไป residenz palace munich
แต่แต่ เรามาช้าไป มันกำลังจะปิด เวลาคงไม่พอที่จะเดินชมทั่ว

บรรยากาศรอบๆ แถวนี้กันก่อน เจริญพอตัวนะ ดูชิลล์ดี


แผนเลยถูกเปลี่ยนอีกแล้ววันนี้ มาบังเอิญเจอโบสถ์ Theatiner Kirche แทน
ซึ่งบอกเลยว่าเป็นโบสถ์ที่ จขกท.ชอบมาก

ชอบยังไง เพราะด้านในมันขาวไปทั้งหมด ถ่ายรูปออกมาสวยมากจ้า



เรายังจะแวะถ่ายรูปกับวังด้านนอกสักหน่อย (ไว้พรุ่งนี้จะมาเข้าใหม่ ทดไว้หลายที่เกิ๊น)



โบสถ์จบ เวลายังไม่หมด พระอาทิตย์ยังไม่ตก เราก็ยังมีเวลาไปต่อ
เราเลือกกลับที่แถว BMW อีกครั้ง (เพื่ออออ) เพื่อไป Olympic Park ค่ะ

Olympic Park เคยถูกจัดโอลิมปิคจริงๆนี่แหละ ตั้งแต่ปี 1972 (ยังไม่เกิดเลย)
ซึ่งก็อารมณ์สถานที่จัดมันก็ยังเหลือจุดเที่ยวได้อยู่ (ถึงจะนานแล้ว)

พีคสุดก็คือแถวนี้มีลานกิจกรรมมากมาย แถมตัวโดมอันนี้ก็เท่มากในแวดวงสถาปัตย์

เราขึ้นมาที่หอคอย Olympiaturm360 องศา เพื่อชมวิวมิวนิคย่านนอกเมืองกันบ้าง
ค่าเข้าคนละ 4.50 ยูโรค่ะ



วิวด้านบน กว้างดีนะที่นี่ Hello, Munich !!

มาดูมุมด้านบนของแต่ละที่กัน เริ่มจาก BMW Zone ก่อนจ้ะ

ต่อด้วย สนามกีฬา

ออกเดินทางมาก เห็นโลกมาก เรายิ่งตัวเล็กลงไปอีกมาก
แต่ใจเราพองขึ้นมาก

บรรยากาศด้านบนชิวดีค่ะ คนมาเดินเล่นรับลมกัน

ด้านล่างก็เช่นกัน มีสวน รถขายอาหาร มีคนมาวิ่ง เล่นสเก็ต คือทุกคนมีพื้นที่
เมืองนี้เจริญแต่ประชาชนมีพื้นที่สาธารณะให้ใช้กันเยอะมาก เราชอบนะ



จากนั้นเราก็นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี nordfriedhof

เพื่อไป English Garden คือบอกเลยว่าไม่มีอะไรทำแล้วไง ก็เลยไปเดินชมสวน

English Garden

 

โอ้โหหห สวนใหญ่มากกกก แบบหลงป่ารึเปล่า ใบไม้ตรึม ต้นไม้แยะ


มีแลนมาร์คในสวนด้วยพวกวิหารกรีก

เก๋งจีนงี้

ข้าวเย็นเรากินที่นี่ละกัน แถวเก๋งจีนมีเหมือนโรงอาหารกลางแจ้งให้กิน
เราก็เห็นคนเค้านิยมกันนะ โต๊ะแทบไม่มี


ไส้กรอกหนักมาก ขาหมูอ้วนมาก อาหารคุ้มมาก กินในสวน เยอะไปไหน


กินไปด้วย ชมวิวไปด้วย เกิดมาเพิ่งเคยทำแบบนี้แปลกดีนะ

กินจบ ฝนก็ตก ฟ้าก็เริ่มจะมืดแล้ว ได้เวลาเถลไถลต่อ
เราเลือกจะไปชมไฟกลางคืนที่สนามบอล Bayern Munich กันค่ะ
** นั่งรถไฟใต้ดินลงที่สถานี fröttmaning

Bayern Munich

คืนนี้มีไฟสีส้มเป็นเพื่อนเรา พรุ่งนี้เราจะมาที่นี่นะ
ตอนนี้ดูฟรีกันไปก่อน แค่นั่งรถมาดูไฟเอง


ไฟสีแดงกันบ้าง


แถมสาระสุดท้ายก่อนจบตอน สนามกีฬานี้มีชื่อเล่นว่า ห่วงยาง ค่ะ
ถ้าซูมเข้าไปดูวัสดุที่ใช้มันจะเป็นพลาสติกที่บวมๆ ออกมา
เค้าเรียกกันว่า ETFE Foil (Ethyl Fluoro Ethylene Foil) เดี๋ยวรายละเอียดหนักๆ
ขอพวกเราเข้าไปก่อนนะ แล้วมาเล่าให้ฟังต่อจ้ะ

 

26 สิงหาคม 2557 (อังคาร)


วันนี้เป็นวันสบายๆ ในมิวนิคค่ะ
แผนก็มีแค่ตั้งใจจะเก็บสถานที่ที่อยากไปจากเมื่อวานให้ครบเท่านั้นเอง

BMW Museum

เช้านี้เราจึงมุ่งหน้าไปเลย BMW Museum
ที่เมื่อวาน(วันจันทร์) จะเข้าแต่เค้าดันปิด วันนี้ก็ได้เข้าสมใจเสียที

BMW Museum อยู่ตรงข้ามกับ Welt ส่วนของ BMW zone ค่ะ
ด้านในก็จัดแสดงพวกรถรุ่นต่างๆของบีเอ็มตามประวัติศาสตร์กันมาค่ะ
ค่าเข้าคนละ 9 ยูโรค่ะ

เข้ามาดูด้านในกันดีกว่า พบกันอันแรกเป็นเหมือนโซนแรกก็เป็นรถคลาสสิค

ป้ายรถรุ่นต่างๆ


อันนี้เจ๋งค่ะ เป็นลูกกลมสามมิติของจริง มีสลิงขึงด้านบน แต่มันถูกสั่งให้เปลี่ยนเป็นรุปต่างๆได้
อันนี้เป็นโครงรถค่ะ เปลี่ยนไปมา ล้ำมิติมาก

พวกเรานี่เข้ามาตั้งแต่เค้าเพิ่งเปิด ดังนั้นมิวเซียมเลยยังไม่มีคน
เลยต้องรีบเดิน รีบถ่ายซักกะหน่อย อารมณ์ชาวจีนกลุ่มแรกมาเยือน ฮี่


มีรถหลายแบบที่แบบคาดไม่ถึงมากว่า บีเอ็มจะทำ



ยุคไหนบ้างนี่

ดูภาพกันไปเพลินๆ ใจค่ะ

ต่อมาเขาก็พาเราเดินไปกันต่อ เห็นพวกรุ่นรถต่างๆ มากมาย
คือเราชอบวิธีการจัดแสดงของเค้าที่แบบให้เดินวนไปมานี่แหละ แต่มันไม่ได้น่าเบื่อนะ

เริ่มโมเดิร์น เห็นความเป็นบีเอ็มขึ้นมาหน่อยแล้วนะ

หล่อน้ำตาไหลมาก T-T อยากได้

จากนั้นก็เริ่มหมดโซนของ BMW ค่ะ ตามหลักบริษัทนี้คือซื้ออีก 2 แบรนด์เข้ามาด้วย
คือ Mini Cooper และ Rolls Royce ค่ะ

ดูความไฮโซซะก่อน

คือก่อนหน้านี่ไม่เข้าว่า RR จะไฮโซอะไรขนาดนั้น
พอมาเห็นจริงๆ ถึงรู้เลยว่า ของพวกนี้มันแบบสร้างมาโดยเฉพาะจริงๆ
ร่มเฉพาะรถ ชุดเครื่องนู่นนี่นั่นต่างๆ แบบช่วยด้วย คือที่สุดของความไฮโซตามนั้น

เราเพลินใจกับมิวเซียมนี้พอตัวอยู่นะ ถือว่ามิวนิคแล้วเข้าที่นี่ คุ้มค่ะคุ้ม
คิดไม่ผิดจริงๆ ที่ชอบแบรนด์นี้ เขาดูจะพัฒนาต่อไปให้เจริญก้าวหน้าขึ้นไปอีก
ดูดีมากๆ เป็นรถมีดีไซน์จริงๆ

จากนั้นเราก็กลับไปเก็บโซน Residentz Palace กันต่อค่ะ พูดง่ายๆ ก็คือวังนี่เอง
ด้านนอกมากันแล้วเมื่อวาน ตัดเข้ามาของด้านในกันเลยดีกว่า

Residentz Palace

แต่แต่วังนี้คือแบบ สุดยอดอภิมหาแลนมาร์คที่ทุกคนต้องมา
ด้านในคืออลังการดาวล้านดวงมากกกกกกก แบบน้ำตาจิไหลกับความวิจิตรของที่นี่


ได้เวลาเข้าไปข้างในเสียที ส่วนใหญ่ที่นี่จะเป็นห้องเก็บสมบัติของกษัตริย์ที่นี่ค่ะ
คือคิดว่าเนเธอร์แลนด์อลังแล้วนะ
เราอยู่เยอรมันแบบเหมือนสมบัติเค้าเยอะกว่ามากจ้ะ


สะสมมากขนาดนี้ เหมาะแล้วจะเก็บไว้ที่วังใหญ่ขนาดนี้

ดูความไฮโซกันให้ตาแฉะ เยอะมากจริงๆ ยิ่งกว่าโบสถ์ ยอม !


เดินกันเป็น 100 กว่าห้อง บางห้องอลังการมาก ห้องโถงใหญ่ไรงี้ แบบเออยอม





หน้าตาดูแบบ โห..อะไรวะเนี่ย ฉันมาทำอะไรที่นี่นะ

เว่อวัง อลังการ

เราออกมาด้านนอกวังกันต่อ เพื่อไปดูโซนโรงละครโอเปร่า (ที่เป็นส่วนหนึ่งของมิวเซียมวังค่ะ)

โรงละครนี้ก็อลังการมาก พวกเราเคยเข้าแต่รัชดาลัย อันนี้มามิวนิคกันบ้าง
ไฮโซน่าดู

ถ่ายรูปกันสักหน่อย แสดงว่า มาแล้วนะ อิอิ

จากนั้นด้วยความเร่งรีบ เราจะกลับไปสู่สนามกีฬา Alllianz อีกรอบค่ะ (ที่ไปมาเมื่อคืน)

แต่แต่ บุญมีแต่กรรมบัง มาถึงแล้วเข้าไม่ได้ เพราะตั๋วเข้าชมหมดที่คนข้างหน้า !!!!!
เชร็ดดดดดดดดดด อดเข้า !!!!!

ทุกคนนอยและอารมณ์เสียกันมากมายจ้ะ แต่แบบทำไรไม่ได้ ได้แต่นั่งบัสจ๋อยๆ กลับเมือง
ได้แต่แอบถ่ายอยู่ห่างๆ อย่างอดๆ

ระหว่างที่นั่งบัส เอาจริงพวกเรานอยใจกันมาก ก็ได้แต่บ่นๆ โทษกันนิดหน่อยว่าอดเข้า
(ทุกคนดูอยากเข้ามาก) พอพวกเราบ่นภาษาไทยไปแค่นั้น ผู้ชายข้างหน้าคนหนึ่งก็เข้ามาทักทันที

“คนไทยหรอครับ”
ภาษาที่ไม่ได้ยินมานานบนแผ่นดินนี้ นานๆจะเจอคนไทยที่บังเอิญมากๆ
ในโชคร้ายยังมีโชคดี ในการไม่ได้เข้าก็ยังได้เพื่อนใหม่
เราว่าชีวิตการเดินทางมันสนุกตรงนี้แหละ

เพื่อนใหม่ของเราชื่อ บอล มันเที่ยวยุโรปตัวคนเดียว (เพราะรุ่นน้องที่จะมาด้วยดันมาไม่ได้พอดี)
บอลเพิ่งเรียนจบจากอเมริกา วอชิงตัน (แต่เป็นคนขอนแก่น) มาหมาดๆ อยากท่องโลกให้สะใจ
เลยเริ่มที่ยุโรปนี่แหละ

พวกเราก็เลยชวนบอลเที่ยวไปด้วยเลยวันนี้ ไปไหนกันดี บอลบอกพี่ๆ ว่าไงผมก็ว่าตาม
แต่พวกพี่ๆ นี่ก็ไม่รู้จะไปไหน งั้นเราไปเดินเล่นในมิวนิคละกันนะ

เราเลือก ALTE Pinakothek มิวเซียมเป็นที่เดินเล่น มันคือมิวเซียมศิลปะนี่แหละ
ที่พอดีวันนี้มันดันเปิด (มิวเซียมอื่นก็ดันปิดวันนี้กันอีก)

ALTE Pinakothek

มิวเซียมก็เป็นภาพวาดศิลปะมีทั้งภาพปกติ ภาพของศิลปินชื่อดังระดับโลก (งานดาวินชียังมี)
แล้วก็พวกศิลปินของดัชต์ที่พวกเราคุ้นเคยกันมาทั้งทริป ที่นี่ก็มี
เอาจริงเราว่าเฉยๆ คือมิวเซียมทั่วไปแหละ เดินเอาชิวๆ หรือคนที่อินกับศิลปะสไตล์นี้น่าจะชอบค่ะ

เราก็เลือกที่เดินเล่นแถวนั้นกันต่อ รู้สึกเป็นย่านใหม่ดีในมิวนิค

บอลว่าบอลชอบเดิน การเดินทำให้เราได้เห็นอะไรที่เราไม่เคยเห็น แถมประหยัดตังค์อีกด้วย
ทัศนคติของบอลพวกเราขอบอกเลยว่า ชอบ คุยกันรู้เรื่องดี ร่วมทางกันได้สบาย
ถ่ายรูปคู่กันหน่อย

ที่นี่เหมือนเป็นหน้าร้อนค่ะ แถวนี้ถือเป็นโซนศิลปะก็มักจะมีงานอาร์ตกลางแจ้งมาโชว์กัน
พวกฟางหลอดสีพวกนี้ก็หนึ่งในนั้นนะ เหมาะแก่การถ่ายภาพมาก


โชคดีที่วันนี้เจอเพื่อน
โชคดีที่วันนี้ท้องฟ้าสวย

เดินเล่นกันจนอิ่มใจ เราก็กลับเข้าเมืองกันอีกครั้ง

ชวนกันไปกินข้าว ที่ Augustiner เป็นร้านเบียร์อีกร้านชื่อดังเหมือนกัน



จากนั้นบอลก็กลับบ้าน ซึ่งบังเอิญว่าที่พักอยู่ในซอยเดียวกัน
ส่วนโฮสเทลที่เรานอนก็ดันมีผับด้านล่างอีก เราก็เลยโซ้ยมาม่ากันต่อพร้อมเบียร์ต่อไปอีก

สรุปคืนนี้ เรื่อยๆ มาก เจอคนแปลกๆ เยอะมาก
ตั้งแต่ พลอยไพลิน เพื่อนเขาได้ยินว่าเราเป็นคนไทย พลอยก็เลยเข้ามาทัก
พลอยเป็นลูกครึ่งไทยเยอรมัน พูดไทยได้ พยายามเรียนภาษาไทยอยู่  นางเฟรนลี่มาก
ทำให้คืนนั้นเกิดเรื่องงงๆ ขึ้นอีกเยอะเลย

ยิ่งดึก เริ่มมีคนแปลกหน้าเข้ามาทักมากขึ้นค่ะ
เพื่อนใหม่เราเริ่มเป็นชาติแปลกๆ อย่างโรมาเนีย ประเทศอะไรไม่รู้ในยุโรป
ที่คุยกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ชวนกันชนแก้วอย่างเดียว

จังหวะที่ชอบสุดคือตอนที่เค้าสอนคำว่า Cheers ในภาษาของตัวเอง
มันตลกที่แบบเราก็สอนภาษาไทยด้วยนะ 5555

สรุปว่าคืนนั้นกลับห้องตี 3 กว่า สนุกดี เป็นประสบการณ์ใหม่แบบรั่วๆ ที่เจอที่โฮสเทลแปลกๆ
ได้เจอคนหลายชาติ มิตรภาพหลากหลาย มีทั้งความกลัวโดนหลอกกับแบบหรือจะเชื่อใจดี
มันเป็นความรู้สึกแบบใหม่ แปลกดี

พวกเรายังคงอยู่ในเยอรมัน พรุ่งนี้ได้เวลาตื่นแต่เช้า
เพื่อไปปราสาทที่ทุกคนใฝ่ฝันมากในชีวิต ตอนหน้าพบกันค่ะ :X

Facebook Comments