03 - Europe, Belgium, Europe, Sponsored

Benelux + Europe : EP 14 – Brussels, Belgium

เรามาจากกรุงเทพ เดินทางสู่เนเธอร์แลนด์ แวะเมืองนี้เมืองนั้นของดัชต์ไปเรื่อย จนไปจรดที่ประเทศลักเซมเบิร์ก ตอนนี้เราวนกลับมาเป็นรูปสามเหลี่ยมและเรากำลังเข้าสู่ ประเทศเบลเยียม เมืองหลวงบรัซเซลส์ ค่ะ จะเป็นอย่างไร ไปติดตามชมกันค่ะ

ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยว่า เรามาอยู่ที่นี่ 2-3 วันค่ะ ซึ่งไม่ได้ปะติดปะต่อกันนัก แต่เนื่องด้วยอันนี้เป็นรีวิวเมืองบรัสเซลส์โดยเฉพาะ ดังนั้นเราจะเอาวันที่ไม่ได้ต่อกัน มารวบวันทีเดียว ถือว่าอ่านแล้ว เที่ยวได้ทั้งเมืองกันเลยดีกว่า

17 สิงหาคม 2557 (อาทิตย์)
รถไฟออกจากลักเซมเบิร์ก มุ่งหน้าตรงสู่เมืองหลวงแห่งยุโรป บรัซเซลส์ Brussels
สัญลักษณ์การรถไฟของเบลเยียมจะเป็นตัว B ในวงกลมค่ะ
พอเข้าสู่ประเทศนี้ ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปละ


อะฮ้าาา ในที่สุดเราก็มาถึงสถานี Brussel Central กันค่ะ
(ถ้าลองเซิสแรกๆ จะงงว่า กรูต้องลง Central หรือ Midi นะ
สำหรับเราว่า Central ใกล้เมืองกว่าค่ะ)  ส่วนตัวป้ายแค่ตัวอักษรชื่อป้ายก็แปลกใหม่ละ

ได้เวลาทำภารกิจเหมือนทุกเมืองที่ผ่านมา คือการตามหาที่พักนี่เอง !!!
เราก็ออกมานอกสถานีกันก่อนเลยจ้ะ

เนื่องด้วยเราไปอ่านมาว่า วิธีเดินทางสุดประหยัดในเมืองนี้คือการซื้อบัตรรวมกัน
ดีนะเรามา 5 คนพอดี สามารถซื้อบัตรเหมาได้เลยสบายใจ

วิธีการก็ไม่ยากค่ะ เดินไปบอกพนักงานหรือกดตู้ มันจะเป็นบัตรเหมารอบ
เราก็ซื้อแบบ 10 รอบ (แบ่งกัน 5 คน = คนละ 2 รอบ ทั้งหมด 14 ยูโร) ถูกกว่าซื้อแยกค่ะ
พวกเราเลือกกดตู้เอานิ

ถ้าใช้ไปกี่รอบแล้ว ด้านหลังตั๋วมันจะมีปั๊มให้เราดู เช็คได้สบาย


ซึ่ง ความกลัวแรกคือ กลัวอิ 10 รอบ มันใช้ได้คนเดียวเหมือนบัตร BTS บ้านเรา
แต่ที่ไหนได้ ที่นี่แบบ ดึงอันนี้ ส่งต่อให้อีกคนได้สบาย
แถมคนเขาก็ทำกัน จนท.เห็นก็แบบเฉยๆ ดังนั้นสบายค่ะ
ระบบรถไฟใต้ดินเขาทำดีนะ มีเยอะดี สีเยอะเลย

ที่พักเรานั่งรถไฟใต้ดินไปค่ะ ชื่อ Meininger เป็นโฮสเทลตามสไตล์จ้ะ

โฮสเทลเครือนี้สะอาดและดีค่ะ ห้องที่พวกเราได้นอนรวม 6 คน โอเคเลยนะ
กว้างมาก มีที่วิ่งเล่นไปมาได้สนุก 555

ห้องกว้างมากกก

เก็บของเสร็จก็เหมือนเดิมค่ะ ได้เวลาสำรวจเมือง
เริ่มจากโซนฮิตก่อนเลย

ที่เราเลือกมา Brussels ช่วงนี้เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเทศกาล
Flower Carpet ค่ะ คือเอาจะดอกไม้มาวางๆ
เป็นภาพเหมือนพรมที่จตุรัส Grand Place (ถ้าที่นี่จะเรียก กรองด์ปราซ)

เทศกาลนี้มีทุกปีค่ะ ช่วงเดือนสิงหาคมนี่แหละ
ถือว่าเรียกนักท่องเที่ยวได้พอตัวอยู่ ทุกคนนี่มาเพื่อถ่ายรูปจริงๆ

จตุรัส Grand Place ถือเป็นโคตะระแลนมาร์กของที่นี่
อารมณ์ว่า ถ้ามากรุงเทพก็ต้องมาสยามนี่แหละค่ะ ฮ่า



เราก็เดินๆ กันไปรอบๆ เมืองนี้ โชคดีที่เมืองนี้เรามาเที่ยวกับเพื่อนที่เป็นแอร์ด้วย
นางก็เลยพาเดินเลย เอ้าสมองไม่มาละ เมืองนี้เน้นกินอย่างเดียว

เริ่มจากร้านนี้ค่ะ ของกินที่นี่ที่ทุกคนต้องมากินคือ วาฟเฟิล !!!
เพื่อนแนะนำว่าร้านนี้คือดีงาม Dandoy ค่ะ
ส่วนจขกท.คือเชื่อมากกกก เพราะเคยเห็นแบรนดิ้งดีไซน์นี้ในเน็ต ว่าเค้าทำสวยมาก
แค่เห็นดีไซน์ก็ซื้อใจไปละ 50% ประสาดีไซเนอร์ล้วนๆ อินเนอร์ๆ ฮ่า

Dandoy เห็นแบบนี้ คิวเยอะนะครัช
ส่วนร้านข้างๆ ก็ขายวาฟเฟิลเหมือนกัน ตัดราคากันเลยจ้ะ (แต่เจ้านี้ถูกกว่า Dandoy นะ)
ไหนๆ ก็รอคิว ชิมมันทั้งสองร้านเลยละกัน เอาให้รู้กันไป

กินหนักมาก น้ำหนักก็มากเช่นกัน
ต่อด้วยช็อคโกแลตค่ะ ซื้อกลับบ้านไม่ได้แน่ ละลายชัวร์
ก็เลยกินมันตรงนั้นเลย

ช็อคโกแลตแบรนด์ระดับโลกส่วนใหญ่ที่เราเห็นตามสนามบิน
ก็มาจากที่นี่นะคะ กินกินค่ะ


กลับมาที่สาระกันเล็กน้อย นอกจากกินแล้ว ย่านนี้ยังมีแลนมาร์กอีกสิ่งค่ะ
เด็กฉี่ Manneken Pis นั่นเอง คือใครมาก็ต้องมาถ่ายอ่านะ (แต่คือทุกคนจะคิดในใจว่า ทำไมตัวเล็กกว่าที่คิด)
ส่วนประวัติเด็กฉี่คือนางฉี่รดไฟไหม้ ชาวเมืองก็ชื่นชมปั้นหุ่นซะเลย
ไปอ่านสาระเพิ่มเติมที่อื่นค่ะ นี่คือพอดูรูป ภาพจริง

ภาพที่คุณพบเห็นจะเป็นเพียงของกินเท่านั้น
โปรดใช้วิจารณญาณในการรับประทาน..


เราเดินกันมาต่อที่ตอนเหนือของเมือง โซนห้างดังค่ะ
รอบห้างมีตรอกค่ะ ชื่อ Rue des Bouchers ตรอกนี้แหละคือความเด็ด
มีขายอาหาร เบียร์ บาร์ พร้อมหมด พวกเรามั่นใจในกลุ่ม Pink Elephant ค่ะ
เขาบอกว่าดังมากที่นี่ ก็จัดไป เบียร์มันตั้งแต่เช้า ฟ้ายังไม่ทันจะมืด
ขี้เหล้าจริงๆ พวกนี้

สำหรับเรา เมืองนี้ไม่มีอะไรหรอก มีแต่ความสนุก
ค่อยๆ ปล่อยตัวเองไหลไป เอนจอยกับมันมาก

ตกกลางคืนแล้วค่ะ กินทีฟ้ามืดเลย
เราก็กลับมาสู่ Flower Carpet วันสุดท้ายทิ้งทวนกันต่อ
ยามราตรีเขาก็มีการแสดงเล่นดนตรีให้ฟังนะ
* การเดินทางถ้าจะเดินมาก็ได้ หรือนั่งรถไฟใต้ดินค่ะ ลงสถานี Gare Centraal
ส่วนรถไฟจะลงสถานี Bruxelless Centraal หรือ Gare Centrale ก็ได้ค่ะ

ดูไฟกันหน่อย สวยงามขนาดไหน นานๆมีทีนะงานนี้
รอบๆจตุรัส Grand Place คือ ศาลาว่าการเมือง (Hotel De Ville) ค่ะ
ถ่ายยามค่ำคืนอีกนิด เขาถือกันว่าจตุรัสนี้พีคสุดในประเทศเลย

คืนที่ 1 ของบรัสเซลส์จบลงเรียบร้อย สนุกดีเหมือนกัน
กินฟรายส์ กินวาฟเฟิล เติมเบียร์ จบด้วยมึนๆ กลับบ้าน
เขาบอกว่าเมืองนี้ค่อนข้างอันตรายค่ะ โจรเยอะ ซึ่งจริงค่ะ !
พวกเราไม่เจอนะ แต่แบบระวังตัวกันไว้จริงๆ เห็นเยอะพอตัวอยู่

เรามาต่อกับ Brussels วันที่สองค่ะ
เราอยู่เมืองนี้ทั้งหมด 2 วัน แต่ไม่ปะติดปะต่อ ดังนั้นรีวิวนี้จะรวบทีเดียว
ไม่เล่าเป็นไทม์ไลน์สลับเมืองไปมาค่ะ เริ่มต้นวันที่ 2 กันเลย

วันนี้ก็กินข้าวเช้าโรงแรมค่ะ สภาพโรงแรม คืนละไม่เกิน 1000 บาท
นอนรวมกัน 6 คน ข้าวเช้าคิดเพิ่ม 7 ยูโรค่ะ แล้วแต่ชอบเลย

วันนี้ช่วงเช้าเราจะไป แลนมาร์กอีกแล้ววว  (รีวิวนี้มีแต่แลนมาร์กนะกลัวไปไม่ครบ)
คือ Atomium ตึกทรงประหลาดเสมือนเราเรียนเคมีตอนม.ปลายชัดๆ
เริ่มจากถ่ายที่สถานีรถไฟใต้ดินก่อนเลย ตึกนี้แหละสัญลักษณ์บรัซเซลส์นา

ออกมานอกสถานี เจอความยิ่งใหญ่ค่ะ คือไม่คิดว่าจะอลังการขนาดนี้
มันเจ๋งก็ตรงที่มันเงามากกกกก เป็นกระจกเลย แถมแบบดูแล้วก็สงสัยว่าอิข้อๆ คืออัลไลหว่ะ
* การเดินทางไป Atomium นั่งรถไฟใต้ดิน ลงสถานี Heysel จากนั้นเดินตามป้ายและฝูงชนโลด
* ค่าเข้า Atomium คนละ 11 ยูโร ค่ะ

สาระกันหน่อย ตึกนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 1935 (นับโง่ๆ ก็ 70 กว่าปีที่แล้ว)
ถ้ามาดูตอนนี้ตึกนี้เป็นอะไรที่ล้ำมากในสมัยนั้น และสมัยนี้ก็ยังดูล้ำอยู่นะ

ความเท่ของตึกคือ ตอนแรกที่สร้างมา ทุกคนช็อคค่ะ แบบสร้างอะไรมา
มันปฏิวัติวงการสถาปัตยกรรมมาก แบบอึ้ง ทึ่ง และช็อคกันเลย แต่ไม่น่าเชื่อว่า
พอผ่านมา 70 กว่าปี ตึกนี้กลายเป็นตึกชื่อดังซะงั้น เออ

ที่มาของชื่อ Atomium มาจาก Atom + Aluminium
แต่ปัจจุบันก้อนเงินๆ ถูกเปลี่ยนให้เป็นสแตนเลสหมดแล้วนะคะ

ทีนี้สิ่งที่สงสัยที่สุดคือ อิกลมๆ พวกนี้ อิเส้นที่พาดถึงกันมันคืออะไร
ขอบอกเลยว่า อิกลมพวกนี้คือ ห้องๆๆๆ จัดแสดงนิทรรศการอะไรก็ว่าไป
ส่วนเส้นๆ คือ บันไดเลื่อน ค่ะ เอาไว้เชื่อมถึงกัน

เราจะเริ่มต้นจากการขึ้นลิฟท์ขึ้นไปก้อนบนสุดก่อน
จากนั้นก็ค่อยไล่เดินลงมา เข้ามาดูข้างในกัน ชีวิตไซไฟมากจ้า


ขึ้นมาข้างบนแล้ว เชยชมวิวเมืองทั้งเมืองบรัสเซลส์ก่อนเลย
พอดีตึกนี้สร้างออกมานอกเมืองหน่อย เห็นพื้นที่สีเขียวเต็ม

พวกเราชอบขึ้นที่สูงค่ะ มันจะได้เห็นมุมมองอะไรที่หลากหลาย
จะยิ่งฟินมากขึ้นที่ได้ขึ้นตามเขา หรือ หอคอยต่างๆ มองกลับมาจะเห็นทั้งเมือง
จริงๆ คือมันทำให้เราเห็นภาพรวมด้วยแหละ ว่าเมืองนี้กำลังจะเป็นยังไง

ที่นี่สีเขียวค่ะ ส่วนกรุงเทพ.. ไม่แน่ใจจ้า
ข้าง    ๆ ก็เป็นเมืองจำลอง Mini Europe เราไม่ได้เข้าค่ะ ตังค์หมดไม่ใช่ไร

บรัสเซลส์ ปี 2014 สิงหาคม

เรามาต่อที่ห้องนิทรรศการต่างๆ กันค่ะ ดูรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง
ที่นี่ให้ความรู้สึกวินเทจนะคะ (แหมก็ตึกสร้างมา 70 กว่าปีละ)

เขาก็จะเก็บพวกของสมัยนั้นเอาไว้ ถ้าดูในรายละเอียดจริงๆ
กราฟิกสมัยนั้นตั้งใจทำและสวยงามมากเลยนะ

ทีนี้เรามาลองไปก้อนอื่นดูค่ะ ทางเดินนี่อวกาศสุดฤทธิ์
เหมาะเป็นฉากถ่ายรูปมากจ้า


แต่ละห้องก็แสดงต่างๆ กันไป บางห้องก็เป็นงานอาร์ต นั่งดูแสงไฟ
สวยดีนะ เหมือนอยู่ในหนังอวตาร


พวกโซนนิทรรศการไม่มีอะไรค่ะ ค่อนไปทางฟิวเจอร์บอร์ดชัดๆ
เราก็เดินลงมาข้างล่างกัน ก็มีขายของที่ระลึกนิดหน่อย หึ อย่าคิดว่าจะได้เงินจากเรา

เหม่อมองขึ้นไปกันบาง มุมนี้สีเงินมากกกก

เรานั่งรถไฟใต้ดินกลับมาต่อที่โซนห้างที่ไปมาเมื่อวันแรกค่ะ
คือย่านนี้เป็นห้างไฮโซละค่ะ ห้างชื่อ Galaries St-Hubert
อีกแลนมาร์กของเมือง ใครมาก็ต้องถ่ายฉากในห้างนี้


ตัวห้างไม่มีอะไร แบรนด์เนมพ่อรวยทั้งนั้น เราก็เดินเอาสวยค่ะ
ห้างก็ห้างเหมือนเดิมนี่แหละ ไฮโซเหมือนเดิม พวกเราก็ จนเหมือนเดิมค่ะ ฮ่า

ต่อด้วยตรอก ที่วันก่อนมากิน Pink Elephant ตรอกนี้ก็มีขายอาหารมากมาย
ข้าวเที่ยงวันนี้คือ อาหารสเปน ข้าวผัดเหลืองๆ
คือหน้าตาดูแพงนะ แต่แบบขายเป็นอาหารชุด
ประมาณ 12 ยูโร อาหารโอเคเลยค่ะ อร่อยดี ไม่เคยกินมาก่อน



ตบด้วยหอยแมลงภู่ จ้ะ

ต่อมาจากโซนห้าง เราก็สามารถเดินไป
มิวเซียมการ์ตูน (Centre Belge de la Bande Dessinee) ได้
นอกจากของกิน สถาปัตยกรรมสวยงามคลาสสิคแล้ว
เมืองนี้ยังเป็นต้นกำเนิดตัวการ์ตูนดังเยอะมากค่ะ ยกตัวอย่างเช่น สเมิร์ฟ สีฟ้า


พวกสินค้าเกี่ยวกับการ์ตูนจะขายดีมากที่นี่
ถ้าสังเกตดีๆ ตามซอกซอยเมือง ผนังจะถูกวาดไปด้วยการ์ตูน
ดูไปแล้วก็เพลินดี ถ้าอยากหาตัวดังๆ ก็ค่อยๆ เดินไป

อีกตัวที่ดังมากกกก มาเบลเยียมต้องซื้อ คือ ตินติน
ตินตินดังมาก มีทุกสินค้าให้เลือกสรร จขกท.ก็กดโมเดลไปเหมือนกัน น่ารักอะ

แค่ได้ดูโมเดลการ์ตูน นี่กรูโอตาคุมาก
ที่นี่อากิฮาบาระแห่งเบลเยียมชัดๆ หมดเงินหนักกว่าค่าข้าว…


ใครที่ชอบตินติน หรือการ์ตูนสไตล์ฝรั่งหน่อย คงฟินไปค่ะ
ที่นี่ยังมีตัวมิวเซียมให้เข้าไปด้วย ใครสนใจก็ควักเงิน 8 ยูโร เข้าไปค่ะ

เราก็เดินกลับมาที่จตุรัส Grand Place อีกครั้ง คือวันนี้ดอกไม้หมดแล้ว
ได้เวลาเดินข้ามจตุรัสแบบเพียวๆ สักที ฝนตกพรำๆ ด้วย

สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่มนุษย์สร้างขึ้น
ที่นี่ถูกขนานนามว่า เมืองหลวงแห่งยุโรป Brussels

เดินชมเมืองก็เริ่มเบื่อ สิ่งที่น่าสนใจคือของกิน
วันแรกยังกินไม่สะใจ วันนี้จะแก้แค้นให้หมดเลยยยยยยย

พวกเราทั้งห้า หมายมั่นตั้งใจมากค่ะ ไปกูไป มองตากันก็รู้ใจ
พุ่งตรงสู่ Dandoy ร้านวาฟเฟิลชื่อดัง คือไม่ได้อยากจะกินหรอก ฝนมันตกหน่ะ
ดูหน้าที่สั่งมา.. ไม่ได้อยากจะกินมาก คนละจานจ้ะ
(ครั้งแรกมา 2 คนแบ่งกัน รอบนี้คือจัดเต็ม เอาให้สาแก่ใจอีช้อยยยย)

มีแต่กิน เท่านั้น เมืองนี้

กลับมาจตุรัสอีกครั้ง วิวบังคับ ใครๆ ก็อยากมา
ฟ้าหลังฝน สดใสเสมอจริงๆ

เดี๋ยวเราจะกลับมา บรัสเซลส์ อีกรอบ เมื่อไปเมืองอีกที่เบลเยียมกันต่อ
ตอนนี้ถือว่าจบลงแล้วค่ะ พบกันใหม่ตอนหน้า เราก็ยังคงแบกกระเป๋าทุกอาทิตย์เสมอ

ตอนหน้าพาไปรู้จักเมืองเล็กๆ ที่กินใจสุดมาก
กับสองเมือง Brugge และ Ghent ค่ะ โปรดติดตาม โปรดติดตาม เจอกัลลลล

 

Facebook Comments