01 - Tibet, Asia, China, Shanghai, Tibet

Train to Tibet : EP16 ลาซา – เซี่ยงไฮ้

5 กันยายน 2554 (เสาร์)รถไฟ ลาซา – เซี่ยงไฮ้

ลาซา – เซี่ยงไฮ้ — เรายังอยู่ที่สถานีรถไฟลาซา เรากำลังมุ่งหน้าไปเซี่ยงไฮ้ เมืองแห่งความเจริญ

โหยหาความเจริญมากตอนนี้

ขบวนรถไฟ ลาซา – เซี่ยงไฮ้ T166 ออกตอน 11.25 น. ราคาที่นั่งบนตั๋วคือ 797 หยวน

(ประมาณ 3985 บาท แต่ทัวร์ขายเราราคา 8000 บาท) ตั๋วนี้น่าจะเป็นตั๋วที่ถูกที่สุด ในบรรดา

Hard Sleeper ด้วยกันเพราะเราสามคนได้นอนชั้นบน !! รถไฟขบวนนี้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 48 ชม.

แปลว่า วันนี้เราออก 11.25 เรานอนในรถไฟสองคืน และตื่นก็จะถึงเซี่ยงไฮ้ตอน 11.17 (ตารางเวลาในเวบเขาบอก)

ลาซา - เซี่ยงไฮ้ Gograph

เข้าไปบนรถไฟปุ๊ป ก็อ้าว ชิปหายแล้ว เรานอนแยกตู้กัน คือ ตู้นึงมี 2 เตียงที่เป็นเตียงชั้นบนสุด

เรากับเพื่อนเลยนอนตู้เดียวกัน ส่วนเพื่อนผู้ชาย นอนตู้ข้างๆ ชั้นบนเช่นเดียวกัน ตามหลักที่เคยเล่าแล้วคือ

ถ้ามาด้วยกันแล้วไม่มีพื้นที่เตียงล่างสุดเลยแปลว่า เราก็จะไม่มีห้องนั่งเล่นของตนเอง ได้แต่นอนตาย

อยู่ข้างบนหน้าชนเพดาน หรือไม่ก็ลงมานั่งเล่นด้านข้างริมหน้าต่างที่เค้ามีเก้าอี้ให้นั่ง

เราก็เลยลงมานั่งเล่นข้างล่างริมหน้าต่างแทน จากรูปนี่เริ่มเป็นเด็กชาวจีนขึ้นเรื่อยๆ

Lhasa - Shanghai

อากงที่นั่งตรงข้าม เสื้อสีฟ้านั่นแหละ เป็นชาวจีนพยายามชวนคุยกับเรา

เค้าพูดอังกฤษไม่ได้ แต่คุยกันรู้เรื่องว่า เราเป็นคนไทย ทำไมเหมือนคนจีน.. แค่นั้น

ถึงคุยกันไม่รู้เรื่อง ขนาดรถไฟยังไม่ออกก็พยายามชวนเราคุยม้ากมาก

สนุกดีกับการเดาภาษาจีน ตอนแรกก็สนุก หลังๆเริ่มคุยศัพท์แอดวานซ์ขึ้น เราก็ทิงปู่ต่งเลยค่ะ

วันนี้จะมาเฉลยอิตัวโลโก Go!Graph เราที่มีภาษาจีนในกรอบสี่เหลี่ยม

มันคือคำว่า ทิงปูต่ง ไทกั๋ว แปลว่า เราเป็นคนไทย ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะงั้นอย่าหวังอะไรกับ

การแปลภาษาจีนที่ถูกต้อง องกงคนเดิมยังคงชวนคุยเรื่องตั๋วซื้อมากี่บาท ชูนิ้วกันสนุกเลย

ไปที่ไหน นู่นนี่ ส่วนอากงลงสถานีก่อนหน้าเรา ประมาณ ซูโจว เราก็พยักหน้าคุยแบบงงๆไป

ส่วนนี่เป็นสภาพรถไฟ อากงมิตรใหม่เราได้เตียงกลาง

ส่วนผู้หญิงนักศึกษาในรูป (แสนใจดี) เป็นเจ้าของเตียงล่าง ส่วนเราเตียงบนสิจ้ะ

เหมือนเดิมคือ เจ้าหน้าที่รถไฟก็จะมาแลกตั๋วรถไฟกับเรา แล้วเราจะได้บัตรพลาสติกแทน ป้องกันตั๋วปลอม ใช้ตั๋วซ้ำมั้ง

นั่งไปได้ซักพัก รถไฟเหมือนกับขามาเป๊ะ เพราะงั้นไม่รีวิวซ้ำ เราก็ยังคงนั่งเฉยๆกับอากง

คุยขั้นแอดวานซ์เริ่มไม่ได้ละ เริ่มเปิดสมุดภาษาจีน อากงก็ชี้ๆเอา

การสนทนายังคงงงๆไปเรื่อยๆ เราเริ่มแกะขนมมากิน คือมันว่างไง

เริ่มผ่านช่วงวิวสวยละ ไปดูวิวกันแก้เบื่อ เพราะรถไฟรอบนี้ดูคนเยอะกว่าขามา

แลดูเบียดเสียดจริงๆ มองออกไปก็ยังเห็นจามรีเหมือนเดิม อร่อยเหมือนเดิม ท้องฟ้าสดใส

จามรีเยอะแยะ เห็นจนชินนนน หลังๆเริ่มไม่ตื่นเต้นละ เนื้อเราก็กินมาละ

พรีเซนเตอร์ขนม ขนมอันนี้อร่อยดีนะ มันกินเพลินดี เป็นเหมือนข้าวเกรียบ

จากการวิเคราะห์คุยกัน พบว่าเพราะมันจืด กินแล้วไม่ถึงรสชาติซักทีเลยกินอยู่นั่นแหละ แปปๆหมดถุง

นั่งกินขนม ดูวิวซักพัก ก็มีอากงอีกคนเดินผ่าน ไปๆมาๆ คือเป็นเพื่อนกะอากงเสื้อฟ้ามิตรเรา

เอาหล่ะสิ อากงเสื้อฟ้าเลยชวนคุย อากงคนใหม่มีการไปเบียดเบียนคนในตู้อีก

กลายเป็นบทสนทนาคนแก่เลยทีเดียว แถมอากงเสื้อฟ้าแนะนำเราอีก นี่ๆ มันมาจากไทย

โอ ทุกคนบนรถไฟก็ตื่นเต้น (เหมือนเดิม) อากงอีกคน คุยกันมาเลยรู้ว่าเค้าเป็นหมอ (แต่ลุคไม่ให้)

พูดภาษาอังกฤษได้พอบ้าง เลยมีตัวแปลภาษาเพิ่มขึ้น.. แต่ก็ไม่ช่วยอะไรอยู่ดี

เพราะคุณหมอเรา Water? Water? เราก็อะไรวะ.. อ้อ What … เป็นอันจบ…

แต่ยังคงคุยกันอยู่ ฮ่าฮ่า คุณหมอเริ่มชวนคุยยากขึ้น พ่อแม่ทำงานอะไร ก็ตอบๆเค้าไป

เพื่อนเราพ่อเป็นหมอ อากงคุณหมอก็โอ้ เหมือนเจอเพื่อน เริ่มถามพ่อเป็นหมออะไร เงินเดือนเท่าไหร่

เอาหล่ะสิ เรามองหน้ากันสามคน… ยังไงดีวะ เลยบอก ไม่รู้ พ่อแม่ไม่เคยบอก เริ่มน่ากลัวละ

แต่การคุยยังดำเนินต่อไป เริ่มถามว่าเราเป็นจีนอะไร เพื่อนเราเป็นจีนกวางตุ้ง เริ่มตามหาบ้านเกิด

โดยจากการถามอากงแก๊งนี้ รู้จักซ้ามโซ่ยมั๊ย (เป็นชื่อแถวบ้านเกิดมัน)

อากงสองคนหน้างง จบการสนทนา…

ขอแนะนำว่า

  1. ใครอยากฝึกภาษาจีนให้เก่ง ไปเลยขึ้นรถไฟไปซักขบวน คนจีนมีความเป็นมิตรสูงมาก โดยเฉพาะคนแก่ ชวนเราคุยตลอด (ถึงจะคุยกันไม่รู้เรื่องแต่ถ้าเราพยายามเข้าใจ มันก็ถูไถไปได้นะ สนุกดี)
  2. อย่าลืมเอาเหรียญไป ๆๆๆๆๆๆๆๆ เหรียญบาทเหรียญสิบนี่แหละ ชัดเลย คนจีนรักการแลกเปลี่ยน คราวนี้แก๊งอากงก็ขอแลกเหรียญเช่นกัน แต่เราไม่มีแล้ว เสียใจแทนกลุ่มอากง

นับเป็นบรรยากาศที่ดีนะ ได้คุยกับคนแก่ แบบงงๆ บนรถไฟที่เราจะไปไหนแบบงงๆ งงๆกันดี :D

หลังจากบทสนทนาจบลง เราก็เดินไปสำรวจรถไฟเล่นดีกว่า อย่างแรกที่คนอยากเห็น

ห้องน้ำ สูตรเดิม ถ้าอยากเข้าที่สะอาดแนะนำให้เดินไปดู Soft Sleeper เพราะสะอาด และไฮโซ

คนใช้น้อย ส่วนห้องน้ำตู้เรา เหมือนเดิม ถ้าใครเคยดูวิดีโอไปแล้ว เราจะเล่าเกี่ยวกับเรื่องการขับถ่าย

ของคนจีนอย่างละเอียดมาก คราวนี้มาเวอร์ชั่นบนรถไฟอีกครั้ง ตอนนี้เราสามคน เริ่มชินกับธรรมชาติ

ของชาวจีนแล้ว อยากบอกว่า ตอนแรกที่เราพบเราก็จะ เฮ้ย ตกใจไม่กล้าเข้าต่อ แต่เดี๋ยวนี้

โอเคเข้าไปกดชักโครกให้ด้วยนะ ชักโครกในรถไฟก็จะเป็นแบบดูดลงไป คือ เคยกด

มันดูดแบบยังไม่ทันเห็นการแตกสลายของสสารเลย หายไปพริบตา น่าตกใจ

คราวนี้เราเจอก็ไปกดให้ ถ้ามันลงนิดหน่อย เหลือเศษๆ โอเคเราเริ่มทำใจ ก็เข้าไปใช้ซะ..

ปัญหาอีกอย่างของห้องน้ำรถไฟคือ เวลาเราขับถ่าย เราก็ต้องขับถ่ายให้ตรงกับรูที่ชักโครกมันจะดูดลงไปใช่ปะ

แต่แบบเจอบ่อยครั่งที่ ทำไมต้องปล่อยกันไม่ตรงท่อดูดด้วย มันก็ไม่ลงสิ สุดท้ายแล้วปริศนาก็ไขกระจ่าง

จขกท.เห็นจะจะตาเลยว่า สสารที่มันไปกองอยู่ตรงนั้นได้เพราะว่า มันเป็นขี้ของเด็ก !! เหมือนตูดเด็กไปไม่ถึง

พ่อแม่ก็เอ้าเร็วเบ่งๆๆๆอึ้ๆ ของก็หลุดออกมาจากตูดเด็ก แต่คือเหมือนเด็กตูดสั้น ไปไม่ถึงท่อที่ดูด

ทำให้สสารมันก็เลยกองอยู่ตรงนั้นแหละ… บางทีก็สงสารพนักงานทำความสะอาดรถไฟ

ส่วนรูปภาพนี่เราไม่สามารถมีได้จริงๆ ถ้าไปอีกอยากจะไปถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระทึก

เอารูปตู้เสบียงไปดู คอนทราสกันดี กับคำบรรยาย ฮ่าฮ่า

หลังจากปัญหาห้องน้ำเสร็จ เราก็เดินกลับมา เราเห็นวิวแบบนี้ !

พ่อเจ้าคะ !! นี่เรามาทิเบตหรือสแกนดิเนเวียนนน ทำไมเป็นวิวแบบนี้ หรือรถไฟผิดขบวน ขบวนนี้ไปนอร์เวย์?? โอ้โห

นั่น บ้านหลังนี้ส่งเสริมความเป็นสแกนดิเนเวียนมากกว่าเดิม..

เหมือนฝนจะตก รถไฟก็วิ่งต่อไป เราเริ่มเบื่อละ ห้องนั่งเล่นก็ไม่มี ไปพึ่งพิงคนอื่นก็ไม่ดี

สุดท้าย กินมาม่าให้หนักท้อง ขึ้นไปนอนตายข้างบนดีกว่า

จากการขึ้นไปตายข้างบน และการกักตุนขนมของเรา (ที่อุตส่าห์ใช้ประสบการณ์ 3 ครั้งนั่งรถไฟ

คราวนี้กักตุนแต่ของแห้ง เยลลี่ กินง่าย มาม่า) สุดท้ายไร้ประโยชน์ เพราะได้นั่งชั้นบนสุด ไม่มีที่กิน

ต้องมากินข้างล่างอยู่ดี อะไรเนี่ย ไม่เคยกักตุนถูกเลย !! เรายังคงนอนตายข้างบน เริ่มไม่มีอะไรทำ

นั่งเขียนไดอารี่ อ่านหนังสือ สุดท้ายมาจบที่ไกด์บุคทิเบต อ่านประวัติศาสตร์ทิเบต…

(มันน่าจะอ่านก่อนหน้านี้นะ..) เลย อ้อ เข้าใจละ อ้าวทำไมเราไม่ได้ไปห้องนี้เนี่ย

การนั่งเล่นผ่านไป เรานอนจนหมดวัน ตื่นเช้ามาก็ยังอยู่ในรถไฟที่เดิม เราก็นอนตื่นสายๆ หน่อย

ไม่มีอะไรจะทำ ตื่นมาพบว่า..แก๊งอากง นั่งเล่นสลาฟกันอยู่ข้างล่าง อ้าวแล้วเด็กไทยจะลงไปยังไง๊

ลุงเล่นยึดอาณานิคมหมดเลย (แก๊งอากงมีทั้งหมด 4 คน คือ อากงเสื้อฟ้า คุณหมอ อากงทหารญี่ปุ่น

และคุณป้าแม่บ้าน) สุดท้ายลงมาแปรงฟันได้ อากงยังคงเล่นกันต่อ สงสัยเบื่อกว่าเรา

เล่นจนแบบอยากจะไปแจมด้วยจริงๆ คนแก่ในรถไฟก็จะเล่นไพ่ วัยรุ่นบนรถไฟก็จะกดมือถือ

และแล้วก็ถึงสถานี Xining

สิ่งที่จำได้คือ มีโยเกิร์ตงาดำ โว้ววว ลงไปซื้อโดยด่วน ติดใจ และอีกแล้วครับ

รถไฟผ่านจุดที่สูงที่สุดในโลกมาอีกแล้ววว เพื่อนผู้ชายเราเดินมาเรียก ถึงแล้วๆ ส่วนเรา

อืมมม เรานอนผ่านจุดที่สูงที่สุดในโลกแล้ว ตอนนั้นซึมซับบรรยากาศแล้ว

คนอื่นก็มีลงไปซื้อหมูเห็ดเป็ดไก่ได้ ดูเพลิดเพลินกันด้วยนะ การเลือกซื้อของ

นั่งต่อไป เริ่มอึนละ แก๊งอากงยังคงเล่นไพ่ เราก็อ่านหนังสือ กล้องก็ถ่ายมาไม่ได้ เพราะเก็บไว้ชั้่นบนสุด

ปีนทีก็ยิมนาสติกกันเลย เราก็เริ่มนั่งมองภูเขา คุยกันไปคุยกันมาภูเขาอาจจะเป็น

หลังของไดโนเสาร์ กำลังนอนจำศีลอยู่ (ช่างจินตนาการ) เริ่มเพี้ยนขึ้นเรื่อยๆ

มาเล่นกับเด็กเส้าหลิน ตู้ข้างๆ (คือมันเริ่มไม่มีอะไรทำอย่างจริงจัง ขนาดในไดอารี่ยังเขียน นั่งรถไฟทั้งวันไม่มีเอี้ยไรทำเลย

ส่วนสองคนนี้ กดมือถือ… มันว่างหนิ !

เราเริ่มนอยแก๊งอากงละ จะเล่นไพ่อะไรไม่เกรงใจเลย ตอนนี้อาณานิคมทางเดินหน้าตู้เรากลายเป็นของแก๊งอากง

เล่นไพ่ เอากระเป๋าเสื้อผ้ามาทำเป็นโต๊ะ ฮ้วย เราก็ไปดูเวลาถึงสถานีไหนๆ พบว่า อากงคุณหมอจะลงซีอาน

อากงเสื้อฟ้าลงซูโจว แปลว่า พรุ่งนี้เช้าเราตื่นมา แก๊งอากงจะหายไปแล้ว แล้วเราจะถึงเซี่ยงไฮ้ตอนเที่ยง

เย้ส ต่อจากสถานี Xining ก็ถึงสถานี Lanzhou (หลานโจว)

กิจกรรมยามว่างของทุกคนบนรถไฟก็คือ ลงไปเลือกซื้อของ มันเพลิดเพลินจริงๆ

อีกเรื่องที่ลืมบอก สำหรับคุณผู้หญิงที่อยากจะเดินทางไปทิเบต ไม่รู้เป็นกันทุกคนรึเปล่าแต่สองสาวเป็น

เกิดเรื่องผิดปกติของการมาประจำเดือน อยู่ๆ จขกท.ปจด.ก็มา แบบงงๆ คือมันยังไม่ถึงวัน จะมาเพื่อ

แล้วบนรถไฟไม่มีขายผ้าอนามัยนะคะ โปรดระวัง ส่วนเพื่อนอีกคนกลับมาพบว่าปจด.มามากที่สุดในรอบชีวิต

จากการวิเคราะห์น่าจะเพราะความกดดันอากาศเพราะตอนบนรถไฟ จขกท.มาหนักมาก ชิปหายเลย

แต่พอถึงเซี่ยงไฮ้ก็หายไปดื้อๆเหมือนไม่เคยเกิด ยัง งง อยู่ทุกวันนี้… เพราะงั้นโปรดเตรียมตัวเอาไปเผื่อ

เพราะบนรถไฟไม่มีขาย จะขอยืมคนก็ดูยากเพราะภาษาขั้นแอดวานซ์มาก ส่วนเป็นไงนั้นอย่าถาม ขอเซ็นเซอร์ ฮ่าฮ่า

การนอนผ่านไป นี่เป็นเช้าสุดท้าย บนรถไฟขบวนสุดท้ายแล้ว ตื่นมาแก๊งอากงก็หายไปจริง

คนบนรถไฟเริ่มน้อยลงทันตา เหมือนจะลงกันไปหมดแล้ว เซี่ยงไฮ้ถึงเลทไป 3 ชม.

กลายเป็นเราถึงตอนบ่ายสอง แต่สุดท้ายเราก็ถึง หน้าตากลับมาร่าเริงอีกครั้ง

ศิริรวมทั้งสิ้นเรานั่งขบวนนี้มา 50 ชั่วโมง เฮ..

เซี่ยงไฮ้รอเราอยู่ ความเจริญสุดขั้ว วันนี้จะไปไหนดี !

โปรดติดตามตอนต่อไป สถานีสุดท้ายแล้ว อย่าลืมติดตามต่อไปกับเรา

*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

19. TIBET-SHANGHAI-BKK 1/4

Facebook Comments