Asia, Size S, South, Sponsored, Thailand

Go! Thailand : EP 3 Khaosok

สวัสดีอีกครั้งค่ะทุกคน

รอบนี้ ไม่ต้องไปไกลค่ะ วันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือจะวันหยุด 3 วัน
เราก็ออกไปเห็นโลกกันได้ และที่สำคัญโลกใหม่ที่ไปเห็นมันสุดยอดน่าตื่นตาตื่นใจกว่าที่คิด
อยู่ไม่ไกล สุราษฎร์ธานี ประเทศไทย ของเราเองค่ะ

เราไป กุ้ยหลิน หยางซั่ว และล่องเรือมาแล้ว
เราไป ฮาลองเบย์ เวียดนาม และล่องเรือมาแล้ว
และเรากำลังจะไป เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน
ที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสก ประเทศไทย ค่ะ

ไปรับชมสิ่งมหัศจรรย์กันเลย !

 

ตารางการเดินทาง (ลอกแผนกันได้สบาย ชิวมาก)
วันศุกร์ – ออกเดินทางไปสุราษฎ์ เดินเที่ยวในเมือง ชิวๆ
วันเสาร์ – นั่งรถไปเขื่อน พักบนแพ นั่งเรือชมวิว ทำกิจกรรมกับที่พัก พายเรือ เล่นน้ำ เดินป่า ฯลฯ
วันอาทิตย์ – กินข้าวเช้า ชมวิว นั่งรถกลับสนามบิน กลับบ้านนอนสวยๆ พร้อมทำงานวันจันทร์ต่อ

เข้าโซนขอบคุณผู้สนับสนุนก่อนค่ะ ทริปนี้เช่นเดิมค่ะ สนับสนุนโดย AirasiaGo ค่า

มันคืออะไร ?
มันคือเว็บไซต์จองที่พักและตั๋วเครื่องบินเป็นแพ็คที่ราคาถูกลง หรือ จะจองเฉพาะที่พักก็ได้
ซึ่งเหมาะกับการท่องเที่ยวในประเทศอย่างมาก

แล้วทำไมต้องเลือก AirasiaGo ?
ถ้าเราบินกับ Airasia อยู่แล้ว จองที่พักกับที่นี่ ถูกกว่าจองแยกจ้ะ
ที่พักมีให้เลือกเยอะมาก แถมรับรองคุณภาพไว้เรียบร้อย ดังนั้นไปเที่ยวอย่างสบายใจ
จองง่าย จองทีเดียวชีวิตจบ แถมบางทีมีโปรโมชันมากมาย ลองได้

บอกตรงๆ ว่าลองใช้แล้วเวิร์กมาก ยิ่งเดินทางในประเทศ
ซื้อยกชุดทีเดียว สบายมากค่ะ ไม่ต้องไปนั่งกดทีละอย่าง
จองตั๋ว จองที่พัก อันนี้ป๊าปเข้าไปทีเดียว จบ แถมประหยัดกว่า
อยากให้ลองเล่นกันดู
จัดไปที่ http://www.airasiago.com โลดดดดด

รีวิววิธีการจอง / การใช้งานจะอยู่ด้านล่างนะคะ (กลัวหาว่าขายของเกิน อิอิ)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

 

ดังนั้นทริปนี้ เราจึงเลือกจองเครื่องบิน + ที่พักในตัวเมือง กับที่นี่
ส่วนที่พักบนแพที่เขื่อน อันนี้จองแยกกันค่ะ

11 กรกฎาคม 2557 (ศุกร์)
วันนี้วันอาสาฬหบูชา เป็นวันหยุดค่ะ
จองตั๋วเครื่องบินแล้ว จัดการเช็คอินซะ

 

ถึงแล้ว สุราษฎ์ธานี !! 

การเดินทางจากสนามบินเข้าตัวเมือง
1. นั่งรถบัส ยี่ห้อพันทิพย์ หัวละ 100 บาท จะไปจอดในตัวเมือง รถมีเป็นรอบ
เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.phantiptravel.com/index.php?mo=10&art=42147323

2. นั่งแท็กซี่ 500 บาท (ถ้ามากัน 4-5 คนก็เลือกอันนี้เพราะออกเลย)
สามารถเลือกได้ว่าลงไหนก็ได้

พวกเราเลือกแท็กซี่เพราะไปกัน 4 คน ไปลงโรงแรมเก็บของก่อน
(พี่เขาบอกว่า ถ้านั่งบัสก็ต้องนั่งสองแถวไปโรงแรมอีก คนละ 20 อยู่ดี)

โรงแรมที่พวกเราจองกับ AirasiaGo คือ K Park Grand Hotel ค่ะ
นับเป็นโรงแรมระดับดีเลย ห้องใหญ่ น้ำเปล่าฟรี
แอร์เย็น ข้าวเช้าบุฟเฟต์ (ไส้กรอกยังอร่อย)
พนักงานใจดี แถมไม่มีผี เพอร์เฟ็ค

 

เก็บของตากแอร์ นั่งเล่นบอร์ดเกมส์สักพัก (มาเกรียนเกมส์ถึงต่างถิ่น)
จากโรงแรมสามารถเข้าตัวเมืองอย่างง่าย สองแถวไปคนละ 20 บาท

 

ตัวเมืองสุราษฎ์ มีอะไร ?
จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีจุดสร้างแลนมาร์กไรงี้เท่าไหร่

แต่คุณจะค้นพบชีวิตแสนเรียบง่าย
เดินชิวที่ตลาดโต้รุ้ง ไหว้ศาลเจ้าไหหลำ เดินเลียบเส้นทางริมแม่น้ำตาปี
ไหว้ศาลหลักเมือง กินหมูย่างที่ตลาด ได้เห็นตัวเมือง ถนนโล่ง คนไม่เยอะ



 

สิ่งที่กรุงเทพไม่มี เท่านี้เราก็ชอบเมืองนี้แล้ว



แถมทุกที่เดินเอาถึงกันหมด ไม่ต้องเสียเงิน ดีจัง




 

วันนั้นเป็นวันอาสาฬหบูชาพอดีค่ะ
เราเลยไปเวียนเทียนนั่งฟังเทศน์ด้วยนิดหน่อย
ชีวิตช่างดี ตบท้ายด้วยตลาดโต้รุ้ง กินๆ นอนๆ สบาย





 

ที่พักเรากลับสู่ K Park Grand Hotel สองแถว 20 บาทเหมือนเดิม
กลับสู่ช่วงขายของนิดนึงค่ะ ฮ่า

รีวิววิธีการจอง AirasiaGo 

1. เข้าที่ http://www.airasiago.com

2. เข้ามาก็คลิกเหมือนทุกเว็บ พักที่ไหน จะจองแค่ที่พัก หรือจองยกเซ็ต

3. เราลองเลือกสุราษฎ์ดูค่ะ โรงแรมเราระดับต้น ราคาไม่พักนัก จัดไป

4. เลือกแล้วก็รายละเอียดให้เลือก แบบห้องพัก เตียงเดี่ยว เตียงคู่ บลาๆ

5. เรียบร้อยถึงขั้นตัดบัตรเครดิต ถ้าทุกอย่างกรอกหมดแล้ว คอนเฟิร์มแล้ว จะมีอีเมล์มายืนยันด้วยค่ะ

รวมๆ จองไม่ยาก ใช้งานง่าย ตัวเว็บก็ทำเข้าใจง่ายว่าต้องคลิกอะไรไปต่อ
ดังนั้นถือว่า AirasiaGo จึงเป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะกับนักเดินทาง
ยิ่งถ้าใช้ Airasia ด้วยแล้ว คอมโบค่ะ

 

12 กรกฎาคม 2557 (เสาร์)
ได้เวลาถึงช่วงพีคเขื่อนสักที

เริ่มต้นเราโทรจองที่พักพร้อมโอนมัดจำที่ แพภูตะวัน ไปก่อนแล้วค่ะ
โดยทางแพภูตะวันเนี่ย เขาก็มีจัดแพ็คเกจให้ 2 วัน 1 คืน คนละ 2100 บาท
(รวมอาหาร ที่พัก ค่าเรือ กิจกรรมทุกสิ่งแล้ว คือเข้าเขื่อนปุ๊บเลิกเสียเงินเพิ่ม)

วิธีการจากตัวเมืองไปท่าเรือเข้าเขื่อน
1. เรานั่งสองแถวจากโรงแรมไป ตลาดเกษตร 2
(ซึ่งมันก็ตรงข้ามกับเกษตร 1 บอกคนขับว่าไปท่ารถตู้ไปเขื่อน เขาจะรู้กัน)

2. รถตู้ไปเขื่อนคนละ 150 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง – 2 ชั่วโมง
เพราะตลอดเส้นทางเขาก็มีแวะรับคนบ้าง จากสนามบินบ้าง ไปเรื่อย

** ติดต่อรถตู้กับพี่แป๊ะ (คนขับ) โทร 081-676-4291 คนนี้ใจดี
พาไปชมวิวที่เขื่อนก่อนด้วย หรือ 086-692-6241 เบอร์นี้จุดกลาง

หน้าตารถตู้พร้อมหมีเท็ดถูกทิ้ง

 

ถึงจุดชมวิวแล้ว ว่าแล้วก็ถ่ายป้ายก่อน
นักท่องเที่ยวเขาก็มากันตรงนี้ จุดเช็คอิน

 

มาถึงช่วงมีสาระสักนิดค่ะ

เขื่อนเชี่ยวหลาน (ชื่อแบบคนทั่วไปเรียก)
ชื่อแบบเต็มๆคือ เขื่อนรัชชประภา ซึ่งในหลวงเป็นคนตั้งให้ค่ะ แปลว่า แสงสว่างแห่งอาณาจักร
เขื่อนนี้สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2530 (จขกท.ยังไม่เกิดเลย) สร้างขึ้นมาเพื่อการชลประทานและผลิตไฟฟ้า
เขื่อนนี้สร้างติดกับอุทยานแห่งชาติเขาสก ตอนนี้เขาก็เลยเรียกรวมกันไปเลย

สมัยก่อนบนพื้นที่แห่งนี้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงค่ะ
พูดตรงๆ คือเป็นป่า มีสัตว์มากมาย
แต่สุดท้ายพื้นที่ป่าแห่งนี้ถูกทำให้กลายเป็นเขื่อนไปค่ะ
กว่าจะได้มาซึ่งวิวแบบนี้ที่ตื่นเต้นกัน เราสูญเสียอะไรไปเยอะค่ะ

ถึงสัตว์ป่าหลายตัวจะหนีตายตอนน้ำถูกปล่อย
แต่ก็มีโครงการช่วยเหลือสัตว์ออกมาค่ะ ช่วยได้เป็นพันกว่าตัวอยู่

ปัจจุบันเขื่อนนี้ก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำรายได้ให้คนมาเยอะ
มีการประมงเกิดขึ้น ลดน้ำท่วม ผลิตไฟฟ้า

โลกนี้บางที เราต้องแลกบางสิ่งบางอย่าง เพื่อ อีกอย่าง
วิวสวยแบบนี้ ไม่ได้มาได้โดยง่ายค่ะ

 

ยังไม่ทันจะเข้าไปข้างใน แค่ด้านนอกก็น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว
น้ำนี่เขียวไปไหน

 

ท่าเรือค่ะ ทางแพภูตะวันจะติดต่อเรามาก่อนเข้าพัก 1 วัน
นัดแนะกันเพื่อเจอที่ท่าเรือ เขาออกค่าเข้าเขื่อน + ค่าเรือไปที่แพให้หมด
(ถ้าออกเองมีตายค่ะ แพงมากก เรือวิ่งไป ครึ่งชม.)

ลงเรือ ลำเดียวกัน

 

ได้เวลาเริ่มออกไปพบสิ่งมหัศจรรย์
นั่งเรือเข้าไปในตัวเขื่อนประมาณ ครึ่งชม. ค่ะ

ช่วงนี้ฝนตกตลอดค่ะ ขนาดนั่งๆ อยู่ก็มีนิดๆ แต่เห็นทุกคนพร้อมเปียกกันมาก ฮ่า

 

ถึงแล้วค่ะ แพภูตะวัน ที่นี่จะให้อารมณ์ธรรมชาติมากๆ ยิ่งช่วงเทศกาลวันหยุดเต็มตลอด
โชคดียังเหลือถึงเรา เราพักแบบกระท่อมไม้ไผ่ ไม่มีห้องน้ำในตัว (ต้องเดินไปเข้าบนฝั่ง)
เขาต้อนรับด้วยข้าวเที่ยงก่อนเลย

 

หน้าตาที่พักค่ะ

 

ช่วงเกือบเที่ยง เขาก็ให้ออกไปนั่งเรือชมวิว เดินป่า เข้าถ้ำปะการัง ค่ะ

 

บอกตามตรงว่า เคยเห็นรีวิวเขาสกมามากมาย
ทั้งแต่งภาพบ้าง โอเวอร์บ้าง หรือไม่แต่งเลย
แต่พอมาเจอของจริง สวยกว่าทุกรีวิวที่รีวิวมาค่ะ

 

หายากนะคะ สถานที่ที่สวยกว่าภาพที่รีทัชแล้ว : )

 

ภาพถ่ายของเราก็ยังเก็บความอลังการของที่นี่ไว้ไม่หมด
ส่วนตัว ที่นี่ไม่น้อยหน้า ฮาลองเบย์ กุ้ยหลินเลย

 

อย่าเรียกว่า กุ้ยหลินเมืองไทย เพราะไปสัมผัสมาแล้วอลังการไม่แพ้กัน
ไม่งั้นต้องเรียกกุ้ยหลินว่า เขาสกเมืองจีน ด้วยนะคะ : )

 

นั่งชมวิวไม่มีเบื่อ หมอกลงเยอะมาก ก็ได้เวลาเดินป่าค่ะ
เดินป่าเพื่อไปล่องแพไม้ไผ่ ไปถ้ำปะการัง ต่อ

 

เดินป่า 3 กิโลค่ะ (จริงๆ คิดว่าไม่ถึง เดินอยู่ครึ่งชั่วโมงเกือบชั่วโมงได้)
แต่ช่วงนี้เดินยากเพราะโคลนเยอะมาก ฝนเพิ่งตกไป
** แนะนำว่า ควรเอารองเท้าผ้าใบมา เห็นบางคนใส่แตะเดินจนต้องถอด
** ช่วงนี้โคลนเยอะ ตูดไถลกันไปหลายคน โปรดระวัง

 

ขึ้นเรือไม้ไผ่ไปถ้ำปะการังต่อค่ะ อันนี้เก๋ๆ นะ

ที่นี่เขาพยายามให้เด็กนำทางค่ะ เจอบ่อยมากในไทย
นี่คือไกด์เรา โปเต้ ค่ะ 5555

 

ถ้ำปะการังเป็นถ้ำมืด ต้องมีคนมีหลอดนีออนเข้าไป คอยส่องให้เราดู
ส่วนตัวไม่ได้โอ้โหขนาดนั้น แต่สิ่งที่อยู่ในถ้ำ พวกหินงอกหินย้อย รูปร่างแปลกๆ ของหิน
มันเหมือนพวกไมโตคอนเดรีย เซลล์สมองในร่างกายมนุษย์มาก

 

เดินถ้ำเสร็จก็วนเข้าสเต็ปเดิมค่ะ ล่องแพ เดินป่าซ้ำ เพื่อกลับไปขึ้นเรือ
โปเต้อีกสักรูป

** ถ้าทางแพ็คเกจที่พักเขาให้เลือกได้ แนะนำให้ไปจุดชมวิวเขาไกรสรค่ะ สวยงามนัก
หน้าตาจุดชมวิวเขาไกรสร เราพลาดจริงๆ


ที่มา : http://www.thetrippacker.com/th/place/detail/16149

 

เดินป่ากันต่อ โคลนเต็มตีน

 

นั่งเรือชมวิวกันต่อ
บอกตรงๆ ว่าวิวที่ถ่ายออกมาเทียบไม่ได้กับของจริงเลย !!
ของแบบนี้มันต้องลองออกไปดู

 

ได้เวลาข้าวเย็น อร่อยมาก อร่อยทุกมื้อ อยู่ในแพ็คเกจเหมือนเดิมค่ะ
ที่นี่สัญญาณโทรศัพท์เข้าไม่ถึง มีwifi ของที่แพ (แต่ก็ใช้ไม่ได้)
กินข้าว แล้วเราก็เล่นการ์ด 4 ทุ่มก็นอนหลับแล้วค่ะ
ชีวิตไม่เหมือนที่เคยเป็น และ วิวก็ไม่เหมือนกรุงเทพเลย

 

13 กรกฎาคม 2557 (อาทิตย์)
เช้านี้ ชิวค่ะ ก็เลยออกไปพายเรือเล่น คนน้อยดี
(เพื่อนช่างภาพไม่ได้พายออกไปด้วย มันนั่งจิบกาแฟและถ่ายรูป)

 

ไปเรื่อยๆ เราไม่เหนื่อย เพราะเพื่อนเราพาย ฮ่าฮ่าฮ่า

 

ทริปนี้ ไม่ได้หวือหวา ไม่ได้มีจุดพีค จุดตื่นเต้น สุข เศร้า เหงา
หรือเดินทางบุกตะลุยนานเป็นเดือน
แต่สุดท้ายแล้ว การเดินทางทุกครั้งก็สอนอะไรเราเสมอ

 

เป้าหมายที่เราอยากไป อยากจะเป็น มันไม่ได้เข้ามาหาเราเอง
เราต้องพาย เดิน ก้าว วิ่ง เพื่อเข้าไปหามัน

 

เมื่อถึงจุดนั้น บางทีเราอาจไม่รู้ตัว แต่เมื่อหันหลังกลับ
เราจะพบว่าตัวเองมาไกลแค่ไหนแล้ว

เขาสก ไม่ได้ไปยาก
ความฝัน ไปถึงก็ไม่ได้ยาก
อยู่ที่เรา เริ่มออกเดินทางรึยัง

 

สุดท้ายทริปนี้
เราก็ได้ไปสถานที่ในฝันในไทยไปอีกที่แล้ว
ยังมีจุดหมายอีกเยอะรอเราอยู่
ออกเดินทาง !

ขอขอบคุณ AirasiaGo อีกครั้งค่ะที่สนับสนุนพวกเรา
และหวังว่า เขาสก ของพวกเราจะสร้างแรงบันดาลใจ
ให้ใครๆ อยากออกไปพายเรือตามฝันกันบ้าง หรือ เริ่มต้นเดินทางไปที่ไหนสักแห่งบ้าง
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ค่ะ : )

Facebook Comments