Asia, South, Sponsored, Thailand

Krabi 365 Days | กระบี่ 365 วัน มาแล้วต้องมาอีก

สวัสดีครับ ครั้งนี้โกกราฟ เราจะพาไปเที่ยวไทยอีกครั้งกับจังหวัดที่ได้ชื่อว่าความขวัญสั้นที่สุด สั้นจริงๆ “กระบี่เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ” สั้นแบบไม่คิดว่านี้คือคำขวัญ

ใครไปกระบี่ก็นึกถึง เกาะพีพี เกาะห้อง สระมรกต ไร่เล ทะเลแหวก เยอะ ที่เที่ยวเยอะจริงๆเลยกระบี่

แต่ครั้งนี้เราพาไปเที่ยวกระบี่ในอีกมุมมอง นอกจากทะเลสวยๆ น้ำใสๆ กระบี่ยังเป็นแหล่งประวัติศาสตร์และศิลปะตั้งแต่สมัยโบราณแล้วด้วย

มีการขุดค้นพบลูกปัด วัตถุโบราณ และภาพเขียนผนังโบราณ

กระบี่เลยยกจุดนี้ มานำเสนอของจุดเด่นใหม่ของกระบี่ว่าเป็นจังหวัดแห่งวัฒนธรรมและศิลปะ

ได้จัดงาน “กระบี่ 365 วัน” กระบี่มาเที่ยวเมื่อไรก็ได้ ไม่ว่าวันไหนก็เที่ยวได้ทั้งปี

ไม่รอช้าเรารีบเดินทางดีกว่า แบกกระเป๋า แบกกล้อง ลุยได้

เราเดินทางออกจากสนามบินดอนเมือง 10.10 น. ด้วยสายการบินนกแอร์

วันหนึ่งนกแอร์มีบินไป-กลับ กระบี่ 3 เที่ยวต่อวันเลย

รอไม่นานแค่ชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้วกระบี่ ถึงประมาณ 11.30 น. ไม่นานเลยจริงๆ ขับรถในกรุงเทพนานกว่านี้อีก

พอลงจากเครื่องก็เที่ยงพอดี ถึงเวลากินแล้วซิ

เราไปแวะทานมื้อกลางวันที่ร้าน เรือนไม้ เป็นร้านดังของกระบี่เลย

บรรยากาศร้านทำเป็นทรงอาคารเหมือนกระท่อมริมทะเลขนาดใหญ่ สร้างจากไม้ไผ่ และมุงหลังคาจาก บรรยากาศดีมาก

ก่อนจะเลื่อนลงไปอ่านขอบอกว่าต้องกินให้อิ่มก่อนนะ ขอเตือนไว้ก่อนเลย

รอไม่นานอาหารจานแรกก็มาแล้ว ยำสาหร่ายปีกนก มาที่นี้ต้องสั่ง เป็นของหากินยาก

ตักสาหร่ายแล้วราดด้วน้ำยำกะทิ ออกเปรี๊ยวๆมัน เจอกับรสเค็มๆของสาหร่าย

เวลาเคี๊ยวจะมีทั้งความนุ่มและความกรอบของสาหร่าย อร่อยมากๆ

จานต่อมาเป็นอาหารที่เรามักเจอเวลาไปภาคใต้ หมูสามชั้นทอดกรอบ กรอบนอกนุ่มใน กินได้ตลอดจริงๆ มีมาเท่าไรก็หมด

ปลาอินทรีย์ทอดน้ำปลา จานนี้แค่ความสดของปลาก็กินขาดแล้วววว

แกงเหลือง มาภาคใต้ยังไงๆก็ต้องได้กิน รสชาติเข้มข้น รสจัดจ้าน กินคำ กินน้ำตาม เผ็ดหลาย แต่อร่อย

สะตอผัดกะปิกุ้ง จานพื้นฐานสำหรับภาคใต้ แต่รสไม่พื้นฐาน อร่อยสะตอมัน เจอกะปิรสดี ผัดกุ้งตัวโตๆ หมดไปอย่างรวดเร็ว

ใบเหลี่ยงผัดไข่ มาใต้ยังไงๆก็ได้กิน อร่อย ผัดได้แห้งกำลังดี ไม่แฉะเลย

ตบท้ายด้วยน้ำพริกกุ้งเสียบ ตำเข้ากับกะปิ กินคู่กับผักสดๆ อร่อยมากมาย

หลังจากกินอิ่มแล้วก็เข้าที่พัก ไปงีบก่อนซักพัก ก่อนจะมาร่วมงานเทศกาล กระบี่ 365 วัน

เรามาพักที่โรงแรม มาริไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท

โรงแรมตั้งไม่ไกลจากตัวเมืองนัก แล้วก็พักผ่อนตามสบายรอเวลา

พอตกเย็นก็เดินทางไปที่งาน งานจัดอยู่ที่ลานปูดำ บรรยากาศถนน อยู่ติดริมแม่น้ำ มีป่าโกงกาง เห็นวิวเป็นเขา

บรรยากาศดีมาก ลมเย็นสบาย นั่งมองเรือชิวๆ เห็น เรือประมง หางยาว ไม่ก็คนพายเรือคายัค

บริเวณลานปูดำ ก็เริ่มมีนักแสดงมาเตรียมตัวแสดงในงานกันแล้ว

บรรยากาศดีเนอะ

ในงานกระบี่ 365 วัน จะมีงานแสดงต่างๆ ทั้งของภาคใต้เอง หรือไม่ก็การแสดงของประเทศอื่นๆก็มี แล้วยังมีจัดแสดงสินค้าของกระบี่อีกด้วย

ทั้งอาหารทะเลสด สินค้าขึ้นชื่อต่างๆของกระบี่ บางอย่างคนไทยก็อาจไม่เคยได้กิน เช่น ปลาช่อนทะเล เขาบอกปกติส่งไปขายญี่ปุ่นหมด

นำมาแล่ซาซิมิสดๆให้ทานเลย อร่อยมากๆ

ไม่นานนัก งานก็เริ่ม มีขบวนพาเหรด ที่โชว์ความสามารถมากต่างๆ ของกระบี่ ที่จะบอกว่ากระบี่เป็นเมืองศิลป์ มีวัฒนธรรมมากมาย สามารถเที่ยวได้ตลอด

แล้วพาเหรดก็เริ่มเดิน ยิ่งใหญ่มากๆ สนุกมากด้วย นำโดย การแต่งลีลาศ เจ๋งมากๆ แล้วก็วงกลองชุด สนุก สามารถดูได้ไม่เบื่อเลย

ตามด้วยโชว์วัฒนธรรมหลายๆอย่างของภาคใต้ ปนๆ กับแบบตะวันตก แปลก สนุก ดีเหมือนกัน

เป็นงานแสดงพาเหรดที่รวมหลากหลายการแสดงหลากหลายมากมายจริงๆ ขบวนยาวมากๆ เป็นชั่วโมง

เมื่อขบวนพาเหรดเดินจนครบจนมาถึงเวทีงาน ผู้ว่าก็ลั่นกลอง กล่าวเปิดงานกระบี่ 365 วัน อย่างเป็นทางการ

ระหว่างรอคอนเสริ์ต เราไปทานมื้อเย็นกัน ที่ร้านสถานีปูดำ

เป็นร้านอาหารที่อยู่บริเวณลานปูดำเลย อาหารทะเสดๆ อาหารลงไม่นาน หายหมดไปอย่างรวดเร็ว

กินกันจนอิ่มก็ถึงเวลาคอนเสริ์ตแล้วววววว

ปอมแปม เทยเที่ยวไทย มาเป็นพิธีกรด้วย ยังคงเรียกเสียงฮาได้เหมือนเดิม

ในงานคนเต็มไปหมด แฟนทั้งรุ่นใหญ่เล็กมากกันตรึม รอดู พี่โจ้-ก้อง กับบอยพีคเมคเกอร์กัน

 

แล้วๆๆ คอนเสิร์ตก็เริ่มขึ้นด้วยการแสดงจากศิลปิน PP Project นำโดยคุณ พาที สารสิน CEO Nok Air

ฟังเพลงมันส์ๆกันเลย เล่นกันเต็มที่

ไฮไลท์ของการแสดงนี้นอกจากการแสดงของวง PP Project แล้ว ยังมีการแจกตั๋วเครื่องบินฟรีอีกด้วย

แถมแจกด้วยพุกระดาษ พุ่งออกกลางคนดูเลย เฮกันลั่น ทำให้เป็นงานที่ภาพออกเจ๋งมาก

จบการแสดงของ PP Project ก็ถึงคิวของขวัญใจแม่ๆ มารอดูกันเต็ม พี่โจ-ก้อง นั้นเอง

ออกมาปั๊บ ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดเต็ม ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ มีแต่คนมาเชียร์โค๊ชก้อง

วันนี้พี่โจ ก้อง ดูเหนื่อยๆไปบ้าง แต่ก็ยังคงเรียกเสียงผู้ชมได้อยู่ดี

แล้วต่อมาที่ออกมาแสดงเต็มที่ สนุกมากๆ คนดูเต็ม เต้นตาม

พี่บอย พีคเมคเกอร์ นั้นเอง พี่บอยเล่นได้สนุกจริงๆ คนไม่ยอมไปไหนเลยทีเดียว

แล้วก็จบงานแสดงคอนเสิร์ตของนกแอร์ส่งความสุขไป

แต่ในงานยังไม่จบ ยังคงมีการแสดงที่น่าตื่นตา ตื่นใจมากมาย

ทั้งอาหารอร่อยๆอีก แถมราคาถูกอีกต่างหาก ก็ทะเลมันอยู่แค่ตรงนี้เอง

รำมโนราห์ของน้องๆ ตอนแรกเดินที่พาเหรด นี้มาแสดงต่อบนเวที เก่งมากๆ

แสดงร้องเพลงพื้นบ้าน สนุกๆ

แต่ที่เห็นแล้วทึ้งที่สุดก็การแสดงชาชัก เนี่ยแหละ

ไม่ใช่ชาชักธรรมดาๆ ที่ชักแล้วใส่แก้วให้เรากิน แต่เป็นชาชักไฟ!!!

เห้ย ไม่ร้อนหรือไง ไฟขนาดนั้น มีหมุนควงๆแบบเหมือนชาปกติเลย ไม่ร้อนกันหรือไง

ขอปรบมือแรงๆให้การแสดงนี้เลย กล้ามากๆ ทำให้ต้องยืนดูอยู่นานเลยทีเดียว ไม่ธรรมดา

ดูงานสนุกๆ จนลืมเวลากันไปเลยทีเดียว เพลินจนลืมเวลา ประมาณ 5 ทุ่มได้ เลยเดินทางกลับที่พักคืนนี้

เช้าอีกวัน หลังจากพักฟื้นมาเต็มที่ รับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย

สายๆ เราเดินทางลงทะเลบ้าง มากระบี่ทั้งทีจะไม่ไปทะเลได้ยังไง แต่ๆ เราจะไม่เที่ยวทะเลแบบธรรมดาๆ

เราจะไปเที่ยวทะเลด้วยการพายเรือคายัคกัน ตอนแรกเรากะจะพายไปกับพี่ช่างภาพอีกคน แค่สองคนเท่านั้น

ไปๆมาๆ ได้น้องเจ้าหน้าที่มาพายคายัคอีกคน ผมเลยนั่งกลางสบายเลย ไม่ต้องพาย ถ่ายรูปอย่างเดียว

แต่ผมกลัวกล้องตกน้ำเลยพกแต่ Gopro ไปใช้ดีกว่า

ก่อนลงเรือ มีการซ้อมพายก่อน ดูแผนที่ว่าเราจะพายไปทางไหนบ้าง ใช้เวลา ชั่วโมงกว่าๆ

ซ้อมได้พออยู่มือแล้วก็พร้อมลงทันที ตอนแรกยังพายชิวๆ สบายๆ ไปเรื่อยๆ แรงดีอยู่

ดูสภาพท้องฟ้าแล้วอากาศดีมากๆเลย สวยยยย

เที่ยวทะเลแบบนี้ ก็สนุกอีกแบบ เหมือนตัวเราลอยอยู่กับคลื่นตลอดเวลา แต่ไม่ต้องเปียกน้ำมากมาย เปียกแค่ตูดบ้าง

พายไปแวะไปสนุกสนาน พายเลียบภูเขา สูงมาก แล้วก็พายเรื่อยๆ

พายไม่นาน ฟ้าใสๆ อยู่ดีๆ มีเมฆฝนมาจากไหนก็ไม่รู้ มืดมาเลย คลื่นเริ่มแรง เริ่มสูงเรื่อยๆ เอาแล้วไงทำไงดีว่ะ

โห้ย คิดในใจ ดีนะ ไม่ได้มาแค่ 2 คนงั้นล้มแน่ๆ คลื่นแรงขนาดนี้ ดียังมีมือโปรมาด้วยคนหนึ่ง

เขาช่วยบังคับเรือ ไม่ให้ต้านคลื่น ไหลไปตามคลื่น แล้วก็รีบพาย เขาไปแอบในช่องข้างในภูเขา

ทุกคนมารวมตัวหลบฝนกันในนี้ ปลอดภัย สงบ

ฝนตกไม่นาน มาแค่นิดเดียว

เราก็ออกพายต่อเลย พายไปเรื่อย ผ่านช่องแคบตามภูเขา เฮ้ย สวยมากๆ ถ้าไม่ได้พายคายัคมาก็คไม่เห็นแบบนี้

มันเป็นการเที่ยวแบบใกล้ชิดมากๆ ยิ่งกว่านั่งเรือเยอะ นั่งเรือมาคงไม่ได้เที่ยวแบบสัมผัสน้ำ สัมผัสธรรมชาติขนาดนี้

พอผ่านช่องภูเขามาก็เข้าเขตโกงกาง สวยงามมาก พายลัดเลาะตามน้ำไปเรื่อยๆ ชมความงามของป่าโกงกาง

มีนกสวยๆให้ดู มีลิงแสมด้วย แต่ระวังอย่าพายไปใกล้ลิงมาก มันจะกระโดดเข้ามาเรือได้ ขโมยของ

มีเรืออยู่ลำที่โดดลิงกระโดดใส่ กรี๊ดลั่นเลย ดันเป็นเรือที่มีแต่สาวๆพายมาด้วย สนุกเลย

พายจะเกือบเที่ยง แต่แปลกๆมาก ไม่รู้สึกร้อนเลยเพราะอยู่ในร่มเงาของโกงกางตลอด อากาศเย็นสบาย

ขึ้นฝั่งมา ตูดเปียกเลย ลืมเอาชุดมาเปลี่ยนอีก อยู่แบบตูดเปียกๆไปเลยวันนี้ ใครมาพายอย่าลืมเอาชุดมาด้วยนะ อย่าทิ้งไว้โรงแรม

แล้วเราก็ไปหาอะไรกินกันอีกแล้ววว ไปทั้งตูดเปียกๆเนี่ยแหละ

เราไปกันที่ร้าน KhaoThong Terrace ร้านตั้งอยู่บนเนินเขา เห็นวิวทะเลกระบี่แบบ 180 องศาเลย

บรรยากาศดีแล้ว หน้าตาอาหารที่นี้ก็ไม่ธรรมดาทั้งนั้น รสชาติก็ถือว่าอร่อยใช้ได้เลย

จานแรก เส้นหมี่แกงปู อร่อยแบบ อร่อยมากๆ เนื้อมาเป็นก้อนๆ ตักกินพร้อมเส้นหมี่ฟินสุดๆ หมดแบบรวดเร็วมากๆ

กุ้งซอสมะขาม กุ้งตัวโตๆ ทอดให้กรอบนอก ราดซอสมะขามรสเปรี๊ยวหวาน โรยหอมเจียว พริกแห้ง ทานพร้อมกันใส่ปาก

แค่กุ้งตัวใหญ่ แล้วสดมากด้วย แค่นี้ก็อร่อยมากแล้ว

จานนี้นำเสนอมาก เมี่ยงปลากรอบ มีเครื่องที่ยำรวมกันแบบหลากหลายเลย ปลากรอบ กุ้งแห้ง คะไคร้ มะนาว ถั่ว หลายอย่างมาก

ผสมรวมๆกัน ห่อด้วยใบเมี่ยงแล้วใส่ปาก ความกรอบของปลาและกุ้ง แล้วรสชาติยำที่ยำมาอย่างพอดี ครบรส

ทำให้จานนี้ถึงกับต้องสั่งเพิ่มอีกชุดกันเลยทีเดียว รับประกันความอร่อยกับจานนี้

อีกจานปลากระพงนึ่งมะนาว แค่เห็นจากรูปร่างหน้าตาก็รู้แล้วว่า มะนาวเต็มๆ รสจัดจ้านแน่ๆ

ไม่พลาดปลาทั้งสด และตัวน้ำมะนาวรสจัด อร่อยไปอีกจาน

อิ่มอร่อยกับบรรยากาศดีๆ กับร้านเขาทอง แล้วเราก็เดินทางไปต่อเพื่อชมวิวที่เขาว่าเห็นวิวของกระบี่ได้แบบ 360 องศากันเลยทีเดียว

ไม่ช้า เราเดินทางไปถึง วัดถ้ำเสือ ที่ว่าได้ชื่อว่าถ้ำเสือก็เพราะว่าสมัยก่อนมีเสือมาอาศัยอยู่นั้นเอง

ยังมืเสือเป็นๆอยู่ในถ้ำอยู่นะ วิ่งเล่นเต็มไปหมด

นี้ไงมาเล่นกับกล้องด้วย

หลังจากไหว้พระเสร็จ ก็ถึงเวลาขึ้นไปชมวิวแล้ว

แต่ๆ การจะขึ้นไปชมข้างบนได้นั้นต้องเดินขึ้นบันไดถึง 1237 ขั้น!!!

ไม่ใช่น้อยๆเลยนะ ง่ายๆนึกถึงบันได้ดอยสุเทพมี 306 ขั้นก็เหนื่อยแล้ว นี้ 4 เท่าของดอยสุเทพ!!!

บ่นไปก็ไม่ได้ชมวิว งั้นรีบขึ้นเลยดีกว่า สรุปมีคนขึ้นมาแค่ 5 คนเท่านั้น หลายคนยอมเพราะเหนื่อยจากคายัคแล้ว

ระหว่างขึ้นไปก็จะเจอลิงอยู่เรื่อยๆ เยอะแยะเต็มไปหมด ใครจะขึ้นก็ระวังของให้ดีๆล่ะ

แต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ลิงมาจะเริ่มหายไปช่วงขั้นที่ 300 ขึ้นไป

เพราะอะไร ก็เพราะลิงมันเหนื่อยไง!! เห็นลิงมันเดินขึ้นบันไดมา แล้วก็นั่งหอบ นี้ขนาดลิงยังหอบ แล้วคนจะเหลือหรอ!!

ระหว่างทางขึ้น ก็จะมีเลขบอกจำนวนขั้นตลอดทาง ช่วงแรกๆ แปปๆ 100 ขั้นแล้ว 200 ขั้นแล้ว

แต่เมื่อ 500 ขึ้นขั้นไปเนี่ยแหละ ขาเริ่มแข็ง กว่าจะก้าวออกแต่ละก้าว กล้องเริ่มหนัก แบบมาเต็มทั้งกล้องทั้งเลนท์เต็มกระเป๋า

จากแปปๆ 100 ขั้น กลายเป็น เมื่อไรจะถึงอีก 100 ช้าลงเรื่อยๆ ต้องนั่งพักไปตลอดทาง

ระหว่างทางที่ขึ้นมา ก็มีคนลงมา ก็บอกให้กำลังใจว่าข้างบนสวยมาก ต้องขึ้นไปดูให้ได้

เริ่มเห็นวิวสวยๆตลอดทาง เริ่มถึงขั้นที่ 800 แล้วรู้สึกเริ่มท้อ อยากลงแล้ว

นั่งพักเหนื่อยอยู่ซักพัก มีศาลฤาษีก็นั่งแถวนั้นไป พอหายเหนื่อยก็เดินขึ้นต่อ!! สู้ต่อไป

พอถึงยอดเท่านั้น ข้างบนมีท่อดื่มให้ด้วย ผ่านเครื่องกรองเรียบร้อย

แล้วก็เดินถึงยอด เท่านั้นแหละ วิวสวยมากกกกกกกกกกก

แบบรู้สึกว่าคุ้มมากๆ ที่พยายามเดินขึ้นจนถึงได้ แบบถ่ายไม่หยุด แสงสวย วิวสวย อากาศโปร่ง ดีมากๆ ลมก็เย็น

แบบสวยมากๆ ถ่ายไม่หยุดเลย นี้เลือกรูปนานมาก เยอะจริงๆ สวยสุดๆ ผมว่าเป็นวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยเลย

พระอาทิตย์ตก มีช้าง 1 เชือกโผล่ออกมา วิวสวยอลังการงานสร้างจริงๆ เห็นช้างไหมๆ

ผู้รอดชีวิตจากการเดินขึ้นยอดเขาวัดถ้ำเสือ แค่ 5 คนเท่านั้น

แล้วก็จบทริป กับความฟินสุดๆของวิว 360 องศาของกระบี่ สวยงามมากจริงๆ

กระบี่เป็นจังหวัดที่น่าอิจฉามาก ทั้งทะเลสวยๆ อาหารอร่อยๆ วิวภูเขาก็ยังสวยขนาดนี้อีก แถมมีศิลประวัฒนธรรมดีๆอีก

สรุปกระบี่ยังมาได้อีก ยังมีอีกหลายที่ที่ยังไม่เคยไปอีกเยอะ กระบี่มีที่น่าค้นหามากมาย

สงสัยต้องมาเที่ยวทั้งปีจริงๆ ตามที่บอกกระบี่ 365 วัน มาแล้วต้องมาอีก

ขอบคุณครับ

ขอบคุณสายการบินนกแอร์ที่พามาลุยกระบี่ในอีกมุมมองหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

Facebook Comments