03 - Europe, Europe, Netherlands

Benelux + Europe : EP 10 – Rotterdam

หลังจากที่อยู่เมือง Rotterdam วันนี้เราจะออกมานอกเมืองเพื่อมาดูกังหันลมของจริง มรดกโลกกันค่ะ ออกเดินทางกันเลยค่ะ !

 

12 สิงหาคม 2557 (อังคาร)
ตอนที่แล้ว เราไปเดินเล่นที่เมือง Delft กันมา ได้ทั้งวัน
ช่วงเย็นเราก็นั่งรถไฟกันมาต่อที่เมือง Rotterdam
สถานีรถไฟแสดงถึงความเจริญของเมืองนี้มากมาย

 

การมาเที่ยวหน้าร้อน (ช่วงกลางปี เดือน 7 8 ไรงี้) นอกจากคนจะคึกคักแล้ว
ท้องฟ้ายังมืดช้าอีกค่ะ 4 ทุ่มได้กว่าจะมืด เลยมีเวลาเที่ยวเยอะมาก

การเดินทางใน Rotterdam
1. เดิน ถ้าถึก จากสถานีรถไฟ สามารถเดินได้ แต่ถึกมาก บอกเลย
2. รถไฟใต้ดิน
3. รถราง

เราสามารถเดินทางได้ทั้งหมดด้วยบัตร One day Pass สามารถซื้อได้เป็นชั่วโมง
พวกเราซื้อแบบ 48 ชั่วโมง = 10.5 ยูโร
เดินทางได้หมดทั้งรถไฟใต้ดิน รถราง แต่ไม่รวมรถบัสนะคะ

ภารกิจแรกของเมืองนี้คือ เก็บของเข้าที่พักค่ะ
เราเลือกพักที่ Ani & Haakien เป็น Hostel เล็กๆ น่ารักดีไซน์เก๋ กุ๊กกิ๊ก
เดินไม่ไกลจากสถานีรถไฟ จากนั้นจะเข้าไปไหนต่อในเมืองก็นั่งรถไฟใต้ดินเอา



มาดูหน้าตาโฮสเทลกันก่อน
ที่นอนเตียง 2 ชั้นตามสไตล์

เก็บของเสร็จก็ได้เวลาสำรวจเมือง
ดูจากโปสเตอร์ว่ามีเทศกาล Food Park ได้เวลากิน
เดินกันไปจ้ะ

อ้าว ไหนบอกมี ไม่เห็นมี แต่สภาพทุกคนคือหิวจัด
เรารีบนั่งรถเมล์เข้าเมืองไปหาของกินเถิด

โซนเมืองที่นี่เรียกว่า Beurs มีพวกห้างร้านค้ามากมาย
เราก็เดินๆกันไป คิดไม่ออกว่าจะกินอะไร


เดินผ่านตลาดกันหน่อย น่ากินไปหมด ตัดสินใจไม่ได้ซักทีว่ากินอะไร
น้ำย่อยเริ่มออกหมดแล้ว…


เราสามารถเดินโซนนี้ไปได้เรื่อยๆ เริ่มจาก ส่วนอลังการตลาดใหม่ ชื่อ Markthal
ตอนนั้นที่เราไปยังสร้างไม่เสร็จ (ตอนนี้เสร็จแล้ว ล้ำเลยหล่ะ)

 

สุดท้ายชาวคณะจบที่ Sumo Sushi บุฟเฟต์ซูชิเจ้าเก่า
กินกันไป 25 ยูโร กินอิ่มนอนหลับมาก (อิ่มจนไม่ได้ถ่ายรูปมา)

กินอิ่มก็ได้เวลาเดินต่อ ตลาดเริ่มวายไปละ
โซนเมืองเมืองนี้ยังมีอะไรให้สำรวจอีกมากค่ะ ค่อยๆ เดินไปเนอะ



เดินจนเจอตึกแลนมาร์คประจำเมือง Cube House

วิธีการเดินทางไป Cube House (Kubuswonigen)
รถไฟใต้ดินสาย A B C
รถรางสาย 21 24 48 32 ลงสถานี Blaak


 

สาระสักนิดเท่าที่เข้าใจ คือเมืองนี้สมัยก่อนก็เจริญแบบนี้แหละเพราะเป็นเมืองท่า
(ยิ่งเนเธอร์แลนด์ค้าขายทางเรือเก่งอยู่แล้ว)
แต่ด้วยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เมืองนี้โดนเผาไปหมด พอจบสงครามทางการก็เลยฟื้นฟูเมืองใหม่
เปิดอิสระให้คนในเมืองออกแบบตึกรามบ้านช่องเองได้
ผลเลยออกมาว่า เมืองนี้มีตึกประหลาดล้ำๆ ดีไซน์รายละเอียดเยอะมากเต็มไปหมด..

Cube House ที่อยู่ตรงหน้าเราก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น
ทางการจัดประกวดออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อประหยัดพลังงานและพื้นที่
ซึ่งตึกนี้ได้รางวัลเพราะประหยัดพื้นที่มากที่สุด
และคิดภาพว่าสมัยนั้น ตึกนี้มันคงเป็นอะไรที่ล้ำมากกกกก

จาก Cube House สามารถเดินไปริมน้ำได้ แม่น้ำชื่อ มาส์ (Maas)
จุดแลนมาร์คอีกแห่งของเมืองนี้คือ สะพาน 2 สีนี้

ความเด็ดกว่านั้นคือ ตึกพวกนี้ยังคงใช้งานอยู่
มีร้านค้า บริษัท ไปจนถึงโฮสเทลเปิดให้ใช้ ใครสนใจอยากนอนในตึกนี้ก็จองกันได้นะคะ
เป็นเครือ StayOkay เครือโฮสเทลยักษ์ของประเทศนี้เอง

 

มาดูสะพานสองสีกันต่อ
สีแดงคือ Willemsbrug สีขาวคือ Erasmusbrug

เริ่มจากสะพานสีแดงกันก่อน Willemsbrug สีแดงเด่น
สะพานนี้เชื่อมระหว่างเมืองทางเหนือและฝั่งใต้

ด้วยความเกรียน เดินไปบนสะพาน ถ่ายรูปลงมาดีกว่า

สะพานต่อมา สีขาว ทรงแปลกตา Erasmusbrug
ชาวเมืองเรียกด้วยชื่อเล่นว่า swan เพราะบางทีหน้าตาก็คล้ายหงส์นะ

เวลาไปต่างประเทศ เราชอบบรรยากาศริมน้ำมาก
ถนนริมน้ำ พื้นที่ริมน้ำ มันชิลล์ อยากทำอะไรก็ทำได้ ลมดีด้วย

จริงๆ มันดึกมากแล้ว แต่พวกเราก็ยังเอนจอยกับเมือง
กินเดินเล่นกันต่อ สุดท้ายไปจบที่โฮสเทลนี่เอง




 

13 สิงหาคม 2557 (พุธ)
หลังจากที่เราสำรวจส่วนเมือง Rotterdam ไปละ
คราวนี้ได้เวลานั่งออกนอกเมืองเพื่อไปดูทุ่งกังหันกันบ้าง

เรานั่งรถเมล์ไปเกือบ 1 ชม. (โปรดเช็ครอบรถเมล์กันด้วยนะคะ เพราะนานๆจะมาซักคัน)
เพื่อไปยังทุ่ง Kinderdijk

การเดินทางไป Kinderdijk
– รถไฟใต้ดินในเมือง Rotterdam นั่งลงสถานี Zuidplein จากนั้นนั่งรถบัสสาย 90 ลงป้าย Alblasserdam
จริงๆ เข้าไปต้องเสียเงิน 6 ยูโร (แต่ตอนเราเข้าไม่เห็นจะมีคนเก็บเงิน สงสัยจะเช้าไป)

 

สาระสักหน่อย Kinderdijk (คินเดอร์ไดค์) เป็นโซนอนุรักษ์ของ Unesco มรดกโลกตามเคย
กังหันที่เราเห็นอยู่มีทั้งหมด 18 ตัว ความพิเศษของกังหันพวกนี้คือ ยังใช้งานได้จริงอยู่ เราก็เดินดูกันไป

ลงรถเมล์ปุ๊ป ก็เดินตามป้าย หรือชาวเมืองไปเรื่อยๆ
คนนี่แทบไม่มีเลย เราก็เดินดุ่มๆ กันไป จนเห็นกังหันกลางทุ่ง

 

กังหันของจริง แบบใกล้ๆ


 

ภาพงามมาก กลางทุ่ง กังหัน ธรรมชาติแท้
เป็นอะไรที่ เนเธอร์แลนด์มากกกก
กังหัน + จักรยาน

กังหัน เรารู้ว่าเพื่อวิดน้ำโดยใช้แรงลม
ทำไมเนเธอร์แลนด์ถึงมีกังหันเยอะขนาดนี้
เพราะประเทศนี้ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล น้ำก็เลยเยอะเป็นพิเศษ
ด้วยความเป็นพื้นที่โล่ง แรงลมจะช่วยวิดน้ำ กังหันจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยประเทศนี้ได้เป็นอย่างดี

การเดินทางมาครึ่งค่อนประเทศ
ตามนอกเมืองเราก็จะพบกังหันบ่อยๆ ทั้งแบบคลาสสิคไปถึงล้ำๆใช้ไฟฟ้า
แต่ที่นี่ยังคงใช้แรงลม คลาสสิคและยังหมุนอยู่


 

ชมภาพตามอัธยาศัย



 

และแล้วก็ถึงช่วงคณะเกรียนและกังหัน



เมื่อไปที่ใดก็ตามบนโลก
เราตัวเล็กลงทุกที..





 

กังหันลม ฉากสุดท้าย


นั่งรถเมล์กลับสู่เมือง Rotterdam เก็บของจากโฮสเทลกันสักนิด
โฮสเทลนี้น่ารักมาก ดูกันอีกสักรอบ ใครชอบกราฟิก กุ๊กกิ๊กน่ารัก
ที่นี่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆเลยจ้า

ได้เวลาแบกกระเป๋าขึ้นรถไฟกันต่อ


 

เมืองต่อไป อินดี้อีกตามเคย Utrecht เมืองใหญ่กำลังดี ที่กำลังจะได้รับความนิยมในยุโรป
เป็นอย่างไรต่อ นั่งรถไฟไปกับพวกเราตอนหน้าจ้า


 

 

 

Facebook Comments