Asia, South, Thailand

Go! Thailand : EP 2 Pranburi

สวัสดีค่ะ กลับมาเล่าเรื่องราวอีกครั้ง คราวนี้เวอร์ชันเที่ยวเมืองไทยกันต่อ
เราออกเดินทางไปเที่ยวปราณบุรีกันค่ะ ทริปได้รับโอกาจากนิตยสารหนีกรุง
เนื่องจากมีโอกาสได้ลองเขียนคอลัมน์ลงนิตยสาร
และการไปปราณบุรีครั้งนี้มันเด็ดมากจนต้องเอามาเล่าค่ะ
ไม่รอช้า เราไปกันเลยดีกว่า

 

ปราณบุรี อยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เลยหัวหินลงไปอีก
แต่สงบเงียบและมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า

รอบนี้เราเดินทางด้วยรถยนต์ค่ะ
ส่วนใครไม่สะดวกก็สามารถมาโดยพาหนะอื่นๆได้ ในเน็ตก็มีให้หาข้อมูลทั่วไป ตามนี้ค่ะ

1.รถยนต์ส่วนตัว

2.รถโดยสารประจำทาง

จากสถานีขนส่งสายใต้ มีบริการรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์ กรุงเทพฯ-หัวหิน กรุงเทพฯ-ปราณบุรี และกรุงเทพฯ-บางสะพาน เป็นประจำทุกวัน บริษัทที่ให้บริการเดินรถเส้นทางสายกรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์ – บริษัทหัวหิน-ปราณทัวร์ โทร. 0 2894 6057,0 28846191-2 (ตั้งแต่เวลา 04.00–22.30 น.),
– บริษัทพุดตานทัวร์ โทร. 0 2894 6046 (ประจวบ) โทร. 0 3261 1411 (ตั้งแต่เวลา 06.00–01.30 น.),
– บริษัทบางสะพานทัวร์ โทร. 08 1829 7752, 08 1829 8641 บางสะพานโทร. 0 3269 9043
– บ้านกรูด โทร.0 3269 5074 (รถออกเวลา 07.30 น. รถบ้านกรูดออกเวลา 12.30 น. (วันเสาร์เพิ่มรอบ 07.30 น.) ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ โทร. 0 2435 1199,
0 2434 7192, 0 2435 5605 หรือ www.transport.co.th

3. รถตู้
รถออกจากอนุสาวรีย์ชัยทุกชั่วโมง ตั้งแต่ ตี 5 – 2 ทุ่ม ผ่านเส้นบายพาส ผ่านม.ศิลปากร วัดห้วยมงคล หรือหาก ต้องการให้ผ่านชะอำ หรือ หัวหินก็แจ้งคนขับได้ สุดทางอยู่ที่สี่แยกปราณบุรี ซึ่งสามารถต่อรถไปปากน้ำปราณบุรี หรือเขากะโหลก อีกชื่อหนึ่งคือวนอุทยานท้าวโกษา ได้เลย ราคา 200 บาท ถึงสี่แยกปราณฯ มีรถกลับจากปราณฯ โดยคิวรถอยู่ที่หน้าที่ว่าการอำเภอปราณบุรี รถออกตั้งแต่เวลาตี 5 ถึง 6 โมงเย็น ใช้เวลาเดินทางแค่ 3 ชั่วโมงก็ถึงกรุงเทพสอบถามเพิ่มเติม หรือ สำรองที่นั่งได้ที่
คิวรถหน้าอำเภอปราณบุรี : 089-170-4340, 086-764-1559 คิวรถที่อนุสาวรีย์ชัย : 089-171-4844, 085-403-6113

3. การเดินทางโดยรถไฟ
จากสถานีรถไฟหัวลำโพงมีบริการขบวนรถไฟสายใต้ผ่านหัวหิน ปราณบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ทุกวันสำหรับรถไฟ
ท้องถิ่นมีขบวนรถเร็ว กรุงเทพฯ-ปราณบุรี ออกจากสถานีหัวลำโพง 15.35 น. ถึงสถานีปราณบุรี 20.41 น. หรือ ขบวนรถธรรมดาเส้นทาง ธนบุรี-ปราณบุรี ออกจากสถานีธนบุรี 7.25 น. และ 13.05 น. ถึงสถานีปราณบุรี 12.20 น. และ 18.10น. ตรวจสอบตารางเดินรถไฟเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0 2220 4334 หรือ www.railway.co.thในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์การรถไฟมีขบวน รถนำเที่ยวสวนสนประดิพัทธ์ หัวหิน แวะนมัสการปฐมเจดีย์ แบบเช้าไปเย็นกลับ โดยขบวนรถออกจากกรุงเทพฯ เวลา 06.30 น. และกลับถึง กรุงเทพฯเวลา 19.25 น. อัตราค่าบริการคนละ 100 บาท

ที่มา : http://www.paiduaykan.com/76_province/central/prachuapkhirikhan/pranburi.html

 

14 กุมภาพันธ์ 2557

เราออกเดินทางช่วงเดือนกุมภาพอดี แถวชายหาดชะอำมีเทศกาลปูชักกินปูชะอำอยู่
แต่มาเช้าเกิน งานยังไม่เปิด ก็เลยขับไปสุดชายหาดฝั่งขวาจะมีสะพานปลาอยู่

แถวนั้นก็มีร้านซีฟู้ดนั่งกินหรือจะซื้อสดๆ กลับบ้านได้ตามใจ เราก็ไปดูปูชักกันค่ะ

 

ปูชัก สะพานสั่น เป็นคำที่เขาเรียกติดกันมาตลอดค่ะ
เกิดมาจาก ชาวประมงจับปูเป็นๆ มาได้ จากนั้นก็เอาปูไปใส่ในแห
หย่อนทิ้งไว้ในน้ำเพื่อให้มันยังมีชีวิตอยู่

ถ้าใครสนใจจะซื้อก็ค่อยไปชักมันขึ้นมา ส่วนที่เรียกว่าสะพานสั่น
เพราะปูดิ้นจนสะพานที่แขวนแหไว้สั่น
เท่านี้เราก็ได้ปูสดใหม่เสมือนมาจากทะเลแล้ว ไม่เปลืองแท็งค์ด้วย

 

ขับรถกันต่อ ขอเลี่ยงเมืองหัวหินไปเลย ในที่สุดเราก็ถึงโซนปราณบุรี
ปราณบุรีเราขอแบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนปากน้ำปราณ กับ โซนอุทยานสามร้อยยอด

ซึ่งจากแผนที่อิ 2 โซนนี้แลดูเหมือนใกล้กัน แต่จริงๆ วิ่งรถกินน้ำมันพอตัวอยู่
จึงต้องวางแผนมาดีๆ ว่าไปไหนก่อนไรงี้

เราเริ่มกันที่โซนปากน้ำปราณ โซนนี้ก็มีอะไรที่แลดูชุมชนๆ อย่าง
ศาลเจ้าแม่ วนอุทยานปราณบุรี ศูนย์ป่าโกงกาง ร้านอาหารซีฟู้ด ที่พักเยอะแยะ

ขับขึ้นเขาไปไหว้ศาลเจ้าแม่ก่อเลย เสี่ยงเซียมซี เอาฤกษ์เอาชัยค่ะ

จากนั้นเราก็มาต่อกันที่ ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี (ชื่อจัดเต็มมาก)

ตัวปราณบุรี เป็นเมืองชายทะเล มีป่าชายเลนผสมอยู่ด้วย ช่วงนึงทรุดโทรมมาก
ในหลวงก็ปรับเปลี่ยนให้ที่นี่ปลูกเป็นป่าโกงกาง จนขยายออกไปใหญ่มาก
เรียกกันเป็น พรมสีเขียวผืนใหญ่ของปราณบุรี

 

ป่าโกงกางยังให้ประโยชน์อีกเยอะ ทำทีเดียวคุ้ม เป็นธนาคารอาหาร
เสบียงคงคลังจากป่าชายเลน ระบบนิเวศก็กลับมาดีเหมือนเดิม แถมยังเป็นจุดท่องเที่ยวได้อีก

ศูนย์นี้ทำดีมาก เหมาะกับครอบครัวสุดๆ มีทั้งโซนให้ความรู้
ล่องเรือ เดินเส้นทางธรรมชาติ ภาพที่ถ่ายออกมานึกว่าอยู่ญี่ปุ่น

จากศูนย์สิรินาถ ขับรถต่อมายังชายทะเล ปากน้ำปราณ ใครที่ไปก็มักจะกินซีฟู้ดเจ้าดังกัน
พอดีเราได้รู้จักเจ้าใหม่เพราะเพื่อนรู้จัก ชื่อ รอยยิ้มริมทาง
ร้านนี้เจ้าของร้านป้าไล ใจดีมาก เรากินกันซะเยอะ

1057 บาท เท่านั้น หมดนี่ !! กินกัน 6 คน !!

 

ร้านป้าไล และ ป้าไลเองจ้า

 

ขับรถกันต่อไปสุดหาดเป็นปากน้ำปราณ ตรงนี้เป็นจุดที่ทะเลเชื่อมกับน้ำจืด
ของดังคือ ปลาหมึกแดดเดียว เราก็จะเห็นปลาหมึกแดงๆ ถูกตากไว้ตรึม

เป็นฉากถ่ายรูปที่เก๋ๆ นัก ปล.ห้ามไปจับปลาหมึกนะ ไม่งั้นจะเค็มมากขึ้น

 

โซนปากน้ำปราณก็ชิวๆ ค่ะ ขับไปขับมา เดินเล่นชายทะเล แวะร้านกาแฟได้สบายใจ
เราได้เวลาเอาของไปเก็บที่พัก (ที่อยู่โซนอุทยานสามร้อยยอด วิ่งรถทีนอนหลับได้)

ที่พักชื่อ The Green Beach Resort ราคาไม่แพง แต่ไม่ติดชายทะเล ต้องเดินอีกนิด ไม่ว่าอะไร เราเอาไว้เพื่อนอน

พักสักนิดก็ตกเย็น ได้เวลาไปทำกิจกรรมหนึ่งที่ในชีวิตอยากทำมานาน นั่นคือ ไดหมึก !!

เราติดต่อป้าไล (เจ้าของร้านอาหารนั่นแหละค่ะ) เขาก็มีบริการพาคนไปไดหมึกนะ 2500 บาท / เรือ
ได้ประมาณ 4-5 คน ออกทะเลกันไปช่วงเย็น

เราจะอยู่กลางทะเลกันตอนมืด อยากตกเท่าไหร่ก็ตก อยากกลับเมื่อไหร่ก็กลับ แล้วแต่ใจเรา

อันนี้คือ หน้าตาเรือค่ะ

 

หลอดไฟนีออนสีเขียว เพื่อเรียกปลาหมึกออกมา
ที่เราเห็นในทะเลตอนกลางคืนก็คือพวกเรือใหญ่ๆ นี่แหละค่ะ

อุปกรณ์ตกหมึก ขวดน้ำพร้อมเอ็น และดึง !!!
ออกทะเลไปเรื่อย หย่อนเบ็ดชิวๆ ก็ไม่มีปลาหมึกซักตัวมาหลงผิด จนพ่อเพื่อนได้ปลาหมึกมาแล้ว ก็รีบจับใส่ถัง
ปลาหมึกพ่นหมึกออกมาตรึม !!

ถ้าเราตกได้ เราก็ใส่ถัง กลับไปให้ป้าไลจัดซาซิมิต่อได้นะคะ อันนี้ปลาหมึกสดเหลือเกิน ตัวนี่ใสมาเลย

 

เพื่อนๆ เริ่มเมาเรือกันแล้ว อ้วกกันเป็นอาหารปลากันใหญ่
เราก็เลยตัดสินใจกลับฝั่ง (สุดท้ายตกได้ 4 ตัว)

ทุกอย่างเหมือนจะเป็นปกติดี แต่แต่แต่ รอบนี้เรือดันเปลี่ยนคนขับไม่ใช่เจ้าของเชี่ยวชาญ
คนขับคนใหม่ ดันเอาเรือเข้าฝั่งไม่ได้

คิดภาพว่า ยิ่งเข้าฝั่งจะถูกคลื่นตีให้ออก มันก็ควบคุมเรือลำบากมากขึ้น ถึงขั้นตอนนั้นเรือเกือบล่ม
เพื่อนบางคนกระโดดลงน้ำทะเลกันไปเลย (ดีนะเกือบยืนถึงแล้วไม่งั้นไอฟงไอโฟนค่ะ)

พวกเราที่เหลือก็เริ่มใจเสียที่เข้าฝั่งไม่ได้ คนขับก็เลยขับอ้อมมมม
จากชายหาดที่จะลงไปถึงปากน้ำปราณ เพื่อเทียบท่าตรงที่น้ำนิ่งจะง่ายกว่า

เราก็นั่งเรือกันไป คนในเรือก็อึนๆ เหมือนรู้สึกเพิ่งรอดชีวิตกลับมา
ส่วนเรางงๆ อยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ประสบการณ์ใหม่

สุดท้ายเราก็ขึ้นฝั่งกันได้อย่างปกติสุข ขอบคุณชีวิต
แล่นมาถึงปากน้ำ เห็นประภาคาร มีสัญญาณบอกด้วย
เป็นภาพใหม่ในชีวิตเลยนะเนี่ยะ มีอะไรมากกว่าที่คิดจริงๆ

คืนนั้นก็วิ่งรถยาวกลับไปโซนอุทยานที่พักกันต่อ ช่างเป็นอีกวันที่มีความหมายในชีวิต

 

15 กุมภาพันธ์  2557 

วันนี้เราจะอยู่แต่ในโซนอุทยานสามร้อยยอด ที่แรกที่จะไปคือ ถ้ำพระยานคร
ที่ๆ ทุกคนถ่ายรูปมาให้ดูแล้ว แต่ก็นะ ในชีวิตนี้ไปสักครั้งลองดู

 

การไปถ้ำพระยานคร ต้องไปขึ้นเรือที่วัดบางปู แถวนั้นมีที่จอดรถ และ มีเรือรอรับ เหมา 400 บาท (นั่งได้ 7 คน)
นั่งเรือไปสักพักไม่ไกล พอชมวิว ก็ไปถึงชายหาดอีกฝั่ง เหมือนเรานั่งเรืออ้อมน้ำมา (เพราะเดินมันไกล)

เจอไกด์เด็กชื่อ แดน เดินนำพวกเราไป ชอบจริงๆ ที่เที่ยวไทยชอบมี local guide
จากชายหาด แดนบอกเดิน 430 เมตร เหมือนใกล้ค่า แต่ 430 ปีนเขา พ่อเจ้าาาา
ควรเอารองเท้าผ้าใบมากมาก นี่คือ แตะจ้ะ

เดินไปเรื่อยๆ แต่ละจุดนี่ อวกาศมาก จุดถ่ายรูปได้เลย เด็ดดวง

ในที่สุดก็ถึงจุดพีคของถ้ำ พระที่นั่ง คือ ถ้ำใหญ่มากๆๆๆ ใหญ่กว่าที่คิดมากๆ รู้สึกคุ้มที่เดินมาถึง
(อยากจะบอกทุกคนที่เดินสวนกลับไปว่า เดินมาให้ถึงนะ) มาถึงตรงนี้รู้สึกเป็นอีกโลกหนึ่งไปเลย

ภาพก็ไม่เห็นเท่าที่เราเห็น ต้องไปเอง
ภายในน้ำก็มีจุดที่ไกด์พาชมมากมาย อย่างพระที่นั่ง (ที่ๆ ทุกคนถ่ายรูปมา) ลายเซ็นร.5
หินงอกหินย้อย / ต้นไม้มีพิษ (หน้าตาเหมือนต้นไม้ธรรมดาค่ะ)
สะพานมรณะ (แลดูเหมือนสะพาน แต่ไม่มีใครเดินไปหรอก โคตรสูง)
ต้นไม้มีคู่ (ลอดแล้วจะสมหวังความรักงี้)

เวลาที่พีคสุดคือ 10-11 โมง เพราะจะมีโซลาร์บีมจากอวกาศส่องลงมายังพระที่นั่ง ว่าแล้วก็ลั่นชัตเตอร์จ้า

 

เราออกจากถ้ำกลับสู่โซนปากน้ำปราณ (ขับรถอ้อมอีกละ)
เพื่อจะไปเล่น Kite Board มันคือกิจกรรมแอดเวนเจอร์อย่างหนึ่ง
ที่ตัวเราติดร่มไว้ แล้วจับไปกับเรือมอเตอร์

แลดูต้องใช้กำลังแขนมาก แต่ดันเกิดเหตุผิดพลาด
ทีมนิตยสารเขาไม่ได้ติดต่อมาให้ (แถมค่าเล่นก็หลายพัน) งานนี้เลยอดเล่นกันไป

พวกเราก็เลยนอยๆ กัน ไปรอที่เดิม ร้านป้าไล จุดรวมพล กินไข่ต้ม
กินซีฟู้ดกันไป เพื่อรอ 5 โมงเย็น ถนนคนเดินจะเปิด

 

ถนนคนเดินปราณบุรี มีทุกวันเสาร์ แถวสถานีรถไฟปราณบุรี มีที่จอดรถ
ข้างในก็เหมือนถนนคนเดินทุกจังหวัด ที่นี่จะออกวินเทจหน่อยๆ

ร้านกาแฟ ขนมปัง

พร้อมวิวสถานีรถไฟ บางทีก็เห็นรถไฟวิ่งมาด้วย

ของขึ้นชื่อที่นี่ ใบชะคราม เอาไปผัดๆ กับไข่ ดีงามมาก

 

ปราณบุรีเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่เหมาะแก่การพักผ่อนมาก
แต่ไม่เงียบจนเกินไป ถ้าใครอยากหนีความวุ่นวายจากหัวหิน
อยากเข้าป่า อยากอยู่กับธรรมชาติมากขึ้น มีเวลาส่วนตัวเยอะขึ้น

ที่นี่เราแนะนำมาก และคิดว่าจะมากับครอบครัวอีกแน่นอน : )

Facebook Comments