01 - Tibet, Asia, China, Shanghai

Train to Tibet : EP19 Shanghai Day 2 – M 5 0 S W F C

8 กันยายน 2554 (พฤหัสบดี)

เรายังอยู่ที่เดิม เซี่ยงไฮ้ หลังจากออกจากโซนเวิลด์เอ็กโปแล้ว เราก็คิดว่าไปไหนต่อดี

ดูจากสถานที่เที่ยวเดิมๆในเซี่ยงไฮ้แล้ว ยังไม่อยากไป เราเลยเปิดหาที่เที่ยวในมือถือ

ที่ที่เราจะนำพาไปคือ M50 ค่ะ รถไฟใต้ดินเริ่มขึ้นมาบนดิน ร้อนมาก

M50 คืออะไร ถ้าเปรียบเทียบเหมือนประมาณเป็นเขตศิลปะ อารมณ์ 798 ในปักกิ่งเลย

แต่ที่เซี่ยงไฮ้มีย่านชื่อ M50 Moganshan art district (莫干山路) อารมณ์เดียวกันคือ เอาโกดัง

โรงงานร้างของโซนนี้มาโชว์ศิลปะ หนทางที่จะไปคือนั่งใต้ดินลงสถานี Linping Rd. (เรียกว่าสถานีหลินปิง)

แล้วก็เดินไปไกลพอสมควรเลย ถือว่าไปยาก แต่เชื่อเถอะ ความหลงคือเรื่องประจำของเรา เพราะงั้นเฉยๆ

จากสถานีหลินปิง เดินออกทางออกอะไรก็ไม่รู้ สมมติเราอยู่ในสถานีให้ไปทางทิศขวาละกัน

เดินไปเรื่อยๆ จนเจอแม่น้ำ (ถ้าหลงก็ตัวใครตัวมันนะ เพราะเราก็หลง สนุกๆดี) ก็จะเริ่มเห็นป้ายเขียนว่า M50

สีน้ำตาลๆหน่อย ก็เดินตามเลย ส่วนเราหลงกันอยู่ประมาณ 15 นาที

จากรูปก็ถ้าเห็นพื้นลายนี้ก็เดินตรงเลย ใกล้ถึงละๆ

ถึงซักที สัญลักษณ์ชัดๆคือ แถวนั้นกำแพงจะเริ่มมี Graffiti (ที่พ่นๆผนังกันหน่ะ) เต็มเลย เดินตามลายแทงไป ฮ่าฮ่า

ถึงซักที อยากจะรู้จริงๆมันมีอะไร เดินหลงตั้งนาน (เว้ย)

พ่นกำแพงสองข้างทางเยอะมาก ถ้าอินจะเดินดูมันทุกกำแพง

บางคนใส่สูทผูกไทด์เดินลงมาจากรถลงมาถ่ายรูป เราเดากันว่าสงสัยลูกเค้าพ่น

M97 แกลเลอรี่ร้าง มีแต่เรา คนจีนไม่เจอ (เจอแต่คนเฝ้า)

ส่วนใหญ่คนมาเดินย่านนี้เหมือนเป็นนักท่องเที่ยวที่หลงเข้ามา (แบบเรา) มัน ร้าง จริง !

จากกำแพงพ่นก็เริ่มมีโรงงาน แกลเลอรี่ละ แต่เราขอตั้งชื่อให้ว่า M50 เมืองร้าง

แหล่งอินดี้ คนไม่มีเลย สงสัยเด็กติสอยู่ปักกิ่งเยอะกว่า ที่นี่ไร้คนชัดๆ

ถึงจะร้างแต่งานโอเคเลย ดีซะอีก เซี่ยงไฮ้ เมืองจีนส่วนใหญ่มีพื้นที่เปิดกว้างสำหรับคนทำศิลปะ

ไม่รู้วิธีการจัดเค้าเข้ามายังไงแต่ดูเค้ามีหลายที่ให้จัดกิจกรรมเยอะมาก

สภาพแกลเลอรี่ที่นี่ก็จะเป็นอิฐเรียงกัน สวยดีนะสีนี้ ถ้ามีเวลาว่างก็มาลองเดินเล่นดู เข้าห้องนี้

ออกห้องนั้น มีอะไรให้ดูไปเรื่อยๆ เกิดแรงบันดาลใจ คนไทยไม่ค่อยรู้จักกัน

เราก็เพิ่งรู้จักตอนอยู่เซี่ยงไฮ้นี่แหละ เปิดแหล่งเที่ยวใหม่ ฮ่าฮ่า

ถึงการวาดรูปมันได้เงินน้อย กินไม่ได้ แต่เราอยู่ด้วยจิตวิญญาณ บางคนก็พอแล้วชีวิตนี้

บรรยากาศดีนะ ฝนกำลังจะตก และแล้วฝนก็ตก เราก็เข้าไปหลบในแกลเลอรี่ ร้านเค้ก หลายที่เลย นั่งมันรอจนฝนหยุดนี่แหละ

นิทรรศการภาพถ่ายโดยใช้เครื่องปรินท์ของ EPSON เราก็เดินดู อยากอินดี้ดีนัก

จบแล้ว M50 ก็สนุกแบบไม่เชิง เหมือนเราดูมิวเซียมแต่ก็ไม่ได้น่าตื่นตาตื่นใจ ถามว่าได้อะไรมั๊ย

มันก็ต้องได้บ้างแหละชีวิต ก็สนุกแบบเรียบๆ ช้าๆ เรื่อยๆ อีกแบบ คลายความเร็วในเมืองเซี่ยงไฮ้ดี

ดูจบ ฝนหยุด กินไอติม เราก็ไม่รู้จะไปไหนต่อ มันดูแบบไม่มีที่ไปดี รอตอนกลางคืน

จริงๆวันนี้เราก็คุ้มละ ตอนเช้าไปเวิลด์เอ็กโป (ของตอนที่แล้ว) คราวนี้มาดูงานอาร์ต

ต่อไปไปไหนดี เราเลยว่าจะอีกที่หนึ่งที่ดูในมือถือแล้วตึกสวยมาก ชื่อ 1933 เราออกเดินทางหาเลย

โซนอาร์ตเหมือนเดิม ! สามคน เดินหลง หลงไปมาจนกลับมาสถานีรถไฟ เห็นเซี่ยงไฮ้ที่เป็นเมืองของคนที่อยู่จริงๆ

ยังไงก็ไม่รู้ เราก็หลง จนสุดท้ายหาอิ 1933 ไม่เจอ ช่างมัน มืดพอดี (คือหลงนานมาก ถามทุกคน สุดท้ายก็หลง)

เราเลยกลับมาตายรัง ตามแผนเดิมของวันนี้ ที่จะขึ้นหอไข่มุก ไฮโซ หุหุ กลับมาที่ the bund

อีกครั้งเพื่อข้ามฝั่ง คราวนี้ไฮโซเพิ่มขึ้นโดยการไม่ข้ามธรรมดาไก่กาจ้ะ

เราจะข้ามโดยอุโมงค์เลเซอร์ (เป็นบ้าเริ่มใช้เงินเปลืองละๆ)

อิอุโมงค์เลเซอร์เหมือนกะขายนักท่องเที่ยวล้านเปอร์เซ็นต์ สร้างขึ้นมาเพื่อขายชัดๆ

เพราะแค่เข้าไปก็มีขายพร้อมแพ็คเก็จมากมาย ตั้งแต่ อุโมงค์ + ขึ้นหอไข่มุก / อุโมงค์ + ขึ้น SWFC / อุโมงค์ + มาดามทุสโซ่ / อุโมงค์ + ฯลฯ

คืออะไรที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีอิอุโมงค์บวกเข้าไปตลอด เราก็ตัดสินใจอยู่นาน คือจริงๆ จขกท.ตัดสินใจคนเดียว

คนอื่นไม่เรื่องมาก ว่าจะขึ้นหอไข่มุกหรือ SWFC ดี สุดท้ายอินดี้อีกแล้ว

ขึ้น SWFC เพราะมันสูงอันดับสามของโลก !!!

ซื้อตั๋วเสร็จ เราซื้อแพ็คเกจเป็น อุโมงค์เลเซอร์ไปกลับ + ขึ้น SWFC ขึ้นชั้น 100 (คือแต่ละชั้นก็ราคาแยกกันอีก เอาแม่ง

ให้แพงสุดไปเลย บ้าแล้ว) สรุปจ่ายไป 185 หยวน (925 บาท/คน) ลงไปดูรถไฟลอดอุโมงค์เลเซอร์กัน ลงมานี่

สถานีอวกาศรึเปล่า เด็กไทยตื่นเต้นๆๆ เข้าไป ไม่มีใครตามหลังเรามาเลย…

ที่นี่มันจะเจ๊งแล้วหรือดึกเกินไป เวลานี้ทัวร์เค้าไม่เที่ยวกันฟร่ะ ?

ลอดเข้าไปเรื่อยๆ อิเลเซอร์เนี่ย อยากจะเห็นดีนัก

เลเซอร์อีกรอบ จริงๆถ่ายรูปก็ออกมาดูดีนะเนี่ย ฮ่าฮ่า

ส่วนคอมเม้นรถไฟลอดอุโมงค์เลเซอร์ไว้ก่อน เดี๋ยวขากลับนั่งอีก คอมเม้นทีเดียว

นั่งออกมาก็มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วคือซื้อตั๋วคู่กับขึ้นตึก SWFC .. แล้วตึกอยู่ไหน

ดีนะสูงสุดในเซี่ยงไฮ้ เราก็เดินตามตึกไป ส่วนหอไข่มุกมาง่ายมากค่ะ

แค่ออกมาจากรถเลเซอร์ก็เจอละ ทำไมไม่ซื้อไข่มุก ใกล้มาก SWFC ไกลไป..อยู่ไหนอีก

เราก็เดินตามตึกไปเรื่อยๆ ขอเรียกว่า ตึกที่เปิดขวด เดินไปเรื่อยๆ ความเจริญของเกาะฝั่งนี่เจริญๆๆๆดี

เดินมาจนถึงน่าจะศูนย์กลางความเจริญสุดแล้ว เหมือนอนุสาวรีย์ชัย มนุษย์ทุกคนที่นี่จะเดินบนสะพานลอย

วงกลมข้างบน รอบๆมีตึกสูงมากมาย มีไข่มุกด้วย เราก็เดินตามที่เปิดขวดต่อไป

เดินอยู่ในวัฎจักรวงกลมอยู่ เราก็หันไปด้านขวา เฮ้ยนี่มันอะไร นี่มันสิ่งที่ตามหาในเซี่ยงไฮ้

แต่ไม่รู้จะไปหาจากไหน โอ้ สาวก ! ตึกจะล้ำไปไหน รู้แล้วจ้ะว่ารวย

นี่ชั้นต้องลงไปใต้ดินเพื่อไปหาเลยใช่มั๊ย มีหรอพวกเราจะไปลง เปลี่ยนแผนไปหาศาสดาก่อน !

ลงตามบันไดกลางกระจกแก้วลงไป เราก็พบกับเมืองใหม่สำหรับสาวก สาวกทุกคนเอาแต่สนใจอุปกรณ์ตรงหน้า

ส่วนเรา ดูเหล่าสาวกคลั่งไคล้.. ซักพักเราเริ่มค้นพบว่าในหลอดแก้วนี้มีเนตแรงมาก

ว่าแล้วเราสามคนนั่งอัพอินตราแกรมเล่นไวไฟไปประมาณครึ่งชม. … สาวกทำเราติดกับ !!

เร่ิมมีสติอีกครั้ง กลับเข้าสู่แผนเดิม คราวนี้ต้องหาตึก SWFC ให้ได้

เราก็แหงนมองเดินตามเลย สุดท้าย เย้ เจอซักทีๆๆ ข้างหน้าตึกมีแม่เหล็กอีก ฮวงจุ้ยชัดๆ

ตึกมันเฟี้ยวมาก แสงสีฟ้า ล้ำสมัยที่สุดในเซี่ยงไฮ้รึเปล่านี่

ขอยก mood & tone :: chic / modern / urban ให้เลยค่ะ

อีกรอบกับแม่เหล็ก ยังไงก็ใช้ได้ผลกับเราแหล่ะนะ.. เสียตังค์ขึ้นไปสามคน

พอเข้าไปพนักงานก็ต้อนรับๆ เป็นโซนนักท่องเที่ยว

เริ่มคือ มีการเล่าก่อน อะไรยังไง เซี่ยงไฮ้ทำไมเจริญแค่ไหน

ก็เล่าสตอรี่ไป นักท่องเที่ยวชาวจีนอย่างเราก็ตั้งใจฟัง ถ่ายรูปใหญ่ มีความรู้ๆ

อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของความรู้..

ได้เวลาบินเฟี้ยวขึ้นไปละ ไปขึ้นลิฟท์กัน ขึ้นที 100 ชั้น เอาให้หูอื้อตายไปเลย !!

ลิฟท์ก็เท่เกิน นี่กะขึ้นไปถึงดาวอังคารเลย

ไฟน้ำเงิน ลิฟท์ก็วิ่งขึ้นอย่างแรง มีตัวเลขบิ้วด้วยนะว่าขึ้นมากี่ชั้นแล้ว

เลขนี่วิ่งไวมาก สรุปไม่ถึงนาที เราถึงชั้นที่ 94 ละ..ไวไปนะ

ถึงชั้น 94 ละ คือลิฟท์มีแค่นั้น จากนั้นต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปเอง

ถึงแล้วชั้น 100 บรรยากาศมืดๆ ข้างใต้เป็นกระจกด้วย

แต่เสียใจวันนี้หมอกลง เราซวย แต่ความเสียวยังอยู่เต็มพิกัด มันสูงจริง

อะหยึยๆ อะไรเนี่ย เสียตังค์มา หมอกลงอีก แต่เสียวขามาก ตอนแรกไม่กล้าเดินเข้าไป หลังๆเริ่มชิน เอาให้คุ้มเงิน

มองลงไปก็ แลดูมีตึกสูงเยอะ จากที่อ่านไกด์บุคมา

ตึกที่จะสูงข้างๆคือ ตึกจินเม่า เคยสูงสุดมาก่อน ส่วนไกลๆก็ไข่มุกเจ้าเก่า

คุ้มไม่คุ้มเนี่ย หมอกลงซะจัด นักท่องเที่ยวเด็กน้อยเซ็ง

มองลอดลงไปสิจ้ะ น่ากลัวไม่เบา

พอจบ หมอกลง เราบิ้วกันลงเร็วมาก ลาก่อนตึกสูง ลงไปดูของที่ระลึกดีกว่า มาเที่ยวแบบไม่คุ้มดี

ลงมาละ ไม่คุ้มดี เหมือนจะคุ้มนะ วันนี้งงๆ แต่ตึกสูงจริงๆ แข่งกันสูงมาก

SWFC ตึกสูงอันดับ 3 ของโลก สูงจริง เสียวจริง แต่วันนี้หมอกลง

เราคงไม่มีโชค ประทับใจครึ่งๆกลางๆพอ แต่ยอมรับว่าสูงเสียดฟ้า ตึกเท่มาก

ปล่อยเค้าแข่งกันสูงไป ส่วนเรา เท่ๆเตี้ยๆ ดีกว่า ตัวเล็กๆน่ารัก

ความสูงช่างไม่ยั่งยืน ซักพักคงมีตึกใหม่สร้างแข่งอีก และสูงขึ้นอีก

ชนะไปได้ประโยชน์ซักพัก ซักพักก็มีคนชนะเราอีก สนุกยังไง

ขามาเราเดินหาตึกตั้งนาน ไกลก็ไกล เหนื่อยอีก ขากลับ ค้นพบว่าจริงๆเราเดินอ้อมและ

ทางทะลุได้คืออิห้างสาวกที่มัวแต่ตื่นเต้น ขากลับเราเดินทะลุห้างไฮโซ IFC Mall

ไฮโซจริงมีทุกแบรนด์เนมชั้นนำของโลก ส่วนเราซื้อกระเป๋า LV ฝากคุณแม่เบาๆ

กลับมาสู่อุโมงค์เลเซอร์อีกครั้ง คราวนี้ร้างกว่าเดิม ดึกแล้วจะปิดแล้วเนี่ย เราถ่ายวิดีโอทั้งคลิปเลย

ขำมาก สรุปแล้วจากความงงของเราคือ อุโมงค์นี้ต้องการสื่ออะไร บางทีก็มีตัวตลกพ่นลมออกมา

น่ากลัวมากนึกว่าบ้านผีสิง บางทีก็เป็นคลื่นน้ำเล่ากำเนิดโลก จริงๆเหมือนเลือกไม่ได้ซักทาง

น่าจะทำเป็นเล่าประวัติศาสตร์อะไรก็ว่าไป ดังนั้นเราว่าเพลิดเพลินใจกับแสงไฟพอ นอกนั้นงงๆจริงๆ

กลับฝั่งบ้านเราอีกครั้ง แสงไฟ the bund ก็ยังเปิดทุกวัน เราเริ่มจำทางกลับบ้านได้แล้ว

วันนี้พอแค่นี้ เหนื่อยอ่อนล้ากายใจ พรุ่งนี้ค่อยลุยกันใหม่ ไปไหนค่อยว่ากัน

อย่าลืมติดตามตอนต่อไป คราวนี้ลาก่อน แหล่งท่องเที่ยว ได้เวลามนุษย์ช็อปปิ้ง

อดอยากอดทนอดกลั้น ประหยัดมานาน เงินเหลือใช่ม้ายยย จัดไป !!

โปรดติดตามตอนต่อไปกันนะจ้ะนะ

*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

21. TIBET-SHANGHAI-BKK 3/4

 

Facebook Comments