02 - Japan, Asia, Japan, Kanto

Japan North – South : EP12 Kamakura & Yokosuka

– เรื่องเล่าก่อนคามาคุระ 

หลังจากกลับจากฟูจิซัง ทะเลสาบคาวากูชิโกะ พวกเรานั่งรถไฟตรงยาวมาพักที่เมือง โยโกฮาม่า
เมืองที่คนไทยรู้จักกันดี เรื่องน่าตลกคือเมืองนี้แทบไม่มีโฮสเทลเลย กลายเป็นว่าพวกเราต้องพัก
โฮสเทลรูหนูเล็กๆที่อยู่ชั้น 7 ของตึกหนึ่งในย่านคนจรจัด ดูจากสภาพห้องแล้วนั้น คิดเอาเอง
พวกเราสนิทสนมกันมากเลย แถมโฮสเทลนี้ยังไม่มีห้องน้ำให้ ถ้าใครอยากอาบน้ำซักผ้าต้องลงไปชั้นล่างสุด
เพื่อไปอาบน้ำตู้อาบน้ำ (แน่นอนว่าหยอดเหรียญ) แอบเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นของพวกเรามาก
คนละ 200 เยน แลกกับน้ำอุ่น 7 นาที (สามารถ pause น้ำได้เวลาสระผม) พวกเราคิดว่าการอาบน้ำ 7 นาที
เป็นเรื่องที่ยากมาก แต่จริงๆแล้วถ้าสปีด 1 นาทียังเสร็จ ทำให้ จขกท.แช่น้ำอุ่นฟรี 6 นาที (เอาให้คุ้ม)
โฮสเทลชื่อ Silk Tree ข้อเสียคือเรื่องที่บอกไป ข้อดีคือ คุณลุงเจ้าของใจดีมาก มีน้ำเปล่าให้กินฟรี ที่สำคัญสะอาด

เรื่องที่เรียนรู้จากการมาญี่ปุ่นคือ รักษาเวลา และ 1 นาที ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง
ยิ่งกว่านั้น 1 ชีวิตนี้ของเรา ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง 

 

13 พฤศจิกายน 2555

เช้าวันนี้จาก โฮสเทลข้างต้น เราออกเดินทางไปยังคามาคุระ
จากสถานี Ishikawacho (สถานีโฮสเทล) ไปยังสถานี Hase (สถานีที่ใกล้พระใหญ่สุด)
เป็นรถไฟพิเศษต้องเสียเงินเพิ่ม 190 เยน
ถ้าใครอยากเที่ยวชมเมืองคามาคุระแบบเต็มๆสามารถไปลงที่สถานี Kamakura แล้วเดินเรื่อยๆก็ได้ค่ะ

ใครว่าการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่นยาก
ใครว่าจำเป็นต้องอ่านญี่ปุ่นออกถึงจะไม่หลงทาง

เราพูดเลยค่ะ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใส่ใจเรื่องข้อมูลมาก
รับรองสุดๆว่าไม่มีหลงและทุกป้ายมีภาษาอังกฤษกำกับ
ออกจากรถไฟนี้ ต่อรถไฟไหน เขามีป้ายหมด สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมแบบนี้
อาชญากรรมน้อย ประเทศนี้มันถึงน่าไป

พวกเราเดินตรงไปต่อรถไฟไป  Hase เลย

และแล้วเราก็มาถึงสถานี Hase เขาบอกกันว่าเดินนิดหน่อยจะเจอพระใหญ่
สงสัยเรามาเช้าเกินไป ทุกร้านปิดหมด ได้แต่เดินตามป้ายไปเรื่อย

 

ค่าเข้าชมพระใหญ่ 200 เยน ถ้าอยากเข้าไปในตัวพระอีก 20 เยน
เรามาเช้าดี คนไม่มีเลย มีแต่เด็กๆมาทัศนศึกษาอีกแล้ว
บอกเป็นรอบที่ล้าน ญี่ปุ่นนี่ส่งเสริมให้เด็กออกเที่ยวตั้งแต่เด็กๆเลย รร.บ้านเรากว่าจะได้ไปที 3 ปีครั้ง

เหตุที่พวกเรามาเพราะว่า เป็นสัญลักษณ์ของคามาคุระสุดๆ
อะไรที่เด่นดังนี่ชีวิตนี้ขอไปเห็นกะเขาบ้างสักครั้ง
อีกอย่างคือ พระใหญ่ในญี่ปุ่นมี 2 แห่ง ที่นี่ คามาคุระ และ นารา
พระใหญ่นี่สำคัญเพราะในการ์ตูนไยบะ หนึ่งในลูกแก้วเทพมังกรไปติดอยู่บนหน้าผากท่าน
ดังนั้นด้วยความที่ จขกท.เป็นโอตาคุ จึงอยากมาเห็นสักครั้ง

ใครมาต้องถ่ายท่านี้ละกัน
พวกเรากำหนดขึ้นเอง ฮ่า

หรือจะท่านี้ (คือคิดท่าถ่ายรูปมายากมาก)

 

ตามประสาโกกราฟค่ะ ส่วนใหญ่คนเขาถ่ายกันมาให้ดูแล้ว เราจะไม่ค่อยให้ดูหรอก
มันมีให้ดูเยอะแล้ว เราให้ดูอะไรที่เขาไม่ถ่ายมาให้ภาพไม่สวยดีกว่า
นี่คือ ด้านหลังพระใหญ่ค่ะ เป็นหน้าต่างไว้ระบายอากาศ

แถมพระใหญ่ยังเข้าไปข้างในตัวท่านได้ด้วยนะ (ค่าเข้า 20 เยน)
เพราะองค์พระกลวงค่ะ ทำจากแสตนเลส คนเลยเข้าไปชมกันได้ ข้างในก็มืดๆ
เล่าเรื่องโครงสร้างภายในให้เราดูกันค่ะ แอบตื่นเต้นที่แบบ มันเข้าไปข้างในได้ !!

ก่อนลาจากพระใหญ่ไป ซูมลูกแก้วให้เห็นชัดๆ
เราก็ไม่รู้ว่า ตรงหน้าผากพระเรียกว่าอะไร แต่ในการ์ตูนเป็นลูกแก้วค่ะ 55
ได้เวลาซื้อของกิน ของที่ระลึกละ (มาเพื่อการนี้)
รีวิวของฝากโซนนี้สักหน่อย ตามที่บอกค่ะ ที่นี่พระเป็นของฝาก
ตามภาพเลย
พวกเรามาคามาคุระเพื่อเห็นพระ พอเห็นพระแล้วก็เริ่มชิวเดินเล่นดีกว่า ไม่มีอะไรทำ
เราก็เดินตรงขึ้นไปเรื่อยๆ ไปไหนก็ไม่รู้ตามประสาเราค่ะ เจอป้ายบอกมีจุด Hiking
เราก็เออ เก๋ดีชั้นไป Hiking ที่คามาคุระ (เท่ปะ) ก็เลยเดินขึ้นเขาไปเรื่อยเปื่อยเลยทีนี้และแล้วก็ซ้ำรอยเดิมกับทุกที่ค่ะ หลง ว่าแล้วก็ถามนักเรียนญี่ปุ่น
เขาไปไหนกันขอตามไปด้วยได้มั๊ย
นักเรียนบอกเนี่ยเดินขึ้นไปเรื่อยๆเลย จะเจอถนนใหญ่
เราก็เออ ออตาม เดินตรงขึ้นเขาไปเรื่อย สักพักชักไม่เห็นถนนใหญ่ แต่ยังดีเจอกลุ่มนักเรียนชายบ้าง
ก็เดินตามเขาอีกเช่นเดิม นี่มันหลงป่ายกกลุ่มชัดๆ !!หลงจากหลัง ในที่สุดก็ลงเขามาได้ แต่ไม่รู้อยู่ส่วนใดของโลก
เราก็เจอคุณลุงใจดี (ตอนนั้นแอบคิดว่าลุงโผล่มาจากไหนกลางป่า น่ากลัวเล็กๆ)
ลุงบอกไปสถานีรถไฟใช่มั๊ย เดินตามลุงมา ว่าแล้วเราก็หลงตามลุงต่อ
ขณะเราหลง เรามักจะเจอส่ิ่งดี พวกเราเจอสนามเด็กเล่น
หน้าไม่บอกเลยว่าหลง นึกว่าเป็นแก๊งเด็กเมืองคามาคุระมาเล่นชิงช้ายามเช้า
หน้าพวกเราก็เนียนๆ ญีปุ่่นอยู่นะเออ

ถ่ายรูปเฮฮา ชิวจะตายมาเที่ยวต้องหลงถึงจะสนุก

พวกเราหลงมาเจอมุมมองใหม่ของ คามาคุระ
คงไม่มีใครมานั่งรีวิวว่า หลงตรงไหน หลงยังไง
หลงแล้วไปเจออะไร เราก็จะไม่มานั่งบอกว่าเราหลงไปตรงไหน (เพราะเราก็ไม่รู้)
แต่ก็เจออะไรแปลกใหม่ดี ความรู้สึกเราคือ คามาคุระเป็นเมืองเก่าที่รวยเล็กๆ
ย่านที่เราหลงมาเหมือนเป็นย่านคนรวย ดูจากรถเอย บ้านเอย สวยๆทั้งนั้นนี่คือ สตาร์บัคส์ คามาคุระ ข้างๆสตาร์บัคส์เป็นบ้านที่มีสระว่ายน้ำมองเห็นได้
เรียกจิบกาแฟนั่งเบาะที่ระเบียงชมสระ ญี่ปุ่นประยุกต์สุดๆ
จากหลงเราก็มาเจอสถานีรถไฟจนได้
พวกเราก็นึกว่าสถานีเดิม ที่ไหนได้ กลายเป็นสถานี Kamakura
แปลว่าเราเดินหลงมาโคตรไกลค่ะ 555 แถวสถานีก็มีที่ให้เดินเล่นเยอะ
ช็อปเสื้อผ้า ร้านอาหาร ของฝาก แค่นี้ก็เพลิดเพลินใจละ
แถวสถานีมีหลายอย่าง
ร้านเครป น้ำปั่น ทาโกะยากิ กาชาปอง ช็อปจิบลิ ซูชิหมุน ขนมของฝาก
นักบวช วัด เด็กแต่งชุดกิโมโน เมืองนี้หลากหลายมากได้เวลาอาหารเที่ยง วันนี้เป็นซูชิหมุนที่คามาคุระ
ถูกและอิ่ม รสชาดโอเค

คนเริ่มเยอะละ คึกคัักเลย

ร้านน่ารักเพียบ ญี่ปุ่นนี่เขาจะมีซอกซอยให้เราเดินไปเรื่อยๆ
อยากให้เมืองไทยมีแบบนี้บ้างจัง

เดินไปเรื่อยจนมาถึงหน้าศาลเจ้าที่สำคัญสุดของคามาคุระ
ชื่อยาวมาก ศาลเจ้าสึรุงะโอกะ ฮาจิมังงุ

เดินเข้ามาในวัดเรื่อยๆ

วันนี้เป็นวันดี เพื่อนเราชาวญี่ปุ่นบอกว่า เขามีพิธีรับขวัญเด็กพอดี

” งานฉลองรับขวัญเด็กที่มีอายุ 7-5-3 ขวบของชาวญี่ปุ่น
หรือเทศกาล 7-5-3 (Shichi-go-san, 七五三) นั้นแปลตรงๆ ตัวเลย 七 Shichi คือ เลข 7, 五 Go คือ เลข 5, 三 San คือ เลข 3 โดยในวันที่ 15 พฤศจิกายนของทุกปี ที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีพิธีกรรมที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง เป็นการจัดงานฉลองรับขวัญเด็กที่มีอายุ 7-5-3 ขวบ เด็กผู้ชายที่มีอายุ 5 ขวบ และ 3 ขวบ กับเด็กผู้หญิงที่มีอายุ 7 ขวบและ 3 ขวบ จะแต่งกายโดยสวมใส่ชุดกิโมโนที่หรูหราที่ดีที่สุด เรียกว่าชุด Heragi (晴れ着) ไปขอพรที่ศาลเจ้าชินโต ที่เป็นศาลเจ้าคุ้มครองประจำหมู่บ้านหรือเมือง (Ujigami-sama, 氏神様 หรืออาจจะไปศาลเจ้าที่มีขนาดใหญ่ใกล้บ้านพร้อมกับครอบครัวแทนก็ได้ ส่วนการไปนมัสการศาลเจ้าของเด็กที่เกิดใหม่ เรียกว่า Omiya-mairi (お宮参り) ทำเพื่ออธิษฐานขอพรให้เด็กๆ มีความสุข เจริญเติบโตมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ในอนาคต “

เหมือนข้อมูลค่ะ พิธีรับขวัญเด็ก ภาพที่พวกเราโชคดีได้เห็นจึงเป็นภาพ เด็กญี่ปุ่นน้อยๆ
มากับคุณพ่อคุณแม่วัยรุ่น แต่ชุดจัดเต็มกันหมด ปู่ย่าอาม่าอากง คือ น่ารักมวากกส์

จัดไป เด็กเยอะจัด

ใครอยากรู้รายละเอียดพิธีเพิ่มเติม อ่านได้ที่ http://www.marumura.com/language/?id=3325 จ้า

ส่วนแก๊งนี้ เด็กยังไง

ครอบครัวเขา เราก็ถ่าย

เนื่องจาก อ้นจูช่างภาพ รีเควสมาว่า ลงเด็กเยอะๆ
เราก็จัดไป เด็กเยอะๆหูยยยรูปนี้ ดูคุณพ่อดิ
ศาลเจ้านี้ยังมีสิ่งน่าตื่นเต้นคือ ต้นแปะก๊วย 1000 ปี ซึ่งตอนนี้
ต้นแปะก๊วยโดนตัดไปแล้วนะคะ สวัสดีค่ะเราออกจากศาลเจ้ามา เดินช็อปต่อ สองข้างทางถ้าเป็นช่วงซากุระนี่สวยชัวร์

เราขึ้นรถไฟไปกันต่อ จุดหมายต่อไป เลียบทะเล สถานี โยโกสึกะ

โยโกสึกะ มาทำไม
โยโกสึกะน่าจะเป็นเมืองที่คนไทยน้อยมากไม่มากัน
ส่วนพวกเรามาเพราะจขกท.หลอกมาเองค่ะ อยากมาเห็นมิวเซียมอาร์ตที่นึง
ที่ Signage ของมิวเซียมนี้ สวยงามลงหนังสือดีไซน์หลายเล่ม
ข้าพเจ้าจึงต้องไปสักครั้ง ขอไปเห็นเถิด
แถมโยโกสึกะก็ไม่ไกลจากคามาคุระนัก นั่งไปประมาณ 40 นาที
เราก็เห็นทะเลกันแล้ว
นั่งรถบัสจากสถานีรถไฟไปอีก ถามชาวบ้านแถวนั้นทุกคนจะรู้สึก
Yokosuka Museum of Arts กันหมด เราก็นั่งไปเรื่อย จนถึงจนได้
ลมทะเลก็แรง อากาศก็หนาวอีก สุดยอดดดด
กราฟิกสวยงาม ตึกโมเดิร์นมาก มาเปิดอะไรนอกเมืองขนาดนี้
แต่วิวด้านหน้าเป็นทะเลเลย คนน้อยมากจริงๆ ขนาดคนญี่ปุ่นเขายังไม่มากัน (เอ๊ะแล้วเรามาทำไม)เงียบและชิวมาก มิวเซียมนี้เป็นของเราชัดๆ

ลิฟท์ที่นี่เป็นลิฟท์แก้ว เห็นหมด ข้างในบ้าง มิวเซียมร้างจริงๆ

ที่นี่ค่าเข้าชมฟรี แต่เสียเงินตรง Exhibition พิเศษ ซึ่งพวกเราไม่ได้เข้าเพราะแพงจัด
ที่นี่ร้างมาก แอบสงสารทั้งที่สวยแต่ดูไม่ได้รับความสนใจนัก พนักงานยังเบื่อเลยเราว่า

มีคนบอกว่า กราฟิกดีไซเนอร์เป็นคนบ้า เห็นขยะยังสวย ชอบเห็นอะไรสวยๆงามๆ
เราว่าจริง เพราะพวกเราบ้า เรามาเพื่อ ป้ายนี้แหละค่ะ
หลังจากโดนทุกคนด่า ว่ามาทำไม เราก็กลับไปที่โยโกฮาม่า กลับที่พัก
และใกล้ย่านไชน่าทาวน์ ก็ได้เวลาอาหารเย็นอีกครั้งไชน่าทาวน์ของญี่ปุ่น มีทั้งหมด 3 ที่
1. โยโกฮาม่า 2. โกเบ 3. นางาซากิ
ที่เท่คือ ทริปนี้ เราไปครบทั้งสามค่ะ บ้าดี เอาให้ทั่วสักครั้งในชีวิตกับญี่ปุ่น
เรานึกว่าอาหารจีนที่นี่จะรสชาติน่ากลัว แต่กินได้ อร่อยและถูกด้วย
แต่ไชน่าทาวน์ไม่ค่อยน่าตื่นเต้นสำหรับเรา เยาวราชบ้านเราคึกคักกว่าอีก
กินอิ่มเราก็กลับโฮสเทล วนกลับไปที่ คห.1 นอนแออัดและอาบน้ำตู้หยอดเหรียญ 7 นาทีอีกครั้ง
สนุกดี สีสันชีวิตรถไฟขบวนหน้า เราตะลุยเมืองโยโกฮาม่า ไม่มีราเม็งแชมเปี้ยน ไม่มีของกินจัดหนัก
มีแต่สิ่งที่นักออกแบบอยากไปกันมากที่สุด cup noodle museum !! สวัสดีค่ะ

*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

11. KAMAKURA-YOKOSUKA

 

Facebook Comments