02 - Japan, Asia, Japan, Kanto

Japan North – South : EP7 Tokyo Day 1

ในที่สุดเราก็นั่งรถไฟจากฮอกไกโด – นิกโก้ จนมาถึงโตเกียวกันจนได้

เมืองหลวงยิ่งใหญ่แดนอาทิตย์อุทัยนี้ มีอะไรบ้าง ออกเดินทางไปพร้อมกัน !!

สมาชิกใหม่

ก่อนหน้านี้พวกเราเดินทางกันมา 3 คนตลอด มาถึงโตเกียวเราได้นัดแนะกับเพื่อนอีกคนหนึ่งไว้ ชื่อ เม
เมป็นพนักงานบริษัทผลิตรถญี่ปุ่นชื่อดัง มีความฝันอยากออกเดินทางจึงขอลาเจ้านาย
สุดท้ายลาได้เกือบ 2 สัปดาห์ ทำให้เมมาร่วมทริปหลังจากนี้ด้วยและเมจะจากกลับกรุงเทพอีกทีเมื่อเราเดินทางไปถึงเกียวโต

เช้าวันแรกในโตเกียว เราไม่เที่ยวในเมืองก่อน เราค่อยๆเที่ยวย่านนอกเมืองที่ใกล้ๆกับโตเกียวก่อน
เริ่มจาก พิพิธภัณฑ์ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า พิพิธภัณฑ์โดราเอมอน 

 

พิพิธภัณฑ์สามารถไปได้ง่ายมากจากโตเกียว
โดยเราขอตั้งหลักที่สถานี Tokyo นะคะ นั่งรถไฟ JR นี่แหละไปใช้เวลาประมาณไม่ถึงชั่วโมง
ไปลงสถานี Noborito ที่เมืองคาวาซากิ ถ้ายังงงก็ดูตามตารางรถไฟของพวกเรา (พวกเราเริ่มที่สถานี Bakurocho เพราะใกล้โฮสเทลที่สุด)

ใครบอกโตเกียวเป็นเมืองแออัด รถไฟตอนเช้าชิวจะตาย เวลาเร่งด่วนด้วย ไหนคนคะ ?

นั่งๆนอนๆสักพัก สูดอากาศยามเช้าก็ถึงละ สถานี Noborito
ใครจะมาพิพิธภัณฑ์นี้ต้องเช็ครอบดีๆนะคะ จะมีรอบ 10.00 12.00 14.00 16.00
พวกเราเลือกรอบเช้าสุดเลย ฟิต และที่สำคัญ มาถึงแล้วซื้อตั๋วไม่ได้นะจ๊ะ
ต้องจองตั๋วผ่านร้าน Lawson (เหมือน 7-11 บ้านเรา) ก่อนเท่านั้น !! ย้ำ

 

พอถึงสถานี ตามที่เคยอ่านรีวิวคนอื่นมาเขาบอกว่า ถ้าโอตาคุจริงต้องนั่งรถบัสโดเรมอนด้วยนะจ๊ะ
ส่วนพวกเรา โอตาคุนะ แต่งก เดินเอาดีกว่า ไหนๆก็รอบ 10.00 อีกตั้งชั่วโมงจะรีบเห่อทำไม ชมบ้านชมเมืองสักหน่อย
แค่บนสถานีก็มีเจ้านี่มาต้อนรับแล้ว (คนญี่ปุ่นบิ้วเก่งจริงๆ)

วิธีการเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ก็ ไม่ต้องเตรียมตัวค่ะ มันมีแผนที่อยู่บนสถานีรถไฟ แถวนั้นก็มีสวนมีอะไรเยอะไปหมด
หาคำว่า Fujiko F. Fujio Museum ก็พอ แล้วก็เดินตามเลยค่ะ

 

เดินไปเรื่อย เราชอบนะ ญี่ปุ่นนี่ทุกซอกทุกมุมยังสวย อากาศก็ดี สบายมาก

เดินจนไปถึงริมคลอง ก็จะเริ่มมีเพื่อนๆมาต้อนรับละ สังเกตที่แผงกั้นสิ !
เดินตามโดราจังไปเลย !!

 

เดินตามคลองไปเรื่อยเลยค่ะ จนจะเห็นตึกสีเทาใหญ่ๆ
ในรูปตึกที่อยู่กลางป้ายกระจกสีส้มนั่นแหละค่ะ อลังการ์ที่สุดในย่านนี้แล้ว เดินต่อไป !!

ถึงแล้ว ถ่ายป้ายหน่อย พิพิธภัณฑ์นี้เป็นที่รวบรวมงานเขียนของอ.ฟุจิโกะ เอาไว้
ซึ่งมีตัวการ์ตูนเยอะแยะมากมาย ปาร์แมน ผีน้อยคิวทาโร่ แต่ผลงานที่ดังสุดคือ โดราเอมอน
ทุกคนจึงเข้าใจส่วนใหญ่ว่า พิพิธภัณฑ์โดราเอมอน แต่พอเวลาซื้อตั๋วใน Lawson พูดชื่อเต็มนะคะ
เพราะพนักงานเขาจะเซิสหาไม่เจอค่ะ

ส่วนข้อมูลต่างๆ เวลาเปิดปิด รายละเอียดไปดูที่ http://www.j-plan.co.th/index.php?op=jlife-detail&cid=15&id=53
ข้อมูลมีเยอะแล้วในเน็ตนะคะ หาเองได้ง่ายค่ะ

 

เข้ามาด้านใน พนักงานจะเอาตั๋วที่จ่ายกับ lawson ไปและให้ตั๋วรูปโดราเอมอนมาให้เราใบเล็กๆ
แล้วก็พาเข้าสู่ห้องแรก เป็นห้องที่รวมงานต้นฉบับการ์ตูนเอาไว้ (ห้องนี้ห้ามถ่ายรูปค่ะ) ใครที่เป็นแฟนๆการ์ตูน
ก็ตั้งใจดูกันเลย (พวกเราก็ตั้งใจ) ออกจากห้องนั้นก็จะมาเจอ ไจแอนท์หล่อ ? ขึ้นมาจากบ่อน้ำ
เด็กญี่ปุ่นก็ปั๊มน้ำใหญ่ เอาไจแอนท์ขึ้นมา

แก๊งสาวๆ ก็ถ่ายรูปใหญ่ บ้านไม่มีไจแอนท์

 

ความน่ารักของพิพิธภัณฑ์นี้คือ เขาจะเอาของไปซ่อนในที่ต่างๆ
ยิ่งถ้าใครอ่านการ์ตูนมาและเคยเห็นจะอินมาก อย่างในป่าแถวพิพิธภัณฑ์ (หลังไจแอนท์หล่อ)
ก็จะมีบ้านและที่นอนดักแด้อยู่ (ในโดราเอมอนเวลาพวกโนบิตะเข้าป่าทีไร สิ่งนี้ออกมาทุกที)

สึชิโนะโกะ (งูดินญี่ปุ่น เป็นสัตว์ในความเชื่อของญี่ปุ่นเขา และมีในการ์ตูน) ก็มาโผล่ที่นี่

 

หลังจากนั้นพิพิธภัณฑ์ก็พาเราเข้าสู่ห้องประวัติอาจารย์ฟุจิโกะต่อ
ตั้งแต่เป็นนักเรียนเข้ามาในเมืองเอโดะ(โตเกียวปัจจุบัน) จนได้ดิบได้ดีและเสียชีวิต
ความซึ้งมันอยู่ที่ ปลายทางสุดท้ายของห้องนี้ทำเป็นไทม์ไลน์ แสดงผลงานของอาจารย์ตั้งแต่ต้น
จนอาจารย์ตายและเวลาก็ยังยืดยาวออกไปเรื่อยๆ จนไปถึงศตวรรษที่ 22 ที่โดราเอมอนมาจากยุคนั้น
เวลาช่างยาวนานเหลือเกิน กว่าจะถึงยุคที่มีโดราเอมอนจริงๆ

หลังจากห้องนั้นเราก็ต้องคืนหูฟังให้พนักงานและเข้าสู่โซนเสียตังค์ และนั่งเล่น
เริ่มจากอ่านการ์ตูนกับโดราเอมอน

เดินมาอีกหน่อย หรือจะหยอดกาจาปอง (ของเล่นหยอดเหรียญที่จะได้ลูกกลมออกมาแล้วข้างในมีของเล่น) 200 เยนจ๊ะ
จขกท.หยอดด้วย ได้ปาร์แมนมา หรือจะถ่ายตู้สติกเกอร์ก็ได้นะ มีให้ทำหมด

ประเทศนี้ เน้นเรื่องการออกแบบ ป้ายอะไรนั้น ดูก็รู้เอง

 

มีห้องเด็กน้อยโดราเอมอนด้วย

หน้ายิ้มระรื่น มาสวนสนุกสุขสันต์ชีวิต

 

ห้องถัดมา พาเราไปดูหนังพิเศษของพิพิธภัณฑ์ พอเข้าไปดูแล้วเป็นอย่างไรไม่ขอบอกจะได้ตื่นเต้น

หลังจากนั้นก็เข้าสู่โซนดาดฟ้า สนามหญ้า และร้านอาหาร (ไม่แนะนำให้กินข้าวที่นี่เพราะแพงโหดแต่ถ้าโอตาคุจริงกินเลยๆๆๆ)

ต้อนรับโดยโดเรมี และผีน้อยคิวทาโร่ จ้ะ

 

บนดาดฟ้าก็จะมีตัวตุ๊กตุ่น พรอพนู่นนี่ในเรื่องโดราเอมอนมาให้เราถ่ายรูป
(เพื่อนบอกไม่สะใจ ที่ terminal21 มีเยอะกว่าอีก) ตามนั้นค่ะ ของน้อยนิดหน่อย แต่ก็ออริจินัลอ่านะ 55

ในท่อเขียนว่า โนบิตะ กับ โดราเอมอน

ส่วนปาร์แมนนอนไม่แคร์ใคร

นี่ก็แกล้งเด็กญี่ปุ่นในท่อละ

 

ประตูไปไหนก็ได้ เปิดกลับไปกรุงเทพได้
อ้นจูถ่ายรูปตลอดเวลา ส่วนเมมาถ่ายด้วย ยังคงไม่มีรูปอ้นจู 55

ไดโนเสาร์ของโนบิตะ เอ้าถ่าย

สองตัวละครนี้เป็นเพื่อนเราตั้งแต่วัยเด็ก
สนิทกันมานาน

 

โทรศัพท์ติ๊ต่าง ลองเข้าไปกดแล้ว มันไม่ได้จริงนะ

คนป่าแอบอยู่ในป่า

 

ถ่ายรูปเสร็จก็หิว ที่นี่ก็มีของกินให้พร้อม แถมไม่ใช่ร้านอาหารไก่กาธรรมดา
อาหารทุกอย่างต้องตกแต่งและมีชื่อเมนูสรรหามาให้เราตื่นเต้น
แน่นอนความตื่นเต้นมาพร้อมกับราคา ส่วนพวกเรานั้น ตื่นเต้นพอ ไปกินข้าวหน้าเนื้อที่สถานีดีกว่า

บรรดาของกิน ในร้าน จริงๆมีพวกพาเฟต์ ข้าวหน้าแกงกะหรี่ อะไรต่างๆเยอะแยะ มีคนกินด้วย

เดินชม ถ่ายรูปกันเสร็จก็เข้าสู่โซน ขายของที่ระลึก
งานนี้มีเสียตังค์ งกเรื่องกิน แต่ของฝากต้องซื้อ มาถึงที่นี่แล้ว

 

เวลาผ่านไปเร็วจริง เที่ยงแล้ว อะไรนี่ เวลาเที่ยวนะเวลาชอบผ่านไปเร็ว เวลาทำงานชอบผ่านไปช้า ไม่เข้าใจ
เราก็ออกจากมิวเซียมกัน ใครอยากนั่งรถบัสไปส่งที่สถานีรถไฟก็ได้ (เสียเงินนะ) ส่วนพวกเรา เดินหาร้านข้าวหน้าเนื้อดีกว่า หึหึ

ลาก่อนโดราเอมอนด้วยรูปนี้ ญี่ปุ่นนี่เป็นประเทศที่ รายละเอียด จริงๆ

 

เราก็เดินกลับทางเดิม ขามาแอบเห็นร้านข้าวหน้าเนื้อถูกและเยอะ เข้ากับพวกเราจริงๆ
จัดไปหน่อย 600 เยน !!

มื้อที่สองของเมกับพวกเราชาวโกกราฟ (มื้อแรกมาม่า ต้ม ณ โฮสเทลหน่ะ)
เมหน้าตาดูมีความสุขนะ 5555

 

ประเทศนี้เขาเน้นการเรียนรู้นอกห้องเรียนจริงๆ
เรามักเห็นเด็กมาทัศนศึกษากัน คราวนี้คุณครูพามาดูโดราเอมอน
การ์ตูนบางทีก็ไม่ใช่สิ่งไร้สาระ การ์ตูนดีๆก็มี
อยากให้พ่อแม่สนับสนุนลูกที่ชอบอ่านด้วยค่ะ อย่ากีดกัน (แต่ต้องดูชนิดการ์ตูนด้วยนะ)
นอกจากจะทำให้อ่านหนังสือเร็วขึ้นแล้ว เรื่องบางเรื่อง สาระบางอย่างในการ์ตูน สามารถเอามาใช้ในชีวิตเมื่อโตขึ้นได้ด้วย
เราก็เติบโตมากับการ์ตูนเหมือนกัน : )

เรากลับเข้าสู่สถานีรถไฟ ถ้าใครจะมาเที่ยว ลงสถานี Noborito นะคะ ทางออก Ikuta Park จะได้ไม่หลง

เจอเทคโนโลยีญี่ปุ่น ถ้าเป็นบ้านเราพี่เขาคงขนของหนักหลายรอบ

 

หลังจากที่พวกเราอิ่มกับข้าวหน้าเนื้อแถวสถานีรถไฟแล้ว เราก็กลับมาขึ้นรถไฟกันต่อ
ต่อไปเราจะไปแถบชานเมืองโตเกียวกันต่อ คือ เมืองไซตามะ (เมืองบ้านเกิดชินจังนั้นแหละค่ะ แต่เท่าที่เช็คแล้ว
ในเมืองไซตามะไม่ค่อยมีสิ่งใดเกี่ยวกับชินจังมากนัก เราจึงขอผ่าน)
เราก็นั่งรถไฟไปเมืองนี้ เพื่อลงที่สถานี Tetsudo Hakubutsukan ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์รถไฟของญี่ปุ่นอยู่ !!
วิธีก็ง่าย จาก Noborito ไปสถานี Tetsudo Hakubutsukan ก็คีย์เอาเลย ตามแผน

นั่งรถไฟไปเรื่อย กว่าจะถึงนานพอสมควร ถือเป็นเวลาเด็กดีนอนกลางวัน นอนกันจริงจังด้วย หลับน้ำลายยืดเลย

จากภาพตารางรถไฟ จะเห็นว่ามันมีรถไฟขบวนสีชมพูอยู่ ซึ่งแปลว่าใช้ JR ไม่ได้นะคะต้องเสียเงินเพิ่ม 180 เยน
เป็นรถไฟสายใหม่ค่ะ นั่งไปแค่สถานีเดียวก็ถึงพิพิธภัณฑ์แล้ว สภาพสถานีเป็นเช่นนี้

ถ้าใครบอกว่า การซื้อตั๋วรถไฟเป็นสิ่งยากในญี่ปุ่น พวกเราขอบอกว่า
ก็เหมือนที่ทุกคนยังคิดว่า จีนห้องน้ำสกปรก เวียดนามน่ากลัว ของแบบนี้มันต้องไปเจอกันจริงๆหน้างานแล้วจะรู้
คำตอบนั้น พวกเรารู้แล้วว่ายากหรือง่าย ถ้าอยากรู้ ต้องลองไปดูนะคะ
ส่วนพวกเราขอตอบว่า สบาย จำภาพตัวอักษรเอา ปุ่มเดี๋ยวนี้เขามีภาษาอังกฤษแล้ว !

รถไฟมาแล้ว

เดินออกจากสถานีสองก้าวก็ถึงแล้วพิพิธภัณฑ์รถไฟที่ใหญ่ที่สุดในญีปุ่่น (เพราะมันเป็นอันหลักนี่นะ)
พิพิธภัณฑ์นี้นำรถไฟขบวนเก่าๆที่เคยใช้งานและเลิกใช้งานแล้วมาจัดแสดง เป็นห้องโถงโคตรกว้างที่รวมรถไฟเป็นสิบโบกี้
แค่จากสถานีรถไฟเดินเข้าพิพิธภัณฑ์ก็มีหัวรถจักรรถเต็มไปหมดแล้ว

 

และแน่นอน สิ่งที่พวกเราโกกราฟ ชอบ กราฟิกบนพื้น เขาทำเป็นตารางเวลารถไฟ
โอ๊ย เท่โคตร ชอบมาก

เขายังเจาะพื้นเอาป้ายทะเบียนรถไฟลงไปโชว์อีกนะ หมดยุคแล้วยุคแค่โชว์งานตรงหน้า

ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์คนละ 1000 เยน พิพิธภัณฑ์เปิด 10-18.00 น. นะคะ
เข้ามาแล้วก็จะเจอโถงยักษ์มีรถไฟ เต็มๆ

เอาให้ชัดๆ อ้นจูขึ้นไปถ่ายชั้นสองเลย

ไฮไลท์ของที่นี่คือ รถไฟหัวจักรไอน้ำยังสามารถวิ่งได้อยู่ เขาจะมีรอบให้ดูและโชว์วิ่ง 15.00
พวกเรามาไม่ทันค่ะ แต่แค่เห็นโครงเหล็กตรงหน้าก็ตื่นเต้นแล้วนะ คลาสสิคจริงๆ
ใครที่บ้ารถไฟต้องมาด่วนด่วน

 

พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่นไม่ใช่พิพิธภัณฑ์เก่าเก็บ ที่แตะต้องไม่ได้ เป็นของแห่งประวัติศาสตร์
แต่เขาจะให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมได้ สัมผัสได้ และได้รับการดูแลรักษาอย่างดี
ของในประวัติศาสตร์จะมีคุณค่าอย่างไรในเมื่อคนปัจจุบันไม่ได้สัมผัสมันจริงๆ

เขาเชื่อดังนั้น เราจึงลองขึ้นไปนั่งบนรถไฟคลาสสิคได้ !

เราออกเดินทางไปที่ไหน พ่อแม่มักพาลูกมาเที่ยวเสมอ
พ่อมาลูกมาเดินเล่นพิพิธภัณฑ์เสมือนพ่อพาลูกมาเดินห้าง
แล้วอย่างนี้ประเทศชาติเขาจะไม่พัฒนาได้อย่างไร

 

มาดูรถไฟคลาสสิคสวยๆให้ฉ่ำตากันดีกว่า สวยไปหมด

ชั้นสองบอกประวัติต่างๆของการรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น ตั้งแต่ที่มาที่ไป
ยกตัวอย่างโลโก้ JR ที่เราเห็นกันทุกวันนี้ก็ผ่านการปรับมาแล้วทั้งนั้น
แต่ที่เท่คือ โลโก้ JR ปัจจุบันเขาใช้มาตั้งแต่ปี 1987 (ก่อน จขกท.เกิดอีก) แต่มันยังไม่เชย !
มีแผนผังประวัติศาสตร์การรถไฟญี่ปุ่นด้วย
ถ้าเป็นเด็กไทยมาคงโดนครูสั่งทำรายงานแน่
ตั๋วรถไฟบ้านเขายุคต่างๆ
เห็นแล้วมันน่าน้อยใจ บ้านเรามีพิพิธภัณฑ์การรถไฟไทยมั่งมั๊ย !!!สิ่งที่ขาดไม่ได้ของชาวญี่ปุ่น ใครมาประเทศนี้อย่าลืมพกสมุดมา (แนะนำให้เล่มใหญ่หน่อย เอาขนาด A5 มาเลย)
เพราะแสตมป์เขาใหญ่กันมาก และแน่นอน การรถไฟสถานีต้องมีแสตมป์ !!
ห้องต่อมาเป็นห้องโชว์โมเดลรถไฟ สิ่งที่ห้องนี้ต้องการนำเสนอคือ ความเร็วของรถไฟ
โมเดลจะทุกให้วิ่งวนรอบราง แล้วพอเรานั่งดูก็จะรู้เลยว่า ขบวนไหนวิ่งช้าวิ่งเร็ว
รถไฟปกติ รถไฟ rapid express และชินคันเซ็นที่ลู่ลมวิ่งฉิวเต็มไปหมด
ชินคันเซ็นขบวนนี้เร็วที่สุดในโลก Hayabusa เป็ดเขียว ฮิตมากตอนนี้ที่ญี่ปุ่น
ที่สำคัญ พวกเรานั่งมาแล้วจ้ะ อะคริอะคริ
ลงไปชั้นล่างกันต่อ มีอะไรให้ดูเยอะแยะ แถมวันนี้ดันคนน้อยอีก สบายพวกเราแล้ว
มีโมเดลรถไฟให้ดูด้วย มีหุ่นคนกำลังขนของขึ้นรถไฟ ขนปลา ขนเนื้อ เยอะแยะสาระพัดไปหมด
เขาตั้งใจสร้างกันจริงจังประเทศนี้
โอตาคุรถไฟโปรดมาด่วน จะอินมาก พวกเราไม่โอตาคุยังนั่งดูเลย

สักพัก เฮ้ยสบายหว่ะ ทำไมพื้นญี่ปุ่นดูสะอาด ชักง่วง

ความสนุกของที่นี่กันต่อ คือ เราไปถ่ายรูปตู้สติกเกอร์จ้าาา
เลือกฉากแล้วก็เอาตัวเราเข้าไปใส่ ตลกดีมาก หลายฉากด้วยนะ
สนุกที่สุดในพิพิธภัณฑ์นี้ละ ฮ่าฮ่าฮ่า
โกกราฟย้อนยุคไปนั่งรถไฟมา

ถ้ามาโตเกียว แล้วไม่มีอะไรทำ อยากลองเที่ยวนอกเมือง อยากลองไปมิวเซียมดูบ้าง
ลองมาที่นี่ ไม่ไกลนัก แต่รถไฟเต็มเปี่ยม !!

ถ้าอยากสาระมากกว่านี้ ลองเข้าไปดูที่บล็อกนี้เลยค่า
http://otherside914.exteen.com/20100831/entry
ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใด แต่มันมีประโยชน์มากมาย

ความเกรียน และโอตาคุ บ้าการ์ตูนวัยเด็กยังไม่จบ
ออกจากพิพิธภัณฑ์รถไฟเรากลับเข้าเมืองโตเกียว ศูนย์กลางหลัก
ด้วยความเกรียนที่แรกที่จะไปคือโปเกมอน เซ็นเตอร์ !!
มาถึงญี่ปุ่นแล้ว จะไม่ตามรอยการ์ตูนได้ยังไง๊ !!!!
นั่งรถไฟในโตเกียว
โตเกียวเมืองหลวงใหญ่ เราเชื่อว่าทุกคนต้องหวาดผวากับการนั่งรถไฟเป็นแน่
แค่เห็นแผนผังทางรถไฟก็จะอ้วก งงไปหมดแล้ว (ถ้าเทียบกับไทยนี่ ประเทศไทยเราดูง่ายจริงๆ)
ใจเย็นค่ะ จริงๆมันไม่ได้ยากขนาดที่เราจะเข้าใจไม่ได้ ยิ่งญี่ปุ่นเขาต้องทำให้เข้าใจง่ายอยู่แล้ว
มีสติแล้วค่อยๆดูไปด้วยกันปัญหาหนักสุดคือ คนส่วนใหญ่ไม่รู้จะตั้งต้นที่ไหนดี
เราว่ากรณีนี้แล้วแต่คนค่ะ ถามตัวเองก่อนว่าจะไปไหน เราอยู่ตรงไหน แล้วดูว่าต้องไปขึ้นรถไฟสายสีอะไร
แค่นั้นแหละค่ะยกตัวอย่างของพวกเรา ออกไปเที่ยวนอกเมืองมา กลับมาที่สถานี Tokyo หลักๆเลย
และต้องการไป โปเกมอนเซนเตอร์ และ โตเกียวทาวเวอร์ ที่สถานี Hamamatsucho (สถานีเล็กๆมุมล่างขวา สายสีเทาสลับขาว)
เราก็นั่งตามเส้นสีขาวสลับเทามาเลย ถึงละ อันนี้ระดับเบสิค !
ข้อจำกัดต่อมาคือ ในโตเกียว มีรถไฟทั้งหมด 3 ยี่ห้อใหญ่ๆ
ซึ่งไม่ได้ใช้ JR ได้หมด วิธีการนั่งของเราจึงต้องคิดเพื่อประหยัดที่สุด
(รถไฟ JR คือเส้นสีเทาสลับขาว ชื่อสาย Yamanote และ เส้นสีเทาบางๆ)แต่จริงๆแล้วแค่สาย Yamanote ก็แทบจะเก็บครบที่เที่ยวสำคัญๆของโตเกียวหมดแล้ว
ชินจูกุ ชิบุย่า ฮาราจูกุ อุเอโนะ เอบิสึ อิเคะบุคุโระ โอ๊ยคุ้มและครบลงจากสถานี Hamamatsucho เดินมาแว้บเดียว ถึงแล้ว โปเกมอนเซ็นเตอร์ !!
ความฝันวัยเยาว์ เรารู้ทุกคนอยากเป็นซาโตชิ
โปเกมอนเซ็นเตอร์ คืออะไร
ถ้าในเกมส์บอย Pokemon คือเกมส์ที่ดังที่สุดทำสถิติอันดับหนึ่ง
ภาค red blue green silver gold (คือทันแค่ยุคนี้ นอกนั้นไม่รู้จักแล้ว)
เป็นเกมส์ที่เราเป็นตัวเอกต้องออกเดินทางจับโปเกมอน แล้วก็ต่อสู้กับคู่แข่ง ชิงถ้วยชิงอะไรว่าไป
โปเกมอนเซ็นเตอร์ในเกมส์จึงเป็นแหล่งพักฟื้น เติมพลัง แลกเปลี่ยน ติดต่อกัน ฟีลนั้นส่วนโลกแห่งความจริงโปเกมอนเซ็นเตอร์คือ ร้านขายของทุกอย่างเกี่ยวกับโปเกมอนขออภัย จขกท.แอบเป็นโอตาคุนิดหน่อย ตั้งแต่สมัยป.5 จริงจังมาก
ด้วยความโอตาคุ + เกรียน ทุกอย่างน่าตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจ
เหมือนในได้เต็มความฝันครั้งหนึ่งของโอตาคุ 555
มีคนไม่อินด้วยนะ 555
โปเกมอนที่ขายอยู่ที่นี่ตอนนี้เป็นภาคใหม่ทั้งนั้นเลย เด็กแก่ๆอย่างเราแทบไม่รู้จักแล้ว
พวกแบบ ฮิโตคาเงะ มิว มิวทู ลูเกีย ไรงี้แทบไม่มีแล้ว (เซ็งมาก) ได้แต่รำลึกความหลัง
ตัวที่ยังพอมีอยู่ก็พวก พิคาชู ไรงี้ ด้วยความฮิต (ใครอ่านพารากราฟนี้ไม่เข้าข้ามไปเลย เป็นความโอตาคุส่วนตัว)สิ่งน่าชื่นใจคือ ยังดีมี ลิซาด้อน บินอยู่
ตัวนี้แหละ ยุคเดียวกับเรา !!
โปเกมอนเซ็นเตอร์ ยังมีสาขาเกือบทั่วประเทศ
มีสาขาที่ ซัปโปโร โตเกียว โยโกฮาม่า นาโกย่า โอซาก้า ฟุกุโอกะ  (อีกที่นึงอ่านไม่ออกอ่ะ)
ใครรักใครชอบอยากซื้อของฝากมีขายหมดตั้งแต่มาม่า ปฏิทิน ยันการ์ดเกมส์
อย่าลืมมาเยี่ยมเยียนพิคาชูนะ
ออกจากโปเกมอนเซ็นเตอร์ ก็ออกเดินกันต่อ ด้วยความงก
รู้หรือไม่ จากโปเกมอนเซ็นเตอร์ สามารถเดินไปโตเกียวทาวเวอร์ได้
เพื่อนเราที่เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น ชื่อ หยอย (ขอเรียก ไกด์หยอย) ออกพาเดินไปเรื่อยบรรยากาศย่านนี้ คึกคักแต่คนไม่แน่นดี รายทางก็มีของกินบรึมตลอดทาง
เราก็เดินไปเรื่อย จนจะเข้าป่าละ เห็นหอคอยไกลลิบๆ
เดินตามหอคอยไปเรื่อยๆ เห็นแบบมีป่ามาบดบัง สวยไปอีกแบบนะมุมนี้ อันซีนดี
ในที่สุดก็ถึง ทำการชาบูหอคอยก่อน ถ่ายกันเข้าไป ก้มจนจะลงไปนั่งมันจะได้ถึงยอด
จัดไปสองดอก อย่าคิดว่าจะขึ้นคืนนี้ ขึ้นไปก็ไม่คุ้ม ใครจะโง่
วันนี้ถ่ายรูปอย่างเดียวพอ
หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เราก็เดินกลับสถานี Hamamatsucho (เดินไปซะไกลเพื่อถ่ายกับโตเกียวทาวเวอร์)
อย่าเสียเวลา สถานที่ต่อไปคือ ชินจูกุ !
 นั่งรถไฟสายสีเทาสลับขาวเหมือนเดิม ฟรีและถึง
แล้วก็มาถึง ชินจุกุ เรามาทำไม ?
มาดู คาเฟ่ โรบ็อท ที่ขึ้นจากสถานีรถไฟมาปุ๊ปก็เห็นโฆษณาปั๊ป
นี่ทำเป็นหุ่นยนต์สาวขับรถวนรอบเมือง บ้าไปแล้วโตเกียว ช่างต่างจากฮอกไกโดนัก
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นของเรา
ไม่ได้มาขึ้นตึกทำการรัฐบาลเพื่อชมวิวยามค่ำคืน
ไม่ได้มาช็อปปิ้ง
ไม่ได้มาเดินเล่นชมเมืองแสงสี
เรามาเพื่อสิ่งนี้
งานวัด ญี่ปุ่น ณ โตเกียว
ใครเคยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น ทุกอย่างมันเหมือนแบบนั้นเลยค่ะ
งานวัด สายไหม ยากิโซบะ ทาโกะยากิ ยากิโทริ หน้ากากแฟนซี ตกปลาทอง ชุดยูคาตะ
ทุกอย่างครบ ขาดอย่างเดียวไม่ใช่หน้าร้อนไม่งั้นนะ มีดอกไม้ไฟแล้ว
เริ่มจากอะไร เริ่มจากอาหารงานวัดก่อนละกัน ฮี่ฮี่
ประเด็มด้วย ยากิโทริ หรือเนื้ออะไรก็ได้เสียบไม้ เอ็นหมู ลิ้นวัว หลายเนื้อไม้ละ 500 เยนปิ้งกันจะจะ หมูปิ้งบ้านเราชัดๆ

มันฝรั่งเนย ลุงตักซะเต็มถ้วย เมนี่หน้าชื่นบานเลย

ทาโกยากิ ปลาหมึกยักษ์ยักษ์

ป้านี่กลับด้านทาโกะกันเป็นระวิง ขายดีกันทุกร้าน
งานวัดช่างรื่นเริงนัก คนยั้วเยี้ยจอแจ

โอโคโนมิยากิ คือทำกันแบบไม่คิดชีวิต ทำเท่าไหร่ก็ขายหมด บ้าไปแล้ว

หรือจะข้าวโพดปิ้งจ๊ะ กลิ่นโชยมาเลย

ปลาปิ้ง ปลาหมึกย่าง ปิ้งมันทุกอย่าง
พวกเราเดินไปก็กินรายทางไปเรื่อย
เห็นทีจะไม่ได้ละ ต้องนั่งกินเป็นกิจจะลักษณะ
ได้เวลากิน หลังจากเบียดคน คิวรอก็ยาว จนพวกเรา 5 คน
(โกกราฟ เม ไกด์หยอย) ได้นั่งจนได้ จัดไป เอาปิ้งๆมาให้หมด
ยากิโซบะ ปลาหมึก เบียร์ จัดมา งานวัด !
จัดหน่อยๆ

จริงๆแล้วรสชาติไม่ได้อร่อยเหาะขนาดนั้น แถมกินทีละนิด แพงอีก
ฟีลงานวัดบ้านเราชัดๆ แต่เอาหน่า เกิดมาทั้งที บรรยากาศพาไป
สนุกตามคนญี่ปุ่นไปด้วยเลย

งานวัดยังมีขายของ เครื่องรางเต็มไปหมดด้วย
ที่เห็นชัดๆคือ คล้ายๆกระเช้าเรียกไม่ถูกว่าอะไรดี
ทุกคนจะฮิตซื้อกันมาก
พอใครซื้อไป คนแถวนั้น เจ้าของร้าน ก็จะมาร่วมร้องเพลงอวยพร ปรบมือกันใหญ่
น่ายินดี น่ายินดี ซื้อแล้วอายแทน 55ดูกันชัดๆ เหมือนเป็นเครื่องรางยักษ์ที่รวมความโชคดีเอาไว้เยอะแยะไปหมด
เขาเรียกว่าอะไร ผู้รู้ตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
หน้ากากงานวัดที่เห็นในการ์ตูนก็มีนะ
คนเต็มทุกอณู พวกเราก็หลงกันมาแล้ว
เซียมซีก็มี ครบสูตรวัด
กิจกรรมสุดฮิตที่สุด ช้อนปลาทอง
งานวัดบ้านเราก็มีนะ แต่เด็กคนนี้เมพจริงๆ
เด็กคนนี้เทพจริง ช้อนกระดาษ ช้อนปลาทองได้เป็น 20 กว่า
ทุกคนมุงดูเด็กคนนี้กันหมด พวกเราลุ้นด้วย สูตรคือต้อนปลาทองเข้าซอกแล้วช้อนเลย
สุดท้ายเขายังเทปลาทิ้งลงอีก เห้ยนี่มัน ฝึกปรือฝีมือนี่หว่า การ์ตูนญี่ปุ่นจริงๆ !!
กินพออิ่ม มีอะไรตื่นเต้นให้ดูเยอะ เราไม่คิดว่าจะได้เจองานวัด ณ ชินจูกุเลย
มาชิมทาโกะยากิ ปลาหมึกทะลัก อีก
แตงกวาดอง ของฮิตที่นี่เหมือนกันนะ
รวมแก๊งหน่อย เม ไกด์หยอย ตุ๋ย ฟ้า และถ่ายภาพโดยอ้นจู
พวกเรา โกกราฟอินโตเกียว
หลังจบการกิน การชม งานวัด ไกด์หยอยก็พาพวกเราไปสู่โลกญี่ปุ่น
พาเดินลัดเลาะซอกซอยไปเรื่อย
พามาดูโฮสต์ด้วย ไม่เห็นจะมีโฮสต์คนไหนชวนพวกเราไปกินน้ำชาบ้างเลย

และพาพวกเรามาจบค่ำคืนที่ เกมส์เซ็นเตอร์ ที่มีตู้ถ่ายรูปสติกเกอร์แบบญี่ปุ่น
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เครื่องมันฉลาดจริงๆ ขนาดพวกเราหน้าโทรม ถ่ายแป๊ปเดียว
ปรับให้ซะ ฮาราจุกุ มาก ตาใสแบ๊ว หน้าผ่อง ปากแดง แก้มแดง บิ๊กอายอีก
สังเกตง่ายๆ ขนาดอ้นจูยังสวย ขำมาก

คืนแรกในโตเกียวของเรา ออกเดินทางตั้งแต่ 6 โมงเช้า กลับถึงที่พัก 5 ทุ่ม
เดินทั้งวัน เมื่อยมาก โตเกียวมีอะไรให้เดินเยอะไปหมด มีอะไรให้ทำเยอะไปหมด
ขอจบโตเกียววันที่ 1 เพียงเท่านี้ตอนหน้าเราจะไปพบย่านไฮโซ แบรนด์เนมทั้งปวง โอโมเตะซานโดะ รปปงงิ และ สิ่งนี้
*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

6. TOKYO 1/4

 

 

7. TOKYO 2/4

Facebook Comments