Asia, Chubu, Japan, Sponsored

[Go!Graph x Hotelscombined] White Japan at NAGANO

Go!Graph White Japan — ญี่ปุ่นสีขาวที่ นากาโน่

สวัสดีค่ะ พบกับ Go!Graph ญี่ปุ่นอีกครั้ง :D

ญี่ปุ่นนี่มีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะมาก และวันนี้เราขอแนะนำสำหรับผู้ที่เบื่อแล้วเมือง เบื่อแล้วช็อปปิ้ง อยากสัมผัสธรรมชาติเต็มๆ วิถีชีวิตช้าๆน่ารักสไตล์ญี่ปุ่น นั่นแหละคุณมาถูกรีวิวละ วันนี้เราขอแนะนำเมืองไม่ใหม่แต่น่ารักมาก คือ นากาโน่ ค่ะ

บอกเลยว่ารีวิวนี้ แค่ดูรูปก็คุ้มแล้ว !!

** ทริปนี้ขอขอบคุณ http://www.hotelscombined.co.th/ ด้วยนะคะ

NAGANO คือที่ไหน?

นากาโน่ หรือ นางาโน่ เป็นจังหวัดอยู่ใกล้โตเกียวมากกกกก เพียง 3 ชม. ก็ลาก่อนเมืองมาสัมผัสธรรมชาติเต็มๆได้แล้ว ที่นี่ตั้งอยู่ใจกลางญี่ปุ่น เต็มไปด้วยภูเขาและช่วงนี้หน้าหนาวยิ่งมีหิมะปกคลุมตลอดเวลา คนก็มาเล่นสกี ชมภูเขากันเยอะมาก

เราไปไหนกันบ้าง

เราก็รวบรวมไว้แล้ว ถ้าขี้เกียจไล่ดู ก็สามารถดูลิสต์ตามนี้ แล้วก็เลื่อนลงไปได้เลยจ้ะ

 

Day 1 – Tokyo – Hotel Capsule (ครั้งแรกนอนโรงแรมแคปซูล)

Day 2 – Matsumoto

  • – Daio Wasabi Farm (ฟาร์มวาซาบิ)
  • – Narai Juku (ย่านเมืองเก่า)
  • – Matsumoto Castle (ปราสาทมัตสึโมโตะ)
  • – Kobayashi Soba (ร้านโซบะเจ้าดัง)
  • – Nakamachi (ถนนคนเดิน)

Day 3 – Nagano

  • – Nagano Street (ถนนคนเดิน มีร้านน่ารักเยอะ)
  • – Zenkoji Temple
  • – Metropolis Hotel (โรงแรมใกล้สถานี)

Day 4 – Yudanaka

  • – Dentetsu Line & Yudanaka Station
  • – Ryuoo Ski Park (ลานสกี วิวงาม)
  • – Yamanouchi (ลิงออนเซ็น)
  • – Yudanaka City
  • – Yudanaka Seifuso (ที่พักสิบเต็ม)

Day 5 – Karuizawa

  • – Karuizawa Station
  • – Prince Shopping Plaza (Outlet Mall)
  • – Kyu Karuizawa (โซนคนเดิน)
  • – Shiraito Waterfall (น้ำตกคนน้อย)
  • – Marroad Karuizawa Hotel (โรงแรมห้องใหญ่มาก)

Day 6 – Back to Tokyo

  • – IBIS Shinjuku Hotel (โรงแรมดี)
  • Hotelscombined คืออะไร หาอ่านจากนี่

จากลิสต์แล้ว เราก็ขอไล่ที่เที่ยวกันเป็นวันๆไปเลย ลอกแผนตามได้แน่นอน

Day 1 : Bangkok – Tokyo – Shinjuku

วันนี้ก็บินมาลงโตเกียวตามสูตร เที่ยวเล่นโตเกียวสักหน่อย เราพักกันที่ย่านชินจูกุ (คือเดินทางสะดวก เมือง และใกล้ดี) แต่จะรีวิวชินจูกูก็แบบธรรมดาไป ใครก็ทำ งั้นเรามารีวิวโรงแรมแคปซูลที่เราไปพักกันดูดีกว่า

เราพักกันที่ Shinjuku Kuyakusho-mae Capsule Hotel

เป็นโรงแรมแคปซูลใกล้สถานีรถไฟ สะดวกสุด โรงแรมแคปซูลก็คือนอนกันคนละช่องๆไป ที่นี่ก็ไม่ต้องกลัวอันตรายเพราะเค้าจะแยกชายหญิงไว้ให้เรียบร้อย แยกกันไปคนละชั้นเลย

** ถ้าคู่รักจะมาด้วยกัน ก็แนะนำจองแยกกันสุดท้ายจะได้ชั้นเดียวกันนะ

** ส่วนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เค้าจะให้ฝากไว้ เราก็เอาของที่จำเป็นข้ึนนอนไปพอ

ดูห้องน้ำกันต่อ ญี่ปุ่นขึ้นชื่อความสะอาดอยู่ละ แถมมีชุดนอนให้อีก มาแต่ตัวก็พอมั้งเนี่ย

ข้าวของเครื่องใช้ก็ครบเหมือนโรงแรมปกติ รองเท้าแตะ ตู้กดน้ำ ทีวี เน็ต

เข้ามาดูหน้าตาห้องนอนกันบ้าง หยั่งกะหนังไซไฟ นอนรวมกันเป็นร้อยคน โหดดี

มาญี่ปุ่นก็บ่อยแต่ไม่เคยนอนแบบแคปซูลมาก่อน ที่นี่มีทีวีให้ด้วย ให้ฟีลอวกาศดีนะ ก็แค่เข้าไปนอน พลิกตัวได้สบาย นอนหลับสนิทนะ

สรุปแล้วคือ เราเจอสิ่งที่สะอาด ถูกและดีกว่าโฮสเทลแล้ว รอบหน้ามาญี่ปุ่น มาลองนอนแคปซูลกันได้ ประสบการณ์ใหม่ดี เงียบ ใกล้สถานีรถไฟ หรืออยากตามมานอนกันที่นี่ ก็ไปจองกันที่ http://goo.gl/Mcgt77 จ้ะ

Day 2 : Matsumoto 1 Day Trip

นอนสบายสไตล์แคปซูลแล้ว วันนี้เราจะไปโซนนากาโน่สักที เริ่มต้นที่เมือง มัตสึโมโตะ (Matsumoto) กันก่อนนะคะ

การเดินทางไป Matsumoto

  • เราเดินทางด้วย Highway Bus ยี่ห้อ Alpico ขึ้นได้ที่สถานี Shinjuku Highway Bus
  • ราคาคนละ 3500 เยน (ถูกกว่านั่งรถไฟครึ่ง แต่ช้ากว่ารถไฟครึ่งชม.)
  • ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง จะจอดที่สถานีรถบัสตรงข้ามสถานีรถไฟ Matsumoto
  • สามารถจองผ่าน http://goo.gl/pkJvks ได้ จะได้ใบจองมา ไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์
  • นอกจาก Matsumoto แล้ว ยี่ห้อนี้มีไป Nagono ด้วย
  • แล้วก็มีรถจากสนามบิน Narita ไป Hakuba ด้วยเฉพาะฤดูหนาว (โซนเล่นสกี)

นั่งรถบัสกันไป ดูสภาพในบัสซะก่อน ดีงาม

ในที่สุดเราก็มาถึงเมือง มัตสึโมโตะ นะจ๊ะ

เดินเล่นกันในสถานีรถไฟ มัตสึโมโตะ กันก่อนนะคะ

Daio Wasabi Farm

ฟาร์มวาซาบิ ถูกค่ะ วาซาบิที่กินกับซูชิน้ำตาไหลนี่แหละ ที่นี่คือฟาร์มวาซาบิที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โหดมั๊ยคะ ดังนั้นของที่นี่จึงเต็มไปด้วย วาซาบิ หัววาซาบิ ที่ขูดวาซาบิจากหนังฉลาม ไอติมวาซาบิ ซาลาเปาวาซาบิ เบียร์วาซาบิ แถมยังมีพิพิธภัณฑ์วาซาบิอีกด้วย น่าสนใจมากนะ

ถ้าอ่านการ์ตูนมาเยอะ จะรู้ว่าวาซาบิเป็นพืชที่ปลูกนาน 10-15 เดือน และปลูกตามที่ธรรมชาติจริงๆ มีน้ำใสไหลเย็นตลอดเวลา ดังนั้นฟาร์มนี้คือ ถูกต้อง สะอาด น้ำผ่าน

วิวก็สวยมากเช่นกัน

  • เปิดทั้งปี เข้าฟรี (แต่มาฤดูร้อนดีสุด)
  • ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.japan-guide.com/e/e6056.html

การเดินทางมา Daio Wasabi Farm

  • เดินทางด้วยรถไฟ Matsumoto – Hotaka (320 เยน) ต่อแท็กซี่ 1100 เยน (แต่ถ้ามาฤดูร้อนจะมี Shuttle Bus ฟรีจากสถานี)
  • นั่งแท็กซี่จากเมือง Matsumoto เลย 3000 เยน

** ขอกลับถ้าอยากนั่งแท็กซี่ให้ Information เรียกแท็กซี่ให้ดีกว่า

Narai-juku

เบื่อทาคายาม่า เบื่อคานาซาว่า เราขอแนะนำ นาราอิ ที่นี่คือย่านเมืองโบราณเหมาะมากสำหรับเดินเล่น ถ่ายภาพ เดินชมบ้านเรือนกินของกินอร่อย แถมเดินทางง่ายจากเมืองมัตสึโมโตะ

ที่นี่มีประวัติมาตั้งแต่สมัยเอโดะ คนญี่ปุ่นเขาจะใช้เส้นทางนี้เดินทางทางจากคันไซ (แถบโอซาก้าเกียวโต) มาคันโต (แถบโตเกียว)

ดังนั้นถ้าเบื่อเมืองฮิตสไตล์นี้แล้ว แต่ยังอยากมาเห็นแบบคนน้อยอยู่ แนะนำที่นี่เลยครัช (แต่ก็นะถ้ารีวิวนี้ออกไปคนก็เยอะไปอีกกก) ไม่มีคนไทยเลย คนญี่ปุ่นก็ไม่มี

ของกินแนะนำ เทมปุระโซบะ มีหลายร้านมากที่ย่านนี้ อร่อยด้วย

การเดินทางมา Narai-Juku

  • เดินทางด้วยรถไฟ Matsumoto – Narai (580 เยน)

** ช่วงขากลับ ถ้าตอนบ่ายจะมีรถไฟน้อย ต้องวางแผนดีๆ

[ดูวิธีการใช้ Hyperdia ดูรอบรถไฟได้ที่ http://goo.gl/uY3HHs]

Matsumoto Castle

ปราสาทสัญลักษณ์ของเมืองมัตสึโมโต คนส่วนใหญ่ก็จะรู้จักเมืองนี้จากปราสาทนี้แหละ แต่ของจริงก็สวยจริง ยอมเลย ดังนั้นถ้ามาต้องแวะนะ ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึง สวยงาม

การเดินทางมา Matsumoto Castle

  • ค่าเข้า 200 เยน/คน
  • เดินจากสถานีรถไฟได้เลย ใช้เวลา 15 นาที (เดินชมเมืองไปเรื่อย)

Kobayashi Soba

หิวแล้วได้เวลากิน โซบะของดีเมืองมัตสึโมโตต้องมา ร้านนี้อยู่ใกล้ปราสาทมาก ถ้ามาตอนกลางวันคิวจะยาวหน่อย แต่งานดี รับรอง ร้านดังทุกคนบอกต้องมากิน

มีโซบะเย็นและร้อนเป็นเซตให้เลือก เราเลือกแบบเย็นมา เขาก็เอาวาซาบิสดๆ (ที่จากฟาร์มที่ไปดูเมื่อเช้าปะวะ) มาให้เราขูดกันสดๆให้เลย แล้วก็รออาหารไป ถ้าอ่านการ์ตูนจะพอรู้ว่าวาซาบิต้องทิ้งไว้สักพักถึงค่อยกินจะดีสุด

กินหมดก็มีซุปมาเสิร์ฟ อุ่นเลย

สรุปฟินหนักมากร้านนี้

ดูวิธีการไป รายละเอียดร้านนี้ได้ที่ https://goo.gl/gakhar

Nakamachi

นากามาชิ คือย่านถนนคนเดินของเมืองมัตสึโมโต (ใกล้ๆปราสาทนั่นแหละ) ก็จะเป็นบ้านโบราณมีสไตล์ สวยงามตามประสาญี่ปุ่น มีร้านค้าน่ารักมากมาย เหมือนเดินสวยๆอยู่โตเกียว มีบ้านคน คาเฟ่ ร้านอาหาร เหมาะสำหรับมาเดินชิวมาก

ดูวิธีการไป รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/IwVj7L

ถือว่าจบเมืองมัตสึโมโต 1 Day Trip อย่างชิวๆสบายๆ

สรุปเลยว่าเมืองนี้น่ารักมาก อยากมาอีก สวยงามคุ้มค่าที่มาจริงๆค่ะ

Day 3 : Nagano 1 Day Trip

จากเมืองมัตสึโมโต เราก็ออกเดินทางต่อมาเมือง นากาโน่ นั่งรถไฟมาจ้ะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ออกตั้งแต่เช้าเลย

01 Nagano Station

นากาโน่ ถือเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของญี่ปุ่น ดีงามมาก ดีงามถึงขั้นคนญี่ปุ่นยกให้เป็นเมืองน่าอยู่อันดับต้นๆ เพราะของกินดี เป็นแหล่งอาหาร ธรรมชาติ มีลานสกี

พอเป็นแหล่งอาหารแล้ว ของกินก็เยอะมากแน่ๆ เราขอแนะนำซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ชั้น 1 ของสถานีรถไฟ มีของท้องถิ่นขายมากมาย เดินมาดูกันได้

02 Nagano Main Street (Chou dori)

ถนนเส้นนี้ตรงไปวัดเซนโคจิ จากสถานีรถไฟ เราก็เดินกันไปเรื่อยๆ ถ้าไม่รีบอะไร ซึ่งถนนน่ารักมาก มีร้านเจ๋งๆ บ้านน่ารักให้ถ่ายรูปตลอดเวลา มีร้านอะไรบ้าง ว่ากัน

  • Cublue ร้านขายของน่ารัก ขายของเฉพาะของโทนสีน้ำเงินเท่านั้น คอนเซปท์จัดมาก ใครชอบสีน้ำเงินคลั่งจริงๆ (แน่นอนว่าเรา ฮืออออยากได้) ร้านอยู่ในตึก Repro Omotesando
  • Arteria bakery ตรงข้ามร้าน Cu Blue เมื่อกี้ ร้านนี้เป็นร้านเบเกอรี่ ของดังคือขนมปังเมล่อน (ตามการ์ตูนเป๊ะ) มีคนรอซื้อตลอดเวลา คือของจริงก็ดีงามลืมที่เคยกินไปเลย กรอกนอกนุ่มหนึบแถมไม่หวานมาก ชีวิตดี
  • ย่านการค้าเก่า ใครอยากเดินดูร้านญี่ปุ่นแบบเก่าๆดูได้ในย่านนี้เลย
  • Shinkoji Cafe & Rooger เป็นคาเฟ่เก๋ๆ อยู่ในซอย นอกจากคาเฟ่ก็มีของดีไซน์ขาย ร้านตัดผม แถวนี้คือดูดีมาก 
  • Patio Daimon Kuraniwa เป็นโซนรวมร้านอาหารต่างๆ บรรยากาศดี ตึกทรงญี่ปุ่นรวมสมัย
  • ร้านพริกป่น — พริกป่นเป็นหนึ่งในของฝากขึ้นชื่อประจำเมือง นากาโน่ ถ้าสังเกตดีๆแทบทุกร้านที่นี่จะมีพริกป่นวางอยู่ด้วย ก็ซื้อกลับไปแซ่บกันต่อได้ 

03 Zenkoji Temple

จากถนนเส้นเมื่อกี้ เราก็เดินมาถึงวัดกันแล้ว วัดนี้ก็ถือเป็นวัดที่เก่าแก่และสำคัญมากในญี่ปุ่น คือเป็นวัดแรกที่นำพระพุทธรูปมาประดิษฐานในวัด ในโบสถ์ก็มีพระพุทธรูป วิธีขอพรก็คือขอพรแล้วลูบตรงไหนขององค์ก็จะรักษาอาการเจ็บป่วยตรงนั้น ดูดีๆคือเนียนทั้งองค์ คนคงลูบเยอะ 55

ออกมาด้านหน้าวัดมีร้านขายของฝากตามระเบียบ แน่นอนคือกิน

มีคาเฟ่แถวนั้นคือ Caffe Terra มีขายไอติม บาริสต้าดันเป็นฝรั่งเท่ๆอีก ลองชิมไอติมแอปเปิล อร่อยมาก อร่อยอีกแล้ว

04 Nagano Metropolis Hotel

คืนนี้นอนที่นี่นะ เป็นโรงแรมที่ใกล้สถานีรถไฟสุดๆ เดินทางสะดวก มองจากหน้าต่างก็เห็นสถานีรถไฟ (ใกล้ไปไหน) แล้วก็ติดซุปเปอร์มาร์เกต ช็อปปิ้งสะดวก

ใครสนใจจองที่พักนี้ ก็ไปดูต่อที่ http://goo.gl/5K58Pl

สรุปแล้วเมือง นากาโน่ น่ารักดี มาสวยๆ และเก็บเมืองรอบๆได้หมด ดีเลยนะ

Day 4 : Yudanaka

เราออกจากเมืองนากาโน ไปยังเมืองต่อไป ยูดานากะ เมืองนี้ขึ้นชื่อสุดคือ ลิงแช่ออนเซ็นนั่นแหละ ก็เดินทางกันไปด้วยรถไฟนะคะ

01 Dentetsu Line

รถไฟที่เราเดินทางไปเป็นรถไฟสาย Dentetsu เป็นรถไฟสายเก่า สามารถขึ้นได้จากด้านหน้าสถานี Nagano (จะไม่ได้อยู่ในสถานีใหม่นะ) เหมือนหลุดย้อนยุคเข้าไปเลย โบราณ ญี่ปุ่นโบราณมาก คนตรวจตั๋วก็โบราณ 55

รถไฟจะเปลี่ยนขบวน 2 รอบ (รวม 1160 เยน) ถ้าไม่รีบก็นั่งแบบเรา ถ้ารีบก็นั่งขบวน Express ได้เลย

** อีกทางคือมี 1 day pass (1450 เยน) รวมทุกค่า รถไฟ รถบัส ค่าเข้าดูลิง สามารถซื้อได้ที่ Tourist Information ทุกสาขาจ้ะ เราไม่ได้ซื้อเพราะว่าจะไปนอนค้างคืนที่นั่นนะ

บรรยากาศในรถไฟ สวยงาม มีคนแก่และเด็ก ครบ ดีจังเลย

02 Yudanaka Station

นั่งรถไฟมาจนถึงสถานี Yudanaka สิ่งแรกที่เห็นคือ ทุกอย่างถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี สถานีดูเก่าแต่คลาสสิค ป้ายรถเมล์ดั้งเดิม ทุกอย่างคือแบบ นี่แหละญี่ปุ่นทำแบบนี้ได้ (ทำไมบ้านเราชอบรื้อบ้านเก่าสร้างทับใหม่ประจำ)

03 Ryuoo Ski Park

แรกสุดเราจะไปลานสกีกันก่อน ก็สังเกตจากวัยรุ่นแถวนี้ถือบอร์ดกันใหญ่ นั่งรถบัสไปลานสกีกัน (มีป้ายบอกเวลาเดินทางหมด)

ถึงแล้วลานสกี ที่นี่เขาก็มีร้านให้เช่าอุปกรณ์ตรงข้ามสถานีเลย เข้ามาด้านใน มีศูนย์บริการบอก เข้าไปซื้อตั๋วขึ้น Ropeway สามารถขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาได้

– ค่าตั๋ว 2500 เยน / คน (ถ้าเล่นสกี 5000-8000 เยน)

จากนั้นก็นั่งรถตีนตะขายเพื่อไปขึ้น Ropeway เท่สุด ไม่เคยเห็นมาก่อน

ได้เวลาขึ้นกระเช้าสักที ดูวิวด้านล่างไปสิ ขาวโพลนนนนนนน ถ้าเล่นสโนว์บอร์ดเป็นจะเท่มาก (ขอเวลาฝึกแป๊ป)

มาถึงยอดแล้ว สวยงาม ถ้ามาวันฟ้าเปิดวิวจะสวยหนักกว่านี้อีกนะ

ด้านบนก็มีคาเฟ่(อีกแล้ว) กินอะไรอุ่นๆก็ฟินกันไป ชีวิตดีจัง ร้านอาหารก็มีนะ กินข้าวได้เลย

สรุปเลยว่า มาเถอะ สวยมาก ใช้เวลาไม่นานด้วย

การเดินทางมา Ryuoo Ski Park

  • นั่งรถบัสจากสถานี Yadanaka มาเลย
  • ถึงลานสกี ขึ้น Ropeway ชมวิวได้ หรือจะมาเล่นสกีก็ได้ 2500 เยน ค่าขึ้น

04 Soba ลุงหน้าสถานี

รีวิวทำไม คือร้านลุงเป็นอะไรที่บังเอิญเจอจนต้องแบบ เฮ้ยดี มากินกันสิ เป็นร้านโซบะหน้าสถานีรถไฟ Yudanaka นี่แหละ ขายแค่โซบะกับอุด้ง เหมือนกินอยู่ในบ้านลุง แถมมีมาชวนคุย เล่าที่เที่ยว คือชอบคนแก่ตามร้านอาหาร ร้านขายของ เค้าจะเป็นมิตรมากๆ ซึ่งน่ารักมากเลย

05 Yamanouchi (ลิงออนเซ็น)

ที่นี่คือออนเซ็นลิงอันโด่งดังนี่แหละ สามารถเดินทางมาได้ง่าย แล้วก็ผสมเดินเท้าด้วย แต่รอบข้างก็มีร้านคาเฟ่ จนไปถึงเส้นทางธรรมชาติ เพลินใจดี เดินได้เรื่อยๆ

ลิงที่นี่ไม่ดุ แต่อย่าไปแกล้งลิงนะ เดินก็ระวังลื่นด้วย แต่สรุปว่าตอนเราไปอากาศหนาวไม่พอ (นี่ก็หนาวแล้วนะ) ลิงไม่ยอมแช่ออนเซ็น ลิงเล่นตัวทำท่าไปมา สุดท้ายไม่ได้แช่ อ้าวอดถ่ายรูป จบกัน

** ควรมาตอนเช้าที่หนาวกว่านี้ หรือวันที่หิมะตกลิงจะได้แช่น้ำนะ

การเดินทางมา Yamanouchi

– นั่งรถบัสจากสถานี Yudanaka มา 15 นาที ลงป้าย Kanbayashi Onsen

  • เดินเท้าไปอีก ครึ่งกิโล จะถึงประตูทางเข้า
  • เดินต่อเข้าไปอีก กิโลกว่า ระวังลื่น จะเจอที่แช่ออนเซ็น
  • เดินต่อไปจนเจอที่เก็บค่าเข้าเพื่อดูลิง 500 เยน จะเจอลิง
  • นั่งรถบัสกลับไปสถานีได้ ทางเดิม

 

06 Yudanaka City

เรากลับมาที่เมือง Yudanaka คืนนี้จะนอนที่เมืองนี้ เมืองนี้ก็น่ารักนะ ติดแม่น้ำ จะมีพวกโรงแรม ออนเซ็น สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม มีโคมไฟตกแต่งทั่วเมือง (น่าจะเป็นช่วงที่เราไป) แต่ก็หลอนๆเหมือนกัน เพราะไม่มีคนเลยยยย แถมหนาวมาก

07 Yudanaka Seifuso

ที่พักคืนนี้ เป็นออนเซ็นสไตล์เรียวกัง (เหมือนในการ์ตูน) ที่นี่มีแค่ 15 ห้อง ดูแลโดยครอบครัว ตายาย ลูกชายดูแลกิจการ แน่นอนว่าทุกคนน่ารัก ต้อนรับเราอย่างดี

โรงแรมมี 2 ชั้น มีโซนที่นั่งรับแขก ห้องเล่นโกะ ห้องอาหาร สวนกลางโรงแรม มีออนเซ็น 3 บ่อ แยกชายหญิง แบ่งเวลากันลง แล้วก็มีบ่อกลางแจ้ง (ที่ล็อคห้องได้)

และบ่อภายใน ที่มีแอปเปิลลอยในบ่อด้วย หอมแอปเปิลเลย เราก็ลองมันทุกบ่อไปสิ

ห้องนอนกันบ้าง จะเป็นสไตล์ญี่ปุ่น มีโต๊ะอุ่น น้ำชา เตียงฟูก ชุดยูกาตะพร้อม ข้าวเช้าก็มี หอมมาก สไตล์ญี่ปุ่นที่มี ข้าวไข่หวาน ผักดอง ปลาเทราต์ (ของขึ้นชื่อของเมือง) กินอิ่มนอนหลับ

สรุปเลย โรงแรมนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่นมาก ตายายเอาใจใส่รักการบริการสุด ถ้ามาเมืองนี้แนะนำที่นี่เลย คะแนนเต็ม เพราะมีคนแก่ใจดีนี่แหละ เมืองนี้เลยน่ารักมากๆเลย

สนใจจองโรงแรมนี้ หรือดูรายละเอียดเพิ่ม ไปที่ http://goo.gl/9gCuJU

Day 5 – Karuizawa

คารุอิซาวา เราคงได้ยินกันบ่อยตามการ์ตูน เมืองนี้เป็นเมืองตากอากาศ พักผ่อนของคนญี่ปุ่นเค้า (ค่อนไปทางไฮโซ เหมือนเขาใหญ่) มีแหล่งช็อปปิ้ง เอาท์เล็ท ลานสกี และอยู่ใกล้นากาโน่ ด้วย หรือจะไปจากโตเกียวก็มีชินคันเซ็นมาลง เดินทางสะดวก

01 Karuizawa Station

นั่งรถไฟจาก Yudanaka (แวะผ่าน Nagono) ก็ถึงคารุอิซาว่ากันแล้ว สถานีคารุอิซาว่า ก็ตามสูตร มีของฝากมากมาย เน้นๆคือ แยมผลไม้ ของฝากประจำเมืองจ้ะ ใครไม่ได้เตรียมตัวมาก็มี Information Center รออยู่ พูดอังกฤษดีมาก ถามได้ตอบได้

02 Prince Shopping Plaza

ส่วนใหญ่คนมาที่นี่ก็เพื่อสิ่งนี้ เอาท์เล็ทลดราคา (ซึ่งเราดูรีวิวเมืองนี้ทีไรมีแต่ที่นี่ 55) แต่ยอมรับว่าใหญ่จริง แบรนด์มากมาย ใครสายช็อปก็จัดไปค่ะ

แต่สายเรา มาดูร้านอาหารแถวนี้กัน มีบุฟเฟต์ผัก ออร์แกนิค ชอบเลย

เลยไปหน่อยก็มีท่ารถบัส บางคันนั่งฟรีไปฝั่ง Ryo Karuizawa ได้ด้วย

03 Kyu Karuizawa – Ginza

ที่นี่เป็นย่านถนนคนเดิน ร้านขายของน่ารักมากมาย ขอดังคือแยม และ เบียร์ ของเมืองนี้ คาเฟ่เยอะตามสไตล์ ร้านดีไซน์เยอะมากกกก เดินดูเมืองกันค่ะ

** สามารถมาโซน Kyu Karuizawa ได้จากรถบัสสถานีรถไฟ และเมืองนี้คือสวยไป บางทีจำเป็นต้องสวยขนาดนี้ไหม ?? 

04 Shiraito Waterfall

น้ำตกชื่อดังของที่นี่ เดินไปไม่ไกล อยู่กลางหุบเขา สวยงาม คนน้อย น่ามามาก

ระหว่างทางไปน้ำตกก็มีร้านค้าริมถนน ซาลาเปา โอยากิ ปลาย่าง อร่อยๆ

วิธีการเดินทางไป Shiraito Waterfall

  • นั่งรถบัสจากป้ายรถเมล์หน้าสถานีรถไฟ
  • รอที่ป้ายเมือง Karuizawa คนละ 610 เยน

05 Marroad Karuizawa Hotel

คืนนี้เรานอนที่เมืองนี้ ตัวโรงแรมอยู่ในตัวเมือง Karuizawa เลย มีบริการรับส่งจากสถานี ลานสกี ไรงี้หมด

ข้อดี : ห้องใหญ่มากกก มากจนตกใจ แบบใหญ่ไปไหน

เหมาะแก่การพักตากอากาศมาก ชิวสุด

สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://goo.gl/94xAva

Day 6 Back to Tokyo

หลังจากออกมาต่างจังหวัดนาน ในที่สุดก็หมดเวลาเที่ยว ได้เวลากลับโตเกียวแล้วจ้ะ เราก็นั่งชินคันเซ็นลงที่ Shinjuku (ชินจูกุ) เลย คนละ 2590 เยน นั่ง 1 ชม. 20 นาที เท่านั้น

คืนนี้จบที่ IBIS เครือ Accor Hotels สุดดัง

ที่นี่ถือว่าเป็นโรงแรมที่สะดวกมาก ใกล้สถานีรถไฟแบบเดินข้ามถนนถึง เหมาะสุดสำหรับเป็นคืนสุดท้าย ช็อปปิ้งให้สาแก่ใจ กลับบ้าน สบายใจ

ใครสนใจ รายละเอียดโรงแรมนี้ ไปดูต่อที่ http://goo.gl/r60xLW

ถือเป็นการจบทริปที่สนุกมาก และวิวสวยมาก ญี่ปุ่นช่างเป็นประเทศที่สร้างความประทับใจให้เราอยู่เสมอครั้งหน้าถ้าเบื่อที่เดิมๆ ที่ฮิตๆแล้ว (หรือไล่ตามรอยเราไปหมดแล้ว ขายของนี่)  ขอเชิญแนะนำให้รู้จักกับแถบ นากาโน่ ค่ะ รับรองชอบและติดใจแน่ๆ :D

สุดท้าย ขายของ ทริปนี้ขอขอบคุณ Hotelscombined สำหรับการแนะนำที่พักที่ดีงาม เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เรื่องที่พักให้เราได้อีกเยอะ ส่วนใครสงสัยว่า Hotelscombined คืออะไร มาโซนขายของข้างล่างนี่ค่ะ

Hotelscombined — เข้าที่ http://www.hotelscombined.co.th/

คือเว็บไซต์เปรียบเทียบโรงแรมกับเอเจนซี่ต่างๆ (เหมือนกับ Skyscanner เปรียบเทียบสายการบินกับเอเจนซี่ต่างๆ) เท่ากับว่า เราสามารถเข้าเว็บเดียวก็เปรียบเทียบได้หมดตั้งแต่ booking.com agoda, hotels.com, Expedia และเครือโรงแรมอีก คือทีเดียวจบ แถม!! บางครั้งชอบมีดีลๆ ดี มาอีกด้วย ถือว่าคุ้มเลยทีเดียวจริงๆ

ถ้าใครสะดวกจองผ่านมือถือ ก็สามารถโหลด HotelsCombined Application ได้เลยจ้า หรือที่ https://www.hotelscombined.co.th/Apps?referrer=mat_click_id%3D74a651a8f982b387db4b36a99771d36e-20160404-16932

Screen Shot 2559-03-28 at 22.05.41

ดังนั้น รอบหน้า ถ้าจองที่พัก ขอฝาก Hotelscombined ไว้ในอ้อมใจ แถมทำให้ชีวิตง่ายขึ้นด้วยค่ะ :D

Facebook Comments