Europe, Size S, Spain

Spain 101

สวัสดีค่ะ กลับมาอีกครั้ง (หลายครั้งแล้ว)
เนื่องด้วยบังเอิญว่า ดันบ้ากดตั๋วเครื่องบินไปสเปน !!
เนื่องด้วยเพื่อนไปเรียนในเมดริด แปลว่า ที่พักฟรี !!
แค่นั้นค่ะ ก็เลยไป วันปีใหม่เลย

ดังนั้นทริปนี้อาจจะไม่ได้เจาะลึก คมชัด ข้อมูลแน่น
แต่ความมึน ไปลองเที่ยวแบบชิวๆ เรามีแน่ !
ไปด้วยกันค่ะ

ปล.อย่าถามเรื่องงบ เพราะไม่งกเลย กินดีอยู่ดีตลอดกาล ที่พักก็นอนโรงแรม
รอบนี้ไปแบบสวยๆ ทัวริสต์สุดๆ แต่แต่ สเปนค่าครองชีพถูกกว่ายุโรปตอนบนนัก !!
ดังนั้นสบายใจได้ไม่แพงอย่างที่คิด (แต่ของเราแพงค่ะ 555)

 

01 ครั้งแรกกับ การบินคนเดียว
เห็นหน้าตาแบ็คแพ็คแบบนี้ ไปกับเพื่อนตลอดนะครัช
ไม่เคยบินคนเดียวเลยนะครัช (มากสุดแค่นั่งแยกกับเพื่อน)
รอบนี้ด้วยความมึน ก็เลยกดตั๋ว emirates ไปซะงั้น 35,000 บาทจ้า
แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบนิดหน่อย นั่งๆ กินๆนอนๆ ดูหนังๆ ถึงแล้วเมดริด !

เรื่องการทำวีซ่า
ดูรายละเอียดที่ http://www.vfsglobal.com/spain/thailand/Thai/index.html
ยื่นเอกสารที่สีลมคอมเพล็กซ์
ถ้านัดหมายออนไลน์เข้าไปก่อนจะได้ไม่ต้องต่อคิว
ใช้เวลาทำวีซ่าสูงสุด 15 วัน
กรอกเอกสารมาให้ครบ ที่พักต้องใส่ชื่อทุกคนที่พักร่วมกับเราให้หมด (คำนำหน้าชื่อด้วย)
ตั๋วเดินทาง เอกสารรับรองการทำงาน Bank Statement เอามาให้ครบ จบค่ะ

รีวิวสายการบินนิดหน่อย ไม่มีอะไรมาก
ถ้าใครกลัวว่าต่อเครื่องที่ดูไบทำยังไง ไม่ยากค่ะ ป้ายมีบอกหมด ก่อนลงจากเครื่องบนทีวีก็มีบอก
ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเขาก็มีวิดีโอให้ดู ไม่ต้องผ่านตม. กระเป๋าใหญ่ไปเจอกันที่สเปนเลย
ดังนั้นหน้าที่แค่รอให้เวลาผ่านพ้นไป ถ้ามีเวลาต่อเครื่องนานมากกก ( 1 วันขึ้นไป)
แนะนำให้ทำ วีซ่าดูไบ แล้วออกไปเจิดจรัสในเมืองดีกว่า

ส่วนใครที่นั่งแกร่วในสนามบิน wifi ฟรีมีให้ 30 นาที
จะบอกว่า Login เข้า EK-LOUNGE พาสเวิร์ดคือ DXB-LOUNGE นะคะ
จากนั้นเราจะมี wifi ตลอดกาลรอคอย

 

02 ครั้งแรกกับ MADRID
บินมาแสนไกล เมืองแรกที่ลงคือ Madrid สนามบิน Barajas Airport
ถ้าเครื่องบินเล็กๆ จะอยู่ T1-T3 ส่วน EK หรือ Emirates จะอยู่ T4 นะคะ
นั่งใต้ดินมาได้ เข้าเมือง 5 ยูโร

ที่นี่เมืองนี้แทบไม่ต้องใช้สมองจ้า เดินตามเพื่อนโลด (นานๆจะรู้สึกเป็นผู้ตามบ้าง รู้สึกดีไม่น้อย)
ส่วนใหญ่ก็ไปที่แสนแลนมาร์ค ซึ่งหลายๆ ที่มันติดกันหมด แทบไม่ต้องนั่งใต้ดินเลย
เมืองนี้เอาจริงๆ เดินได้หมด (เพื่อนก็พาลดเลี้ยวเข้าซอยไปมา)

เริ่มจากที่สุดแสนแลนมาร์ควันคริสมาสต์

Gran Via 
ถนนเส้นนี้ก็มีแต่ร้านขายของจ้า อารมณ์ย่านกลางเมือง
เขาชอบขึ้นตึกไปถ่ายรูปกัน ส่วนเรา เดินผ่านอยู่แถวบ้านประจำจนแบบไม่ใส่ใจ



Puerta del Sol
ให้ความรู้สึกเหมือนกัน คนเยอะดี ทุกคนมาเพื่อแลนมาร์ค ถ่ายรูปกับหมี






Plaza Mayor 
จตุรัสสวยๆ เดินซื้อของสำหรับนักท่องเที่ยว ช่วงนี้มี Christmas Market ด้วยจ้ะ
ม้าหมุนอะไรงี้ บรรยากาศโรแมนติกมั่ก




 

สถานีรถไฟหลัก Atocha (Estacion de Atocha)
สถานีรถไฟนี้ ถ้าไปเมืองใหญ่ๆ จะมาขึ้น / ลงที่นี่
ข้างในของดังคือมีต้นไม้ ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพวกเรา
แต่ชาวยุโรปไม่ค่อยเห็นต้นไม้เมืองร้อนไง เลยตื่นเต้นเป็นพิเศษ


Museo des Prado 
มิวเซียมแห่งชาติ (ที่ใครบอกว่าไม่เข้าเท่ากับมาไม่ถึง)
แต่ เราไม่ได้เข้าจ้า ดูด้านนอกไปละกันนะ

Museo Reina Sofia 
เป็นมิวเซียมงานอาร์ต สวยดี เข้าอันนี้ ข้างในสวยงาม
เอาตึกเก่ามาทำใหม่ คือคิดว่าดู 2 วันก็ไม่จบ ใหญ่มากไป แต่สวยดี คุ้มเงิน
รูปที่คนอยากมาดูที่สุดคือรูปนี้ค่ะ ผลงานของปิกาสโซ่ มุงกันใหญ่
เขาห้ามถ่ายรูปด้วยนะ แต่ไม่รู้ก็เลยได้มาแบบงงๆ








Museo Thyssen Bornemisza 
เป็นหนึ่งใน 3 มิวเซียมหลักของที่นี่ (Prado / Reina) เราก็ไม่ได้เข้าไป
แต่เพื่อนบอกไม่ค่อยเวิก ชอบ Prado มากกว่า

Parque del Retiro
สวนสาธารณะย่านนี้ ใหญ่มาก คนมาวิ่งเล่น นั่งอ่านหนังสือกันตรึม บรรยากาศชิวมาก
เราก็พลอยชิวตามไปด้วย เป็นการแบ็คแพ็คที่สบายดี
มีเวลาอ่านหนังสือ ชมวิวทิวทัศน์และนั่งเฉยๆ





 

Plaza de la cibeles
วงเวียนนี้เสมือนใกล้จุดเริ่มต้นของเส้น Gran Via เห็นเพื่อนชอบเดินผ่านบ่อย
คนก็ชอบมาถ่ายรูปแถวนี้กันนะ

Salamanca area
ย่านนี้เดินไกลจากพวกโซนแลนมาร์คหน่อย แต่มีแบรนด์เนมดีๆ เพียบอย่าง cos the other stories
ฮิปมาก ไม่ค่อยมีรูปเพราะมัวแต่ช็อป ดีจ้ะดี


Palacio Real
พูดง่ายๆคือ วัง ช่วงนั้นไปปิดรวดจ้า ไม่ได้เข้าไปเดินชิวๆ เอาแถวนั้นเฉยๆ






Catedral de la Almudena
โบสถ์ข้างๆวัง อลังการงานสร้างมาก คนก็เข้ากันมาตรึม ตามประสายุโรป เอะอะเข้าโบสถ์






Sabatini Gardens
เป็นสวนข้างๆ วัง เห็นนักท่องเที่ยวเข้าไปเยอะมาก ก็สวนอ่านะ

Templo de Debod 
ที่นี่ก็ทัวริสต์ ตามประวัติคือเป็นวังโบราณของอียิปต์ สวยดีนะ ด้านหลังจะเห็นวิวเมดริดด้วย




Mercado de San Miguel ตลาด San Miguel 
เพื่อนบอกเป็นตลาดคนรวย สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
ซึ่งจริงเพราะสวยงาม ทัวริสต์มากค่ะ







การเดินทาง :
เดิน 
ถ้าไม่ไกลก็เดินเอาได้ ถนนเมืองนี้จะแบบไม่เป็นบล็อก ต้องอาศัยการจำนิดหน่อย

รถไฟใต้ดิน 
ที่นี่คิดเป็นระยะทาง เราว่าก็สะดวกดี ขึ้นอันนี้โผล่อันนั้น แต่พวกแลนมาร์กทั้งหลายที่บอกคือ
เราเดินเอาหมดเลย (จริงๆ โดนหลอกให้เดิน)

รถไฟ
สถานีรถไฟในเมืองนี้หลักๆ เวลาออกไปเมืองอื่นก็ Atocha และ Chamartin
อย่างตอนจะไปเมือง Bilbao ต้องไปขึ้นที่ Chamartin
ทั้งสองสถานีนั่งรถไฟใต้ดินไปได้ค่ะ

 

03 ครั้งแรกกับ BILBAO

เมืองนี้แทบนับหัวคนไทยไปเยือนได้เลย
มันมีเหตุผลอะไรที่ต้องไปวะ ?
เพราะอิตึกนี้แหละที่เห็นมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย
นี่มันผลงานของ Frank Gehry – Guggenheim Museum แห่ง Bilbao
คือเดินทางมาตั้งไกล นั่งรถมา 5 ชั่วโมง เพื่อสิ่งนี้ แค่นั้นค่ะ ฟิน !!

Guggenheim Museum แห่ง Bilbao
– ค่าเข้า 7.5 EUR เราไม่ได้เป็นติ่ง Gehry ขนาดนั้น แต่แบบที่นี่ติดตามาก นับถือในความเจ๋ง
ถึงขั้นฝันว่า ถ้ากรูไปสเปนนะ กรูจะต้องเหยียบที่นี่ให้ได้ ดังนั้น โอกาสมาแล้ว ทำไมจะไม่ไป !!


แผ่นเงาๆ คือ ไทเทเนียม นะคะ ตอนนี้ราคาคงแพงมาก
แต่สมัยนั้นราคาไทเทเนียมตกค่ะ ไม่งั้นป่านนี้คงไม่มีแบบนี้แน่




ข้างในเป็นมิวเซียมงานอาร์ตค่ะ เอนจอยพอตัวนะ เจออะไรเจ๋งๆเยอะ
อย่างงี้เป็นต้น ศิลปินต้องการเล่นกับความรู้สึกคนมาก เหมือนเราไม่รู้ว่ามันมีอะไรข้างใน
ก็แล้วไง เดินเข้าไปเรื่อยๆ สุดท้ายไม่มีอะไร แต่ให้ฟีลลึกลับดี




มองจากมุมบนบ้าง เจ๋งดีนะ

งานอื่นๆ ชอบหลายอัน

นอกนั้นเมืองนี้ก็ไม่ค่อยมีไรแล้วค่ะ ฝนตกอีก ถ้าไม่ตกจะเดินชิวๆ (เห็นคนบอกว่าเดินชิวในเมืองก็ดีนะ)
ดังนั้นก็ ถ้าอยากเห็นตึกนี้ก็ควรมาค่ะ แค่นี้แหละ


La Pergola 
สวนสาธารณะทางผ่าน (ที่เดินจากสถานีรถบัสมายังมิวเซียม) ดูแบบอลังการอยู่นะ

 

04 ครั้งแรกกับ BARCELONA
เมืองนี้.. ถ้ามาสเปน ขอให้ไปเหอะ เล่า 10 ปีก็ไม่จบ
ยกให้เป็นเมืองที่ดีงามที่สุดในสเปนเลย มันครบทุกรส ใช่หมด โดนใจมาก ไม่รู้จะประทับใจยังไงแล้ว
ถึงจะไปยุโรปมายังไม่เยอะ แต่ขอยกเมืองนี้เป็นหนึ่งในใจเลยจ้า เอาไปเลย !!!

(ขอแยกพวกชิ้นงานของ Gaudi ไว้อีกตอนนึงนะคะ กับพวกแลนมาร์คสนามบอลไรงี้)

La Rambla 
ที่นี่ถูกออกแบบมาเพื่อทัวริสต์มาก ถนนเส้นนี้ชนะเลิศ ของกินของขาย เออเอาไปเลย
กรูยอม มันดีงามจริงๆ ทุกอย่างมันใช่ บรรยากาศชนะเลิศจ้า ต้องมานะเส้นนี้
มาถึงที่นี่ของแท้ต้องถ่ายติดพื้นที่เป็นลายนะ !!
** แต่โปรดระวังมิจฉาชีพ เพื่อนเราอีกกลุ่มนึงโดนไปแล้ว ดังนั้นระวังตัวกันด้วยนะเมืองนี้อะ


Mercat de Sant Josep
ตลาดอยู่ในเส้น La Rambla นั่นแหละ
บอกก่อนว่า บาเซโลน่ากับเมดริด แอบใช้ภาษาต่างกัน
บาเซจะใช้ภาษาคาตาลัน (ซึ่งก็คล้ายๆสเปนปกติแต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว
ซึ่งส่วนใหญ่คนในบาเซโลน่าก็พูดสเปนกันได้นะ)


คำว่า Mercat ก็คล้ายๆ Mercado ที่แปลว่า Market นี่แล
** แถมถ้าเป็นภาษาดัชต์จะเป็น Markt จ้ะ


ตลาดนี้ก็มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเพียบ ผักผลไม้ เนื้อ จนไปถึงร้านกินแบบบาร์
วิถีขาวคาตาลันของแท้ ฟินใจนิดหน่อย ชอบนะตลาดนี้ คนเยอะดี



MACBA – Museu d’Art contemporani de Barcelona
พูดง่ายๆคือ มิวเซียมอาร์ต ไม่ได้เข้าไปหรอก ไปเดินดูตึกเล่นๆ สวยดี
แนะนำให้ลองเดินตรอกซอกซอยแถวนั้น ดีมาก !!


Chok Chocolate Kitchen
ร้านนี้แบบ ตายยยยยยไปเลยยยยยย เสียใจมากที่มีที่บาเซโลน่าเท่านั้น
คือเป็นร้านช็อคโกแลตที่ประทับใจ อร่อยไปหมด (ขนาดซื้อเหมาหมดร้าน – เป็นบ้าไง อร่อยไง)
เออคือดีงามจนไม่อยากจะแบ่งใคร ดังนั้นใครไป โปรดเถอะ ไปร้านนี้ค่ะ
แผนที่ไปที่ http://www.chokbarcelona.com/ จ้า





Plaza Real 
ลานเก๋ๆ ที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูป เออก็มาตามสเต็ปเค้า ซึ่งก็สวยดี จบ


Columbus Monument 
อนุสาวรีย์ของท่านไอดอลโคลัมบัส ถือเป็นจุดเริ่มต้นของถนน La Rambla และไปต่อยังทะเลแล้ว
ตรงนี้บรรยากาศดีมาก


 

Port Vuell
โอ้โห ตรงนี้คือส่วนที่ยกให้ดีงามที่สุดของเมืองนี้ ยุโรปมาก เมืองนอกมาก เรือจอดตรึมพร้อมนกตรึม
บรรยากาศแบบ ชั้นอยู่ในละครชัดๆ มันแบบไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว ประทับใจให้ห้าสิบกระโหลก
ใครมาบาเซต้องมาตรงนี้อะ ไม่มาจะแบบพลาดมาก !!!
แล้วเดินต่อไปถึงห้าง Mare Magnum ได้ ตรงนั้นก็ชิวค่ะ






Moll d’Espanya
อีกโซนที่เดินเลียบทะเลมา ปูหญ้าแลดูปลอม เหมือนเป็นอีกโซนพักผ่อนหย่อนใจ
หันไปก็เห็นวิวมิวเซียม Museu d’Historia de Catalunya สวยดีนะ



Platja de la Barcelona
พูดง่ายคือ ชายหาดค่ะ เมื่อกี้เป็นท่าเรือ ไม่มีหาด พอเดินต่อมาอีกหน่อยก็เป็นหาดแล้ว
อือหือแถวนี้เมืองนอกไม่แพ้กัน นึกว่าอยู่ในแมกกาซีน Cereal Kinfolk งี้ มันใช่เอ่าะ



เราก็เดินไปเรื่อยๆ แถวนั้นก็จะเรียกหาดต่างกันไป เป็นโซนๆ จนมาถึง  El Peix อิงานอาร์ตชิ้นใหญ่นี้
เดินขาลากมาก แต่แบบประทับใจ สวยมาก ยอม !



 

El Born Centre Cultural
เดินไปเจอแบบมั่วๆ (เพราะจะไปมิวเซียมปีกาสโซ่) เป็นศูนย์อนุรักษ์โบราณคดีเก่าๆไว้
แต่สร้างอะไรที่ทันสมัยครอบไว้ เจ๋งดีนะ



Sant Pere 
ย่านนี้อยู่ในเมืองเก่าค่ะ (เมืองบาเซโลน่าถ้าโซนใหม่ๆจะเป็นบล็อกสี่เหลี่ยม
แต่ถ้าโซนเก่าจะแบบคดเคี้ยวไปมา แต่จะมีร้านค้าแอบๆ เจ๋งๆ อยู่เยอะมาก ต้องอาศัยการค้นพบสุดๆ)
ซึ่งโซน Sant Pere เป็นหนึ่งในนั้น มีร้านเก๋ๆ ตรึม คาเฟ่ สนีกเกอร์ ดีงามมาก


Museu Picasso
มิวเซียมของปีกาสโซ่ค่ะ แต่ภายในอย่างหวังว่าจะได้เห็นงานมหามาสเตอร์พีซนะคะ
เพราะที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นงานสมัยเด็กของเค้าค่ะ
ซึ่งมันน่าอึ้งตรงที่ อายุ 13 วาดสีน้ำมันได้ขนาดนี้ ช่วยด้วยเหอะ

คืองานปีกาสโซ่ที่ดังๆ ทุกคนมักคิดว่า เห้ยวาดง่าย แค่นี้กรูก็วาดได้วะ
แต่เอาจริงๆ เหมือนปีกาสโซ่วาดอะไรที่เทพๆ ตั้งแต่เด็กแล้วไง

เลยพยายามออกนอกเส้นทาง ตั้งแต่ทดลองใช้สีเดียว ทดลองตัดทอน
จนไปถึงค้นพบยุค Cubism ที่เฮียแกสร้างขึ้นมานี่แหละ สุดยอดมะ

Passeig de Gracia
ถนนสุดแสนไฮโซ (เส้นหลักแถวบ้าน) ไฮโซมีแต่แบรนด์เนม พวกบ้านๆของเกาดี้ก็อยู่แถวนี้
ถนนใหญ่ดี ชอบละ


 

05 ครั้งแรกกับ VALENCIA

เมืองนี้ไปทำไมครัช ?
ไปเพราะเข้ากูเกิลแล้วเห็นสถาปัตยกรรมสุดโหดของเฮียคาลาทราว่า (Calatrava) ก็เลยไปครัช
วาเลนเซีย ถ้ารู้จักแบบเผินๆ ก็คือทีมบอล


วาเลนเซียอยู่ไม่ไกลจากบาเซโลน่า (นั่งรถไฟไปประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองก็ไม่ใหญ่มาก
เจริญพอตัว แต่โซนที่จะไปจะเป็นโซนใหม่ที่เค้าพยามให้เป็นโซนการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ City of Art and Science
โซนนี้จะมีหลายตึกมาก (ซึ่ง Calatravaทำทั้งหมด) ตั้งแต่ โรงละคร พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
สะพานคนเดิน สวนดอกไม้ (สไตล์พืชสวนโลก)

เมืองนี้ไม่พร่ำอะไรมาก ไปดูรูปเหอะ แล้วแบบ ตายไปเลย
ไม่ปรับสีรูปแต่อย่างใด !! โลกไหน ล้ำที่สุด
อยากอ่านสาระ เข้าที่ http://goo.gl/EcNS3m หรือ http://goo.gl/rKQxtA จ้ะ
















แถมสุดท้าย ส้มวาเลนเซีย ลองเด็ดจากต้นริมถนนมากิน เปรี้ยวที่สุดในโลก คายทิ้ง !!
อันนี้ในตลาดน่าจะดี แต่ไม่มีเงินจ้า

 

06 ครั้งแรกกับ GRANADA

ตอนแรกทริปนี้ว่าจะไป Seville (อ่านว่า เซบีญ่า) แต่คุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งเขาอยู่สเปนมานาน
บอกมีเวลาน้อยไป ไป กรานาด้า ดีกว่านะ ซึ่ง กรานาด้า เป็นเมืองทางตอนใต้ของสเปน
Bilbao – ตอนบน
Barcelona – บนขวา ไปทางฝรั่งเศสละ
Valencia – เลียบอยู่ด้านขวาของประเทศ
Madrid – ตรงกลาง
Granada – ใต้ไปทางขวา

ซึ่ง Granada ถือเป็นเมืองสุดท้ายที่ถูกแขกมัวร์ปกครอง สถาปัตย์
อารมณ์เมืองจึงไม่เหมือนเมืองสเปนที่ผ่านมาเท่าไหร่ จะออกแนวแขกๆ
ค่อนไปทางโมร็อคโคหน่อยละ ที่พีคที่สุดที่ทุกคนมาเมืองนี้คือ

Alhambra palace
มีคนบอกถึงขั้นว่าเป็นวังที่ต้องเข้าก่อนตาย ! ซึ่งพบว่า ก็คงงั้นนะ เพราะงานละเอียดมากกกกก
คือละเอียดที่สุดตั้งแต่เคยเจอมาแล้วในชีวิต ตั๋วเข้านี้ไม่ต้องสืบ แย่งกันจะเป็นจะตายมาก

วิธีการซื้อตั๋วก็ง่ายสุด
วิธีที่ 1 
เข้าที่ http://goo.gl/Z01Nuy ซึ่งไม่ต้องไปหาให้เหนื่อย ทุกคนจะบอกว่าให้ซื้อที่นี่เท่านั้น
ดังนั้น ถ้าที่นี่เต็ม จบจ้ะ
ในเว็บเขาก็จะมีให้เลือกรูทหลากหลายว่าจะเข้าอะไรบ้าง (เดี๋ยวลงไปล่างๆ จะไล่ให้ฟังทีละที่เลย)

วิธีที่ 2 
ถ้าอิวิธีที่ 1 มันเต็มหล่ะ (เราซึ่งเจอมากับตัวแล้ว) ก็มาวิธีที่ 2 จ้ะ
แพงกว่าเยอะ แต่แบบมาแล้ว ก็ต้องเข้ามั๊ย !!!
วิธีนี้คือการซื้อ Granada City Pass บัตรท่องเที่ยวแห่งเมืองกรานาด้า
ขึ้นรถบัสฟรี และเข้า Alhambra Palace ได้เลย !! (จริงๆ เดินจากในเมืองเข้าวังก็ได้เหมือนกัน ไม่เหนื่อยนะ)
แถมได้ทุกโซนด้วย !!  ราคาอยู่ที่ คนละ 33 EUR จ้า
จัดไปที่ http://www.lovegranada.com/granada/city-pass/

ภายใน Alhambra มีอะไรบ้าง

Palacios Nazaties (Nasrid Palaces)
ที่นี่คือวัง ที่พีคที่สุดของวัง เหมือนเด็ดที่สุดแล้ว ถ้าจะเข้าต้องเข้าที่นี่
ถ้าไปเข้าที่อื่นก็แบบเฉยๆ เข้าที่นี่แล้วเหมือนได้นอนตายตาหลับ
เพราะทุกอย่างที่ทุกคนต้องการ เพื่อเข้าที่นี่ !!!






ทำไมคนถึงอยากเข้า – เพื่อเข้าไปดูความวิจิตรของการแกะสลักหินที่แบบสุดยอดมาก
คือตั้งแต่เกิดมานี่รายละเอียดเยอะมาก ไม่ได้แกะแบบธรรมดาคือแบบเป็นมิติอีก
ทั้งวังคือทุกกำแพง เยอะมากจนละลานตาเห็นว่าน้อยไปเลย เออแต่เห็นความตั้งใจจริงๆ







Palacio of Charles V
เวลาที่เราเซิร์จรูป Alhambra จะเจอวงๆ หน้าตาคล้ายคอลอสเซียม ที่นี่แหละ เข้าฟรีนะ






Alcazaba
เป็นโซนหอคอย มีหลายหอมาก เดินขึ้นเดินลง แต่จะเห็นวิวของ Granada ทั้งเมือง
ยิ่งเห็นโซน Albayzin นะ ตึกสีขาว พร้อมอาทิตย์สีส้ม โอยยยยยย ชนะขาด อยากหยุดอยู่ตรงนั้นเลย
หอคอยก็มีหลายโซน Torre del Cubo, del Homenaje, del las Armas
แต่พีคสุดคือ Torre de la Vela เพราะมีระฆัง คนก็ไปเคาะเหมือนมาวัดเลย จะได้ยินเสียงระฆังตลอดเวลา




Generalife
มันคือ สวน ค่ะ สวนดอกไม้ พันธุ์ไม้ น้ำพุผุดจากพื้น บลาๆ ซึ่งส่วนตัวเฉยๆ
บ้านเราสวนสวยกว่าเยอะ แต่แบบทุกคนก็ดูตื่นเต้นไง ก็เลยมันคงดีงามมั้ง
เค้าเรียกสวนสไตล์ Alhambra ใครเก็ทหรืออิน มาเล่าให้ฟังหน่อยว่ามันดีงามยังไงนะคะ : )




ด้านใน Alhambra ก็เป็นโซนเยอะแยะมากมาย ที่บอกไปเป็นอันหลักๆ
อารมณ์เหมือนเข้าดิสนีย์แลนด์แล้วก็เลือกกันไปว่าจะเข้าโซนไหน เดินทั่วถึงกันหมดค่ะ ไม่เหนื่อย

Catedral de Granada
โบสถ์เด็ดสุดของเมือง ระดับสูง ข้างในก็เสียค่าเข้านะคะ ก็โบสถ์ค่ะ ใหญ่โตตามประสา





Madraza
ที่นี่ ถ้าชอบ Alhambra ต้องมา ! มันเหมือนภาคต่อของวังที่ไปมา ที่นี่เป็นเวอร์ชันเล็กกว่า
ตอนนี้กลายร่างเป็นมหาลัยไปแล้ว ห้องที่พีคสุดคือหอประชุมนะ พีคมาก


 

07 ครั้งแรกกับ การปีใหม่นอกบ้าน

เป็นคนชอบออกเดินทางนะคะ แต่ปีใหม่ นอนเคาท์ดาวน์หน้าทีวีประจำ
นี่ดูเหมือนเป็นปีแรกที่จำความได้ว่า ออกจากบ้านมาเคาท์ดาวน์ที่อื่น

เรามาเคาท์ดาวน์ที่ Madrid ดึกๆ ถึงค่อยออกจากบ้าน
หนาวก็หนาว ต้องมาร่วมอะไรกับฝูงชนอีก แถมสเปนมีพิธีว่าแบบ กินองุ่น 12 ลูกขอพรปีใหม่
คนก็เยอะ ไปถึงจุดพีคสุดไม่ทัน ก็นับถอยหลังแล้ว เพื่อนบอกกินเลยองุ่น ก็ยัดมันเข้าไป
ยังไม่ทันจะตั้งใจขอให้ 12 ข้อไม่เหมือนกันเลย สรุปขอพรซ้ำ !!

ตอนนี้คิดว่ายังไม่สายไป สวัสดีปีใหม่ ทุกท่านค่ะ 
ขอให้ปีนี้ได้เที่ยวหนักสมใจ เดี๋ยวถ้าว่างจะมาทำรีวิวสรุปปี 2014 ว่าไปใดมาบ้าง
(10 ประเทศ) โหดสัสมะคะ อิอิ

 

08 ครั้งแรกกับ การกินร้านอาหารเลียจาน

อ่านรีวิวในพันทิพนี่แหละค่ะ http://pantip.com/topic/31242801
เขาก็แนะนำไปร้านอาหารร้านนึงในบาร์เซโลน่า ซึ่งในรีวิวเขียนไว้ว่า อร่อยจนเลียจาน !!!
ก็โอเค เมมไป ได้กินก็กิน ลืมก็อดแด้ก มีแค่นี้

จนวันหนึ่งนึกขึ้นได้ ก็เลยเออ โอเคไป
ร้านชื่อ Los Caracoles ค่ะ Caracoles แปลว่า หอยทาก
อะไรต่างๆ ในร้านก็เลยเป็นหอยทาก แม้กระทั่งขนมปัง น่ารักเชียว


ร้านนี้ต้องรอคิวนะคะ ถ้าไม่ได้จองมาก็รอไป ของเรารอประมาณ 20 นาที
และไปรอที่โต๊ะอีกสักพัก
แต่ พอมาอาหารมาปุ๊ป ตักเข้าปากปั๊ป..เลิกด่าเลย ยอม


เริ่มจาก ไก่ ไก่ที่ย่างมันหน้าร้านที่เห็นนั่นแหละค่ะ ค่อยๆย่างๆ ไฟอ่อนๆ สุกให้ทั่ว
ปกติไม่กินหนังไก่ แต่ร้านนี้ หนังไก่ยังอร่อย จะร้องไห้.. มันดีจริงๆ ทริปนี้

ต่อด้วยปลา ผัดซอส เพราะอยากกินปลา ซึ่งดีงามไม่แพ้กัน
สองคน สองจาน คือแบบดีงามในใจมากแล้ว ยิ่งเพิ่มคะแนนให้บาร์เซโลน่าหนักขึ้นอีก !!

สรุปร้านนี้ ดีงามมาก เอาไป 10 ดาว นี่เชฟมิชลินอะป่าว
พิกัดร้าน ตามไปโลด http://www.loscaracoles.es/

 

09 ครั้งแรกกับ การตกรถไฟ
เนื่องจากปกติเป็นนักวางแผนมาก รอบนี้สติแตก ไม่ทำอะไรเลยยยย
มีแผนมาแล้ว แต่แบบตื่นสายหน่อยละกัน มันสว่างช้า
สรุปตกรถไฟไป Bilbao ประมาณ 1 นาที (เยี่ยมจ้ะ)

ซึ่ง รถไฟไป bilbao มีวันละ 2 รอบ ชิปหายมั๊ยคะ
ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาคือ Bus ค่ะ ทั่วประเทศนี้นอกจากรถไฟ สามารถเดินทางด้วย Bus ได้
ขอให้มีอินเตอร์เน็ตเพื่อรู้ว่าขึ้นที่ไหนเป็นพอ

ดังนั้นในกรณีที่เหมือนเราเป๊ะ จาก Madrid – Bilbao ตกรถไฟ
ให้ไปที่ Intercambiador de Avenida de America นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Avenida de America
จากนั้นก็หารถบัส (ออกทุกครึ่งชั่วโมง) ไป Bilbao
แปลกตรงที่ Bus ใช้เวลาน้อยกว่า ถูกกว่า แต่ไม่สบายเท่ารถไฟ แค่นี้แหละค่ะ

ราคา 31.31 EUR ค่ะ ภายในรถบัส ปกตินะคะ ไม่มี Wifi
แวะพักจอด อารมณ์แม่กิมเล้งบ้าง
วิวสองข้างทาง สเปนตอนเหนือนี่แบบ สุดยิดดดดเหมือนกัน


ดังนั้น เมื่อตกรถไฟ มีสติค่ะ ทุกปัญหามีทางออก ทุกหนทางมีทางไป
ถ้าตั้งใจจะไป (เช่นเพื่อไปดูแค่ตึก 555) ก็ต้องไปค่ะ !! อย่ายอมแพ้

Termibus 
สถานีรถบัสของเมือง Bilbao คือปริมณฑลมาก แทบไม่เห็นหน้าจีน(อย่างเรา) แม้แต่น้อย
ตู้ล็อคเกอร์ก็เจ๊ง คือมีเพื่อไว้เดินทางจริงๆ

นอกจากนี้จากเมือง Bilbao เราไป Barcelona ต่อด้วยบัสค่ะ คนละ 48.32 EUR
เป็นบัสแบบนอนกลางคืน ออกจาก Bilbao 4 ทุ่ม ถึงบาเซ 6 โมงเช้าค่ะ ประหยัดค่าที่พักไปหนึ่งคืน
สามารถจองออนไลน์ได้ที่ http://www.alsa.es/en/ ค่ะ
จ่ายเงินได้เลย ปรินท์เอกสารแล้วเอาไปแลกตั๋วได้เลย จองไว้ก็ดีค่ะ จะได้นั่งด้วยกัลลล

 

10 ครั้งที่สองกับ แมงมุม
อันนี้ผิดคอนเซปครั้งแรกค่ะ แต่นี่ถือเป็น แมงมุมตัวที่สองในชีวิต
(ตัวแรกที่โตเกียว รปปงงิ จัดไปแล้ว) ซึ่งแมงมุมตัวนี้เป็นงานศิลปะที่กระจายไปอยู่ทั่วโลกค่ะ
อ่านรายละเอียด สาระได้ที่ http://goo.gl/PXz9wQ ค่ะ

ซึ่ง นับเป็นเรื่องน่ายินดี ที่ได้มีตัวที่สอง
เดี๋ยวไปสะสม 3 4 5 ต่อไปค่ะ
#ข้อนี้ทำมาเพื่อบอกตัวเองและอวด 555555

 

11 ครั้งแรกกับ GAUDI
มาสเปน ไม่พูดถึงงานของผู้ชายคนนี้ไม่ได้ค่ะ สถาปนิกที่แทบจะครองเมืองบาเซโลน่าอยู่แล้ว
ยิ่งอยู่ในเมืองบาเซโลน่าที่ชอบแล้ว เราว่าเราก็เก็บได้หลายที่นะคะ (แพงแค่ไหน ยอมจ่ายย) จัดไปค่ะ

Casa Mila (La Pedrera)
เป็นอันแรกที่ไปค่ะ เนื่องจากวันนั้นท้องฟ้าสดใส อยากไปเพื่อไปถ่ายดาดฟ้า แค่นั้นแหละ อิอิ
ประวัติของที่นี่คือเป็นอพาร์ทเมนต์ของ Pere Milà ก็เลยชื่อตามนี้


ข้างในอพาร์ทเมนต์เฉยๆ มนๆ ตามประสาเกาดี้
แต่สิ่งที่ฟินใจสุดคือ ดาดฟ้าค่ะ
การได้มาเห็นตัวนี้เป็นอะไรที่ โอเค ชั้นมาถึงบาเซโลน่าละ ฟิน จบ






ที่เหลือก็เป็นส่วนของอพาร์ทเมนต์ ที่นี่ยังมีคนอยู่จริงๆนะคะ
แต่ที่ส่วนนี้เขากั้นไว้ให้นักท่องเที่ยวค่ะ


Casa Batllo
ใกล้ๆกับ Casa Mila  อยู่แถวบ้านเลย ถนนแสนไฮโซ อาศัยจังหวะคนน้อยยามเช้า
ซื้อตั๋วหน้างานแล้วก็เข้าได้เฉยเลย อิอิ นี่เป็นอีกผลงานหนึ่งของเกาดี้


Casa แปลว่าบ้าน – บ้านนี้ชื่อเล่นเป็นบ้านกระดูก
เราแทบไม่ได้ประวัติมาเลย อาศัยเดินชมเอาความสวยงาม
แต่ตอนหลังพอมาอ่านแล้วแบบ เออมันใช่ รับรู้ได้ จริงๆ



บ้านนี้ดูได้แรงบันดาลใจมาจากกระดูกจริงๆ สี รูปร่าง
และด้านบนเหมือนมังกร เกล็ดมังกรชัดๆ


ที่นี่เดิมเป็นอพาร์ทเมนต์ของ Josep Batlló Cassanovas จ้างให้เกาดี้รีโนเวทให้หน่อยสิ
ด้านในเป็นกระจก กระเบี้องสีฟ้า คือดูแล้วเหมือนตัวเองอยู่ในน้ำ ซึ่งเดาถูกจ้า







และดาดฟ้า เห็นวิวถนนเส้นหลักสวยงาม
ท้องฟ้าจะสวยไปไหนวันนี้

Parc Guell
สวนสาธารณะประจำเมืองบาเซโลน่า แน่นอนออกแบบโดยเกาดี้เจ้าเก่า
เนื่องจากเราไม่ได้เข้าไปด้านใน (เพราะคิวยาวและเต็ม) ก็เลยได้แต่เดินเล่นข้างนอกเอา
คิดว่าที่นี่ไกลจากเมืองพอสมควร ถ้าไม่ได้เข้าข้างในก็ไม่ค่อยมีอะไรนัก


Sagrada Famillia
โบสถ์ที่สร้างไม่เสร็จ เราเริ่มรู้จักโบสถ์นี้จากสมัยเรียนค่ะ
ก็พอรู้ว่าความเจ๋งของมันคือไม่เสร็จซักที สร้างจนเกาดี้ตายไปแล้วก็ยังไม่เสร็จ
ดังนั้นมันจึงถูกยกให้กลายเป็นที่เที่ยวอันดับต้นๆ ของบาเซไปเลย
ทุกคนมาเพื่อดูงานของเกาดี้ ถือว่าเป็นอันที่พีคสุดค่ะ


Passion Facade


Nativity Facade

ด้านในเป็นโบสถ์ ซึ่งถ้ามาซื้อหน้างานมีสิทธิ์อดเข้าค่ะ
แนะนำให้ซื้อตั๋วออนไลน์ไปเลย ไม่ต้องต่อคิวด้วย เข้าเลยสวยๆ
(แต่เขาจะให้เราเลือกเวลาว่าจะเข้าเมื่อไหร่ ตั้งแต่ตอนจองในคอม)

ถ้าจะเข้าแต่ภายในโบสถ์ก็ราคานึง ถ้าจะขึ้นหอคอยด้วยก็อีกราคานึง
เราเลือกแบบขึ้นหอคอยค่ะ ขึ้น Nativity Facade ซึ่งเป็นที่ก่อสร้างตอนช่วงที่เกาดี้ยังมีชีวิต
(และตอนนี้ยังไม่เสร็จ ส่วนอีกด้าน Passion Facade เป็นอันใหม่ ที่จะดูเรียบร้อยกว่าค่ะ)

ซื้อตั๋วจัดไปที่ https://www.clorian.com/site/SagradaFamilia/?sg=1&pi=7&lang=en
ของเราเลือกแบบ Sagrada Familia and Visit to the Towers – 19.50 EUR ค่ะ

เลือกเวลาเย็น เพื่อดูพระอาทิตย์ตกที่บาเซโลน่าโดยเฉพาะ
เริ่มจากเข้าโบสถ์ก่อน งานของเกาดี้ส่วนใหญ่จะออกแบบอิงมาจากรูปทรงธรรมชาติ
มันเลยมน คุ้นเคย เริ่มจากที่เสา เสาแบบนี้เกาดี้คิดขึ้นมาเองค่ะ

มุมที่ทุกคนต้องถ่าย เพดาน !

ความพีคของเวลาเย็นคือ พระอาทิตย์จะสาดแสงเข้ามาพอดี มาเจอกับกระจกสี
มันเป็นสิ่งที่สวยงามที่มนุษย์ควรได้มาเห็นจริงๆ
งานก่อนหน้านี้ยังแบบเกาดี้เก่งแต่เฉยๆ แต่พอมาเห็นที่นี่แล้วแบบ เออ เก่งจริง ยอม !





ขึ้นหอคอยกันต่อ มีลิฟท์ขึ้นไป ขาลงเดินลงเองจ้ะ
เห็นทั้งเมืองบาเซโลน่า เป็นบล็อกๆเลย


ความเจ๋งของโบสถ์นี้และผู้ชายคนนี้คือ รูปร่างโบสถ์แบบนี้สร้างในคอมพิวเตอร์ไม่ง่าย
และล้ำมากในสมัยนั้น เกาดี้เหมือนรู้อยู่แล้วว่า โบสถ์นี้ยังไงก็สร้างไม่เสร็จในช่วงชีวิตเค้า

เห็นในโบรชัวร์บอกจะสร้างเสร็จอีกทีปี 2026 ไว้จะกลับมาอีกนะ
สาระมากมายไปอ่านต่อที่กระทู้นี้เลยจ้า – http://pantip.com/topic/31220288

Palau Guell
บ้านคนที่เกาดี้สร้างเจ้าเก่า อยู่แถว La Rambla เลย เดินเล่นถ่ายรูปหน้าตึกกันได้ เราไม่ได้เข้าไป
ที่นี่เป็นบ้านของ Eusebi Guell สังเกตว่างานของ เกาดี้จะมีคำว่า Guell เยอะ
เค้าเป็นป๋าดันของเกาดี้เองแหละ ออกเงินให้ จัดไปจัดไป

 

12 ครั้งแรกกับ ทีมบอลบาซ่า
เราเป็นคนชอบไปดูสนามบอลค่ะ ไปมิวนิคก็ไปดูสนามบาเยิร์น
พอมาบาเซโลน่า มีรึจะพลาดมา Camp Nou แต่ตัวเองไม่ได้ดูบอลเลยนะ
นักบอลพอรู้ชื่อบ้าง เพราะน้องบ้าบอล ก็ฟังๆ มันมา
ดังนั้น อย่าหาสาระและความโอตาคุจากสนามบอลรอบนี้ค่ะ มาเพื่อชมสนามโดยเฉพาะ

Camp Nou นั่งรถไฟใต้ดินไปได้ค่ะ ลงสถานี Collblanc จากนั้นก็เดินนิดหน่อย ถึงละ
ซื้อบัตรชมด้านใน จะซื้อหน้างานหรือออนไลน์ก็ได้
เราซื้อออนไลน์ไปค่ะ กลัวแบบคนเยอะ ราคา 23 EUR
ซื้อที่ http://www.fcbarcelona.com/camp-nou
ทัวร์เข้าชมสนามจะเรียกว่า Camp Nou Experience Tour & Museum
** อย่าลืมเช็คตารางวันเวลาว่าสนามเปิด หรือ มีบอลวันไหนนะคะ เผื่อเข้าไม่ให้เข้าชม

ช่วงแรกก็เข้าชมตัวมิวเซียมก่อน บอกประวัติทีม รางวัลเยอะมาก นู่นนี่นั่น ซึ่งไม่เก็ท (อยากหาคนอินมาเล่าให้ฟังมากกก)


ต่อมาก็ ด้านในก็ สนามบอลค่ะ มีให้ดูปกติ สเตเดียม โซน VIP ห้องแต่งตัว
ก็เดินตามทางไปเรื่อยๆ ดูสนามหญ้าไรงี้ เสมือนชั้นได้อยู่ใกล้เมซซี่





แต่ที่อินสุดคือ ร้านขายของ 5555 เพื่อนฝากซื้อเสื้อบอลไรงี้
ถ้าอยากเฉพาะก็พิมพ์ชื่อตัวเองได้ เสื้อเปล่า(ไร้เบอร์และชื่อใครสักคน) 85 EUR
แต่ถ้าจะพิมพ์ชื่อ เขานับเป็นตัวอักษร ออกมาราคาประมาณ 104 EUR ค่ะ
ถ้าแฟนตัวจริง มันต้องมีอ่านะ

มาแค่นี้แหละ ฟินละ 555

 

13 ครั้งแรกกับ ข้าวผัดสเปน Paella

ได้เวลากินค่ะ สรุปเราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า กิน Tapas ไปรึยัง
โอเคสมมติว่ากิน แต่ที่จำได้และอร่อยมวากกกส์ คือ Paella ข้าวผัดสเปน

เพื่อนเรียนกันอาจารย์สเปนในคลาสเรียนภาษา บอกว่า
ที่ Madrid ข้าวผัดต้องร้านนี้เท่านั้น อยุ่ในเมืองด้วย ก็เลยกิน

ร้าน El Pato Mudo 
ดูต่อที่ http://www.tripadvisor.com/Restaurant_Review-g187514-d991388-Reviews-El_Pato_Mudo-Madrid.html

สั่งข้าวผัดกุ้งมา กิน 2 คน กับ Eggplant ถอดๆ ราดน้ำผึ้ง
ข้าวผัดจะแฉะๆ หน่อยแต่เขาปรุงแบบไม่เคยกินในไทย แต่อร่อยนะ
ถาดใหญ่ขนาดนี้ ตอนแรกจะกินหมดมั๊ยน๊า
สุดท้ายเกลี้ยงถาดจ้า..หมดทุกอย่าง อร่อยทุกสิ่ง ดีมาก


ดังนั้นใครมา Madrid แนะนำร้านนี้เพราะหลังจากนี้ลองไปกินข้าวผัดร้านอื่น แพ้จริงๆ

 

14 ครั้งแรกกับ Churros และเจอลุง
ชูรอสคือของหวานกินเล่น แป้งเหมือนปาท่องโก๋ จุ่มกับช็อคโกแลต (เขานิยมกับช็อคโกแลตกันนะ)
กินเอาสนุกๆ แต่คนก็กินกันจริงจังเลย

ถ้ามา Madrid ทุกชาวทุกเว็บจะบอกให้มากิน Churros ร้าน San Gines
ซึ่งสำหรับเรา กินอะไร ไม่อร่อย ไม่เวิก ไม่ชอบเลย
จนแบบไม่ได้สนใจขนมจุ่มช็อคโกแลตอีกเลย


พอได้มาเมือง Granada ก็ไม่มีอะไรทำ ก็เลยกินอันนี้
ซึ่งร้านเฉยๆ (จำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำ) ยังอร่อยว่าร้านดังอีก
ระหว่างนั่งกินอยู่ ลุง 2 คนข้าง ไม่เชิงลุง ปู่แล้ว ผมนี่ขาวทั้งคู่ ก็ชวนคุย
ซึ่งคนสเปนเนี่ย พูดอังกฤษได้น้อยมาก แต่เพื่อนพูดสเปนได้เลยเม้ามอยกับลุงได้

สรุปเม้ามอยกันไปมา สนิทซะงั้น อารมณ์เหมือนถูกชะตา
ลุงทั้งสองเป็นนักบอลมาก่อน คนนึงเป็นทีมชาติด้วย (แต่ลุงคงแก่มาแล้วจนเราเกิดไม่ทันเห็นลุงเตะ)
ก็เม้ามอยฝอยตะเข็บกันไป จนลาจากลุงก็เลี้ยงค่าชูรอสด้วย

นับว่าเป็นการกิน Churros ที่อร่อยครั้งแรก
และอร่อยที่สุดที่ได้ลุงที่เพิ่งรู้จักเลี้ยงพร้อมมิตรสัมพันธ์กลับมาแบบงงๆ
การเดินทางก็จะเจออะไรที่ไม่คาดคิดแบบนี้แหละ
แต่ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ไม่คาดคิดเสมอ : )

 

15 ครั้งแรกกับ Spain Renfe Pass
สุดท้าย ท้ายสุด เหมือนฟังบ่นมาเยอะ สาระบ้างสำหรับการเดินทางค่ะ
ถ้าใครเที่ยวยุโรปกะเก็บหลายประเทศโดยนั่งรถไฟ เขาก็จะใช้ Euro Pass กัน
ซึ่งจะนั่งได้กี่ประเทศก็ว่ากันไป

แต่ถ้ามาสเปนอย่างเดียว – อยากนั่งรถไฟ – แต่อยากประหยัด ทำยังไงดี
พวกรถไฟความเร็วสูงยิ่งแพงๆ อยู่ด้วย
สเปนจึงออกพาสใหม่ล่าสุดคือ Spain Renfe Pass
โดยบัตรนี้จะไม่เหมือนพาสปกติ คือ เราไม่ต้องกังวลว่าจะนั่งคุ้มหรือไม่คุ้ม จะกี่รอบดี
เพราะบัตรนี้ขายไปเป็นรอบค่ะ

มีทั้งแบบ 4 รอบ 6 รอบ 8 10 12 ก็เลือกกันไปว่าจะเอาแบบไหนตามสะดวก
ซึ่งราคา แน่นอนว่าคุ้มสิ (ไม่งั้นจะซื้อทำไมฟร่ะ) แต่มันไม่ต้องใช้วันติดกันก็ได้

สรุปง่ายๆ SPAIN RENFE PASS
– ไม่ต้องใช้วันติดกัน จะนั่งตอนไหนก็ได้
– เลือกรอบได้ เลือกครั้งได้ ซื้อเท่าที่จะนั่ง
– ซื้อออนไลน์ได้ (เพื่อการขอวีซ่า เรื่องการเดินทาง) หรือ ซื้อผ่านตู้ที่สถานีรถไฟก็ได้ ไม่ต้องใช้พาสพอร์ตในการซื้อแต่อย่างใด
– อยู่สเปนก็ซื้อได้
– เมื่อซื้อแล้ว ควรไปออกตั๋วจองซะ ออกแล้วออกเลยนะ เพราะมันนับครั้งที่ออก
(สมมติซื้อ 4 ครั้ง เราจะออกจองได้ 4 ครั้งเท่านั้น) สามารถจองได้กับพนักงานหรือตู้ ที่สถานีรถไฟ
ถ้าตั๋วออกมาแล้ว ไม่ได้นั่งใกล้กันก็ ทำใจเพราะรถไฟคงคนเยอะมากจนเต็ม ก็ไปหาทางสลับที่เอา

– ซื้อที่ http://www.renfe.com/EN/viajeros/viajes_internacionales/spainpass/
อ่านรายละเอียดราคาที่ http://www.europetrainsguide.com/Countries/Spain/Spain-RENFE.html
เริ่มต้น 4 รอบ – 163 EUR ค่ะ เลือกแบบ Tourist Class นะคะ ถูกกว่า Business

 

เข้าสู่ช่วงสุดท้าย ขายของขอบคุณผู้สนับสนุนเล็กน้อยค่ะ
พาวเวอร์แบงค์น่ารักยี่ห้อ Cheero น้องกล่องเพื่อนรัก ไปกับเราทุกที่ ชาร์ตได้นาน คุณภาพดีไม่ระเบิด
เอามาถ่ายรูปได้คุคิมาก มีหลายรุ่นหลายสีให้เลือก ใครสนใจไปซื้อที่ www.cheero.co.th ค่ะ


รายละเอียดเพิ่มเติมค่ะ

 

สำหรับ cheero Power Plus DANBOARD version รับประกันสินค้า 1 ปี และต้องมีสติกเกอร์สีเงินรับประกันจาก cheero Thailand

ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ cheero Power Plus DANBOARD version สามารถดูข้อมูลต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.cheero.co.th, แฟนเพจhttps://www.facebook.com/cheeroThailand และ Instagram ที่ cheero_thailand หรือติดต่อผ่านโทรศัพท์ที่เบอร์ 02-1687679
และท่านใดสนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย สามารถติดต่อได้ที่ info_thai@cheero.net จ้า

ในที่สุดก็เขียนมาถึงตรงนี้ อีกนิดจะมหากาพย์สเปนแล้ว T-T
สั้นๆ ง่ายๆ ประเทศสเปน เป็นประเทศที่น่าสนใจในยุโรปค่ะ อยู่ใกล้อิตาลี โปรตุเกส
มีครบรส อากาศดี อาหารอร่อย สถาปัตยกรรมสวยงาม วัฒนธรรมเก่าแก่
ดังนั้น ถ้าสักครั้งอยากไปลองยุโรป ราคาไม่แพงนัก
สเปนเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ (ไม่นับพวกยุโรปตะวันออกนะ)

อย่าลืมไปกัน ขอบคุณพระเจ้าที่เขียนมาถึงตรงนี้
สวัสดีค่ะ

Facebook Comments