03 - Europe, Europe, Netherlands

Benelux + Europe : EP 7 – Texel Island

ในที่สุดเราก็ออกจากอัมเตอร์ดัมส์มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ
จุดหมายคือ เราจะไปปั่นจักรยานบนเกาะตอนเหนือของประเทศนี้
จะเป็นอย่างไร แบกกระเป๋าไปด้วยกันเลยค่ะ !!

 

จากตอนที่แล้ว เราออกจากเมือง Alkmaar นั่งรถไฟขึ้นเหนือไปต่อกันค่ะ
จุดหมายปลายทางของคืนนี้คือ เกาะ Texel เกาะที่ไม่ค่อยเห็นคนรีวิวกันมาก่อน
แต่ก่อนจะไปเกาะได้ก็ต้องไปขึ้นเรือที่เมือง Den Helder ก่อนค่ะ
นั่งรถไฟต่อไปอีก 36 นาที – 7.8 ยูโร ก็ถึง Den Helder ค่ะ

พอถึงสถานี Den Helder แล้ว ต้องนั่งรถบัสไปที่ท่าเรือเฟอร์รี่ก่อนค่ะ
นั่งสาย 33 ไปลงท่าเรือ ซึ่งป้ายนี้คนลงเยอะอยู่แล้ว ตามๆเขาไป
ลงป้าย Texel Veerboot ท่าเรือเฟอร์รี่นะคะ


 

รอบๆเมือง Den Helder ตอนนั่งรถบัสผ่าน เมืองเงียบๆจ้ะ

ค่าเรือเฟอร์รี่ไปเกาะ คนละ 2.5 ยูโร ไปกลับ แบกหมารถจักรยานได้หมดแล้วแต่ราคา
เรือยี่ห้อ TESO  อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ https://www.teso.nl/en/tickets-english
มีภาษาอังกฤษค่ะ


 

ได้เวลาออกเรือแล้ว มุ่งหน้าตรงสู่เกาะ !!

หนาวโพดดดด นั่งท่องเที่ยวเยอะพอตัว เสมือนไปเกาะเสม็ด
ในเรือก็มีที่นั่ง ร้านขายของ นู่นนี่นั่นมากมาย


 

เรือที่เรานั่งไปรอบนี้มีนกมาบินโชว์ด้วย ถ่ายรูปกันสนุกมาก



 

ชอบหลายอย่างของยุโรปตรงที่ไม่ค่อยมีคนรีวิวแต่เราก็ยังสามารถไปได้
เส้นทางใหม่ๆ นี่แหละของชอบเลย : )

 

นั่งเรือสักพักก็ถึงเกาะ Texel กันแล้ว
เกาะนี้การเดินทางสะดวกค่ะ มีรถบัสรับส่งตลอด (แต่ก็อย่าลืมเช็คตารางเวลาให้ดี)
เราก็นั่งรถบัสเข้าสู่ที่พักเอาของไปเก็บก่อนนิ


 

สาระกันก่อนว่า ด้านเหนือของประเทศเนเธอร์แลนด์ จะมีเกาะ 8 เกาะที่รวมกันเป็นกลุ่ม
จะเรียกว่า Frisian Islands มีตามนี้
1. Noorderhaaks 2. Richel 3. Griend 4. Rif
5. Engelsmanplaat 6. Simonszand
7. Rottumerplaat 8. Rottumeroog

 

แต่ถ้ามองในแผนที่ ก็จะเห็นเกาะหลักๆ 5 เกาะที่ไม่จิ๋วจนเกินไป (เวลาเราดูก็เลยจะนับเป็น 5 แทน)
ซึ่งเกาะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาทั้งหมดคือ Texel ที่เราอยู่กันตอนนี้จ้า

เราสามารถไปยังเกาะพวกนี้ได้
ซึ่งแต่ละเกาะก็จะมีระดับความยากง่ายในการไปต่างกัน
บางเกาะต้องไปจากอีกเกาะเท่านั้น บางเกาะก็ขึ้นจากฝั่งได้
แต่เกาะที่ง่ายสุดตอนนี้ก็ Texel อีกเหมือนเดิม

 

หน้าตาที่นอนในคืนนี้

เก็บของเสร็จ นี่คือจะสามทุ่มแล้ว (ท้องฟ้าแบบ 4 โมงเย็น)
ได้เวลาออกสำรวจเมือง + ซื้อของกินเล็กน้อย

ที่เห็นเมืองร้างไม่ใช่อะไร เค้าปิดกันหมด มันดึกแล้วนะเฟร้ยยยย !!
แต่อิแก๊งหัวดำยังแบบเดินชิว ช็อปซูเปอร์ลดราคากันอยู่ อาหารดีมาก

ข้าวเย็นวันนี้ ราคาประหยัด มาม่าผสม แต่อร่อยมาก
โดยเฉพาะมะเขือเทศจากเกาะ กินทีไม่อยากแบ่งเพื่อนเลยยยย

โอเค เช้าวันต่อมา วันนี้อยู่เกาะทั้งวันเพื่อปั่นจักรยานล้วนๆ
ดูเหมือนจะชิวเส้นทางจักรยานรอบเกาะ ประเทศนี้ขึ้นชื่อว่าปั่นจักรยานได้สบายที่สุดแล้ว
มารู้จักเกาะนี้กันก่อนค่ะ

 

แถวที่เราอยู่จะใกล้ๆกับ Den Berg ซึ่งคือจุดชุมชนที่สุดของเกาะ
วันนี้เราปั่นไปเหนือสุด มีประภาคาร (เห็นมะจากภาพ เล็กๆไกลๆ นั่นแหละ)
และปั่นเลียบอีกฝั่งกลับมายังที่พัก ฟังดูง่ายดีเนอะ หึหึ

 

เช่าจักรยานจาก โฮสเทลนี่แหละ วันละ 9.5 ยูโร
ได้จักรยานสีส้มสะใจมาครองง ฮ่าฮ่า

ทริปปั่นจักรยานนี้ เรานำทีมโดยอ้นจู ผู้มีประสบการณ์ปั่นสูงสุด
(ที่เหลือคือง่อยจ้า ปั่นมากสุดคือสวนรถไฟ) อ้นจูแนะนำดังนี้
1. เปลี่ยนเกียร์ สำคัญ อยากผ่อนก็เกียร์ 1 ขี่สบาย อยากปั่นหนักก็เร่งเกียร์ขึ้นไป
2. เอาปลายเท้าปั่น อย่าปั่นทั้งเท้าจะเมื่อย
3. จักรยานควรสูงกว่าตัวเรานิดนึง ให้เทียบจากระดับเอวเอากับเบาะที่นั่งเอา
จะได้ไม่ต้องงอเข่าเยอะเวลาปั่น เมื่อยน้อยลง

 

ตามนี้ ปั่นกันได้ เป้าหมายประภาคารจ้ะ วันนี้ เย้ !

วิวสองข้างทาง แลนสเคปสวยงามมาก โล่งไปหมด

 

แวะถ่ายรูปข้างทางก็ได้ อยากลงตอนไหนก็ลง ทักทายคนที่ปั่นผ่านไปผ่านมาก็ได้

แวะ Ecomare นิดหน่อยเป็นศูนย์แมวน้ำ แต่ไม่ได้เข้าเพราะค่าเข้าแพง

ปั่นกันต่อไปค่ะ เสื้อส้มฟานเพอร์ซี่ สุดเด่น

 

แวะชายหาดแถวนั้นอีกนิด ถ่ายรูปเก๋ๆ (สุดท้ายทั้งเกาะมีวิวอย่างงี้เยอะมากจ้ะ)
เอาให้สาแก่ใจเล้ยยยย วิวสวยจริงๆ




 

เวลาว่างดูมีเยอะ แวะได้อีกหาดนึง เหมือนเส้นนี้ปั่นเลียบทะเลเล็กๆ





 

ตราบที่ยังมีลมหายใจ เราก็ปั่นจักรยานกันต่อไปค่ะ




 

ปั่นไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีคือ เที่ยงแล้ว อ้าวชิปหาย !!
มือสมัครเล่นทั้งหลาย ปั่นไม่ตามแผนที่วางไว้หมดเลย
เราก็เลยพักแถว Slufter เป็นเหมือนอ่างเก็บน้ำ ตะกอนดินน้ำตื้นๆ
ลงไปเดินเล่นได้ เราก็กินข้าวเที่ยงแถวนั้น


รีวิวอาหารก่อนเลย งานถนัด แฮมแพนเค้ก เนื้อแกะ ว่าไป
**เกาะนี้ของดังคือ เนื้อแกะ ดังนั้นมาต้องลอง **
กินดีอยู่ดี สบายใจ อิอิ


 

เนื่องจากปั่นช้าไม่ตามเวลา รับรองว่าไม่รอดแน่ เราเลยเปลี่ยนแผนจากปั่นจักรยานเป็นนั่งรถบัสแทน
นั่งรถบัสไปยังอีกฝั่งของเกาะ เพื่อไปชมมิวเซียม Kaap Skip เป็นมิวเซียมสมุทรศาสตร์นี่แหละ
(ชื่อดูจริงจัง พูดง่ายๆคือมิวเซียมรวมของเกี่ยวกะทะเล ประมงไรงี้) ค่าเข้า 8.5 ยูโร

 

นั่งบัสจากร้านอาหาร ตรงยาวมามิวเซียมเลย
หลับเป็นตาย (ได้ข่าวเมิงปั่นไปครึ่งวันเอง!! จะเหนื่อยไปไหน!!)

มิวเซียมแบ่งออกเป็น 2 โซน indoor / outdoor

โซนข้างนอกก็จะโชว์พวกบ้านจำลอง เก็บของเก่าทั้งหลายรวมๆ กัน ถ่ายรูปออกมาสวยงามแท้





โซนข้างในก็เป็นของที่จริงจังขึ้นหน่อย ถ้วยชาม สาระน่ารู้


รวมๆ แล้วมิวเซียมนี้ดีนะ ถ้าเทียบกับมิวเซียมบนเกาะ
แต่พอดีเราไปเจอมิวเซียมสไตล์นี้จากอัมเตอร์ดัมส์ไปแล้ว
เลยไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควร แต่ถือว่าผ่านจ้าเราก็เดินเล่นแถวนี้ต่ออีกนิดเพื่อรอรถบัสกลับไปยังร้านอาหารเที่ยง (ที่จอดจักรยานทิ้งไว้)
แถวนั้นก็มีเรือให้ออกไปนั่งชมแมวน้ำ (แต่วันนี้อากาศไม่ดี มีโอกาสไม่เห็น)
เราก็รอบัสกลับไปที่เดิม เพื่อปั่นจักรยานไปประภาคารให้จนได้ ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจนะ !!
โอโห ท่านผู้อ่าน เคยปั่นจักรยานกันมั๊ยคะ
ขอเล่าประสบการณ์จริงว่า อ่านแมกกาซีน Human Ride มา
ฮิปไง แล้วแบบอยากมาปั่นที่เนเธอร์แลนด์มากมาย
แต่ความรู้สึกหลังจากนั่งรถบัสมาแล้วต้องมาปั่นไปประภาคารต่อที่แสนโคตรไกล (แค่คิดก็ท้อใจแล้ว)
แค่หย่อนตูดลงไปบนเบาะ ก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่ผ่านมาทั้งวัน T-T อยากจะร้องไห้ พระเจ้าจอร์จ
แต่นะ ชีวิตทำอะไรไม่ได้ เราต้องสู้ต่อไปทาเคชิ
ปั่นกันต่อไป ช่างตูดมัน เราจะไปประภาคาร !!!! ย้าก
พยายามแซงเด็กอยู่ เห็นตัวจ้อยๆ ปั่นโค่ดไว
เส้นทางเริ่มทุลักทุเลเรื่อยๆ ขึ้นเขาลงเขา แรงปั่นก็แทบหมดหลอด
คือจุดนั้นไม่ปั่นไม่ได้ เดี๋ยวเพื่อนทิ้ง ก็ต้องปั่นมันต่อไป

รางวัลของความสำเร็จเล็กน้อย แวะพักถ่ายรูปกันบนเนิน ทั้งๆที่ตูดระบม..

ปั่นกันต่อไปอีก ขึ้นเขาหอบแฮ่ก เห็นประภาคารอยู่ลิบตานั่นแล้ว (ฮือ อีกโค่ดไกลเลยยย)

เมื่อเราออกเดินทาง เราจะพบขีดจำกัดของเราว่า มันไม่มีขีดจำกัด
จะไกลแค่ไหน เมื่อยตูดเท่าใด สุดท้ายมันก็ไปถึง
มองหันหลังกลับไป ภูมิใจมาก กรูปั่นมาได้ยังไงนะ..
ถ่ายภาพหมู่ร่วมกันนิดนึง
ท่านี้มาจากเมื่อยตัวมากกว่าจะมาถึง !!
วิวตรงประภาคารก็หนาวมาก ลมแรง
แต่ก็ดีใจที่ได้ปั่นมา รู้สึกมาถึงเกาะนี้แล้วจริงๆ (พร้อมหลักฐานตูดระบม)

คือทำท่าอะไรที่นึกออกตอนนั้นได้ จำไม่ได้แล้วทำอะไรกันนะ บ้าบอ

แต่อย่าดีใจไปซะให้ยาก ระยะทางตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย เรามาถึงนี่ได้
แล้วขากลับหล่ะ !! ชิหายยย คืนนี้กี่โมงถึงบ้านวะเนี่ยยยยยยยยย
ถ่ายรูปได้สักพักก็มาเผชิญหน้ากับจักรยานกันต่อ ภารกิจปั่นกลับ
จากการคาดเดาพร้อมอัตราการปั่นกันแล้ว เราจะถึงที่พัก 4 ทุ่ม
เรียกได้ว่า ปั่นจักรยานมาราธอนทั้งวันทั้งคืน !!
อย่าชักช้า ปั่นเถิดจะเกิดผล
แล้วฝนก็ตกหนักมากลงมา แวะกินข้าวเย็นแถวประภาคารก่อนละกันอาหารก็อลังการตามเดิม ดูเหมือนจะมีความสุขแต่มันไม่ช่วยอะไรเลย T-T
เพราะหนทางที่เหลือแค่คิดก็เหนื่อยแล้ว ท้อใจเล็กๆ เวลานี้ก็กินกันให้อิ่มก่อนละกันนิ

พอเริ่มปั่นขากลับ จากที่ขามาเป็นเนินซะเยอะ รอบนี้เหมือนจะสบายตัวขึ้น
ขาลงอย่างเดียว เริ่มชิว เหมือนร่างกายเริ่มชา.. ท้องฟ้าเริ่มมืด
ทำอะไรไม่ได้ ก็ปั่นมันต่อไปซะอย่างนั้น..ไชโย
เพื่อนๆบอกเสื้อตัวเนี้ยเรียกกำลังใจมากเวลาปั่นอยู่ด้านหลัง รู้สึกมีพลัง 5555จากภาพดูเหมือนปั่นกันง่ายๆ สวนรถไฟนะคะ
แต่เอาจริงไม่หมูนะครัช พื้นที่โล่งแบบนั้น เป็นเกาะติดทะเล คืออะไร คือมีลม !!
ลมแรงสาดดดด คือพัดมาที จักรยานเอียงลงคูเลยจ้า แล้วปั่นทั้งๆ ที่มีลม หายนะมากมาย
ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันคือปัญหาชีวิตขนาดนี้ พ่อแม่ช่วยหนูด้วย T-T
ขาก็ปั่นไป ใจก็คิด นี่กรูมาทำอะไรอยู่ที่นี่ฟร่ะ ลำบากชีวิตมากเลย
เอาเหอะ ยิ่งทรมานชีวิตยิ่งมีคุณค่า ปั่นต่อไปนับทั้งหมด 29 วันของการออกเดินทางทริปนี้
เราขอยกให้วันนี้เป็นที่ทรหดอดทนที่สุดแล้ว ทุกคนได้แต่ปั่น ไม่พูดกัน (เพราะเหนื่อย)
หน้าร้อนยุโรป ท้องฟ้ามืดช้า กว่าจะมืดก็ 4 ทุ่ม ยังพอมีแสงให้เห็นบ้าง
โชคดีที่จักรยานมีไฟมาให้ด้วย มืดๆ ถนนเริ่มไม่มีรถผ่านมาแล้ว หนาวเหน็บ
แต่ชั้นก็ยังปั่นจักรยานค่ะ!
ปั่นไปก็พยามหาทางออกไป ว่าชั้นจะออกจากจุดนี้ได้ยังไง
หรือเราจะทิ้งจักรยานไว้ นั่งบัสกลับ แต่บัสหมดแล้ว (3 ทุ่มเป็นต้นไป)
โฮ ทำอะไรไม่ได้ ปั่นต่อไป..เพลงบอดี้สแลมมาอยู่ในหัวอีกครั้ง
สองมือจะมีเรี่ยวแรงมากแค่ไหน แต่หัวใจของคนยังยืนยันจะไม่ถอดใจ
(สองมือนี่ จับแฮน ขานี่ปั่นยิกๆเลย กลัวไม่ได้กลับบ้านจัด)
เอาจริง ความรู้สึกตอนนั้นแบบ จะตายแล้ว อยากจะหยุดวาร์ปไปบ้านเลย
แต่แบบไม่ปั่นก็ไม่ได้เพราะไม่งั้นคืนนี้ไม่ได้กลับบ้าน
อยู่กับปัจจุบัน ทำอะไรไม่ได้ ปั่นต่อไปค่ะ !โชคดีที่เรามากับเพื่อน พอมีเพื่อนเลยรู้สึกว่ายังไงก็มีคนร่วมทุกข์ด้วยวะ
หนทางมืดๆ ก็ยังดีที่มีเพื่อนร่วมทาง มันรู้สึกดีตรงนี้แหละนะชีวิต
ในที่สุด 4 ทุ่มครึ่ง เราก็มาถึง StayOkay กันจนได้จ้า (เย้ แบบเหนื่อยๆ)
ความพยายามสัมฤทธิ์ผลจนได้ เกินขีดจำกัดมนุษย์อีกแล้ว
ตูดระบมจนไม่รู้สึก ขาชา หน้าชา แทบเดินไม่ไหว
ขึ้นห้องไปสลบเหมือดกันหมด ลาก่อนวันนี้ เกาะ Texel น่าจดจำมาก
ประสบการณ์วันนี้ได้หลายอารมณ์มาก
ชีวิตไม่เคยปั่นจักรยานมาราธอนและกลางดึกขนาดนี้มาก่อน
ได้ออกกำลังกายอย่างเต็มเปี่ยม อย่างน้อยเราก็ภูมิใจเล็กๆ ที่ทำอะไรเกินที่คิดไว้ได้
รู้สึกดีทั้งที่ร่างกายใกล้ตายแล้ว 5555พรุ่งนี้เราจะออกจากเกาะเพื่อไปยังเมืองต่อไป
ข้ามฝั่งไปอีกฝั่งตอนเหนือของเนเธอร์แลนด์กันต่อ : D
ลงลึกเจาะรายละเอียดมากประเทศนี้
ได้เวลาบอกลาเกาะ Texel สุดโหด ถ้ามีโอกาสลองมาปั่นจักรยานแล้วจะรู้ซึ้งถึงชีวิตจริงๆค่ะพบกัน ตอนนี้ตูดหายระบมแล้ว !!
ออกเดินทางไปด้วยกันต่อค่ะ !!
Facebook Comments