01 - Tibet, Asia, China, Shanghai

Train to Tibet : EP17 โอ้โห เซี่ยงไฮ้ Day 1

7 กันยายน 2554 (พุธ) >> โอ้โห เซี่ยงไฮ้ Day 1

เซี่ยงไฮ้  — ในที่สุดเราก็ถึง เซี่ยงไฮ้ สักที ที่สุดท้าย แต่อย่าคิดว่าจะจบง่ายๆ มาเซี่ยงไฮ้ครั้งแรก เราจะไปไหน ค่อยว่ากัน ขั้นแรกวันนี้ อากาศร้อนจัด หาทางไปโฮสเทลก่อน หลงทางตามเคย กะอิแค่ประตู West North มันยังหลงกัน

ถึง เซี่ยงไฮ้ แว้ววว

โผล่ออกมา โอ้ สถานีรถไฟ เซี่ยงไฮ้ นี่สินะความเจริญแห่งสุดท้าย เราต้องหาป้ายรถเมล์

โฮสเทลบอกว่านั่งสาย 64 ไป ถ้าใครจะไปแบบเรา

ดูป้ายดีๆนะจ้ะ เพราะเราหลงอีกเช่นเคย กะอิแค่ทางซ้ายขวา

เซี่ยงไฮ้

ออกจากสถานีเดินออกมาทางขวาจะเจอป้ายรถเมล์เยอะเลย เจอแล้วสาย 64 ง่ายกว่าเมืองอื่นเยอะเลย

แดดก็ร้อน ขึ้นแล้วไปโฮสเทลไงเนี่ย ถามคนบนรถเอาละกัน

โฮสเทลเราอยู่บนถนน Jiangxi Road แถว Nanjing East ย่านเจริญนิ

และแล้วก็มาถึงโฮสเทล อาบน้ำ ซักผ้า กินข้าวก่อนเลยภารกิจ โฮสเทลที่เราพักคือ

Hiker Mingtown Hostel เป็น Youth Hostlel สวยงาม ใกล้เมือง สะอาด

ประทับใจ โคมไฟอิเกีย คนละ 10 USD / 3 คืน นอนแบบ Mixed Dorm เช่นเดิม

ภารกิจซักผ้า อาบน้ำเสร็จ จากนั้นหาข้าวกิน มื้อแรกของเซี่ยงไฮ้ ร้านอาหารแถวโฮสเทล

ขายแต่ก๋วยเตี๋ยวจนรวย น่ากินนะ ร้านนี้มีแต่เส้นบะหมี่ เกี๊ยวลูกยักษ์ ร้านอยู่ถนน Jiangxi

ตัดกับถนน Beijing แถว Mingtown Hostel เลย (ถ้าอยากไปกินตาม)

คนขายเป็นอาเจ้ เราก็กินทุกวัน เค้าก็ทักทุกวัน วันสุดท้ายลาจาก ยังบ๊ายบายกัน :)

มุ่งหน้าสู่จตุรัสประชาชน

กิจกรรมต่อไป เราจะเดินดูความเจริญค่ะ ตามหนังสือเค้าบอกว่าถ้าอยากไปจุดเจริญสุดต้องไป

จตุรัสประชาชน เราก็เดินตามแผนที่ เดินจากโฮสเทลเพื่อไปจตุรัสประชาชน เดินๆอยู่ก็เจอแต่ห้าง

ได้กลิ่นแอร์พารากอน รู้สึกได้กลับกรุงเทพมาก คนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ดูจากรูปด้านหลังนี่มันย่านการค้าชัดๆ

ทุกข้างเต็มไปด้วยห้าง ร้านอาหาร เจริญสุดๆ เราตกใจ เหมือนไม่ได้เห็นความเจริญมานานแล้ว นี่แหละ !

เดินไปเรื่อยๆ เราก็ยังไม่รู้อยู่ดี จตุรัสประชาชนอยู่ที่ไหน แต่ไม่สนใจตอนนี้ ขอเดินชมความเจริญก่อน

ช่างมัน เอาเข้าจริง เราหลงความเจริญไปเรื่อยๆ เดินไม่เหน็ดเหนื่อย ฮ่าฮ่า จนสุดท้ายเพิ่งมารู้ว่า

ถนนที่เจริญๆนั่นแหละ ถนนนานจิง ที่เค้าบอกว่าเจริญสุดในเซี่ยงไฮ้ อ้อ มันเจริญจริงๆ

มีทุกแบรนด์ให้เลือกสรร แต่ชอปปิ้งไว้ก่อน วันสุดท้ายคือวันผลาญเงิน ตอนนี้มองน้ำลายไหลไปก่อน

ที่มีทุกแบรนด์ กะเหรี่ยงสามคนก็ตื่นเต้นมันทุกยี่ห้อ นู่นเลยๆๆ ยูนิโคโระ มาก่อนเมืองไทยอีก

(ตอนเราไปไทยยังไม่เปิด แต่ใกล้เปิดละ) เท่จริงๆ เดินเข้ามันทุกร้านเลย

เพลิดเพลินใจ ทำไมวัตถุนิยมแล้วเนี่ย ฮ่าฮ่า สนุก

ถนนนานจิง เจริญนานจริงๆ ยาวทั้งเส้น ไม่เหนื่อยเลย ไม่เหนื่อยเลย มีทุกอย่างน่าตื่นเต้นให้เราดู

จากรูปตู้ดำๆนั่นคือ แผงขายลอตเตอรี่ แค่ลอตเตอรี่จีนยังตื่นเต้น อยากจะไปร่วมขูดเลขด้วย เผื่อรวย

จะได้เที่ยวต่อ เฮ้ย ดูรูปหนังสือเท่าไหร่ก็ไม่เท่าเห็นของจริง มันต้องมาเห็นความเจริญจริงๆ โอโหๆ

เราไม่ได้บ้าแบรนด์นะ แค่อยากเข้าไปดูเฉยๆ เมืองไทยไม่มี๊

ออกจากยูนิโค ตรงข้ามเจอร้านนึง น่าเข้า ถูกแรงดึงดูดไม่ไหว เดินเข้าไป ร้านใหญ่มาก

ขายเสื้อผ้าประมาณซาร่า มี 5 ชั้นมั้งใหญ่โตมโหฬาร ไม่ต้องเดา สามคนเดินครบทุกชั้น

(มีการแอบจับจองในใจแล้วด้วย อุอุ) ร้านนี้ค่ะ แนะนำ เสื้อผ้าจีนสวยนะคะ

เข้ามาข้างใน เพลิดเพลิน อย่าเพิ่งเบื่อเรา สนุกจริงๆ เล็งไว้จริง

เดินออกมา จากรูปร้านเราอยู่หัวมุมเลย แปลว่าดังจริง คนเยอะขึ้นเรื่อยๆ อากาศดี จะเย็นแล้ว ความเจริญยังเหลืออีกเยอะ

เป็นเมืองที่ให้ความรู้สึกเจริญที่สุดแล้ว นึกว่ากลับกรุงเทพแล้วนะเนี่ย (แต่เราเจริญไม่เท่าเขานี่สิ) นี่แหละ บทสุดท้ายของการผจญภัย

ความเดิมคือ เราเป็นนักเรียนดีไซน์ หนทางที่ผ่านมาของเรา มีบ้าง ได้ชมบ้างไม่ชมบ้าง

แต่ที่นี่แบบ โลกแห่งสิ่งพิมพ์ชัดๆ แค่เค้าช็อปไนกี้ (มีเยอะมากในเซี่ยงไฮ้) เค้าแจกหนังสือฟรีเป็นเล่มเลย

โหแค่จับกระดาษก็คุ้มแล้ว หน้าปกเคลือบด้านอีก ที่นี่ทำไมทุกอย่างอลังการ์งานสร้าง

เราก็บ้าเก็บทุกอย่างที่เค้าแจก สมุด กระดาษ โบชัวร์ ใบปลิว อะไรสวยชั้นเก็บหมด ขนกระดาษขึ้นเครื่อง !!

เดินออกมา เห็นคนต่อคิวยาวเฟื้อย เขาต่ออะไรกัน ไปมุงดู ปรากฎว่าเป็นขนมเหมือนขนมเปี๊ยะ

อร่อยขนาดนั้นเลย ต่อคิวกันจัด จะให้อินดี้ไปต่อก็ไม่ใช่ เราสนใจความเจริญข้างหน้ามากกว่า

เดี๋ยวซักวันจะไปต่อคิวด้วยบ้างนะ

เรายังเดินต่อไปเรื่อยๆ เหมือนจะใกล้ถึง จตุรัสประชาชน แล้วมั้ง (ลืมจุดประสงค์แรกไปเลย)

เดินจนสุดถนน ก็เจอถนนแยกใหญ่บรึ้ม มองหันหลังกลับไป ก็จะเป็นถนนนานจิงทั้งเส้น

เราเดินผ่านย่านเจริญสุดละ ต่อไป

ถึงจตุรัสประชาชน ซักที !!

เลี้ยวขวาไป ฝั่งตรงข้ามก็จตุรัสแล้วจ้า ไฟเริ่มเปิดเรื่อยๆ

เจอไนกี้อีกสาขานึง สาขานี้เจ๋งมาก มีให้ทำรองเท้าเองได้ แบบกดคอมเลือกสีรองเท้า

แล้วเค้าก็จะทำให้ เหมือนเป็นไนกี้ของเราเลย ราคาเท่าไหร่ไม่รู้

เค้าเรียกว่า NIKEiDSTUDIO เราก็ไปแค่มุงๆ น้ำลายไหลๆๆๆ

เดินต่อมาอีก แถวนั้นเจริญทั้งแถบชัดๆ คนเต็มไปหมด เดินเข้าห้างนุ้นห้างนี้ แล้วไหนจตุรัส ฮ่าฮ่า

เราคิดว่าถึงจตุรัสแล้วมั้ง แต่มันเหมือนเป็นสวนสาธารณะตรงกลาง

มืดๆ มีของเล่นแบบหนูลมกรดอยู่ข้างใน น่ากลัวมืดๆหน่อย เลยเดินวมาทางด้านหลัง

เห็นโรงละครแห่งชาติ สวยงามตอนกลางคืนเปิดไฟ เหมือนตอนนั้นมีการแสดงด้วย

เจอแต่ไฮโซเซี่ยงไฮ้เลย ทุกคนมาเต็ม หมวก แต่งหน้าเต็มยศ

คาดว่าเป็นงานไฮโซ อีกนิดนึงเราจะเดินเข้าไปละ แค่ไม่มีบัตร ฮ่า

เดินวนรอบจตุรัส ก็เป็นถนนไปเรื่อยๆ เราก็เอาไงต่อ จะไปเดอะบันด์ละกัน

เดินไปเรื่อยๆ เท่ๆ เจริญทั้งนั้น เดินไม่เบื่อ แสงสี โฆษณา สะใจจริงๆ

เดินอยู่ เราก็เจอป้าย บอกว่ามีนิทรรศการครบ 25 ปี PIXAR ในหอศิลป์เซี่ยงไฮ้ (ที่อยู่ในสวนสาธารณะตรงกลางที่เราเดินวนๆนั่นแหละ)

เราก็เอ้อ เข้าไปดูละกัน สรุปคือ เสียค่าตั๋วเข้าไปคนละ 60 หยวน

(ปกติ 120 หยวน เช่นเดิมบัตรนักเรียนลด 50 เปอร์เซ็นต์)

ด้านหน้าเป็นร้านขายของที่ระลึก เราเดินเสร็จออกมาร้านก็ปิดละ เสียดาย

ณ วินาทีนี้ทุกคนน่าจะรู้จัก PIXAR เราไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้มาดูนิทรรศการที่นี่

ตั้งแต่หลุยส์วิตตองที่ปักกิิ่งแล้ว นับว่าเป็นโชคของเราอย่างหนึ่ง เพราะนิทรรศการหายากแบบนี้

กว่าจะวนมาจัดบ้านเราคงอีกนานพอดู ยิ่งพิกซาร์ เราก็ดูการ์ตูนมาเยอะ แค่เห็นบัซไลท์เยียร์ก็ยอมแล้ว

ในรูปเป็นตู้คนขายตั๋ว ยังน่ารักเลย ตื่นเต้น แต่เข้าไปข้างใน

เค้าห้ามถ่ายรูปค่ะ ถ้ามาเค้ามีโอกาสมาจัดที่บ้านเราแนะนำต้องไปดูจริงๆ สุดยอด

สุดยอดยังไง ข้างในเล่าตั้งแต่ การ์ตูนทุกเรื่องของพิกซาร์ ตั้งแต่ทอยสตอรี่ อะบักไลฟ์ นีโม

มอนสเตอร์อิงค์ คาร์ แรททาทูอี้ วอลล์อี อัพ ฯลฯ ทุกเรื่อง ตั้งแต่ต้นกำเนิด สเก็ตแรกก็เอามาโชว์

ตัวละครแต่ละตัวมายังไง แล้วพิกซาร์เป็นบริษัทที่บ้ามาก อย่างเค้าทำ วอลล์อี

คือไปศึกษาตั้งแต่เครื่องจักร วาดเป็นการ์ตูนยังไงให้ตัดทอนได้มากที่สุด หุ่นตัวนี้ควรใช้เฟืองแบบไหน

ถ้าเรื่องอะบักไลฟ์ก็มานั่งศึกษาเรื่องแมลง นัยน์ตาแมลง การตัดทอน การปั้น การวัด การลงสี ฯลฯ

สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด คำเดียว ไม่ผิดเลยที่บริษัทนี้จะดังระดับโลก

การทำงานของเค้าหลายอย่างโคดเทพ มันสอนหลายอย่างเลยนะ แบบดูแล้วอยากวาดรูปเก่งๆบ้าง

หลายอย่างที่เค้าทำได้ทุกวันนี้ เกิดจากความโอตาคุในเรื่องที่อยากศึกษาทั้งนั้น

เราว่ามันจะดีมากถ้าใครชอบอะไรแล้วศึกษาเรื่องนั้นให้แตกฉาน เฉพาะทาง รู้ให้แน่ให้ถ่องแท้ เพราะงั้น

แนะนำเลย นิทรรศการนี้ สุดยอด ! ประทับใจมาก ถึงมากที่สุด มันไม่ใช่แค่เจ๋ง แต่สร้างแรงบันดาลใจ !

ดูจบ เกิดแรงบันดาลใจ เซี่ยงไฮ้สุดยอด ต่อไปเราจะไปเดอะบันด์ นั่งรถเมล์มั่วๆสาย 20 ไป

(ถามเค้าเอา) สังเกตอย่างนึงว่า ถ้าเราบอกว่าจะไปเดอะบันด์

คนจีนจะงงมาก ถ้าพูดว่า ไว่ทั่น คนจีนจะเกทมากกว่า

เดอะบันด์ คืออะไร ทำไมทุกคนต้องมา เดอะบันด์คือถนนเลียบแม่น้ำ มีแต่ตึกเก่าๆ สวยๆ

เปิดไฟตอนกลางคืนสวย สมัยก่อนเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองท่า กิจการรุ่งเรือง ชาวต่างชาติก็เข้ามาเยอะ

ทำให้แถวนี้เจริญไปด้วย แถมอีกอย่าง ฝั่งตรงข้ามทะเล ซึ่งตอนนี้เจริญมากแล้ว วิวก็เท่ไม่แพ้กัน

ฝั่งตรงข้าม จุดเลื่องชื่อทัวร์เซี่ยงไฮ้ หอไข่มุก กับตึกไฮโซทั้งหลาย เราก็คิดนะว่าต้องขึ้นหอไข่มุก

แต่ยังไม่บอกว่าเป็นไงต่อ วันนี้ขอชมความสวยแบบห่างๆ อย่างห่วงๆ

ในหนังสือไกด์บุคเรา (ใครๆก็ไปเที่ยวปักกิ่งเซี่ยงไฮ้) มีบอกหมดเลย ประวัติของแต่ละตึกในเดอะบันด์

เพราะงั้นเราก็เลย เดินไปสุดถนน ตั้งแต่ต้น เพื่อไล่อ่านทีละตึก เสมือนไกด์มากๆ ฮ่าฮ่า

มีตึกธนาคารกรุงเทพของไทยด้วยนะ ถ้าไม่มีที่นอนจะมานอนได้รึเปล่า???

ทั้งเวิ้ง อากาศก็ดี แต่เหนียวๆ ลมทะเลหน่อย มีคนบอกเซี่ยงไฮ้เสมือนปารีสแห่งเอเชีย..

จริงไม่จริงไม่รู้ เพราะยังไม่เคยไปปารีส แต่เป็นการผสมระหว่างความเจริญยุคใหม่

และการรักษาของเก่าได้ดีนะ เอาใจช่วยจีนให้เจริญมากจริงๆ เอเชียจงเจริญ

ถนนสายนี้ โรแมนติกดีนะ สวย

เราเป็นคนตัวเล็กอีกแล้ว แต่คราวนี้สิ่งที่ใหญ่คือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

การเที่ยวครั้งนี้มันคอนทราสจริงๆ ธรรมชาติสุดๆ มาโผล่ความเจริญสุดๆ ไม่แน่นอนชีวิต ครบทุกรสชาติ

เดินไปเรื่อยๆ จนสุดก็จะเจอทางเข้า รถไฟเลเซอร์ข้ามไปฝั่งนู่น เรายังไม่ขึ้นวันนี้

เดินไปอีกจะเจออนุสาวรีย์ตะเกียบ (เราตั้งชื่อกันเอง) จริงๆแล้วคือ

อนุสาวรีย์ที่ระลึกสงครามฝิ่น ฝั่งตรงข้ามก็เห็นหอไข่มุกอีกแล้ว

เรารู้สึกดีที่เห็นวัยรุ่นมาเล่นสเกต ทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์นี้ มันเหมือนกับให้ความสำคัญ

ต่อให้เวลาผ่านไปแค่ไหน อนุสาวรีย์ก็ยังอยู่ ดูเค้าให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์

ต่อให้วัยรุ่นไม่รู้ แต่่จำได้ก็สร้างความอยากรู้ได้บ้าง

เหนื่อย เดินมา 20 กว่าวันแล้ว นั่งรถไฟด้วย ทริปอะไรเนี่ย

ต่อจากอนุสาวรีย์ตะเกียบ เราก็เจอสะพานพุทธ กลับกรุงเทพแล้ว !!

ใช่ที่ไหน สะพานอะไรไม่รู้ สะพานพุทธชัดๆ วิวสวยงาม

เด็กสาวชาวจีน กับ ภาษาบ้านเกิด (ที่อ่านไม่ออก)

สะพานพุทธอีกครั้ง หลังจากนั้นเราก็เดินมั่วๆกลับโฮสเทล หาของกิน เล่นเน็ต

แล้วก็นอน จบหนึ่งวัน การไปเที่ยวตอกย้ำเราทุกครั้งว่า ทุกวันมีคุณค่า หนึ่งวันยาวนาน

ทำอะไรได้เยอะ แค่วันนี้ เราลงจากรถไฟ เห็นเมืองเซี่ยงไฮ้ เหมือนเปลี่ยนอารมณ์จากทิเบตเป็นเซี่ยงไฮ้ เป็นยังไงต่อไป ยังไม่จบ !

ทุกคนอย่าเพิ่งบิ้ว เรายังเที่ยวเซี่ยงไฮ้ไม่สะใจเลย ไปกับเราก่อน !!

โปรดติดตามตอนต่อไป (และตอนต่อไปก็ยังไม่จบน๊า) พรุ่งนี้เช้า เราจะไปที่นี่ พบเจอ :D

ติดตามต่อนต่อไป http://wp.me/p79um1-2Y

*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

20. TIBET-SHANGHAI-BKK 2/4

Facebook Comments