02 - Japan, Asia, Japan, Kanto, Tohoku

Japan North – South : EP6 Nikko

เรามาแนะนำตารางรถไฟก่อน เท่าที่รู้กันคือ

เราใช้ JR PASS แบบ 21 วันค่ะ เรานั่งรถไฟยาวจาก ซัปโปโร

ลงมาถึง นิกโก้ เลย รถไฟเปลี่ยนหลายขบวนอยู่ เล่นเอาตื่นๆหลับๆ สนุกดีค่ะ

\

เริ่มต้นที่ขบวนแรก Hamanasu เป็นขบวนตู้นอนที่ลือกันว่าเป็น rare item มาก

ใครที่จองตู้นอนได้ถือว่าเทพมาก ส่วนเราอดค่ะ เราได้ตู้แบบที่นั่งเอา

แต่โอเคพอหลับเพราะยืดขาได้ แถมคนก็น้อย ดูจากตารางก็นอนกันไปจนถึง ตี 5 เลย ตื่นอีกทีก็ อาโอโมริ

สภาพขณะกำลังนอน อาบน้ำไม่ได้ จะแปรงฟันก็แปรงไป

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าไอตู้นอนรถขบวนนี้เป็นยังไง

รีวิวในพันทิพก็เคยเห็นไปแล้วแต่ก็อยากเห็นด้วยตา

เดินต่อมาอีกไม่กี่โบกี้ก็เห็น มันหน้าตาเป็นเช่นนี้นี่เอง นอนกันซะ

 

แล้วเราก็เปลี่ยนขบวนมาถึงอาโอโมริ

เปลี่ยนอีกขบวนจน 6.10 ได้เวลาขึ้นรถไฟชินคันเซ็นชื่อดังที่สุดในญี่ปุ่น

น้องเป็ดเขียว Hayabusa !!

ข้างในไฮโซอลังการ แถมวิ่งแรงเร็วพุ่งฉิว ที่สำคัญสิ่งอำนวยความสะดวกในนั้นมีป้ายบอกหมด

เรียกว่าฟังก์ชันครบ universal เอามากๆ (ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย คนพิการ คนปกติ รองรับหมด)

หวังว่าการรถไฟบ้างเราคงเป็นบ้าง

นั่งสักพักก็มีรถเข็นมาขายของกิน ใครตื่นก็ซื้อ ส่วนพวกเรายังง่วงอยู่เลย แค่เปลี่ยนรถไฟถูกขบวนก็เป็นบุญแล้ว

 

วิวสองข้างทาง ยามเช้าวันใหม่

ถึงตรงตามเวลาเป๊ะ เราก็ถึงสถานีเซนได Sendai เมืองนี้ที่เพิ่งโดนสึนามิไป

ทุกคนดูกลับสู่สภาพเดิมแล้วค่ะ เราเปลี่ยนรถไฟต่อไป ยังสถานี utsunomiya

เพื่อที่จะไป nikko เช้าๆแบบนี้เปลี่ยนรถไฟ 5 ขบวน ไม่ง่ายเลย

 

hayabusa กำลังเข้าชานชาลาอีกพอดี หน้าตาเป็นที่จดจำมากรถไฟขบวนนี้

รถไฟขบวนต่อไป ชินคันเซ็นเหมือนกัน Yamabiko มุ่งหน้าลงใต้ไปเรื่อย

ถึงแล้ว สถานี utsunomiya สถานีนี้เป็นสถานีต้นสายไปสาย Nikko ต่อ ตามป้ายที่พื้นไปเลย

เพิ่งตื่นนอนกับ Nikko Line นั่งรถไฟไปต่อกันเลย

NIKKO is NIPPON จริงไหม นั่งรถไฟไปด้วยกัน

รถไฟขบวนนี้จองไม่ได้ ทุกคนแบ่งกันนั่ง มีแต่ชาวต่างชาติ เดินทางมาทั้งทริปเพิ่งจะเจอ

 

ถึงแล้ว สถานีรถไฟ nikko

เราขอนำเสนอการใช้ชีวิตอย่างประหยัด

ประเด็นหลักที่เราจะเสียค่าใช้จ่ายไปกับญี่ปุ่นคือ ค่ากิน โดยเฉพาะน้ำดื่ม

ถ้ากดตู้หรือซื้อมินิมาร์ทก็ขวดละ 105 เยนไปเรื่อยๆ ถ้ามีโอกาสได้มาเมืองแสนบริสุทธิ์เอาขวดมารองน้ำเลยค่า

นอกจากกินได้แล้วยังศักดิ์สิทธิ์อีก ที่สำคัญรสชาติดีอร่อย สะอาด คุ้มสุดยอด

พวกเจ้าจงมารองดื่มกิน รับประกันโดยอาม่ากระเป๋าแดง

 

วิวแถวสถานีรถไฟ สวยตั้งแต่เริ่มต้นจริงจัง

รอสักพักรถบัสก็มา เราก็ไม่รู้เส้นทางนักค่ะ คิดว่าเที่ยวตามจุดสำคัญ ป้ายไหนคนลงเยอะก็น่าจะใช่ ก็ตามๆเขาไปตามประสาเรา

 

เราลงที่ป้ายหน้าตาแบบนี้ค่ะ เป็นจุดศูนย์กลางของแหล่งท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยวหลักของนิกโก้คือส่วนของ world heritage ค่ะ มีสะพานแดง วัด

ถ้าเลยจากนั้นไปเป็นน้ำตก ทะเลสาบ ซึ่งไกลออกไปอีก แนะนำว่าถ้าใครจะไปแบบวันเดียวกลับ

ให้ไปทะเลสาบหรือที่ไกลๆก่อนจะดีกว่า เพราะพวกเราอดมาแล้ว

ลงจากรถบัสก็เดินตามทางไว้ ชมป่า

เดินตามทางมาเรื่อยก็จะเจอสะพานชินเคียวค่า

ใครอยากข้ามเสียค่าข้ามนะเออ ส่วนเรื่องน่าช็อคของเราคือ

นึกว่าสะพานจะอยู่กลางป่า ในรูปที่โฆษณาหรือดูจากรีวิวนี่สวยเชียว

จริงๆอยู่ริมถนน รถวิ่งไปมา บีบแตรกันสนุก การ crop ภาพนี่มันหลอกเราได้จริงๆ

 

ถัดจากสะพานชินเคียวก็จะเป็นโซน world heritage แล้ว

เราเดินตามทางไป อากาศเย็นๆในป่า ตะไคร้ตามหิน เย็นมวากส์

มาดูแผนที่กันก่อนค่ะ ตอนนี้เรากำลังเดินเข้าสู่ Rinnoji temple และเดินตามทางไปจนถึง Rinnoji Taiyuin Temple

 

ถึงแล้วทางเข้า Rinnoji temple ตอนนี้ภายนอกเขาปิดสร้างอยู่

แต่เราชอบมุกเขาที่เอาของจริงมาแปะทับไว้ เนียนจินตนาการได้ดีกว่าเอาผ้าใบมาปิดหมด ส่วนด้านในยังเข้าได้อยู่นะ

ค่าเข้าทั้งหมด 1300 เยน เหมาทุกอย่าง (แต่ก็มีบางซุ้มที่ต้องซื้อตั๋วแยกอีกที แต่พวกหลักๆรวมอยู่ในตั๋วนี้หมดแล้ว)

ซื้อตั๋วได้จากด้านหน้าหรือเขาก็ยังมีซุ้มไว้ขายอีกหลายจุด ซื้อเสร็จก็เข้าไปข้างในก็มีพระพุทธรูปให้ไหว้มากมาย

นิกโก้คล้ายๆทิเบตตรงส่วนพิพิธภัณฑ์มีพระเยอะ ที่สำคัญห้ามถ่ายรูปค่ะ

 

ออกมาจากวัดรินโนจิ ก็เดินตามเส้นทางไปเรื่อย จะพบเจอโซนขายของที่ระลึกตลอด

ใบไม้แดงสะท้อนแสงดีจริงวันนี้อากาศดีค่ะ

อย่าคิดว่ามาเที่ยวกับโกกราฟจะเห็นแต่ภาพสวย เราต้องการนำเสนอที่จริงรอบข้างว่าเป็นเช่นใด

เดินไปตามทางกำลังจะไปศาลเจ้าโทโชกุ ไฮไลท์ของที่นี่ต่อค่ะ คนบรึม

 

เราถนัดมากกกก เที่ยวแหล่งมีสาระ วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ คนก็เต็ม

ความรู้ในสมองก็ไม่ค่อยมี สาระนิดหน่อยคือที่นิกโก้ถูกเลือกให้เป็นเมืองสำคัญเพราะใกล้เมืองหลวงเอโดะ (โตเกียว)

คนญี่ปุ่นโบราณเขาก็เชื่อว่าสิ่งไม่ดีจะมาทางเหนือ เพื่อปกป้องเอโดะไว้เมืองนี้อยู่ทางเหนือเลยถูกเลือกให้เป็นเมืองศาลเจ้า จบค่ะ

ดังนั้นด้วยความที่ศาลเจ้าระดับเทพ ที่นี่จึงมีจุดยอดตามดีเทลซุ้มประตู

มีแกะสลักอันวิจิตร อลังการงานสร้าง เราคิดมาตลอดว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศน้อยๆ

ขนาดวัดศาลเจ้าที่ไปก่อนหน้านี้ก็น้อย แต่เมืองนี้เยอะจริงชั้นนึกว่าอยู่ไทย เปลี่ยนจากลายกนกเป็นแกะสลักลายแบบจีนๆแทน

แล้วก็มาถึงลิงแกะสลัก 3 ตัวในตำนาน ใครมาก็ต้องถ่าย สาระก็คือลิงทั้ง 3 ปิดหู ปิดปาก ปิดตา

คือต้องการสื่อว่า ถ้าไม่ฟังไม่พูดไม่ดูสิ่งเลวร้าย สิ่งเลวร้ายก็จะไม่เข้ามาหาเรา นั่นสาระและตำนาน

เดินไปเรื่อย ตามทางไปเลยค่ะ ง่ายไม่หลง แถมได้ดูครบทุกไฮไลท์

เครื่องรางเอย เซียมซีเอย ป้ายขอพรเอย มีครบค่ะ

 

ดีไซเนอร์มาเมืองนี้ มาทำอะไรคะ มาให้ดูดีเทลค่ะ เจอญี่ปุ่นเยอะๆหน่อย

 

หลังจากเราไหว้พระในศาลเจ้าเสร็จ (แน่นอนห้ามถ่ายรูป)

ฝนก็ตก แดดก็ออก ขึ้นเป็นละอองเลยค่ะ หยุดพักสักนิด สักพักฝนหยุดแล้วเที่ยวกันต่อ

เดินต่อไป ยังมีศาลเจ้ารออยู่อีกเพียบ

 

ได้เวลากินแล้ว นิกโก้ใครบอกดังแต่วัดจ๊ะ ที่นี่ของกินชื่อดังคือ ยูบะ ゆば เป็นฟองเต้าหู้ ฮิตมาก

ขนาดมีขายเป็นไม้ 200 เยนอร่อยนะกินกับซุปนี่เวิกมากอยากจะกินสักหลายไม้

นอกจากนี้เมืองนี้ยังมีไอติมฟองเต้าหู้อีก มันเมืองนี้ไม่เน้นวัดเน้นกินดีกว่า

กินไปเดินไป สองข้างทางป่าชัดๆ มาตอนกลางคืนมีหลอนนะ

 

ศาลเจ้าฟุตาราซัน เราเรียกศาลเจ้่านี้ว่า ศาลเจ้าคู่รัก เห้ย! มันเกาหลีจริงดูจากป้ายขอพร

นี่ไง อินเลิฟไหม แถมหน้าศาลเจ้ามีวงแหวน infinity ให้เดินรักกันชั่วนิรันดร์อีกนะ

อย่าคิดว่าจะหมดแล้ว โนวจ้ะ ที่สุดท้าย วัดไทยูอิน เดินต่อไป

วัดไทยูอิน เราเดินวัดเยอะมาก วัดนี้ต้องขึ้นบันไดขึ้นไปอีก

พูดตามตรงขอเป็นเยาวชนที่ไม่ดี ขี้เกียจค่ะ เหนื่อยค่ะ ข้างในปิดซ่อมค่ะ

 

พวกเราเดินกลับมาตรงที่แรกวัดรินโนจิ (ที่ซื้อตั๋ว) ตรงนั้นมีสวนญี่ปุ่นอยู่ค่ะ

ไม่ต้องเสียค่าเข้าเพิ่ม รวมอยู่ใน 1300 เยนแล้ว สวนนี้คุ้มที่จะเข้ามาดูนะ

 

มาต่างแดน แค่เห็นคนให้ความสำคัญกับภาษาของเรา มันน่าดีใจมาก

 

สวนสวยแค่ไหน ไปชมต้นไม้กันค่ะ

 

ได้เวลากินอีกแล้ว งวดนี้เราเลือกร้านใกล้ที่สุดกลาง world heritage

คุณป้าขายโซบะ อุด้ง (ที่ไม่มีใครเข้าร้านสักคน) จริงๆรสชาติคุณป้าโอเคเลยนะ

 

เวลาผ่านไปรวดเร็ว เริ่มเย็นแล้ว จากเดิมเราจะไปน้ำตกซูเซนจิต่อ แต่พนง.ที่สวนญี่ปุ่นบอกว่า

ถ้าเราไปคงกลับโตเกียวไม่ทัน หรือไปถึงก็มืดมองไม่เห็นอะไรแล้ว กลายเป็นทริปนิกโก้นี้เราพลาดน้ำตกที่อยากไปมากที่สุด (เซ็ง)

ไม่เป็นไรไว้มาใหม่ญี่ปุ่นต้องมาอีกหลายรอบแท้ในชีิวิต เราจึงเดินเล่นรอบเมืองนิกโก้ต่อ จุดที่คนเขาไม่เที่ยวกัน

สนุกไปอีกแบบ ที่นี่ดีใกล้ เป็นเมืองเล็กๆ เดินทั่วถึงกันหมด แค่เดินเข้าร้านนี้ออกร้านนั้น

ชิมฟรีไปทั่วก็สนุกแล้ว อิ่มด้วยประเด็นหลัก

 

เดินชิมฟรีไปเรื่อย จริงๆแล้วจากสถานีรถไฟไม่ต้องนั่งรถบัสก็ได้นะถ้าไม่รีบ

ทั้งถนนมีให้ชิม ส่วนอันนี้ไม่ฟรี ซาลาเปาทอด ของขายดี ต่อคิวกันบรึม ชมฟรีไปเรื่อยสนุกจัง

 

บอกแล้วเดินจนมาถึงสถานีรถไฟ แต่นี่ไม่ใช่ของ JR แต่เป็นของ Tobu อีกยี่ห้อหนึ่งแต่ใกล้กันค่ะ ยามเย็นนิกโก้เปิดไฟกัน เย็นๆสวยๆ

 

เราก็นั่งรถไฟเพื่อมุ่งตรงไปโตเกียวต่อ แต่ต้องกลับไปที่สถานี Utsunomiya ที่เราไปฝากกระเป๋าไว้ก่อน

เมืองนี้หนังสือบอกว่า ของดังคือ เกี๊ยวซ่า มันต้องไปลองสิจ๊ะ

 

อีกสิ่งที่ชอบในญี่ปุ่นคือ ระบบจัดการ ร้านอาหารญี่ปุ่น บ้านญี่ปุ่น โฮสเทลญี่ปุ่น ส่วนใหญ่เล็ก

แต่เขามีระดับจัดการที่ยอด แบ่งหน้าที่ แบ่งสเปซกันได้ลงตัวมาก

ตัวอย่างคือร้านเกี๊ยวซ่า เล็กๆแต่พอดี งี้แหละการจัดสรรที่ดีไม่เปลืองพลังงาน

 

หลังจากกินเสร็จ เราก็นั่งรถไฟแบบหลับๆกลับโตเกียว ไว้มาต่อกันต่อตอนต่อไป โตเกียวจัดเต็ม ติดตามกันด้วยนะฮ้า

และเตรียมพบกับสมาชิกใหม่แห่งโกกราฟ มาเที่ยวด้วยกับเรา พบกันตอนหน้าจ้ะ แล้วพบเจอกันค่ะ :- )

 

Facebook Comments