02 - Japan, Asia, Japan, Kanto

Japan North – South : EP9 Tokyo Day 3

เรายังคงอยู่ที่โตเกียวกันเหมือนเดิมวันนี้ เราจะไปที่แมสๆ บ้างกัน : )

10 พฤศจิกายน 2555 

เช้าวันนี้เรามาเริ่มที่ ตลาดสึกิจิ ค่ะ
ด้วยความเกรียนของ จขกท.อ่านการ์ตูนหนูซูชิแล้วตัวเอกทุกเช้าตอนตี 4 ต้องมาเลือกซื้อปลาที่นี่ ก็เลยอยากมาเห็น
ที่นี่ก็คือแหล่งตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว (แต่ก็ขายอย่างอื่นด้วยนะคะ)
ตอนช่วงเช้าตรู่มีให้ดูการประมูลปลาทูน่าตัวใหญ่ๆกัน ส่วนพวกเรานอนหลับดีกว่า มาอีกทีสายๆ
เพื่อรอกินปลาดิบอย่างเดียว มาถึงทางเข้าด้านหน้าก็จะมีคุณตำรวจแจกใบปลิวแนะนำสถานที่ให้เลย
เฮ้ย ! มันช่างเป็นสถานที่เที่ยวจริงๆ

วิธีการมา : 
ลง JR Daimon และต่อรถไฟสาย Oedo – เสียเงินเพิ่มเพราะไม่ใช่ JR อีก 170 เยน 
(สีชมพู ของยี่ห้อ Toei) ลงสถานี Tsukiji Shijo เดิน 2 ก้าวถึงเลย

เดินตามแผนที่คุณตำรวจเข้าไป ก็จะพบรถเลื่อน
เพื่อนบอกว่า ตลาดนี้อนุญาตให้แค่รถชนิดนี้เข้าเท่านั้น เพื่อขนของ
อารมณ์รถเข็นบ้านเราในตลาดนัด เห็นแล้วน่าลองขึ้นไปขับ
แต่คุณลุงในตลาดนี่แต่ละคนดุมาก ฟีลแบบเราเกะกะการทำงานเค้ามาก

เดินมาเรื่อยๆ ก่อนเข้าตลาดก็จะถูกดักด้วยร้านอาหารละ
ร้านข้าวหน้าทะเล ร้านซูชิ น่ากินไปหมด
แต่เนื่องจากพวกเรามากินแบบมีคุณภาพ ดังนั้นควรไปเห็นวัตถุดิบก่อน
ไม่ใช่มาเพื่อกินอย่างเดียว (จริงๆตั้งใจเป็นงั้น)
ปล่อยให้ซาลารี่แมนจ้องเมนุต่อไป

 

เดินไปอีก ก็จะเห็นภาพลุงๆขับรถกันอย่างเท่

ถึงในตลาดสักที กว่าจะถึงตลาดวายหมดแล้ว ได้เวลาเลหลัง

ได้เวลาดู ป.ปลาตากลม ปลาหมึกยักษ์ ฮ่าฮ่า

ช่วงเช้าปลาเกรดดีๆ จะถูกร้านซูชิ ร้านอาหารประมูลไปหมดละ
เวลานี้อาจจะเหลือเศษเนื้อ หรือเกรดที่กลางๆ
เราว่าแค่นี้ก็น่าจะเวิกแล้วนะ เนื้อ เนื้อ ทั้งนั้น

เราก็ทัศนศึกษากันไป ในใจนี่คงอยากเอาปลาพวกนี้เข้าปากเต็มที่แล้ว
สติเริ่มไม่สนใจปลานัก ในใจคิดแต่ว่าจะเข้าร้านไหนดี กินเนื้ออะไรดี ฮ่าฮ่า

ลุงลุงก็โชว์การแล่ปลา (จริงๆเขาก็ไม่ได้โชว์หรอก คงแบบจะแล่ แล้วดันเห็น)
เลือดนี่ซิบๆ มีดนี่ยาวเฟื้อย

ได้เวลาที่ทุกคนรอคอย กิน !!!!
รีบเดินออกจากตลาดเข้าสู่โซนร้านอาหารของกินเลยจ้า

พ่อเจ้า คิวยาวอย่างหิวโหย นี่ซอมบี้มนุษย์รอกินเนื้อปลากันทั้งนั้น

ออวันนี้วันเสาร์ ทุกคนหยุดและทุกคนหิวโหย ต่อคิวกันไป

 

ระหว่างรอ ถ่ายรูปเล่น ว่ามารอคิว (ว่างไง)
แดดก็แรงเหลือเกิน แต่เพื่อปลา เราทนได้

โกกราฟออริจินัล ถือ แคนนอนกันทุกคน
Canon Thailand ให้เรายืมกล้องมาเที่ยวกันค่ะ
ทั้ง DSLR 60D Video Compact อ่าๆ ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้

 

สนองนโยบายกินอยู่อย่างประหยัด ร้านไหนถูกสุด เราต่อคิวร้านนั้น
แน่นอนร้านที่ถูกสุดคนก็ต่อเยอะสุด ไม่เป็นไรเพื่อเงิน !!
ใครอยากกินปลาดีมีคุณภาพ แนะนำพกเงินไปแบบรวยๆนะคะ อย่ายาจกแบบเรา T-T

และแล้วก็ได้เวลาของเรา เพื่อเป็นการสั่งอาหารอย่างง่าย ถ่ายรูปเมนูที่จะกินแล้วโชว์ให้ป้าดูเลย
เริ่มจาก ของใครวะ ?

แล้วเราก็เข้ามานั่งรอกินในร้านแล้ว โฮ่โฮ่

เราไม่ค่อยมีนิสัย ถ่ายรูปอาหารก่อนกินค่ะ ของกินมาก็จ้วงเข้าปากเลย
แต่ยังคงเหลือหลักฐานไว้ภาพจากอ้นจู (ตากล้อง)
มีภาพเดียวค่ะ ขออภัยทุกท่านจริงๆ ฮาฮ่า ของแบบนี้ต้องมาลองด้วยปากตัวเองค่ะ

จากการกินที่ฮอกไกโดมา ทั้งเมืองโอตารุ (เมืองแห่งซูชิ) และ ฮาโกดาเตะ (เมืองแห่งปลาหมึก)
ข้าพเจ้าฟันธงค่ะ ถ้ามีโอกาสไปฮอกไกโด จงไปเพื่อกินเถอะค่ะ มันดีกว่าจริงๆ
(ไม่ก็เรากินอยู่อย่างประหยัดไป ของเลยไร้คุณภาพ T-T)

 

กินเสร็จ ถือเป็นอันจบภารกิจตลาดสึกิจิ (มาเพื่อกินจริงๆ)
สถานที่ต่อไปที่เราจะไปกันคือ ฮาราจุกุ แห่งยอดฮิตของวัยรุ่นวันเสาร์-อาทิตย์ค่ะ
รอบนี้หมายมั่นจะไปดูคอสเพลย์มากมาย ไหนอัพเดทเทรนด์ญี่ปุ่นหน่อยสิ

วิธีการไป : 
จากสถานี Tsukiji Shijo นั่งรถไฟกลับมาที่ JR Daimon และไป JR Harajuku ค่ะ
อยู่ในสาย Yamanote ดังนั้นขึ้นฟรีเพราะ JR Pass 

ถึงแล้วสถานีฮาราจุกุยามสาย หน้าตาสถานีนี่เป็นสัญลักษณ์จริงๆ
เราก็เปลี่ยนมู้ดการเที่ยวดีเหลือเกิน เมื่อกี้ยังกิน นี่มาเดินย่อยละ

มองจากมุมบนสะพานลอย

อัยย่ะ คุณลุงคอสเพลย์ จ๊าบกล้วย

ไกด์หยอย (เพื่อนที่มาเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น เป็นคนพาพวกเราเที่ยว) บอกว่าตอนนี้ญี่ปุ่นแทบจะไม่ค่อยมีคอสเพลย์แล้ว
สังเกตง่ายๆจาก ฮาราจุกุ ถ้าปกติสมัยก่อนจะเห็นเต็มไปหมด นี่พวกเราเห็นนับคนได้เลย เพราะตอนนี้วัยรุ่นญี่ปุ่นนิยมไปฮิตเกาหลีกันแล้ว
ใส่บิ๊กอาย ย้อมผม แต่งตัวให้เกาหลี เวลาผ่านไป อะไรอะไรก็เปลี่ยนค่ะ ต่อไปเราอาจไม่เจออะไรพวกนี้ที่ฮาราจุกุแล้วก็ได้

ไฮไลท์ของฮาราจุกุคือ ตรอก Takeshita คนบรึมมาก สังเกตด้านซ้ายมี AKB48 Shop
คือ วงนี้เขาดังจริงๆนะในญี่ปุ่น ข้าพเจ้ายอมรับว่าดังจริง เห็นมาทั้งประเทศ

ในตรอกนี้ก็ขายของจุกจิ๊กเต็มไปหมด เสื้อผ้า ถุงเท้า ขนม บลาๆๆ

เดินจนสุดตรอกก็มาทะลุถนนอีกเส้นที่ทะลุกับโอโมเตะซานโดะได้ (มันก็วนกันอยู่แค่นี้แหละ)
เจอห้าง

ร้านนี้แนะนำค่ะ สำหรับคนชอบการ์ตูน เขาขายของในการ์ตูนและพวกของไอเดียเก๋ๆนะจ๊ะ

 

เดินออกมาทะลุเส้น โอโมเตะซานโดะกันต่อ เราจะไม่เที่ยวซ้ำรอยเดิมค่ะ
วันนี้ไกด์หยอยพาเราไปที่ Cat Street (เขาเรียกกันว่างั้น) เป็นตรอกเล็กๆแถวย่านโอโมเตะ
ในตรอกจะเป็นพวกร้านค้าแบรนด์ตนเอง ก็จะขายของเสื้อผ้า กระเป๋าแว่นตานาฬิกา ที่สำคัญ สวยทุกร้าน

ร้านเก๋ๆมากมาย ใ อยากช็อปแต่อยากอินดี้ มาตรอกนี้

ร้านขนม เหมือนเซ็นทรัลเวิลด์บ้านเราหน่ะ

ตรอกนี้ยังเป็นตรอกจักรยานด้วยนะคะ แต่ละคันน่ายกกลับบ้านมาก

 

สวยทุกร้าน รับประกัน โตเกียวดูมีอะไรให้เดินจุกจิกเยอะมาก
ถ้ามาเมืองนี้เมืองสุดท้ายน้า พวกเรามีจน
ตอนนี้ในใจเกิดความอยากไปก่อน แต่ต้องเก็บเงินไว้เพื่ออนาคตอันสดใสกับการเดินทางที่เหลือ (ที่อีกยาวไกล)


ร้าน RAGTAG เป็นร้านเสื้อผ้ามือสองคุณภาพดีค่ะ ผ่านการคัดสรรมาแล้ว มีสาขาอีกหลายเมืองต่อจากนี้


ร้าน Plus Minus Zero (ที่เคยเล่าไปในตอนที่แล้ว) ก็อยู่ในตรอกนี้ ติดกับร้านกระเป๋า Gregory กระเป๋าร้านนี้เท่มาก เหมาะสำหรับเด็กฮิป

ภาพที่ระลึก ณ Cat Street โดยไกด์หยอย โกกราฟ อิน เจแปน

 

หลังจากอิ่มกับการเดินช็อป (แบบไม่ซื้อ) แล้ว เย็นพอดี เวลาหมดเร็วมาก
เราไปกันต่อที่สถานที่ยอดฮิตต่อไป เกาะโอไดบะ !!

วิธีการไป : 
นั่งไปลง JR Shimbashi (สาย Yamanote) และนั่งรถไฟสาย Yurikamome เป็นรถไฟสายพิเศษต้องเสียเงินค่ะ
ส่วนจะลงป้ายไหนนั้นแล้วแต่เลยว่าอยากไปส่วนไหนของเกาะนี้ ส่วนพวกเราไปลงสถานี Daiba ค่ะ 310 เยนค่ะ

รถไฟสายนี้ความพิเศษของมันคือ ไม่มีคนขับและข้ามทะเลด้วย ดังนั้นใครอยากตื่นเต้น จองที่หัวขบวนเลย
พวกเราชาวเกรียนหัวขบวนเอง ฮ่าฮ่า

 

ความพิเศษของเกาะนี้คือ เกาะนี้ไม่ใช่เกาะที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
เป็นเกาะที่นำขยะของโตเกียวมาถม จนเป็นเกาะ ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นมาในทะเล
แถมเกาะนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่ ห้าง สถานีโทรทัศน์ สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ บรรยากาศริมทะเลอีก
เค้ารู้จักเอาขยะมาสร้างประโยชน์ต่อไปได้เรื่อยๆ เกาะนี้ล้ำและเท่มาก

นั่งรถไฟผ่าน Rainbow Bridge แล้ว

มาถึงเกาะแล้ว เจอะชิงช้าสวรรค์อันใหญ่ก่อนเลย

สถานีโทรทัศน์ฟูจิ ตึกทรงล้ำ เราว่าทุกคนน่าจะคุ้นตาเพราะคนไทยมาเกาะนี้เยอะมวากส์

 

เกาะนี้บรรยากาศดีค่ะ มีลมตลอด(เพราะติดทะเล)
ยิ่งมาตอนเย็นๆ จะเห็นวิวสะพานสายรุ้งกับโตเกียวทาวเวอร์ของฝั่งโตเกียว
และไฮไลท์ของเกาะนี้คือ เทพีเสรีภาพอันเล็ก ที่อยู่ริมทะเลนี่แล

 

พอฟ้ามืดลง ตามมาด้วยความหนาวค่ะ หนาวมากด้วย ได้เวลาหาอะไรอุ่นๆใส่ท้อง
(ทริปนี้กินทั้งวัน ขอตั้งชื่อใหม่เป็น โกกิน) ในห้าง Aqua City ชั้นอะไรจำไม่ได้ค่ะ มีโซนราเม็งอยู่
คล้ายๆราเมงแชมเปี้ยนที่โยโกฮาม่า ดังนั้นมาถึงต้องกิน

เลือกร้านกันตามสะดวกค่ะ มีตั้งแต่ ราเมงชาชู ใส่ไข่ ปกติ
แบบเผ็ดๆ แบบยากิโซบะ โอ๊ยเยอะมาก แปลกๆก็มี
ไม่ได้ถ่ายรูปของกินมาให้ดูนะคะ เพราะเหมือนเดิมค่ะ ของกินมาก็กิน ฮ่าฮ่า

 

กินเสร็จก็ได้เวลาเดินย่อยต่อ (วันๆไปเที่ยวมีแค่นี้จริงๆ กินแล้วเดิน เดินแล้วกิน)
ตอนนี้เป็นช่วงโปรโมท วันพีซเดอะมูฟวี่ ภาคที่เท่าไหร่ไม่รู้ แต่รู้ว่า มีเรือซันนี่มาให้ถ่ายรูป
ด้วยความเกรียน จัดไป

แล้วเราก็เดินมาเรื่อย เพื่อมาเจอกันดั้มขนาด 1 : 1 เหยดดดสุดยอดปะหล่ะ
แถมเขาบอกว่ามันเคลื่อนได้ด้วยนะ หาดูเอาในยูทูปค่ะ

ญี่ปุ่นเขาเข้าใจคิดค่ะ ถ้าห้างไหนไม่มีอะไร เกาะไหนไม่มีอะไร ยัดการ์ตูนลงไปซะ
รับรองโอตาคุเช่นเรา มาแน่ !!

 

คือ กันดั้มจริงจังและทำเป๊ะเหมือนจริงมาก
ข้าพเจ้าก็ไม่ใช่โอตาคุกันดั้มนักแต่ก็อยากมาเห็น ความฝันของเหล่าเด็กผู้ชาย ฮาฮา

และแน่นอนเราชอบถ่ายภาพที่คนไม่ถ่ายกัน
ด้านหลังของกันดั้มที่ไม่มีใครถ่าย ฮาฮา

มีกันดั้มช็อป คาเฟ่ด้วยนะ ของกิน ของเล่น ส่วนพวกเรา ขอถ่ายรูปกับพนักงาน
ดูคอสเพลย์ดี

กันดั้มสนับสนุนโดย ยูนิโคล h&m และ 21forever ฮ่าฮ่า

ในกันดั้มคาเฟ่ … ขนมกันดั้ม แอ๊บแบ๊วเชียว ผิดมู้ดนะคะ

 

เราก็เดินมากันต่อที่ห้าง Venus fort ห้างนี้ขึ้นชื่อเรื่องทำห้างเหมือน เวเนเชียนที่มาเก๊า
ที่ห้างเวเนเชี่ยนที่มาเก๊าก็อปเวนิชมาอีกที โอ๊ยใครก็อปใคร งง ละ เอาเถอะ
นอกจากนี้ห้างนี้ยังมี พิพิธภัณฑ์โตโยต้า เข้าฟรีอีก


พรีเซ็นเตอร์โตโยต้าสาว ฮาฮา

 

โตโยต้าโชว์เทคโนโลยีต่างๆกับรุ่นรถต่างๆ เราก็ไม่ค่อยสาระหรอกค่ะทริปนี้
ความสนุกของที่นี่มันคือ ถ่ายรูปคู่ว่าตัวเองขับรถ
และรถหลายรุ่นน่ารักมากกกกก ที่ทำไมไม่นำเข้ามาในไทยก็ไม่รู้

เม ขอโชว์ว่าเป็นพนักงานโตโยต้าดีเด่น (เมทำงานอยู่โตโยต้า)
ว่าแบบ ชั้นไม่ได้มาเที่ยวเล่นๆไก่กานะคะ มาศึกษาดูงานนะคะ

ต่อจากโชว์รถรุ่นใหม่ ก็มาเป็นพิพิธภัณฑ์โชว์รถยุคเก่าบ้าง
ค่าเข้าฟรีอีกเช่นเดิม คุ้มมั๊ยการเที่ยวแบบนี้พวกเราชอบ

มีฉากให้ถ่ายรูปเยอะมาก คนไทยชอบ

รถในพิพิธภัณฑ์นี้ไม่ได้มีแค่โตโยต้านะคะ เหมือนจะมีหลายยี่ห้อ ฮอนด้า มาสด้า มิตซู
ฟีลพิพิธภัณฑ์รถเก่าดีกว่า แต่เขาเก็บรักษาอย่างดี ในร่ม ใครโอตาคุรถ ตัวถังนี่ มาคงดีใจมาก

เป็น Toyoda ก่อนเป็น Toyota

ไฮไลท์ของห้างนี้ เวเนเชี่ยนค่ะ เหมือนกันเป๊ะๆ

นั่น ท้องฟ้ายังทำเหมือน

 

การเดินห้างแบบจนๆจบลง ห้างปิดแล้วด้วยค่ะ
(ห้างญี่ปุ่นนี่ปิดเร็วมาก 2 ทุ่มก็กลับบ้านนอนกันแล้ว)
พวกเราก็ต้องกลับบ้านนอนด้วยเหมือนกัน เมื่อยขาแล้ว

พบกันใหม่ตอนหน้า โตเกียววันสุดท้าย ไปไหว้เจ้า

Facebook Comments