03 - Europe, Austria, Europe

Benelux + Europe : EP 19 – St.Wolfgang x Hallstatt

Benelux + Europe : EP 19 – St.Wolfgang x Hallstatt

St.Wolfgang x Hallstatt —  เช้าวันนี้ เราตื่นออกจากเมือง Salzburg เพื่อนั่งรถบัสต่อไปยังออสเตรียเข้าไปเรื่อยๆค่ะ เป้าหมายของวันนี้คือ ทำภารกิจขอแต่งงาน อิอิ ที่ไหนดีนะ
แน่นอนว่าสถานที่มันต้องโคตรโรแมนติกระดับโลก ฮัลสตัทท์ Hallstatt แน่นอน

Hallstatt

แผนการเดินทาง

** พักเบรคเม้าก่อนมาสาระสักครู่ แผนการเดินทางของวันนี้ค่ะ ทรหดมาก ดูตามภาพเลยค่ะ
1. เราจะนั่งบัส (เส้นสีม่วง) สาย 150 ไปลง St.Gilgen
2. เราจะนั่งเรือ (เส้นสีฟ้า) ไป St.Wolfgang
3. เราจะนั่งบัส (เส้นสีเขียว) แวะผ่านที่ Bad Ischi
4. เราจะนั่งรถไฟ (เส้นสีชมพู) ไปลงที่ Hallstatt
5. เราจะนั่งเรือข้ามฟาก (เส้นสีฟ้า) เพื่อเข้าสู่ Hallstatt ของจริงค่ะ

เม้ากันต่อ ถ้าติดตามทริปเรากันมา ก็จะคุ้นๆ หน้า 2 พี่น้องกันอยู่
อย่างพี่เสน และ แพร ที่มาทำไมนะ เค้ารักกันเลยมาร่วมจอยทริปด้วย
ก็ถือว่าเที่ยวเอาสนุก และทริปเยอรมันเป็นต้น เราเริ่มเห็นหน้าแฟนพี่เสน คือ เจ๊มี่
และนี่แหละ วันนี้ฮีจะขอนางแต่งงานกันเค่อะ
* เรามายืนรอ รถบัสก่อนก่อนที่ป้ายตรงข้ามภาพนี้นะคะ !!! อย่าไปขึ้นป้ายนั้นนะ

โอเค กลับเข้าสู่การเดินทาง เรานั่งรถบัสไปเรื่อยๆ เพื่อไปยัง
St.Gilgen กันก่อน ทราบว่าวันนี้แผนเยอะมาก แถมแถบนั้นโคตรสวยตลอดทาง
แถมก่อนออกเดินทางคืองงมาก สรุปต้องไปไหนบ้างนะ วันนี้ทุกสิ่งไขกระจ่างค่ะ

บรรยากาศระหว่างทาง ข้างในรถบัสก็ตามสเต็ปค่ะ สะอาดสะอ้าน

อะ ในที่สุดเราก็นั่งมาถึง St.Gilgen แล้วจ้ะ
เนื่องจากมาเช้าเกิน information ปิดเด้ะ

เราลงกันที่ St.Gilgen เพื่อตามสูตรคือจะขึ้นกระเช้าไม่ใช่อะไร
เห็นว่าแถวนี้วิวสวยงาม แต่วันนี้พระเจ้าเป็นใจมาก ฝนโปรยใหญ่ หมอกลง
ดังนั้นแปลว่า กระเช้าปิด !! พวกเราได้แต่มองตาละห้อย…อดขึ้น

ถ้าใครมาวันที่ฟ้าเปิดก็สามารถขึ้นกระเช้าไปชมวิวได้นะคะ
ราคาตามภาพค่ะ (พวกเราก็เดากันไป แต่เจ้าหน้าที่พูดอังกฤษพอได้ค่ะ)

ขึ้นเรือสู่ Saint Wolfgang

โอเค ฟ้าปิดก็ต้องมีวันเปิด เราทำใจรับได้ทุกอย่างสำหรับการเดินทางแล้ว
มันไม่ใช่แค่ผจญภัย มันคือการสำรวจจิตใจตัวเองด้วยว่า
เรารับมือกับปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน นี่สิ ใจความสำคัญของการมีชีวิต
เราก็เลยเปลี่ยนไปขึ้นเรือสู่ Saint Wolfgang แทนเลย
(วันนี้ขออวยภาพคู่แต่งงานสักนิด ตอนนี้กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่ละ)

ขึ้นเรือ ซื้อตั๋วกันก่อน รอบเรือมีตลอดค่ะ น่าจะทุกชั่วโมง
ค่าเรือคนละ 7.10 ยูโร มีให้เลือกลงหลายป้ายมาก พวกเราเลือกลงที่ St.Wolfgang
ซึ่งเอาจริงๆ ลงก่อน 1 ป้ายดีกว่าค่ะ จะได้มีเวลาเดินขึ้นไป

แถวนี้พูดง่ายๆคือ เป็นหุบเขาทะเลสาบมากๆ แผนเราคือ
นั่งเรือลงเดิน Saint Wolfgang จากนั้นต่อรถบัสเข้าสู่ Hallstatt กันเถอะนะ

เรือผ่านป้ายไหนบ้าง ไปดูกัน

ขึ้นเรือสักที วิวในทะเลสาบนี่แบบกว้างจริง

บรรยากาศในเรือ ก็ชิวค่ะ มีด้านนอกกับด้านใน มีบาร์สั่งอะไรได้สบาย (เสียตังค์นะ)

ระหว่างในเรือ วิวนี่แบบ นอร์เวย์รึเปล่า

ด้านบนดาดฟ้าเรือ ลมแรงมากกกกกก แบบหนาวเลยจ้ะ
ได้ตบด้วยเบียร์อุ่นๆ ในเรือกันหน่อยนิ (เสียเงินเพิ่มเองนะ)

วิวบนเรือก็ ไม่ต้องมีคำบรรยายค่ะ มากันเองน้ำตาไหลแน่นอน





พวกแก๊งนักท่องเที่ยวก็ลงกันใหญ่ป้ายนี้ เราดูมาว่าไม่ใช่ ก็ไม่ลงตามเค้านะ
จริงๆ คือลงป้ายนั้นแหละ ถูกแล้ว กลาง Saint Wolfgang เลย

ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่ง ริมทะเลสาบ มีร้านขายของที่ระลึกมากมาย

ไฮไลท์ของที่นี่คือ ขึ้นรถไฟสีแดงไปบนยอดเขา
ดูว่าสวยขนาดไหน ดูภาพโฆษณาค่ะ
* แปะภาพจาก google มาก่อนนิ

แต่แต่ ความซวยของพวกเราอีกแล้ว จากการจัดเวลายากเกิ๊น
โลภไงจะไปทุกที่ ดันพลาดไป 1 นาที อิรถไฟสีแดงขึ้นไปแล้ว
รถไฟมีทุกชั่วโมงค่ะ ดูเหมือนเยอะ แต่จริงๆ คือเท่ากับเรารออีกชม.เลยนะ !!


บอกลา St.wolfgang ไว้แค่นี้ ถ้ามาโซนนี้ใหม่ชั้นจะมาขึ้นรถแดงแน่นอน !!



เราก็เลยเดินกลับไปขึ้นรถบัส


เพื่อต่อรถไฟไปต่อ ข้ามเรืออีกรอบ เข้าสู่ Hallstatt กันจ้ะ
เราก็รอรถบัส รอบนี้ภาวนะให้ขอให้ทันรอบนะ ไม่งั้นไม่ทันอีก

โชคดีรถบัสมาพอดี เกือบไปละชีวิต
บัสบอก จอดแค่สถานีรถไฟนะจ๊ะ ก็เครๆ ตามนั้น ขึ้นโลดดดดด
ระหว่างทางกันอีกรอบ ออสเตรียนี่มันธรรมชาติจริงๆค่ะ

เราลงรถบัสเพื่อไปต่อรถไฟค่ะ


คือเอาจริงๆ สามารถนั่งรถไฟจาก Salzburg ก็ได้ แต่เค้าบอกว่าบัสวิวสวยกว่า
กับการผจญภัยตื่นเต้นกว่ามั้ง อิอิ

ระหว่างทางไป
คือเอาจริง นั่งรถไฟสะดวกกว่าเยอะ ลงรถไฟ แล้วข้ามเรือ

สรุปการเดินทางไป Hallstatt ง่ายๆ


1. นั่งรถบัส หลายต่อ ประมาณ 2 อย่างต่ำ แต่ถึงในตัวเมืองเลย วิวงามตามท้องเรื่อง
2. นั่งรถไฟ ต่อด้วย เรือข้ามฟาก ถึงจะถึง แต่ได้วิวอีกแบบเดินทางง่ายกว่า
แค่นี้เป็นอันจบ ราคาเราไม่สนใจ แล้วก็ถึง นี่คือสถานีรถไฟ Hallstatt มินิมอลมากจุง

เราลงรถไฟ ก็ได้เวลานั่งเรือข้ามฟาก ศิริราชท่าพระจันทร์ 555
คนคุมเรือก็ชิวดีเหลือเกิน

 

มนุษย์ยังตัวเล็กทุกครั้งที่เราอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
ชีวิตนี้จะคิดอะไรมากมาย

รอบเรือใครอยากมานั่งก็จัดไป

มาเยี่ยมบ้านตากอากาศที่ออสเตรียนิดหน่อย หลังนี้ของคุณพ่อสมัยมาเรียนตอนเด็กๆ


เข้าสู่ Hallstatt

เราค่อยๆ ข้ามเรือมา ในที่สุดก็ถึงวิวที่ทุกคนรอคอย


ลงเรือแล้ว เรามาแล้ว ฮัลสตัทท์ !!

พวกเราก็เดินถ่ายรูปแลนมาร์กกันก่อนเลย

เห็นภาพจากโปสการ์ด จากรีวิวมากันเยอะ อิมุมนี้
เด็ดสุดยังไง มันก็ไม่เท่ามาเองจริงๆ

ถ่ายรูปรวมเสร็จ ก็แยกทีมตามสูตรค่ะ จะไปไหนกันตามสะดวก
พวกเราก็นะ ด้วยความเป็นลูกจ้อกที่ดี ชั้นจะปลีกตัวให้พี่เค้าขอแต่งงานกันตามสบายเลย

แต่ดันนนน เดินตามพวกเราซะงั้น แผนจะเสียปะเนี่ย
พวกเราก็เดินขึ้นเขา เข้าป่าไปเรื่อยๆ คือคนบอกว่าทางนี้ดีก็เดินไปจ้ะ

พวกเราก็เลยไม่สนใจ อยากตามมาก็เชิญ ชั้นจะไปเหมืองเกลือ

Hallstatt เดิมเป็นเหมืองเกลือมาก่อนค่ะ ถ้านอกจากทะเลสาบแสนงามแล้ว
ที่นี่ยังมีเหมืองให้ดูด้วยนะ เพียงนั่งกระเช้าขึ้นไป


พวกเราก็หาทางขึ้นกระเช้ากันอยู่นาน คือแทบปลายสุดของเมืองเลย
ได้เวลาขึ้นสักที

เอาจริงเวลานี้ก็เริ่มเย็นแล้ว (เดินทางกันมาไกลเกิน) เหมืองก็ปิด
แต่แต่ วิวข้างบนมันพีคจริงๆ ต้องขึ้นให้ได้ก็ตามนั้น ยอมเสียตังค์เว้ย !!
ขึ้นกระเช้ากันดีกว่าาา

ด้านบนเหมือนเป็นจุดชมวิว โหหหหหหห สุดติ่งมาก
คือทำไมไม่ค่อยมีใครรีวิวตรงนี้ พีคสุด พีคสุด

บนนี้ไม่ขึ้นมานี่ มาไม่ถึงจริงๆ
พวกเราฟินกับด้านบนมาก ส่วนภารกิจขอแต่งงาน
บรรยากาศเป็นใจ อะไรจะดีกว่าการขอบนภูเขาแบบนี้

ว่าแล้วก็ สำเร็จ say YES
ปัจจุบันยังไงนะ ตุลาคลอดลูกสาวแล้วจ้าาาา เร็วเกิน
(เรื่องครอบครัวเราอยากรู้นัก)

วิวด้านบนนี้คือ น้ำตาไหลมาก เงินที่เสียไปคือ มันเทียบไม่ได้จริงๆ กับประสบการณ์ล้ำค่าขนาดนี้





มาดูอีกมุมกันบ้าง
อ้นจูเพื่อนช่างภาพไม่ได้ขึ้นมา ถ่ายมุมอื่นๆ ในเมืองมาให้ดู
โอเคเรามารู้จัก Hallstatt ผ่านภาพกันเถอะ



ใครบอกว่า เมืองที่ถูกนักท่องเที่ยวจีนลุยซะเละ จะไม่สวยแล้ว
เราว่าไม่ใช่กับที่นี่ ของสวยคือสวยค่ะ

โชคดีที่พวกเราไม่ค่อยเจอนักท่องเที่ยวเยอะนัก ชิวเลย

ที่นี่มีเสน่ห์จริง ต่อให้มันแมสแค่ไหน พูดตรงๆ เรารู้สึกดีมาก

ความฟินของที่นี่ ระดับสูงสุด

นั่งเรือข้ามฟากกลับก่อน
ลาก่อน Hallstatt คุณคือสถานที่แห่งความทรงจำจริงๆ
ดีมาก ชอบมาก มีเสน่ห์มาก

เราก็ต่อรถไฟกันตามสูตรค่ะ รอบนี้ซื้ออีกแบบเป็นเวอร์ชันกลางคืนกลับสู่ Salzburg

พระอาทิตย์ตกดินก็ได้เวลาหลับ

เราแวะมาเปลี่ยนรถไฟที่เมืองอะไรไม่รู้ ซึ่งไงนะ
ตั๋วจนๆของเรา ไม่สามารถนั่งรถไฟไฮโซกลับ Salzburg ได้จ้ะ
ต้องรอรถไฟที่เฉพาะตั๋วเราเท่านั้น

แล้วไงนะ เมืองนี้ ไม่มีอะไรเลย (แม้แต่ร้านอาหาร)
พวกเราก็เลยได้แต่นั่งรอในสถานีรถไฟ ดีนะสถานีใหม่ ล้ำสมัย
รอไปก็ไม่มีอะไรทำไง ก็เม้ามอยสิ เม้าตั้งแต่ผมหัวล้าน ยันฟันผุทำยังไง
จนไปจบที่ เคลือบฟัน ขูดหินปูน เออเป็นบทสนทนาที่โหดดี

และแล้วการเดินทางออสเตรียก็ผ่านไป
เรากำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการเดินทางแสนยาวนานนี้เสียที

เมืองสุดท้าย มิวนิคอีก 3 วันที่เหลือ
เป็นอย่างไร ตอนหน้า จัดหนัก มาติดตามกันค่ะ :]

Facebook Comments