02 - Japan, Asia, Go!Gin, Hokkaido, Japan

Japan North – South : EP6.1 Something about Hokkaido

รวมทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพบเจอที่ฮอกไกโด

ฮอกไกโด มีอะไรให้ค้นพบเยอะมากกก ฟินหนักมาก มีอะไรบ้าง สิ่งสวยงามรออยู่ 

ของกิน – ปลาดิบ

ฮอกไกโดเป็นเมืองแห่งของกินค่ะ ตั้งแต่ปลาดิบ นม เนื้อ ไอศกรีม เค้ก

ทุกสิ่งอย่างที่คนญี่ปุ่นมักเชื่อว่าเป็นวัตถุดิบที่ดี ถึงเราจะเดินทางแบบยาจก

เราก็ยังพอมีกินอยู่ตั้งแต่แพงยันถูก ยิ่งแต่ละเมืองที่เราผ่านก็มีของกินประจำเมืองอีก

สิ่งแรกที่จะแนะนำคือ ปลาดิบ ปลาดิบเมืองแนะนำที่ไปชิมมาคือ โอตารุ เป็นเมืองท่า

เป็นเมืองซูชิ ที่ซูชิในเมืองราคาแพงเราจึงเลือกข้าวหน้าปลาดิบแทน ราคา 700-1400 เยนค่ะ

ยิ่งราคาเยอะก็บวกทอปปิ้งได้เยอะ มีทุกปลา ทุกเนื้อ ร้านมีขายทั่วไป ไม่หนักหนาๆ หากินง่าย

 

เมืองต่อมาที่ไปชิมปลาดิบคือ ฮาโกดาเตะ เป็นเมืองท่าฟีลซานฟราน

ปลาที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ ปลาหมึก นอกจากนั้นก็ยังมีปลาอื่นๆอีก เรียกว่ากินแล้วสูสีกันแต่ที่โอตารุจะถูกกว่า

เราก็ชาวกินปกติไม่ค่อยรับรู้ว่าที่ไหนสดไม่สด ดีไม่ดีอย่างไร กินได้อร่อยโอเค เป็นพอ

สิ่งที่มาคู่กับปลาดิบคือ วาซาบิและขิงดอง วาซาบิที่ดีคือ ไม่เผ็ดแต่อร่อย ยิ่งได้กินคู่กับปลาดิบยิ่งเลิศ

ส่วนขิงเอาไว้แก้เลี่ยนตัดรส พูดจริงเราเป็นคนไม่กินทั้งคู่ตอนอยู่เมืองไทย แต่ที่ญี่ปุ่นมันช่างกันได้ดีนักแล

ปลาดิบฮาโกดาเตะ : ตลาดเช้า 1000 เยน ขึ้นไป (เป็นเซทมีซุปให้)

 

ต่อจากปลาดิบ มาที่เนื้อกันต่อ ชื่อเสียงเรียงนามของซัปโปโรคือ

เนื้อย่างเนื้อแกะเจงกิสข่าน เราสารภาพผิดว่าหาร้านไม่เจอ แต่เจอร้านเนื้อย่างอื่นแทน

สั่งก็สั่งกันไม่เป็นจิ้มเมนูมั่วเอา แต่พอเนื้อมาเสิร์ฟ แค่เตาถ่าน เนื้อ และผัก ควันโขมง

อากาศหนาวๆ เนื้ออุ่น ตัวเหม็นยังไงก็ยอม

ร้านเนื้อย่าง : ซัปโปโร ย่านซุซุกิโนะ ราคาประมาณคนละ 1200 เยน

 

ต่อกันที่ของหนักอย่างราเมง จริงๆแล้วซัปโปโรมีราเมงของตนเองด้วย

ที่ใส่ข้าวโพดแน่นอนเราพลาด อดกินอีก แต่ราเมงมื้อแรกของเราที่ญี่ปุ่นก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน

เป็นราเมงแยกเส้น และ ราเมงซุปกระดูกหมูข้นๆ อากาศหนาวฮอกไกโด กับ ราเมงอุ่น อร่อยเด็ดจ้ะ

ส่วนใครที่อยากกินราเมงอย่างแท้จริงที่ซัปโปโรแนะนำตรอกราเมง อยู่ในย่านซุซุกิโนะนั่นแหละ

มีหลายร้านให้เลือกเยอะแยะมาก ส่วนคืนนั้นเราเลือกเนื้อย่างแทน

ราเม็งซัปโปโร : ย่านซุซุกิโนะ ชามละ 700 เยน

 

ต่อจากราเมงก็มาถึงอาหารยอดนิยมนอกจากราเมง เรียกว่าเราไปเมืองไหน ต้องเจอร้านอุด้ง-โซบะ แทบทุกเมือง

กินง่าย จ่ายง่าย ถ่ายคล่อง อุ่นและอิ่ม อุด้งที่เราไปลองเจ้าแรกอยู่ที่เมืองนิกโก้ ดูเผินไม่มีอะไร

เส้นและไข่แต่ก็อิ่มดี แต่ละที่แต่ละถิ่นก็จะมีอุด้งสูตรไม่เหมือนกัน เส้นหนา เส้นแบน เส้นบาง

ราคาอุด้งส่วนใหญ่ตั้งแต่ 500-1000 เยนขึ้นไป แล้วแต่ว่าเราจะเลือกเมนูไหน ใส่ไก่ ใส่ไก่ หมู ชาบูหรือเมนูพิเศษ

อุด้งใส่ไข่นิกโก้ร้านคุณยาย : 600 เยน

 

อาหารต่อมาสำหรับกินอยู่ยาจกอย่างเรา ข้าวกล่อง ข้าวปั้นในมินิมาร์ท

(ที่ญี่ปุ่นจะเรียกมินิมาร์ทว่า คอมบินิ มาจาก คอนวิเนียนสโตร์ แต่ญี่ปุ่นออกเสียง ว เป็น บ )

ของในคอมบินิส่วนใหญ่แนะนำให้ซื้อใน lawson ค่ะ จะมีตั้งแต่ข้าวปั้นไฮโซไปจนถึงโลโซ

มีแทบทุกหน้าต้องอ่านหรือดูรูปดีๆ อย่างแซลมอน (จะเรียกว่า sa-ke) แซลมอนมาโย (ในซอสมายองเนส)

บ๊วย (ใครได้กินซวยไป) เนื้อ หรือ อิคุระ (ไข่ปลา) เมนไทโกะ (ไข่ปลาคอด) หรือบางทีอาจเจอข้าวปั้นตามฤดู

เช่นฤดูนี้มีปลานี้ เราจะโชคดีได้กินไป เฮ ข้าวปั้น คอมบินิ : 105-300 เยน

 

อาหารหนักต่อมา หมูทอดทงคัตสึ เราก็ไม่ได้รู้หรอกว่าหมูที่ไหนอร่อย หรือเมืองไหนมีสูตรเด็ดแค่หิวและแวะเข้าร้านไหน

ญี่ปุ่นนี่ทุกร้านมาตรฐานโอเคมาก เหมือนเขาได้รับเกียรติให้เปิดร้านอาหารแล้วต้องทำให้ดีที่สุด

ร้านทงคัตสึที่เราลองร้านแรกอยู่เมือง ฮาโกดาเตะ เป็นร้านบ้านๆคุณป้าชิวๆ ทำตั้งแต่หมูทอด

ยันหอยเชลล์ทอด กินกับข้าวที่อัดแน่น น้ำซอสราดกับแป้งกรอบพร้อมนั่งดูทีวีบ้านป้าด้วย

เป็นสุขนักแลเมื่อท้องอิ่ม ร้านหมูทอดเมืองฮาโกดาเตะ ชุดละ 940 เยน

 

ของหนักหมดไป มาต่อที่ของกินเล่นชิวๆบ้าง อย่างแรกที่เมืองโอตารุ โมจิและมันฝรั่ง 2 ชิ้น 300 เยนค่ะ อร่อยดี กินไปเดินไป เพลิน

 

ของดังต่อมาที่เราไปกินมาแทบทุกเมือง ซอฟท์ครีม เริ่มต้นที่รสนมชิวๆกันก่อน

ซอฟท์ครีมเรียกว่ามีทุกเมือง รสนม เมลอน เบอร์รี่ต่างๆ เต้าหู้ ซากุระ แล้วแต่ว่าเมืองนั้นดังอะไร

แต่ที่อยากบอกคือ จริงๆแล้วถ้าร้านไหนมีหลายรสแปลว่าไอติมสำเร็จรูปจากญี่ปุ่นห้อ Tomi ค่ะ

จะเป็นถ้วยๆแช่แข็งมาให้ และร้านก็จะอัดลงเครื่องออกมาเป็นซอฟท์ให้เรากิน

ตอนแรกเราก็ตื่นเต้น สักพักเริ่มเจ็บใจอยากกินไอติมโฮมเมดบ้าง (แต่ก็จน)

บางร้านถ้าไม่ขายไอติม Tomi ก็ยังใช้โคนของ Tomi อยู่ดี แนะนำว่ามาญี่ปุ่นสักครั้งต้องลองไอติม

ยิ่งโคนวัฟเฟิลนะ โหย ฟิน

 

ซอฟท์ครีมต่อมาที่เมืองฮาโกดาเตะ พิเศษเพิ่มขึ้นโดยการแถมปอคกี้ 2 แท่ง

 

ยังอยู่ที่ซอฟท์ครีมกันต่อ มาถึงฮอกไกโดห้ามพลาดรสเมลอน

แต่จริงๆแล้วมันคือไอติมสำเร็จรูปนั้นแล เราก็ไปกินไอติมสำเร็จรูปที่ฮาโกดาเตะ

ถ้าใครไปไม่ถึงฮอกไกโดสามารถหาซื้อไอติมรสนี้ได้ที่วัดอาซากุสะ 300 เยนจ้ะ

ไอติมเมลอนฮอกไกโดวัฟเฟิลโคน : 300 เยน ของแท้ต้องสีส้ม !!

 

ของกินต่อมาที่รอคอย ขนมหวาน นมเนยเค้ก ฮอกไกโดมีชื่อเสียงมาช้านาน ใครมาเกาะนี้ต้องมาเพื่อกิน

เราก็กินอยู่อย่างประหยัด แต่ถ้าอันไหนอดใจไม่ไหวมันก็ต้องกิน เริ่มจากของฝากอันดับหนึ่งบนเกาะฮอกไกโด

ช็อคโกแลคคุกกี้ ชิโรอิ โคยบิโตะ เราไปถึงโรงงานมาแล้ว (แต่ไม่ได้ซื้อ)

สุดท้ายซื้อเป็นของฝากกลับมากินที่บ้าน อร่อยสมคำร่ำลือ

แต่เราไปกินเค้กในโรงงานช็อคโกแลตมาจ้ะ เค้กอันดับหนึ่งของที่นี่เฮ

 

เค้กฝั่งซัปโปโรเห็นไปแล้วอย่าคิดว่าเมืองอื่นจะยอมแพ้ เค้กฝั่งฮาโกดาเตะก็เด็ดไม่แพ้กัน ราคานั้นคนญี่ปุ่นแปะป้ายบอกเราไว้หมดแล้ว

 

 

รายนามของฝากของหวานยังไม่หมด ถ้าคิดว่าที่ซัปโปโร ฮาโกดาเตะ หาซื้อยาก

แนะนำถนนซาไกมาจิ เมืองโอตารุ ทุกสิ่งอย่างที่เราเห็นอยากกิน รวมอยู่ที่นั่น

แค่ดูแพคเกจ ความหิวก็จะมาแต่ดูราคาน้ำย่อยอาจจะลดลง ฮี่

 

ขนมนมเนยอิ่มไปแล้ว มาต่อที่นม ถ้าใครมีโอกาสไปฮอกไกโด กินไปเถอะค่ะนมหน่ะ

รสชาติมันดีกว่าบ้านเราจริงๆ (ขนาดนมไก่กาในคอมบินิของเค้า เมจิยังแพ้)

ยิ่งถ้าได้ลองนมขวดแก้วแล้วหล่ะก็ หืมมม นม.. เข้มข้น หอมมัน

 

จากร้านขายของทั่วไปไปแล้ว วิธีการเลือกกินอย่างถูกอีกแบบคือ

ตอนห้างใกล้ปิด ของในซูเปอร์จะลดราคา เฮ้ย !! ไม่ได้ล้อเล่น และคุณภาพไม่ได้แย่

ลดราคาจริงจัง จากหลักพันเหลือหลักร้อย ประทังชีวิตได้จริงแท้ค่ะ

และอย่าคิดว่าจะมีแต่อาหารกากๆนะคะ ซูชิ ปลาดิบ ก็มีนะจ้ะ

ต้องหาดีๆ ถ้าได้ของกินดีแล้วกับข้าวเปล่า โห่ย สวรรค์ละชีวิต

ข้าวกล่องก็มีให้เลือกเป็นล้าน ตั้งแต่ญี่ปุ่น ข้าวหน้าไปจนถึงอาหารจีน มีหมดตามแต่ใจเราโชคดี

เห็นนมพวกนี้อยู่ตามซูเปอร์ รสชาติไม่เป็นรองนมขวดแก้วนะ ยี่ห้อแนะนำคือ

ซ้ายบนกล่องแดง Megmilk อร่อย! กล่องละประมาณ 100-300 เยน ระดับ 100 เยนก็อร่อยแล้วค่ะ ราคาแล้วแต่ปริมาณด้วยนะ

 

ต่อไปเป็นตู้กด ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เชื่อว่ามีตู้กดมากที่สุดในโลก

ถ้าเมืองไทยนับว่าเซเว่นถือเป็นความเจริญ ญี่ปุ่นเพียงที่ไหนมีตู้กดเท่ากับที่นั่นเจริญแล้ว

ยิ่งเดินทางเราจะพบตู้กดประหลาดมากมาย น้ำเอย (แต่ละน้ำก็จะไม่เหมือนกันด้วยนะ)

น้ำชา กาแฟ (ตามตู้กดแถวชานเมืองจะมีแก้วให้ด้วย) ไอติมกูลิโกะ ขนมไก่กา ของเล่น

แค่น้ำก็มีหลายยี่ห้อแล้ว Cocacola Kirin เต็มไปหมด คิดซะว่า อยู่ญี่ปุ่นไม่มีอดน้ำตาย

ยิ่งอากาศหนาวๆ ตู้กดจะมีให้เลือก 2 แบบ ปุ่มสีฟ้า = เย็น สีแดง = ร้อน ตอนอากาศหนาวได้แค่กาแฟอุ่นกดออกมาถูมือก็สุขใจละ

ราคาของส่วนใหญ่จะหลัก 100-300 เยน น้ำเปล่าที่กดบ่อยสุด 105 เยน

(บางยี่ห้อจะถูกกว่าแนะนำให้ดูปริมาตรด้วย ถ้าของน้ำทิพย์ = โลโกแบบบ้านเรา จะ 555 ml <— สงสัยอยู่ว่าทำไม ต้อง 555 วะ แล้วเป็นทุกยี่ห้อ )

 

นอกจากตู้กดแล้ว เข้าคอมบินิหนักกว่า เจอเป็นล้านวางเรียงกันละลานตาโคตร เบียร์ น้ำเปล่า น้ำโซดา น้ำผลไม้

โอ๊ยอย่าคิดว่าจะกินให้หมดทุกยี่ห้อได้ เพราะบางทีก็มีอีกยี่ห้ออีก เรียกว่า ดูเอาเถอะ ทำใจ อยากกินเมื่อใดค่อยซื้อ

 

มาถึงซัปโปโร แน่นอนของดังที่สุดของซัปโปโร คือ เบียร์ซัปโปโร ใครมาก็ต้องมาชิม

กินเหล้าไม่ได้เขาก็มี 0% ซื้อยกชุดมีแถมกับแกล้มให้อีก เบียร์ซัปโปโร 4 แบบ + กับแกล้ม : 800 เยน

ของฝากอันดับ 1 ของฮอกไกโดเช่นเดียวกัน เขาบอกหากินยาก มันคือเฟรนฟรายส์แท่ง กินกับเบียร์ก็ได้ กินเฉยๆก็ได้ อร่อยดี

 

ถือว่าจบแล้วสำหรับเรื่องกิน ณ ฮอกไกโด (ที่เรายาจกไปกินมา) วันหน้าจะมาต่อกราฟิกที่เราพบเจอ (สำหรับ reference ด้านดีไซน์)

อย่าคิดว่าเราไปแต่กินนะ !! เราไปศึกษาความรู้ด้วยหรอก (ถึงจะน้อยก็เถอะ)

 

 

กราฟิก ฮอกไกโด

ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีดีไซน์ค่ะ ส่วนใหญ่จะเน้นเรียบง่ายเน้นการใช้งาน สื่อสารกับผู้คนรู้เรื่องเข้าใจให้ข้อมูล

ชาวญี่ปุ่นเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่ดี ขนาดป้าแถวชนบทขายผักยังทำแพ็คเกจเอง (สุดยอดมั๊ยหล่ะ)

ดังนั้น สิ่งที่เราจะนำเสนอต่อไปคือ กราฟิกฮอกไกโด คาดว่าคงเป็นกระทู้แรกที่นำเสนอในบลูพลาเน็ตนะคะ : )

Signage ป้ายบอกทาง สิ่งแรกที่อยากแนะนำให้รู้จักกันคือ Signage หรือ ป้ายบอกทาง มันคือ infomation graphic ดีๆนี่เอง

ซึ่งแต่ละที่จะมีรูปแบบแตกต่างกันไป ตั้งแต่ไอคอน (เช่นห้องน้ำชายหญิง) ไปจนถึงวัสดุที่เลือกใช้ลงบนผนัง

ซึ่งแล้วแต่ concept หรือ สภาพแวดล้อมค่ะ ที่แรกที่อยากให้รู้จักกันเป็นที่ที่พวกเราก็ตื่นเต้นจากเข้าญี่ปุ่นครั้งแรก signage ใน

สนามบิน new-chitose (สนามบินซัปโปโร)

ที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับคนพิการมาก ตั้งแต่ทางลาดรถเข็น ไปจนถึงคนตาบอด เรารู้ได้ยังไง

ดูที่ป้ายห้องน้ำค่ะ แค่ทางเข้าจะมีบอกไว้หมดเลยว่าถ้าเดินเข้าไปแล้ว ส้วมจะอยู่ทิศไหน

เรียกว่าให้ข้อมูลกันทุกที่ ไม่มีพลาด นี่แหละญี่ปุ่น !

สิ่งต่อมาเป็นถังขยะ ทำไอคอนง่าย เข้าใจง่าย ถ้าไม่เข้าใจภาพก็มีช่องให้แยกขยะได้อีก

 

เดินต่อมาเราก็พบว่า สนามบินญี่ปุ่นปรับให้เข้ากับพื้นที่ตรงที่มีภาษารัสเซีย

เพราะทางเหนือของญี่ปุ่นอีกนิดก็รัสเซียแล้วค่ะ ไม่แปลกที่จะมีภาษาเพื่อนบ้านด้วย

ยิ่งลงใต้เมืองฟุกุโอกะซึ่งใกล้กับเกาหลี ก็จะมีภาษาเกาหลีแทน

 

 

Signage ในรถไฟ + ป้ายประกาศ

บนรถไฟก็มีการให้ข้อมูลค่ะ ตัวอย่างแรกที่อยากให้ดูคือ ป้ายที่นั่งสำหรับเด็กสตรีและคนชรา

(ที่บ้านเราก็มีแต่ทำไอคอนแปลกนิดหน่อย) ญี่ปุ่นเขาทำออกมาได้น่ารักดี

นอกจากนั้นที่เบาะบนรถไฟ เขายังทำสีเบาะพิเศษเพื่อที่ว่างสำหรับคนกลุ่มนี้ด้วยนะ

 

ป้ายต่อมา สัญลักษณ์ของทุกสถานี ใครดูรีวิวหรือเคยไปมาแล้วนั่งรถไฟ เรียกว่า ไม่มีทางจะไม่เจอป้ายนี้ คล้ายกับ BTS บ้านเราค่ะ

เราอยู่สถานีอะไร (ไทย/อังกฤษ) และสถานีต่อไปซ้ายขวาคืออะไร สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับบ้านเราคือ

การรถไฟบ้านเราก็มีนะคะ แต่ป้ายนี้อยู่แทบจะสุดชานชาลา เรียกว่านั่งอยู่บนรถไฟแทบไม่รู้

นอกจากป้ายของญี่ปุ่นเขาจะบอกข้อมูลแล้ว เขายังมีประกาศอีก คิดภาพว่าถ้าการรถไฟบ้านเราเหมือน BTS ทุกอย่างจะดีขึ้นมาก

บางทีเพิ่มแค่สิ่งเล็กๆน้อยๆลงไป เพิ่มมูลค่าได้อีกเยอะ ประโยชน์เพิ่มอีกเยอะ

 

ในซัปโปโร นอกจากจะมี JR (การรถไฟแห่งญี่ปุ่น) ตัวเมืองซัปโปโรเองก็มีรถไฟใต้ดินของตนเอง

แบ่งเป็น 3 เส้นหลักๆ (กรุงเทพเรามี 2 เส้น ซัปโปโรมี 3 เส้น) จากที่เราสังเกต เซี่ยงไฮ้ โตเกียว ซัปโปโร

นอกจากจะทำป้ายไว้เหนือหัวเราแล้ว บนพื้นก็สำคัญ เดินตามเส้นสีไปเลย วิธีเวิกมาจริงๆ

 

 

ต่อจาก Signage ของรัฐบาลทั้งหลายก็มาที่ภาคเอกชนกันบ้าง จากที่เราสังเกต เกือบทุกที่ในญี่ปุ่น

สถานที่ต่างๆ แค่ไอคอนห้องน้ำ เขาก็ไม่โหลด vector ให้ไอคอนชายหญิงออกมาเหมือนกัน

ทุกทีเหมือนยอมกันไม่ได้ ชั้นต้องมีดีไซน์นะ !! โรงงานช็อคโกแลต – Shiroi Koibito โรงงานช็อคโกแลตของฝากชื่อดัง

ยังแอบเป็นธีมปาร์คเล็กๆ ส่วนเรื่องป้ายด้านในทำเป็นสีเขียวและแมว ทุกอย่างต้อง คอนเซ็ป จะมาตัดแปะให้ไม่เหมือนกันไม่ได้

 

สวนสาธารณะ Moerenuma
ขนาดสวนเขายังมีป้าย บอกง่ายชัดเจน เห็นชัด ให้ข้อมูลว่ามีที่จอดรถ
บางทีไม่ต้องทำให้ใหญ่ ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก แค่นั้นพอ

ป้ายห้องน้ำ ถึงที่นี่ไอคอนจะเป็นชายหญิงปกติ แต่ญี่ปุ่นเขาก็ไม่แพ้นะ

มันอยู่ที่การทำป้าย อะคริลิก ใส่ไฟ กับผนังปูนเปลือย เห้ยสวย จบแล้ว

 

เมืองออนเซ็น Noboribetsu 
แม้แต่เมืองแอบชนบทนิดหน่อย เขาก็ยังต้องมีดีไซน์
ไอคอนห้องน้ำยักษ์ ฟ้า ชมพู บอกเราเช่นนั้น เก๋ปะหล่ะ

 

เมืองฮาโกดาเตะกันบ้าง
แค่โซนง่ายๆ ป้ายเมืองเขายังมีบอก

เริ่มจาก แถวนี้เป็นตลาดปลานะจ้ะ มีปลาหมึกและปูออกมาต้อนรับแล้ว
จะญี่ปุ่นไปไหน !!

 

นอกจากความแบ้วแล้ว ทั่วเมืองยังเต็มไปด้วย Signage ที่บอกแหล่งที่เที่ยว แปะมันไว้กับพื้นเลย
มันเท่ตรงที่ยิ่งคนเหยียบเยอะ ยิ่งเก่า ยิ่งคลาสสิค ย่ิงดูดีนี่แหละ

 

Packaging

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่บ้าการทำแพคเกจมาก แค่กล่องของฝากก็เล่นห่อเป็นสิบชั้น
ห่อแล้วห่ออีก คงจะมาจากนิสัยขี้เกรงใจ เขินแล้วเขินอีกก็เลยห่อแล้วห่ออีก
แต่แพคเกจญี่ปุ่น พูดตรงๆ อะไรโง่ๆยังน่ารัก !

เริ่มจาก ของหวานกันดีไหม ?

 

เรามาเริ่มที่ของยอดฮิตที่สุดของเกาะฮอกไกโด
ช็อคโกแลตคุกกี้ ชิโรอิ โคยบิโตะ (จะสังเกตว่าเราพูดถึงบ่อยมากคือดังจริงๆยี่ห้อนี้
ใครไปฮอกไกโดแล้วไม่เห็นโฆษณาหรือสิ่งอื่นใดของขนมยี่ห้อนี้นี่ถือว่าพลาดมาก มาไม่ถึงๆ)

ขนมอะไรไม่รู้ เราเจอที่ฮาโกดาเตะ ทุกยี่ห้อต้องมีตัวการ์ตูนจริงๆ น่ารัก

 

หลังจากขนมกุ๊กกิ๊กนมเนย สิ่งที่ขาดไม่ได้ของชาวญี่ปุ่นเวลาไปเที่ยวเมืองไหนคือ
ของฝาก
เขาให้ความสำคัญมาก ห่อต้องสวย สื่อถึงเมือง
พูดอย่างเดียวคงนึกภาพไม่ออก เราขอยกตัวอย่างไปที่เมือง โนโบริเบทสึ
เมืองนี้เป็นเมืองบ่อน้ำพุร้อน สัญลักษณ์เมืองคือยักษ์ (เพราะบ่อน้ำพุชื่อ หุบเขานรก) แล้วไปดูกล่องของฝากเค้า
โอ๊ย อยากซื้อทุกกล่องเอาไปฝากลูกหลาน

 

เครื่องดื่ม
ที่นี่มีให้เลือกเป็นล้านแบบ แน่นอนแข่งขันกันสูงอยู่แล้ว
เราจะให้ดูแบบปกติจะดูไปทำไม มาดูแบบที่เราเลือกสรรมาแล้วดีกว่า
มาดูเทคโนโลยีการผลิตของบ้านเขากัน ว่าเล่นลูกเล่นกับแพ็คเกจได้มากแค่ไหน !!

 

Advertising 

หัวข้อสำคัญของงานดีไซน์อีกอย่างค่ะ โฆษณา โดยเราจะเน้นที่โปสเตอร์มาให้ดูว่า
ตอนนี้กราฟิกญี่ปุ่น แอดญี่ปุ่น เขาไปกันถึงไหนแล้วนิ !

 


อันนี้ไม่เรียกว่าทำด้วยคอม นี่มันเขียนด้วยมือชัดๆ (อาจจะโดยพนักงานขายด้วย)
เห้ย !! ทำไมทุกคนประเทศนี้ทำอะไรออกมาก็ดูดีฟร่ะ !!

 

ถือเป็นอันจบตอน 6.1 ค่ะ ทั้งของกินและดีไซน์ อิ่มท้องแล้วต้องอิ่มตาด้วย

วันนี้ขอลาด้วยงานออกแบบที่เข้าใจได้มากที่สุด
เน้นประโยชน์ของการใช้งานและนี่คือใจความหลักของงานดีไซน์
และฉากหลังเป็นหอคอยซัปโปโรค่ะ อย่าลืมไปเที่ยวฮอกไกโดกันนะทุกคน

Facebook Comments