01 - Tibet, Asia, Beijing, China, Hanoi, Laos, Nanning, Shanghai, Tibet, Trick & Tips, Vientiane, Vietnam

นั่ง รถไฟ ถึง Tibet : EP 0 How to?

นั่ง รถไฟ ถึง Tibet : EP 0 How to?

สวัสดีค่ะทุกคนตอนนี้เป็นตอนสาระมาก เพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้คนที่มาสอบถามกัน

ว่าควรทำอย่างไร เรารวบรวมไว้แล้ว (จริงๆก็ไม่อยากจะตอบแยกย่อยไปเยอะ

เพราะอาจจะทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนไปได้) ดังนั้น เราจะแบ่งหัวข้อไปทีละเรื่อง

เพื่อการเตรียมตัวนั่ง รถไฟ ก่อนจะออกไปผจญโลกกันนะ !!

 

1. วางแผนนั่ง รถไฟ อย่างไร ?

ก่อนที่จะเดินทางได้ แบบไม่ได้ไปกับทัวร์ เราก็ควรจะมีการวางแผนที่รัดกุมมาก

เพื่อไม่อยากให้พลาดตอนเจอของจริง ดังนั้นก่อนไป เราจึงสร้างตารางแผนการของเราออก

และ ปรินท์ลงไปในสมุดที่พกไประหว่างเดินทาง เป็นเช่นนี้ เราแบ่งแยกข้อมูลโดยการ

สีเขียว คือ นอนบน รถไฟ // สีม่วงคือ เดินเที่ยวเล่น บนพื้นดิน

สีส้มคือ นอนหลับในโฮสเทล // ส่วนสีแดงคือ ไปถึงแล้วต้องจองตั๋วก่อน จะได้ไม่ลืม !

2. ค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมด อันไหนที่จองได้ จ่ายก่อนได้ เราเลือกจ่ายตั้งแต่ที่ไทย

เพราะจะได้ไม่ต้องพกเงินไปเยอะ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากถ้าหาย แล้วจะซวย !

ดังนั้น จ่ายก่อน ปลอดภัย :) จากตาราง เราจะแบ่งตามสี เช่น สีเขียวคือค่าเดินทาง (รถไฟ/รถบัส)

สีฟ้าคือค่าทัวร์ สีครีมคือค่าที่พัก และสีม่วงคือสรุปต่างๆ ส่วนด้านหลังที่เป็นช่องสีส้มแดงแปลว่า

จ่ายตั้งแต่ที่ไทยแล้ว จากภาพจะเห็นว่า งบคือ 65160 แต่เอาเข้าจริง ใช้ประมาณ 60000

(เพราะอย่าลืมว่ารถไฟเราไม่ได้นั่งขบวนที่ตั้งใจไว้ ราคาเลยถูกลง)

 

3. เอกสารต่างๆ ทำวีซ่า / ใบเพอร์มิต (สำหรับทิเบต)

Q : คำถามยอดฮิต ถ้าจะไปต้องทำวีซ่าที่ไหนบ้าง

A : ลาวไม่ต้อง เวียดนามไม่ต้อง จีนต้อง ทิเบตต้องมีวีซ่าจีนก่อน ถึงจะทำใบเพอร์มิต (permit) ได้

Q : ทำวีซ่าจีน ทำยังไง

A : สามารถเสิร์ทตามกูเกิลได้เลย มีคนบอกไว้เพียบ

ถ้าขี้เกียจก็เข้าไปที่ http://www.visarite.com/images/visaform/V.2011A.pdf มีให้โหลด ของแท้ตอนนี้้ต้องมี 4 แผ่น ส่วน http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2011/07/H10833227/H10833227.html ก็บอกละเอียดแล้ว จบ !

 

 

Q : แล้วทิเบตหล่ะ

A : ทิเบตคือตอนนี้ต้องมีใบเพอร์มิตเข้าไป ใบเพอร์มิตต้องออกโดยทัวร์ ทัวร์ส่วนใหญ่ก็บังคับเราซื้ออยู่แล้ว ไม่มีเจ้าไหนรับทำแต่ใบเพอร์มิต

เพราะงั้น เราควรได้ VISA จีนมาก่อน แล้วสแกนส่งให้ทัวร์เพื่อให้ทัวร์ออกใบเพอร์มิตให้เรา ใบเพอร์มิตก็จะหน้าตาเป็นเช่นนี้

(พวกเราได้ไฟล์จากทัวร์ส่งเมล์มาให้ ก็ต้องปรินท์ออกมาเป็นหลักฐานยืนยัน) เมื่อได้เอกสารพวกนี้ครบแล้ว

อย่าลืมปรินท์ออกมาเก็บไว้กับตัว ทั้งสำเนาพาสพอร์ต , วีซ่า , เพอร์มิต

ปรินท์ออกมาหลายๆชุดเลย (อย่างพวกเราคือ ปริน 3 ชุดแยกกันเก็บคนละชุด)

 

4. ที่นอน ที่พัก อย่างไรดี

Q : จองกับที่ไหน ยังไง

A : จองออนไลน์ผ่าน http://www.hostelworld.com/ ส่วนรายชื่อที่พักต่างๆในแต่ละเมือง คือ

ฮานอย : Hanoi Hostel – เฉยๆ แต่มีข้าวเช้าให้กิน ราคาไม่แพง

หนานหนิง : Lotusland Hostel – ดีมาก สะอาด มีราวตากผ้า ราคาไม่แพง

หยางซั่ว : Showbiz Inn – เฉยๆ แต่ดาดฟ้าวิวสวย

ปักกิ่ง : 365 Inns – สะอาดดี แต่ไม่มี wifi ที่ห้องนอน

ทิเบต : โรงแรมจากทัวร์ ไม่ได้จองเอง

เซี่ยงไฮ้ : Mingtown Hiker – สะอาด ทุกอย่างดีหมด

** ยังมีอีกหลายเวบที่คล้ายๆแบบนี้ agoda.com หรือ booking.com (จะมีแบบโรงแรมด้วย) แต่ของ hostelworld มันง่ายดี

 

 

Q : เวลาเลือกโฮสเทล ควรคำนึงอะไรบ้าง

A : เรตติ้งใน hostelworld.com / Location (สำคัญ) / ราคา / อินเตอร์เน็ต /

ข้าวเช้าฟรีก็จะดี ควรอ่านรีวิวที่คนอื่นเขียนถึงโฮสเทลด้วยก็จะดี

 

 

Q : นอนแบบไหน

A : Dorm (แบบหอพัก) นอนรวมไปเลย (เพราะเรามีเพื่อนผช ไปด้วย ถ้า ผญไปกันเองก็เลือกเป็น Female Dorm )

เราจะเลือกแบบห้องนึงมี 4 เตียง ห้องน้ำรวม ไม่ต้องกลัวว่าห้องน้ำจะสกปรก

โฮสเทลที่เราพักทั้งหมด ห้องน้ำรวมสะอาดมาก

 

 

Q : จองไปแล้ว แล้วยังไงต่อ

A : มันจะตัดตังค์จากบัตรเครดิตเรา ข้อควรระวังคือ มันจะตัดไปแค่ 10% ของราคา อีก 90% ต้องไปจ่ายตอนไปพักจริง

ควร Print Screen (ถ่ายรูปหน้าจอ) เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าเราจ่ายตังค์แล้วด้วย

เช่น ตามรูป เมื่อจองจบแล้ว จ่ายเงินแล้ว เราก็เข้าไปหาแผนที่โฮสเทล ปรินท์ออกมาแปะลงสมุด

เผื่อหลงจะได้ถามคนแถวนั้น แต่เมื่อจองแล้วทางโฮสเทลจะติดต่อกับเราทางเมล์ อยากรู้อะไรก็ถามเขาได้

เค้าก็จะบอกหนทางไป สายรถเมล์ เวลาเช็คอิน ข้อมูลต่างๆให้เรา ข้อแนะนำ ถ้าจองที่ไหน

แล้วอยากออกไปเที่ยวอะไรไกลๆ เช่น ฮานอย อยากไปฮาลองเบย์ ควรถามโฮสเทลว่ามีทัวร์อะไรขายมั๊ย

โฮสเทลจะจัดการให้ หรือ ซื้อตั๋วรถไฟ โฮสเทลก็จะจัดการให้เราได้

 

5. ตั๋วเครื่องบิน

Q : จองผ่านที่ไหน

A : ผ่าน http://www.orbitz.com/ ดีตรงที่ข้อมูลดูง่าย มีสายการบินให้เลือกเยอะ และราคาถูก

 

สมัยนี้ก็มีเวบหลากหลายให้เลือกมากมาย หรือ โปรโมชันต่างๆ เยอะแยะ อย่าง Kayak, Skyscanner, Expedia ฯลฯ

เมื่อเลือกสายการบิน เลือกที่นั่งแล้ว จ่ายเงิน (หัก 100% ) ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ จนเค้าให้เอกสารยืนยันมา

ก็ปรินท์ออกมาเผื่อเลย 3 ใบ (แยกกันเก็บ) พอขากลับเราไปที่สนามบินเซี่ยงไฮ้ ก็ยื่นให้เค้าพร้อมพาสพอร์ต

เราก็บินกลับบ้านได้แล้ว ส่วนเรา เลือก ศรีลังกาแอร์ไลน์ มีข้าวให้กินด้วย

ไฟลต์ UL887 ราคา 9550 บาท / คน ไม่ต้องต่อเครื่อง จากเซี่ยงไฮ้ – สุวรรณภูมิ

 

6. แลกเงิน

Q : แลกเงินกับยี่ห้ออะไร

A : ขั้นแรกควรมาดูก่อน ว่าเราควรแลกเงินของประเทศอะไรบ้าง

เราไม่แลกเงินลาว เพราะจ่ายเงินไทยได้ / แลกเงินเวียดนาม /

แลกเงินจีน จบ จากนั้นก็มาคำนวณว่าอยู่แต่ละประเทศกี่วัน ควรแลกเท่าไหร่

(ยกตัวอย่าง ตีค่าอาหาร มื้อละ 100 บาท / ค่าเข้าสถานที่ที่อยากเข้า / ค่านู่นนี่นั่น / อย่าลืมจ่ายค่าโฮสเทลที่เหลืออีก 90 % )

และควรพกเงินไทยติดตัวไปด้วยเผื่อฉุกเฉิน ไม่ควรแลกพอดีเกิน และ

ถ้ามีบัตรเครดิตก็ควรเอาไปด้วย พอคำนวณเสร็จ

 

เราให้เพื่อนผช ไปแลกให้ที่ superrich มีสาขาเยอะมาก เค้าบอกถูกสุด

สามารถเข้าไปเช็คเรตได้ที่ http://www.superrich1965.com/index.php

หรือตามแถวย่านสะพานควาย ร้านแลกเงินเยอะมาก (เราก็แลก)

 

คำแนะนำ :: ถ้าใครมี iPhone แนะนำให้โหลด App ชื่อ Convert ไอคอนสีส้ม

สามารถคำนวณเงินได้โดยไม่ต้องใช้อินเตอร์เนต เผื่อไปต่างแดน

 

7. เที่ยวแบบเอาตัวรอด ทำอย่างไรไม่ให้หลงผิด !! 

– ควรลิสต์สถานที่ที่ตนเองอยากไปก่อน หาข้อมูลจากกูเกิล ที่ๆเค้าฮิตกัน

เราก็ไป หาข้อมูลจาก iPhone App ก็เซิสเลย China Travel อะไรประมาณนี้

พวกนี้จะได้ที่แปลกๆเพราะเป็นแอฟสำหรับคนจีนและแบคแพคอย่างมาก แนะนำ

 

– หาแผนที่ของเมืองต่างๆ จากกูเกิล / หรือถ้าเมืองไหนมีรถไฟใต้ดินให้หาแผนที่รถไฟใต้ดินมาเลย

เช่น ปักกิ่ง พอเราได้แผนที่รถไฟใต้ดินแล้ว ปรินท์ออกมา แล้วหาข้อมูลว่า อะไรอยู่ที่ไหน

วงสถานีไว้เลย วงโฮสเทลไว้ด้วย ว่าอยู่ตรงไหน (ถ้ามีข้อมูลแบบควรออกประตูไหนก็เขียนไว้)

ส่วนด้านหลังของแผนที่เรา เราจะเขียนพวก เบอร์สถานฑูต ตำรวจ ก็หาตามกูเกิล มีหมด !

 

– เซฟที่สุด เซิสหาชื่อสถานที่ภาษาท้องถิ่นไปเลย ตัวอย่างจากรูป

กันคนจีนไม่รู้ภาษา เราก็ชี้อย่างเดียว แค่นี้ถ้าไม่รู้จีนก็น่าจะไปรอด (หรือไม่ก็ปรินท์รูปสถานที่ไปเลย)

 

– อย่างเราต้องไปหาออฟฟิศทัวร์ ก็เซิสจาก Google Map เลยว่าอยู่ที่ไหน ปรินออกมา

รวบรวมข้อมูลทุกอย่าง กระดาษที่ปรินท์ออกมาพกไปด้วย อย่าลืม

 

– ถ้าหลงจริง ก็ถามคนแถวนั้นเลย อย่าอาย เค้าเห็นเราครั้งเดียวในชีวิต

 

8. Guidebook นี่สำคัญไฉน !!

สำคัญมาก ถ้าอยากจะไปเที่ยวจริงๆ แบบไม่อยากหลงจริง ก็อย่าเพิ่งอ่านพวกนิยายท่องเที่ยว

ให้ซื้อไกด์บุคที่โคตรๆข้อมูลมาเลย ส่วนเราแนะนำเล่มนี้ เวิกมั่กๆ (ไม่ได้ขายของนะ)

คำแนะนำ :: ควรจำพวกสัญลักษณ์ให้ได้ เช่น โลโกรถไฟใต้ดินของแต่ละที่

เพราะจะง่ายต่อการดูแผนที่ใน google map

 

9. จองรถไฟ ให้เป๊ะและรอดตัว

Q : จองรถไฟอะไรยังไงบ้างคะ

A : ขั้นแรกถ้าอยากรู้ว่า มีรถไฟอะไรบ้าง ทั่วโลกให้เข้าไปที่ http://www.seat61.com/ มีทั่วโลกจ่า

สามารถจองผ่านเวบนี้ได้ แต่ชาร์ตราคาที่สุด ต่อมา เมื่อรู้แล้วว่ามีรถไฟ

อย่างจีน มีแผนที่รถไฟทั้งประเทศให้ดู เข้าไปที่ http://chinatravelguide.com/shared/images/3/3e/ChinaRailwayMap.png ปรินท์ออกมาดูได้เลย

ว่าจะลงที่ไหน อะไรยังไงบ้าง เมื่อรู้ที่ไปแล้ว

สามารถหารอบรถไฟจาก

http://www.chinahighlights.com/china-trains/search-result.asp?Txt_FZ=Guilin&SearchType=A&Txt_DZ=Beijing&x=0&y=0

http://www.chinatraintickets.net/china-trains/train.asp

http://english.dreams-travel.com/guide/tibet/lhasatosh.htm (เวบนี้เฉพาะทิเบต – จีน)

 

ส่วนรถไฟไทย สามารถไปจองได้ที่ หัวลำโพง ซื้อได้เลย หรือเซิสรอบได้จาก

http://www.railway.co.th/home/ อย่างเวบพวกนี้จะมีรับจองด้วย แต่ชาร์ตแพงมาก เราจึงตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้า

ไปจองเองที่จีนเลย (แต่ทางที่ดีควรติดต่อโฮสเทลแล้วให้โฮสเทลไปจองให้เป็นดี และ ควรเช็คเทศกาลของจีนด้วย

ตรุษจีน วันชาติ ปิดเทอม เปิดเทอม คนเยอะชัวร์) เมื่อดูเวลาเรียบร้อยแล้วจึงค่อยวางแผนว่าเราจะใช้เวลายังไง

ไม่ใช่วางก่อนแล้วค่อยมาดูรอบ คือควรดูจาก เวลาของรถไฟเป็น หลักแล้วเราค่อยปรับแผนเราตาม เพื่อความสะดวก

คำแนะนำ : เวลาเจอเวบอะไรที่มีข้อมูลโอเค ควร bookmark เก็บไว้เลย

เราทำเป็นโฟลเดอร์ Train to tibet เลย จากภาพ

 

คำแนะนำ 2 : ควรปรึกษาเพื่อนก่อนเลยว่า จะนั่งแบบชั้นไหน ชั้น 1,2 soft seat sleeper อะไรก็ว่าไป

ยกตัวอย่างรถไฟจีน Hard Seat :: ทรหดอดทน ราคาถูกสุด แออัดชาวจีน แต่มีแอร์นะ

Soft Seat :: ทรหดน้อยกว่า เบาะนิ้ม มีแอร์ คนไม่เยอะมาก

Hard Sleeper :: เตียงนอน โบกี้นึงมีประมาณ 10 ห้อง ห้องนึงมี 6 เตียง เป็นสามชั้น ราคาชั้นล่างแพงสุด ชั้นบนถูกสุด

Soft Sleeper :: ไฮโซสุดแล้ว ห้องนึงมี 4 เตียง ชั้นล่างก็แพงกว่าชั้นบนเหมือนเดิม มีความส่วนตัวสูง

 

 

10. ข้อมูลต่างๆ เฉพาะรถไฟ

รถไฟที่เรานั่ง หัวลำโพง – หนองคาย :: ขบวน 69 (ออกจากหัวลำโพง 20.00 ถึงหนองคาย 8.25) รถไฟชั้น 2 มีแอร์

เวียดนาม – หนานหนิง :: ขบวน MR1 และ T872 (ออกจากฮานอย 21.40 ถึงหนานหนิง 10.12 ) Soft Sleeper ราคาประมาณ 2500 บาท

หนานหนิง – กุ้ยหลิน :: ขบวน T8722 (ออกจากหนานหนิง 8.00 ถึงกุ้ยหลิน13.21) Soft Seat ราคา 65 หยวน

กุ้ยหลิน – ปักกิ่ง :: ขบวน K22 (ออกจากกุ้ยหลิน 18.55 ถึงปักกิ่ง 23.07 (ของอีกวัน)) Hard Seat ราคา 238 หยวน

ปักกิ่ง – ลาซา :: ขบวน T27 (ออกจากปักกิ่ง 20.09 ถึงลาซา 20.00 (ของอีกสองวัน = นอนบนรถไฟ 2 คืน)

Hard Sleeper ราคา 745 หยวน (เราซื้อผ่านทัวร์ เป็นไปกลับ ปักกิ่ง – ลาซา – เซี่ยงไฮ้ รวมทั้งหมด 16000 บาท)

ลาซา – เซี่ยงไฮ้ :: ขบวน T166 (ออกจากลาซา 11.25 ถึงเซี่ยงไฮ้ 10.58 (ของอีกสองวัน = นอนบนรถไฟ 2 คืน)

Hard Sleeper ราคา 797 หยวน

 

ข้อแนะนำ : ควรดูหมายเหตุด้วย อย่างเวียดนามไปจีน รถไฟไม่ได้ออกทุกวัน ควรดูสถานีที่จะออกด้วย

เพราะบางทีไม่ได้มีสถานีรถไฟที่เดียว ควรดูเวลาให้ดี เพราะบางที +1 แปลว่า เวลาของอีกวัน

และควรดู เวลาที่อยู่บนรถไฟด้วย ในเวบมีบอกควรไปถึงสถานีรถไฟก่อน หนึ่งชั่วโมง เพราะ คนจีน แน่นมาก !

เวลาอาจจะคลาดเคลื่อน จากอินเตอร์เนตเพราะงั้นควรเช็คให้ดี

 

Q : ถ้าขึ้นรถไฟจีนแล้วควรทำอย่างไร A : ขั้นแรกต้องรู้ก่อนว่า เราจะต้องนั่งกี่ชั่วโมง

ถ้านิดเดียวก็ไม่เป็นไร ถ้านาน (เป็นวัน) ควรกักตุนของกิน ไม่แนะนำของสด ควรไปซื้อที่จีน

ซื้อน้ำขวดใหญ่ ซื้อเยลลี่ ไข่ใบชา มาม่า อาหารกระป๋อง ที่เก็บง่าย ไม่ยากต่อการปรุงอาหาร

ในรถไฟจีนจะมีน้ำร้อนให้อยู่แล้ว

 

Q : แล้วรถไฟทิเบตหล่ะ

A : เราไม่มีทางรู้ว่าขบวนเราคนจะเยอะหรือน้อย แต่ถ้าได้แบบ Sleeper และที่นั่งชั้นล่าง

แล้วเบื่ออาหารสำเร็จรูปแล้ว ก็แนะนำให้หาของสดก็ได้ เพราะคนน้อย และเราอาจจะเบื่ออาหารกันเอง

หรือ จะซื้อข้าวกล้องจากรถไฟก็มีขาย 20 หยวน (100บาท)

 

Q : เข้าห้องน้ำที่ไหนดี

A : ถ้าเรานอนที่ Soft Sleeper ก็เข้าของโบกี้เรา แต่ถ้าเรานอน Hard Sleeper แล้วเจอปรมาณูของอาเจ๊กทั้งหลาย

ก็ให้แอบเดินไปเข้าห้องน้ำของ Soft Sleeper ได้ เพราะจะสะอาดกว่า

 

คำแนะนำ :: ควรเอา กระป๋องน้ำ Lock&Lock ไปด้วย เผื่อน้ำที่เราเอามาหมดจะได้เติมน้ำร้อนจากรถไฟ

เพราะเค้าไม่มีแก้วให้นะ

 

11. ได้เวลาแพ็คของเข้ากระเป๋า

Q : ต้องเอาอะไรไปบ้างคะ

A : เป็นคำถามที่…น่าจะคิดเองได้ เหมือนเวลาเราไปเที่ยว เราเอาอะไรไปบ้าง

ถ้าไปนานก็ควรเอาเสื้อผ้าไปพอประมาณ แล้วไปซักเอา แนะนำเอาไปแค่ 7-8 ตัว

พวกเราบ้าเอาไปสิบตัว หนักอึ้ง ! มันซักผ้าได้ !! จากนั้นก็ลองลิสต์คร่าวๆ นี่คือที่เราจะเอาไป

ข้อแนะนำ : ถ้าไปจีน ควรเอาเหรียญ ไปด้วย เพราะคนจีนชอบแลกเหรียญไทย

 

12. เรื่องของทิเบตล้วนๆ

Q : ทิเบตต้องยังไงคะ

A : ถ้าจะไปต้องหาเอเจนซี่ก่อน เราใช้บริการของ http://www.chinayak.com/

แนะนำว่า ให้ลองติดต่อกับทัวร์ไทยดู แต่ของ Chinayak จะถูกสุดๆๆแล้ว (แต่บริการจะไม่ถึงกับดีมาก พอใช้)

ลองติดต่อผ่าน e-mail เค้าจะให้เราลิสต์ว่าอยากไปไหนบ้าง / มีที่แนะนำเรา

และจะทำใบราคามาให้เรา ถ้าเราโอเค ก็ต้องโอนเงินข้ามชาติไปให้เค้าก่อน สามารถโอนเงิน

ข้ามประเทศผ่านธนาคารได้ แต่จะมีค่าธรรมเนียม พอตัว

คำแนะนำ :: เวลาติดต่ออะไร ยืนยันอะไร ควรเก็บหลักฐานไว้ด้วย เช่น อีเมล์ หรือ Print Screen ไว้

 

Q : ถ้าเราโอเคแล้ว จะยังไงต่อ

A : เค้าจะติดต่อให้เราไปรับตั๋ว หรือ เจอไกด์ ตามสถานที่ เค้าจะมีสาขาที่เฉินตู ถ้าเราไม่ผ่าน

หรือขึ้นรถไฟจากปักกิ่ง เราก็ต้องไปเอาตั๋วที่ออฟฟิศเค้าที่ปักกิ่ง (มีแผนที่ให้) เค้าจะส่งที่อยู่มาให้

ให้เราไปรับตั๋วได้ (หาออฟฟิศอยู่นานมาก) แล้วจากนั้นก็ไปเจอไกด์ที่ิลาซาเลย

คำแนะนำ : ถ้าเรายังไม่ได้ใบเพอร์มิตตั้งแต่ที่ไทย แนะนำให้หาโฮสเทลที่มีอินเตอร์เนต

เพราะเค้าจะส่งเพอร์มิตมาทางเมล์และอาจจะเอาไปปรินท์ที่ออฟฟิศ chinayak ได้

 

Q : ภาษาหล่ะคะ

A : คนทิเบตพูดจีน ถ้าเราพูดจีนไม่ได้ก็ ไม่เป็นไร เพราะเค้าก็พูดอังกฤษไม่ได้เหมือนกัน

ฮ่าฮ่า ใช้ภาษามือสุดๆ เดี่ยวก็สื่อสารกันรู้เรื่อง

Q : อาหารการกินหล่ะคะ

A : ทิเบตนิยมกินเนื้อจามรี (อร่อยดี ไม่คาว) แต่ร้านอาหารที่ลาซาส่วนใหญ่จะไม่มีเมนูอังกฤษ

แนะนำให้หาร้านดีๆ ในกระทู้มีแนะนำอยู่ ถ้าร้านไหนมีเมนูก็จะออกแนวภัตตาคาร

ไปเลย อาจจะแพง ลองดูในร้านแนะนำของเรา ที่ http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11316187/E11316187.html

 

Q : แล้วความดันอากาศ หายใจ ?

A : อย่าไฮเปอร์มาก อาการแรกเริ่มจะแบบมึนๆ หัว ให้ทำตัวช้าๆ กินของหวาน (ช็อคโกแลต ลูกอม)

แต่ถ้ามาโดยรถไฟเหมือนร่างกายจะปรับความดันได้แล้ว (ในรถไฟมีท่อออกซิเจนให้ด้วย)

ถ้าเป็นวัยรุ่นจะไม่เป็นปัญหามากนะ ส่วนข้อมูลต่างๆ สภาพบ้านเมืองเขา สามารถอ่านได้จากบทความเก่าๆของ season นี้จ้า

 

13. เอาตัวให้รอด

Q : พูดจีนไม่ได้ทำอย่างไรดี

A : แนะนำให้เอาหนังสือภาษาจีนไป (เล่มเล็กๆก็พอ) แต่เอาเข้าจริงก็เปิดหาไม่ทัน

ใช้ภาษามือ และ พูดอังกฤษแบบ keyword เอา เช่นอยากกินน้ำ ก็ไม่ต้องมาประโยคเต็ม

ทำท่ากินน้ำ พูด Water ทุกคนก็เข้าใจแล้ว

 

Q : คนจีนพูดอังกฤษเก่งมั๊ย

A : ถ้าเจอคนเก่งก็จะเก่งไปเลย สว่นใหญ่จะไม่ค่อยรู้ หรือรู้เป็นบางคำ แต่ก็คุยกันรู้เรื่องนะ

มันอยู่ที่การตีความ และ ท่าทาง สื่อกันด้วยแววตา สุดๆ

 

Q : อาหารหล่ะ

A : ไม่เป็นปัญหา หากินไม่ยาก แต่ถ้าอยากประหยัดควรพก มาม่า ปลากระป๋องไปด้วย

จะเป็นของที่ช่วยชีวิตเราในยามยากมาก แนะนำเวลาเจอซูเปอร์ที่จีน

ให้กักตุนของนิดหน่อย พวกน้ำเปล่า เพราะราคาแต่ละเมืองจะไม่เท่ากัน

 

Q : ค่าครองชีพ แพงมั๊ย?

A : ไม่แพงๆ ปกติเหมือนบ้านเรา ปักกิ่งจะค่าครองชีพแพงกว่าเซี่ยงไฮ้ แต่โอเคทุกที่

 

Q : ควรเตรียมตัวร่างกายอย่างไรบ้าง

A : ก็ออกกำลังกายกันบ้าง เต้นแอโรบิคหน้าโลตัส ขี่จักรยาน เดินขึ้นบันได อย่านั่งเฉยๆ

ฝึกร่างกายให้แบกของหนัก (เพื่อแบกกระเป๋า) แต่ตอนแรกกระเป๋าจะหนัก ไปๆมาๆ จะเบา (เพราะเริ่มชิน)

 

14. อื่นๆ นอกจากนี้

Q : ผู้หญิงเมนส์มาทำยังไง

A : ซื้อผ้าอนามัยเผื่อไว้ ซื้อที่จีนก็ได้ ผ้าอนามัยเค้าดีนะ

 

Q : ความดันอากาศมีผลอะไรกับชีวิตรึเปล่า

A : บางคนก็มี บางคนก็ไม่มี อย่างเราและเพื่อน มีผลต่อประจำเดือน อาจจะมาก่อน

หรือ มามากกว่าปกติ แต่พอกลับมาก็ปกติเหมือนเดิม

 

Q : ห้องน้ำจีน ยังสกปรกอยู่มั๊ย ?

A : เดี๋ยวนี้เค้าพัฒนาแล้วจ้ะ ปักกิ่งเซี่ยงไฮ้ ให้เข้าตามพิพิธภัณฑ์ จะสะอาด

ส่วนทิเบตนี่ยังเหมือนจีนยุคแรก ก็ทำใจกันนะ ส่วนในรถไฟก็

จะมีคนปล่อยปรมาณูแบบไม่ชักโครก ก็กดให้เค้าหน่อย ถ้ารับไม่ได้จริงๆก็ไปเข้าห้องอื่น

ซักพักเราก็จะชินเอง หรือ ถ้าอยากรู้เรื่องห้องน้ำมากกว่านี้

เข้าไปดูที่ http://www.youtube.com/watch?v=sLIj-8nukzE

 

 

15. เส้นทางการเดินทาง

เราอาจเดินทางอ้อมไปมาเป็นเลข 4 แต่สิ่งที่ได้รับคือความช้าของชีวิต

ลองออกเดินทางกันดูนะคะ !!

 

 

สุดท้าย ถ้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติม เราจะมาเพิ่มเติม หรือ ถ้ามีอะไรอยากรู้มากกว่านี้อีก

สามารถเข้าไปติดต่อเราได้ที่เพจ facebook.com/GoGraph ได้เลยค่ะ หรือคอมเม้นทิ้งไว้ในบทความนี้

ได้เลยจ้า : ))

Facebook Comments