01 - Tibet, Asia, China, Shanghai

Train to Tibet : EP20 Shopping Time !

9 กันยายน 2554 (ศุกร์)

เรายังอยู่ในเซี่ยงไฮ้กันค่ะ พรุ่งนี้ต้องจำใจจากจรกลับบ้านเกิดแล้ว

วันนี้จึงเป็นวันปล่อยผี ผลาญเงินทั้งหมดที่อดออมมาตลอดทริป (จากการกินข้าวบ้าง ลืมกินบ้าง ขี้งกทั้งหลาย)

มาเพื่อวันนี้แหละ เอาให้สะใจ รอบเช้า เหมือนเดิมเราไม่รู้จะไปไหน จิ้มหนังสือเอา

ตอนเช้า ณ รถไฟใต้ดิน แหล่งเปลี่ยนสถานีมากที่สุดเหมือนสยามบ้านเรา People’s Square คนบรึม !

นั่งรถไฟใต้ดินยามเช้า สนุกสนานดี รถไฟใต้ดินที่นี่เบียดน้อยกว่าปักกิ่ง

ที่ปักกิ่งนี่ต้องแทคเกิลเข้าไปเลย ไม่งั้นอด (เพื่อนเคยถูกประตูหนีบหน้ามาแล้ว)

เรานั่งรถไฟมาลงสถานี Xijiahui ย่านนี้เจริญพอตัว มีห้างเยอะแยะ

อารมณ์ปิ่นเกล้าบ้านเรา (เปรียบเองๆ) แหล่งยอดฮิตที่หนังสือชอบถ่ายมาคือ อิลูกโลกนี่แหละ จัดไป

ย่านนี้มีแต่ห้าง จะมีมากสุดก็โบสถ์ แต่ไม่ได้ วันนี้วันชอปปิ้งเดินห้างเดย์ เพราะงั้นวันนี้ทัวร์ห้าง

เข้ามันทุกตึก เวลามีเยอะ นี่เข้ามาอยู่ในลูกโลกแล้ว มีแต่ห้าง ไม่มีอะไรต่างจากบ้านเรานัก

เพื่อนๆก็หาปลอกไอโฟนกันไป น่าตื่นเต้น ห้างห้างห้าง

เราก็เดินถ่ายพวกโลโก ไอคอน อะไรต่างๆ ในห้างนี้ไป ชื่นชมความเจริญและการออกแบบ

อันนี้ตลกดี ปักเป้าเวียดนามรึเปล่า หน้าตามันตลกอะ

ตุ๊กตาร้านขายซูชิ จะบ้า เหมือนแมคโดนัลด์

ถ้าเป็นคนจีนคงเข้าไปซื้อสะสมกินแล้ว อันนี้ได้แต่ถ่ายรูปมา ตลกดี

เดินออกจากห้างลูกโลกแก้ว ก็ดันไปเจอลูกศรบอก มูจิลงไปทางนี้จ้ะ ไม่เข้าใจกับเพื่อน

ว่าทำไมที่เมืองจีนมูจิดูเป็นลูกเมียน้อยมาก ต้องอยู่ใต้ดินเสมอ

ไม่ก็หาทางเข้ายาก รันทดจริงๆ ตั้งแต่ปักกิ่งละ

เดินลงไปแหล่งช็อปย่านชั้นใต้ดินอีก เจอร้าน Hotwind (มีสาขาเยอะในจีน) เริ่มเกิดกิเลส ถุงเท้าน่ารักเนอะ อะคิกคิก

ออกห้างนี้ ทะลุห้างนั้น เดินไม่หมดจริงๆ แล้วคือมันเหมือนกันหมด มาห้างนี้แอบมาใช้บริการห้องน้ำ

เค้าบอกเป็นห้างที่ใหญ่สุดในย่านนี้ละ ตรงข้ามลูกโลก ทางเข้านี่เหมือนสร้างมา 10 ปี ไม่ได้ไฮเทคเล้ย

ข้างในเซ็นทรัลปิ่นเกล้าชัดๆ มี uniqlo ด้วย (ตอนนั้นยังตื่นเต้นไงไทยไม่มี วิ้ดว้าย)

อยู่ในกรุงเทพ พฤติกรรมเดินห้างยังไง เดินๆเข้าไปดูดู ออกไม่มีตังค์ซื้อ

มาเซี่ยงไฮ้คิดหรอจะมี เหมือนเดิม ร้านนี้ เสื้อผ้าน่ารักมาก แต่โคตรแพง จบ

เดินเริ่มตามกลิ่นหอมๆไป เห็นคนจีนมุงๆต่อคิวกันยาว เราก็ไปต่อคิวบ้าง เป็นร้านชานมไข่มุก

เหมือนมิสเตอร์เชคบ้านเรานี่แหละ แต่เปลี่ยนเป็นน้องเลมอน มีทอปปิ้งให้เลือกมากมาย

เราก็ดูแล้วพบว่า ธุรกิจการขายน้ำนี่มันกำไรจริงๆ ถึงขนาดขากลับนั่งใต้ดินคุยกันแต่จะทำธุรกิจขายน้ำบ้าง

(จริงจังขนาดจดทอปปิ้งลงสมุด) ร้านน้องเลมอนขายดี

คนต่อคิวบรึม ใครมาต้องไปลองบ้าง รสชาติโอเคนะ

ดูดู กินกิน เสร็จก็นั่งใต้ดินกลับมาที่ People’s Square วันนี้จะไปมิวเซียมผังเมืองเซี่ยงไฮ้

ซื้อตั๋วเข้าไปคนละ 35 หยวน (175บาท) เดินลงไปชั้นล่างเป็นร้านขายของ

จำลองฉากเซี่ยงไฮ้สมัยก่อน มีรถรางอะไรก็ว่าไป

เซี่ยงไฮ้ยังไง ? เวเนเชียนรึเปล่า ร้านขายของบรึม มีร้านชานมไข่มุกปลอมอีก ใครก็อปใครเริ่มไม่แน่ใจละๆ

นี่ไงที่พูดถึง ถ่ายมาด้วย เมื่อกี้กินร้านน้องเลมอน คราวนี้เป็นเจ้าหญิง โอเอ็มจี เมื่อกี้เป็นพระราชาหรอ หรือยังไง?

มาถึงโซนได้ความรู้ซักที ด้านล่างของมิวเซียม มีน้องสีฟ้ามายืนต้อนรับด้วย กับผังเมืองเซี่ยงไฮ้ ไข่มุกสีทอง

เอาผังเมืองเซิฟๆไปดูก่อน นี่แค่ชั้นล่าง ระดับจิ๊บๆนะจ้ะ เซี่ยงไฮ้มีแม่น้ำไหลผ่าน สวยงาม

ชั้นสองก็เป็นโซนตู้ไม้ ไปเปิดรูปดูเซี่ยงไฮ้สมัยก่อนเปรียบเทียบกับสมัยนี้

ชั้นนี้ความรู้ล้วนๆ นักเรียนต้องมาทำรายงานกันที่นี่แน่

ที่มาที่ไปของสะพานพุทธเมื่อสองวันก่อนที่เราไปเห็นมา เราดูเอาสนุกตื่นเต้นอย่างเดียว

ความรู้ไม่ได้เลย เจริญมาก (ตอน world expo เพิ่งจะบอกว่าจะพัฒนาประเทศชาติหยกๆ)

ตู้ไม้แสดงวิถีชีวิตของคนเซี่ยงไฮ้แต่ละยุค เหมือนละครตำนานรักดอกเหมย

มีคนเล่นอยู่ในนั้นด้วยนะ ตัวเล็กๆ นักเรียนทำรายงานต่อไป

ว้าวววววววววววววววว ได้เวลาทีเด็ด ต้องมาที่ชั้นสาม ทั้งชั้นครับ

มาเป็นเมืองเลย เปิดไฟด้วย เดินได้รอบด้วย น่าจะทำสะพานไปยืนตรงกลางได้ด้วย จะจ๊าบมาก

กรุงเทพน่าจะมีมั่งเนอะ ใหญ่สะใจดี ตัดชานอ้อยทั้งหมดอีก บ้าไปแล้ว อลังการงานสร้าง

แอบเห็นไชน่าพาวิลเลี่ยน ที่วันก่อนไป นี่สร้างกันแบบอัพเดทมากๆ ตึกไหนสร้างใหม่ ที่นี่ก็ต้องกรีดโมเดลเพิ่ม

ขยันขันแข็งโคตร ดีนะไม่สร้างครบทุกประเทศทุกพาวิลเลี่ยน ไม่งั้นนะ…. พูดไม่ถูกเลย

คราวนี้เปิดไฟเรียงตามโซนเมือง เขต อะไรของเค้าไม่รู้ จัดไปเยอะๆ ของอลังการ์ต้องเห็นเยอะๆ

แต่แนะนำให้มาเห็นเอง น่าจะเป็นที่ที่ไม่ควรพลาดในเซี่ยงไฮ้ถ้ารักการสะสมเมืองจำลอง น่ารัก

ตึกที่ไปมาเมื่อคืนก่อน ที่เปิดขวด แอบเห็นมีตึกสูงกว่าแล้ว

เราตั้งชื่อให้ว่าตึกไม่ไผ่ นี่สปอยด์ก่อนตึกยังสร้างไม่เสร็จนะเนี่ย ได้ไง!!

ชั้นต่อไป เล่าถึงสนามบินพู่ตง ที่เห็นน้องที่เรียนถาปัดบอกว่ามีการสร้าง 3 hub อะไรไม่รู้

ดูไม่รู้เรื่อง แต่สวยดี ไม่ต้องใจร้อน พรุ่งนี้เราก็ได้ไปแล้ว สนามบินเนี้ย

จากชั้นนี้สามารถมองลงไปเห็นผังเมืองชั้นล่างได้อีก คือสร้างทีกะให้มองได้หมด ทะลุทะลวง ของมันดีต้องขายเยอะๆ

มาทัศนศึกษาหน่ะ สนุกมั๊ย :)

คือนั่งเล่นสิ่งนี้กัน 10 นาที นั่งเขียนชื่อ แล้วรอเมื่อไหร่จะขึ้น

ก็ตื่นเต้นๆ ขึ้นก็ถ่ายรูป วนไปวนมาแบบนี้ เลือกผลไม้ได้ด้วย สนุกมาก หลอกเด็กดี

ชั้นบนสุด เป็นกระจกใส เห็นย่านเมือง ใกล้จะเย็นละ

ได้เวลาจับจ่ายใช้สอย อะคริอะคริ รีบทำเวลาเร็ว เดี๋ยวห้างปิด !

สรุป ที่นี่มิวเซียมผังเมือง สนุกดี ตื่นเต้นแบบไม่มาก ใครมีโอกาสมาก็มา :) จะรู้จักเซี่ยงไฮ้มากขึ้น

มาเที่ยวเมืองเค้า ควรรู้ประวัติศาสตร์ซักนิด เพื่อการเที่ยวจะได้อินมากขึ้น ดั่งคนเซี่ยงไฮ้จริงๆ

เวลาต่อไป เดินมุ่งหน้าเข้าเมือง เวลาหรรษาปาจิงโกะแล้ว ช็อปปิ้งเด็กๆรัก ผู้ใหญ่เกลียด อะคริอะคริ

ช้าก่อน ! ก่อนช็อปเรายังติดค้างที่หนึ่งอยู่ อยากเข้าตั้งแต่วันแรกที่มาถึงละ

แต่ดันปิด นี่เลยๆ อยู่ในซอกหลืบ บังเอิญไปเห็นพอดี ตามพรมแดงไป มันคืออะไรน้อ

มันคือ นิทรรศการชั่วคราวของแมกกาซีน COLORS มาจัดที่เซี่ยงไฮ้ นิทรรศการคราวนี้ว่าด้วย

เรื่องยานพาหนะ แมกกาซีน COLORS คืออะไร มันคือแมกกาซีนอินดี้ เป็นตำนานของวงการดีไซน์

อารมณ์แบบอะเดย์ที่แต่ละเล่มจะเจาะลึกเลยในแต่ละเรื่องจริงของโลก (อย่างฉบับแรกเจาะเรื่อง เชื้อชาติ

ก็เอาคนขาวคนดำมายืนแก้ผ้าถ่ายรูปกันจะจะเลย เท่โคตร) เด็กดีไซน์ส่วนใหญ่จะเคยรู้กับแมกกาซีนนี้มาก่อน

ไม่น่าเชื่อชีวิตจะได้มาดูและพบเจอใกล้ชิดขนาดนี้

อ้อแมกกาซีนนี้มีต้นกำเนิดมาจากแบรนด์เสื้อผ้า เบเนตอง เป็นผู้สนับสนุน

นานๆทีจะมีสาระด้านดีไซน์บ้าง เราก็เดินเข้าไปเลย พ่อเจ้า แค่เดินเข้าไปก็ได้คัลเลอร์ฟรีคนละเล่ม

อือหือคุ้มแล้วทริปนี้ รีบตักตวงเลย ได้ของฝากออฟฟิศแล้ว เฮ้ แถมแต่ละเล่มคนละภาษากันอีก

สุดยอดมั๊ยๆๆ ข้างในว่าด้วยเรื่อง พาหนะ มีเครื่องบินอีก เท่ชะมัด

ชอบ ฉลาดในการใช้ grid วาง layout ดี จบ

โซนวาดเขียน จงวาดพาหนะของประเทศของคุณ

ประเทศเราหน่ะหรอ สิ่งนี้แหละไอคอน ! :)

ได้เวลาสำราญแล้ว เราสามคนตกลงกัน นี่นะจะเข้าร้านนี้ แล้วอีก 1 ชั่วโมงมาเจอกัน เฮ้ย เอาจริง

แต่เอาจริงคือทุกคนเหมือนมีของในใจตั้งแต่ต้นแล้ว เดินกันสนุกเลย แยกย้าย ตะกร้าในมือกันใหญ่

ขออภัยที่ไม่มีรูปเพราะตอนนั้น การชอปปิ้งแบบสวยๆเนี่ยสำคัญกว่าการถ่ายรูปจริง อะคริ

ร้านที่เรามาร้านแรกคือ Meterbonwe อารมณ์ topshop จีน

เสื้อผ้าเขาไม่ใช่ขี้ๆนะคะ มีดีไซน์ สวยด้วย เป็นการผสมผสาน ชั้นต้นๆจะออกแนวคนเมือง

ซาร่าอะไรประมาณนี้ ชั้นบนๆก็เริ่มวัยสะรุ่น มีเสื้อฮู้ดเยอะมาก

เสื้อหนาวต้องมาซื้อที่นี่ เขามีครบทุกเพศทุกวัย

ระหว่างที่แยกย้ายกันเลือกอยู่นั่นแหละ เราเริ่มเลือกไม่ถูก อันนี้ก็อยากได้ อันนู้นก็อยากได้

เดินมาอีกที เจอเพื่อนผู้ชาย ในมือนี่หลายชิ้นละ พระเจ้ายังไม่ได้หยิบซักตัว ไม่ได้ละต้องได้บ้าง

เราก็เลยข้ามฝั่งไปซื้อที่ยูนิโคลก่อนเลย กลัวตอนหลังเพื่อนไม่ไป กูชิงไปก่อนเป็นการดี กลับมาพร้อมหนึ่งถุง

พอกลับมาก็เห็นเพื่อนผู้ชายถือในมือสามถุง จะบ้า มันบอกซื้อฝากแม่และน้อง คือถ้าซื้อครบ 500 หยวนจะแถมที่ต้มไข่

ได้มาแล้วค่ะ 1 เครื่อง น่ายินดีี !! เสื้อผ้าที่นี่สะใจมาก เสื้อหนาวเยอะมาก !!

หลังจาก ได้ 1 ถุงกลับมาร้านเดิม เลือกได้แล้ว จ่ายเงินๆๆๆ เดินลงไปเลือกทุกชั้นดูมันทุกชิ้น

ผญผช ชั้นใส่ได้หมด สุดท้ายในมือถุงเพิ่มโดยไม่รู้ตัว (ไม่ได้ตั้งใจนะ) เดินกลับมาเจอเพื่อนผู้หญิง

อาเจ้นี่มาเต็ม เต็มตะกร้าเลย เดินมาบอกว่า ช่วยเลือกหน่อย ฝากเพื่อนๆ (ทุกคนมีข้ออ้าง)

สุดท้ายไปคิดเงินรวมกัน.. ได้ที่ต้มไข่มาอีก 2 เครื่อง แปลว่าชอปกันแบบ ต้มไข่คนละเครื่อง

ไม่อยากจะบอกว่า ตอนอยู่ทีเบตนี่ กินข้าว 100 หยวน โอ๊ยยยยแพง ตอนนี้เสื้อหนาว 200 หยวน โอ๊ยถูก

จะบ้าาาาา ทำไมค่าครองชีพเปลี่ยน หยิบกันใหญ่ มือเริ่มถือไม่ไหวละๆๆ ต้มไข่คนละเครื่อง

เสื้อผ้าคนละ 2-3 ถุง เดินออกมาหน้าร้าน คนเซี่ยงไฮ้มองแบบ บ้านพวกแกไม่มีห้างหรอ.. (พอดีไม่ได้เจอเมืองมานานหน่ะ)

แต่ภารกิจเรายังไม่จบ รองเท้าที่เล็งไว้ตั้งแต่วันแรก เราจะไป!!

มาร้านรองเท้า โหหหหห น่ารัก คู่ละ 100 หยวน = 500 บาทเฮ้ยถูก

สุดท้าย เรา  1 คู่ เพื่อนหญิง 2 คู่ เพื่อนชาย 2 คู่ วันนี้เด็กกะเหรี่ยงมาเหมาร้านรองเท้ากัน ขากลับเดินแบบ

แบกของไม่ไหวแล้ว อะไรเนี่ย เป็นบ้ากันรึเปล่า ท่าทางก็ดูไม่น่าชอปปิ้งนะ ภาพลักษณ์ดูผจญภัยออก

ไหงวันสุดท้าย สติแตก เริ่มกู้หนี้ยืมสิน (สุดท้ายเด็กหญิงสองคนติดหนี้กันหมด ขอยืมตังค์หน่อย

อาเสี่ยก็มีเงินเยอะสุด ปล่อยเงินกู้กลางเซี่ยงไฮ้เลย) กลับมาโฮสเทล เคลียร์ของ เก็บของ รูมเมทชาวจีนมองพวกเราแบบ …

บ้านไม่มีห้างหรอคะ เราก็บ้าบอ เก็บของเป็นบ้า ยัดๆๆๆๆ ที่ต้มไข่ก็เอาๆฝากแม่ๆ

เด็กๆไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างนะคะ ทำหน้าดีใจชื่นบานด้วยนะ เสียตังค์

หลังจากเก็บของเสร็จ เพื่อนรูมเมทเราเป็นผญ อยู่ๆก็ชวนเราคุยว่าแบบ จะนอนไม่หลับถ้าไม่ถามเรา

รู้จักเคนธีรเดชกับแอนทองประสมมั๊ย… คนไทยสามคนหน้างง นี่ละครไทยไปดังถึงเมืองจีน

แถมอาเจ้คนนี้เป็นแฟนคลับดูทุกเรื่อง คือ วนิดา อาเจ้แกยังดูแล้ว จำดาราไทยทุกคนได้ แต่คุยกับเราก็เจาะลึกไม่ได้

เรามันมนุษย์ไม่ดูทีวี สุดท้ายกลายเป็นเม้าเรื่องดาราเกือบทั้งคืน เค้าดีใจมากที่เรารู้จัก บอกชอบมากๆเลย

ฝากดีใจแทนดาราไทยด้วยโกอินเตอร์ น่ายินดี คุยเสร็จเราก็ถามเค้าว่า ถ้าพรุ่งนี้อยากกินเสี่ยวหลงเปา

จะต้องไปกินที่ไหน แต่เครื่องออก 11 โมงนะ เอาใกล้ๆ อาเจ้แกก็เขียนมาเลย ภาษาจีน อ่านไม่ออก

บอกนี่ใกล้ๆ พรุ่งนี้ไปทันแน่ ถามคนแถวนั้นยังได้ หาง่าย ร้านดัง เราก็เชื่อ เคเค

คืนนี้บอกลาค่ำคืนสุดท้ายในเซี่ยงไฮ้ก่อน สนุกมากเมืองนี้ คิดไม่ผิดจริงๆที่มา ขอบคุณมากๆ

ตอนเช้า เราตื่นมา เดินไปแถวโฮสเทล มีที่ทำการไปรษณีย์

ไปส่งโปสการ์ดถึงตัวเองและผองเพื่อนชาวไทย ที่ทำการเค้าน่ารักดีนะ ดูจากพื้นก็รู้ ว่าน่ารัก

ส่งเสร็จ ได้เวลาตามหาร้านเสี่ยวหลงเปา เดินไปถามคนแถวนั้น เค้าบอกเนี่ยเดินไป 5 แยกถึง…

ฟังดูเหมือนไม่ไกล พ่ออออออ เดินมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ยังไม่เจอแหล่งของกิน ไหนบอกใกล้

ไหนบอกหาไม่ยาก อะไรเนี่ยยยยยยย กลัวอะไรไม่กลัว กลัวห่วงกินแล้วตกเครื่องบิน ได้หัวเราะสะใจแน่

เราก็เดินต่อไป ต้องบรรลุเป้าหมาย เดินถามคนแถวนั้น ก็มาอาเจ้คนนึงพาไป

บอกรู้จัก เดินตามมาเลย เราเดินตามไปจน ! ทำไมมาโผล่ที่นี่ ที่ไหนนนนนนน

ที่นี่มัน ! สวนอี้หยวน ในหนังสือเค้าเขียนบอก ไม่ได้คิดจะมาเลย บังเอิญที่สุด มีบุญได้มาหรอเนี่ย

แล้วคือนั่งใต้ดินมาลงได้ ทำไมไม่บอกหลอกให้เดินตั้งไกล อะไรเนี่ย คนเยอะอีก

ที่นี่สร้างมาเพื่อขายนักท่องเที่ยวชัดๆ นี่มันมีแต่ร้านค้า เก๋งจีนอะไร !!

เราก็เข้าไปร้านเสี่ยวหลงเปาชื่อดัง คนต่อคิวเย้อเยอะ ก็ยืนรอไป แต่คิวก็เร็วดี

(จริงๆให้เพื่อนผู้ชายต่อ เด็กสาวสองคนไปหาธนาคาร เพื่อโอนเงินให้ทัวร์ทิเบต เรายังติดหนี้อยู่

จนสุดท้ายไม่ได้โอน เพราะอ่านภาษาจีนที่ atm ไม่ออก จนถึงตอนนี้เราก็ยังจ่ายเงินทัวร์ทิเบตไม่ครบ

สงสัยขึ้นแบล็คลิสต์ไปแล้ว ห้ามเข้าประเทศ) ต่อคิวได้ซักพักก็ได้กินแล้ว

จัดไปจานแรก ซาลาเปาลูกเล็ก มินิมินิ

ไฮไลท์ของมื้อนี้ เสี่ยวหลงเปา น้ำซุปปูข้างในนี่ ดูดแล้วลวกลิ้นแต่ชิมแล้วอยากจะละลาย

ความกลมกล่อมยังตรึงอยู่ในปากจนถึงบัดนี้ ช่างเป็นรสชาติที่รัญจวนใจ อ๊ายยยย

ต่อด้วยกุ้งระเบิดเมืองไทย เมืองจีนก็ไม่ต่างกัน

จบมื้อนี้ เรากินอยู่อย่างราชา เสี่ยวหลงเปารัญจวนใจมาก คุ้มแล้วเดินมาตั้งไกล สวนอี้หยวนสวยดี

แต่ไม่ทันแล้ว เดี๋ยวตกเครื่อง เรารีบปั่นกลับโฮสเทล นั่งรถเมล์เลยๆ เพราะกระเป๋าทั้งหลายอยู่ที่โฮสเทล

จัดหนัก! เรากลับมาแบกกระเป๋า เตรียมตัวเต็มที่ นั่งใต้ดินไปสนามบิน

ตอนหน้า ตอนอวสาน มาร่วมอำลาด้วยกัน :) สุดท้ายที่เซี่ยงไฮ้

ไปนั่งรถไฟที่เร็วที่สุดในโลก ให้สมกับ นั่งรถไฟไปหลังคาโลกกัน !

Facebook Comments