02 - Japan, Asia, Japan, Kanto

Japan North – South : EP10 Last day in Tokyo

11 พฤศจิกายน 2555 (อาทิตย์)

เช้าวันนี้เราเริ่มเก็บตกที่เที่ยวในโตเกียวแล้ว
เนื่องจาก จขกท.ก็ไม่เคยมาโตเกียวมาก่อน
อะไรที่ชาวบ้านเขามากัน สักครั้งในชีวิตก็อยากเห็นบ้าง
เช้านี้จึงเริ่มต้นที่ ย่านอาซากุสะ สถานที่ยอดฮิตของชาวไทยตลอดกาล

วิธีการมา
เรานั่งรถไฟใต้ดินมากัน ลงสถานี Asakusa เดินสองก้าวถึงหน้าโคมแดงละ



ญี่ปุ่นนะคะ อะไรทุกอย่างก็สวยไปหมด
แค่ information center ก็สวยละ
/ แต่ดูรูปนี้แล้วแอบมองผู้ชายข้างๆ มากกว่างานดีไซน์ ฮาฮา

ถึงแล้วโคมแดง
ไหว้เจ้ากันนิดนึง

เนื่องจากอยู่ญี่ปุ่นเป็นสิบวันละ
เริ่มรับเอาวัฒนธรรมมานั่นคือความฮาราจุกุ
ดูจากท่าที่มันแอ็คดิ เป็นไงหล่ะ น่ารักเลย

เดินผ่านโคมแดงเข้ามา ใครสาวกญี่ปุ่นก็รู้ๆกันอยู่นะคะ
จะเจอร้านค้าเต็มไปหมด เช้าๆร้านยังไม่เปิดนัก
แต่แน่นอนสายๆของกินบรึม

เห็นใบไม้แดงงี้ๆ นี่ต้นไม้ปลอมชัดๆ เขาจัดให้นักท่องเที่ยวกระชุ่มกระชวยไปงั้นแหละ
บิ้วความอยากอาหารแก่พวกเรามาก

ตามทางเดินก็มีซอกซอยไปทางขวาให้เดินเยอะมาก
ถ้ามาเพื่อกินก็จะสวรรค์เล็กๆ เดินตรงตลอดเข้ามาก็เจอโคมสุดท้ายก่อนเข้าวัด

ก่อนเข้าวัดก็จะเจอดักด้วย ของกินงานวัดๆต่าง
บอกให้ค่ะ อย่าไปซื้อ พวกนี้กินประทังชีวิต มันไม่ได้อร่อยขนาดนั้น
แต่อยากชิมก็เอาเล้ย

กิจกรรมหลักของวัดนี้ที่พวกเราจะทำคือ
1. เสี่ยงเซียมซี (เสี่ยงได้แล้ว มีบรรยายอังกฤษค่ะ เพราะงั้นมาเสี่ยงกันได้ หนุกดี)
พวกเราได้เกี่ยวกับ Travel ทั้งนั้นเลย จขกท.ได้ The Best Fortune โชคดีปะหล่ะ

2. ซื้อเครื่องราง ของฝากยอดนิยม ทางวัดเขาก็รู้แกว มีหมดค่ะ
การศึกษา ความรัก ครอบครัว สุขภาพ โชคลาง ขนาดขับรถปลอดภัยยังมี
แต่นะ ถ้ายังมีโอกาสไปวัดอื่นอีก ซื้อวัดอื่นค่ะ มีเหมือนกัน จากการวิเคราะห์มาทั่วญี่ปุ่น
วัดนี้ดังสุด และ เครื่องรางแพงที่สุดค่ะ

ส่วนนี่คือ โคมอื่นยังพอเข้าใจ ภาษาญี่ปุ่นแลดูขลัง
แต่ ROX นี่ไม่เข้าใจจริงๆ ผู้ใดช่วยไขปริศนาที

 

ตามประสาโกกราฟค่ะ เรื่องสาระไม่ค่อยมี
มาวัดที เป้าหมายต่อไปของเราคือ ที่นี่ ! โตเกียวสกายทรี !!

แต่ช้าก่อน คิดว่าออกจากวัดไปได้ง่ายๆนั้นผิด
เจอดักด้วยของกินเต็มพิกัดขนาดนี้ หน่ะ เอาสักหน่อย

ณ เวลานั้น ร้านที่คนต่อคิวเยอะสุดๆ เป็นร้านนี้ค่ะ
ขายอะไรไม่รู้ เหมือนปาทองโก๋ + แป้งทอด ประเด็นคือมีหลายรสให้เลือกอีก
ชาเขียวเอย งาเอย ถั่ว ออริจินัล ราคาไม่แพงมากกินเล่นๆได้
แต่พอกินแล้ว มันไม่ได้อร่อยขนาดนั้น เป็นอันจบนะป้า

เกร็ดสาระเล็กน้อย :: เราเพิ่งรู้ว่า ที่ญี่ปุ่นเวลาซื้อของกินข้างทาง เค้าห้ามเดินกิน
อย่างวัดอาซากุสะ ห้ามเดินกินเด็ดขาด ซื้อมาแล้วต้องยืนกินหน้าร้านจนหมด
เพราะเขากลัวไปหกเลอะเทอะที่อื่น ทางร้านอาจซวยไปด้วย ดังนั้นเราจึงมักถูกป้าบังคับให้กินซะ ตรงนี้ !!

 

ตามรอยที่ทุกคนรู้ๆกันอยู่ รอบๆวัดจะมีแม่น้ำซูมิดะ
รอบๆวัดจะเดินเล่นได้ มีตรอกมากมาย เราก็เดินกินๆอ้วนๆกันตรงนั้นก่อนไปเรื่อย

ถ้าไม่ได้มาถ่ายรูปคู่กับหุ่นตัวนี้ จะรู้สึกไม่ถึงอาซากุสะมาก
เพราะเพื่อนๆ จขกท.มาโตเกียวกันทีไร มันถ่ายกันทุกคน ข้าพเจ้าต้องเอาบ้าง
ว่าแล้วก็ลงอินตราแกรมซะ ต้องทำท่าให้เหมือนด้วยนะ !!

 

ตรอกเด็กแนวก็มี มีคาเฟ่ ร้านกาแฟจุกจิก ขายเค้กขายขนมเยอะดี

และแล้วเราก็หลุดจากย่านวัด มาริมแม่น้ำกันต่อ
ก็จะมีเกี้ยวลากเต็มไปหมด (ทำไมคนลากนี่หุ่นอย่างกะนายแบบ)
กระทู้นี้จะรวมรูปหนุ่มเท่แห่งโตเกียวชิมิ ?

 

และแล้วเราก็มาถึง วิวอมตะ ตึกอุนจิ (ที่แถว่ามาจากฟองเบียร์อาซาฮี)
ตามนั้นและแม่น้ำ พร้อมฉากใหม่ โตเกียวสกายทรี
วิธีการไปสกายทรี จริงๆนั่งรถไฟใต้ดินก็ไปถึง แต่พวกเราก็ชิวเกิน
เดินไปละกันจากตรงนี้ ยังไงก็ไม่หลง

เดินข้ามแม่น้ำไป รถไฟก็ข้ามแม่น้ำด้วย

พาหนะที่แตกต่าง กับ วัยที่แตกต่าง
ข้ามฝั่งมาแล้ว ทุกอย่างดูญี่ปุ่นไปหมด ครอบครัว การแต่งกาย
(แม้แต่รถบัสฉากหลังยังญี่ปุ่น)

 

ระหว่างที่เราเดินไปสกายทรี มีคนมาทักเราด้วย
เป็นชาวพันทิพ : ) บอกว่าจำพวกเราได้ ไว้จะรอติดตามทริปญี่ปุ่น
ตอนนั้นแอบปลื้มใจและงงๆเล็กๆ ไม่คิดว่าจะได้เจอคนรู้จัก ณ ต่างแดน
สวัสดีไว้ ณ ที่นี่ด้วยนะคะ

เดินไปเรื่อยๆ ย่านนี้เงียบเหงาแท้

ในที่สุดก็ไม่หลง (นานๆที) ทางขึ้นโตเกียวสกายทรี
คนบานตะไท ญี่ปุ่นก็ขี้เห่อเหมือนกันนะ

พูดไม่ทันว่าญี่ปุ่นบ้าเห่อ บ้าจริงค่ะ
วันอาทิตย์ พ่อแม่ลูกพากันมาเที่ยว ต่อคิวยาวระเบิดมาก
เราดูคิวอีกที ตอนนั้น 10-11 โมง แต่ถ้าเวลาจะได้ซื้อบัตรคือ 14.30-15.00
ส่วนเวลาได้ขึ้นคือ 18.00 โอลลล มายก็อดดดดดดดดด

ลาก่อน มายสกายทรี คาดว่าคราวหน้าเราคงได้มีบุญร่วมกัน
พวกเราตัดสินใจมองหอคอยตาปริบๆ (และคิดในใจว่า วันนี้เมฆครึ้มขึ้นไปแล้วไม่สวยหรอก กับ โตเกียวทาวเวอร์ได้ขึ้นแล้ว โอเคพอใจ)
เอาเวลาไปเกรียนในห้างใต้สกายทรี กับ หยอดกาจาปองเกรียนๆ ณ อากิฮาบาระดีกว่า เอิ้ก

 

เดินมาอีกนิด เราก็พบร้าน 100% Chocolate
เป็นหนึ่งในความฟินของ จขกท. คือ ในวงการออกแบบโปรดักแพ็คเกจเนี่ย
อิช็อคโกแลตแบรนด์นี้ดังมาก เนื่องจากไม่มีอะไรเลย ใช้เลขกำกับช็อคโกแลตอย่างเดียว
ที่สำคัญมีสาขาอยู่ในโตเกียวย่านกลางเมือง จขกท.ก็อยากไปมากมาย แต่ก็หาโอกาสไม่ได้
แต่โชคดีดันมาเปิดสาขาที่สกายทรี ฟินไป

นี่ๆ เคยว่าจะไปจากกระทู้นี้
http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2009/06/D8001272/D8001272.html

แพ็คเกจแบบนี้แลที่บอก แล้วเขามีขายพวงกุญแจด้วยนะ
นมช็อคโกแลตก็มี เพื่อนซื้อ เราชิม เฮ

 

เห้ย การเดินห้างในสกายทรี นี่เวิกกว่าที่คิด
สนุกมากมาย เข้าร้านนี้ออกร้านนั้น มีสิ่งน่าตื่นเต้นเยอะ
แบรนด์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทุกคนเพลินใจกันมากค่า

โดยเฉพาะ จขกท. ที่สุดแห่งความฟิน
NANOBLOCK SHOP เป็นของเล่นเหมือนเลโก้แต่ชิ้นเล็กกว่ามาก
ทำให้ต่อได้ดีเทลโคตรๆ ที่สำคัญสวยงาม สะสมอยู่ มีความสุขมาก
ว่าแล้ว ข้าก็ซื้อรุ่นลิมิเต็ดมันซะเลย เห้อ ดีใจเสียเงิน

ฮ้า ที่สุดแห่งแจ้ ว่าแล้วแบงค์ 5000 เยนก็หายไป เห้อสุข

 

พวกเราเหมือนมาแบ็คแพคเวอร์ชันโอตาคุ
ตอนแรก จขกท.เป็นคนเดียว หลังๆนี่ทุกคนต้องหยอดกาจาปองไม่งั้นจะพลาดมาก
เราจึงไปเกรียนกันต่อ อากิฮาบาระ ปล่อยชาวบ้านต่อคิวขึ้นหอคอยกันไปเถิด

ระหว่างทางขึ้นรถไฟ ก็ไปเจอช็อปสินค้ายอดฮิตประจำไทย โอท็อปโตเกียว
โตเกียวบานาน่า ความพิเศษอีกอย่างของสกายทรีคือ มีโตเกียวบานานาพิเศษ
ลายเสือ (แรดจริงๆ) สอดไส้ช็อคโกแลตเล็กๆ เราถกกันแล้ว ออริจินัลอร่อยกว่าค่ะ
แพงก็แพงกว่า ดีตรงพิเศษและหายาก เข้าปากเป็นอันจบ

ตรงข้ามร้านโตเกียวบานาน่า เป็นตัวการ์ตูนที่กลับมาฮิตอีกครั้ง
มูมินนนน น่ารักมาก มาเป็นคาเฟ่เลย แถมใครได้กินข้าวโต๊ะข้างๆมูมินนี่โคตรโชคดี
น่ารักฝุดๆ

>-<

ได้เวลานั่งรถไฟไปอากิฮาบาระต่อ (เพื่อไปเกรียน)
จำไม่ได้ว่าเคยเล่าเรื่องการซื้อตั๋วรถไฟในญี่ปุ่นไปรึยัง
อันที่จริง มันง่ายมากค่ะ
ทุกสถานีมีภาษาอังกฤษกำกับ เครื่องออกตั๋วเปลี่ยนภาษาไทย
กดราคา เลือกจำนวนคน ตั๋วออก จบแล้ว
เพราะงั้น ใครกำลังอยากไป แล้วกังวลว่า อ่านญี่ปุ่นไม่ออกหรืออะไรยังไง
ไม่มีอะไรที่ยากเกินไปในการออกไปเห็นโลก ของแบบนี้ต้องลองถึงจะเรียนรู้ !

/ ดูไม่เหมือนคำพูดคนกลุ่มคนที่กำลังจะไปอากิฮาบาระเลย !!

 

และแล้วก็มาถึง เย้

ตึกเต็มไปหมด โอ๊ย เลือกยากเข้าตึกไหนดี ชั้นจะไปซื้อของเล่น !!

พวกเจ้าจงมาหยอดกันโดยพลัน อยากได้มากกก ดูทำหน้าสิ อ้ากกก

ที่นี่สวรรค์ชัดๆ ยิ่งใครชอบวันพีซนะ ทุกอย่างเต็มไปด้วยวันพีซ
ฟิกเกอร์เอย การ์ดเอย โอยสุขใจ แต่พวกแบบโลลิคอนสไตล์คอสเพลย์ทั้งหลายก็มีอีก
(บางการ์ตูนไม่รู้จักเลย) โลกไปถึงไหนแล้วว โอลล

ไอย่ะ นี่มันฉากในการ์ตูนชัดๆ โอตาคุกะสาวคอสเพลย์
เหยดดดไม่คิดว่าจะได้เห็น ฟินละ

เมดบอกว่า ห้ามถ่ายนะคะ
เมดนี่ชักชวนเข้าเมดคาเฟ่ น่าไปลองนะเคอะท่านทั้งหลาย

 

เข้าห้างนึง ทั้งชั้นเต็มไปด้วยชุดคอสเพลย์ บ้าไปแล้ว
อาณาจักรการ์ตูนนี่สุดยอดจริงๆ ชั้นหล่ะอิจฉาพวกโอตาคุญี่ปุ่น
(คือไม่ได้อยากแต่งคอสเพลย์นะ) โหดมาก มีครบ ชุดนักเรียน เมด นางพยาบาล
สนองนี้ดมาก

เดินหยอดกาจาปองจนหนำใจ (ควรแลกเหรียญ 100 เยนมาให้เยอะมากที่สุดเท่าที่จะมากได้)
ก็มืดค่ำเสียแล้ว พวกเราก็มุ่งหน้าต่อไปย่านเสียตังค์ย่านต่อไป
ยอมเสียเงินแสนสองมาเพื่อนั่งเมื่อยในญี่ปุ่น ชีวิตมีรสชาติ !

ย่านนั้นคือ กินซ่า (รวยกันมากกก)
กินซ่านี่ถือเป็นย่านไฮโซสุดละ มีแบรนด์เนมทุกเจ้า (จริงๆพวกชิบุย่า โอโมเตะก้มีอ่านะ)
แต่กินซ่าจะได้ความคลาสสิคเนื่องจากมี หอนาฬิกา

 

ช่วงแนะนำแบรนด์สุดคุ้มสำหรับยาจกอย่างเรา
กินซ่ามี Uniqlo ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น (แต่ข่าวเพิ่งออกวันนี้ว่า uniqlo จะไปเปิดที่ชิบุย่าใหญ่กว่าเดิม)
และแบรนด์ที่ขอแนะนำคือ G.U. สุดยอดของสุดยอด
เสื้อผ้าเหมือนยูนิโคลหมด (เพราะเจ้าของเดียวกัน) แต่ถูกกว่ายูนิโคลอีกครึ่ง
เหยดดฟันราคากันสุดๆ ผู้บริโภคสนุกพะยะค่ะ

 

หลังจากเดินจนเมื่อย และซื้อของจนเมื่อย
จริงๆเราซื้อเยอะไม่ได้เพราะทริปนี้มันยังเดินทางไปถึงครึ่งทางเลย
ช็อปมากไปมีแต่หนักกระเป๋า เล็ง G.U. ไว้แล้ว
เมืองสุดท้าย ฟุกุโอกะ เจอกันแน่ !!

บอกลาโตเกียวคืนสุดท้าย ลาก่อนเมืองใหญ่แสงสีและแบรนด์เนม
สนุกมาก โลกหมุนเร็วมาก ซาโยนาระโตเกียว : )

พบกันใหม่ตอนต่อไป ภาคหลังโตเกียว
พวกท่านจะได้พบกับ ภูเขา ? โปรดติดตามจ้า
กลับคืนสู่ธรรมชาติ ลาก่อนเมืองใหญ่ ฮ่า

 

*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

9. TOKYO 4/4

 

Facebook Comments