01 - Tibet, Asia, Beijing, China

Train to Tibet : EP9 ตะลอน ปักกิ่ง Day2

29 สิงหาคม (จันทร์) 2554  >>Beijing Day2 ตะลอน ปักกิ่ง

ปักกิ่ง Day2 — เมื่อคืนหลังกลับมาจากการผจญภัยทั้งวันในปักกิ่ง เรากลับมาโม้ให้เพื่อนที่โฮสเทลฟังว่าเราไปไหนมาบ้างเพื่อนเราชื่อ raymond เป็นคนฮ่องกงแต่ไปโตที่อังกฤษ เหมือนเราเลยเชื้อสายจีนแต่ไม่ได้โตที่จีนเรย์มอนด์มาคนเดียวเลยบอกว่าพรุ่งนี้ขอไปกำแพงเมืองจีนด้วย (สงสัยคิดว่าเราเชี่ยวชาญเที่ยวเยอะ)

เช้านี้ที่ปักกิ่งเราก็เลยออกจากโฮสเทลแต่เช้าเลย ขั้นแรกแวะซื้อโยเกิร์ตและกล้วยแถวบ้านก่อน ติดใจจริงๆโยเกิร์ต 5 หยวน

มีกำแพงเมืองจีนรอบๆปักกิ่งมีทั้งหมด 4 ที่ด้วยกัน

แต่ละที่ความเท่ก็ต่างกัน ตอนแรกเราอยากไปอันร้างๆไกลสุดด้วย อินดี้ดี

แต่เราไม่เคยมาจีนเลย ไว้คราวหน้าจะไป คราวนี้ขอเห็นอันเต็มๆก่อน

อันที่หนังสือเค้าแนะนำคือ ด่านปาต๋าหลิ่ง วิธีไปกำแพงเมืองจีนอย่างง่ายและถูกคือ นั่งใต้ดินไปลงสถานี Jishitan สาย 2

ลงปุ๊บเดินไปทางซ้ายก็เจอสถานีรถเมล์ Deshengmen แถวนั้นรถเยอะมาก หารถเมล์สาย 919 สีเขียวสะท้อนแสง

แค่นั่นแหละ ขึ้นไปเลย (จากรูปมุมซ้ายบนจะเห็นสีเขียวสะท้อนแสงอยู่รถแบบนั้นแหละ)

ทำยังไงก็ได้ให้ขึ้นรถให้ได้ ระหว่างเดินจะมีคนมาชวนคุยบอกให้รอตรงนี้ๆ บางทีก็อย่าไปเชื่อมากนัก

เราเดินมั่วๆหาเองก่อนได้ ไม่ต้องรีบ รถมีเยอะ ค่ารถเมล์ถ้ามีบัตรสีน้ำเงินจะเหลือคนละ 4.8 หยวนเท่านั้น

(มีแค่ 4.8 หยวนก็ไปกำแพงเมืองจีนได้แล้ว) นั่งรถออกไปประมาณ ชม.ครึ่ง แวะรับผู้โดยสารบ้าง

จนไปถึงสถานีนึงที่คนจะลงเยอะหน่อย มันคือซาฟารีอะไรไม่รู้ อย่าเพิ่งลงนะจ้ะ

(ถึงเราฟังจีนไม่ออกแต่ก็เดาถูก โชคดีจริง) จนสถานีที่คนเค้าฮิตๆกันลงนั่นแหละ ลงเลย

ลงมาก็เจอที่จอดรถคนเยอะๆ คือเรามาแบบงงๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าขึ้นทางไหน เราเลยโอเค

งั้นขาขึ้นเรานั่งเคเบิ้ลขึ้นไปละกัน

ค่าเคเบิลคนละ 60 หยวน + ค่าเข้ากำแพงเมืองจีน 25 หยวน + ค่าประกันอุบัติเหตุ 5 หยวน = 90 หยวนพอดี (ประมาณ 450 บาท)

บัตรนักเรียนก็ไม่ลดนะจ้ะงานนี้

กระเช้านึงจะนั่งกี่คนก็ได้ เรานั่ง 4 คน ชิวๆ น่าหวาดเสียวดี ฮ่าฮ่า นี่มองจากด้านหลังลงไป เสียวหนักกว่าเดิม

นั่งแปปเดียวก็ถึงสถานีละ 60 หยวนไร้ความหมาย (เราซื้อแบบขาเดียวนะ ถ้าซื้อไปกลับก็อีกราคานึง)

เดินทะลุอุโมงค์มีกลิ่นหน่อย ท่าทางจะมีคนมาขับถ่ายกันบนนี้

วะฮะฮ่า ถึงแล้วกำแพงเมืองจีน เรามาโผล่ยอดบนเลยนะนี่ สบายจริงๆ คนซ้ายคือ เรย์มอนด์ที่บอกถึง เย้เย้

เมื่อเดินไปนิดเดียวก็ถึง slope hero เดาว่าเป็นจุดชันที่สุด ต้องไปท้าทาย

มัน ชัน จริง วิธีเดินง่ายๆ ทำตัวย่อๆ เท้าจะติดพื้นมาก ถ้ามีใครกลิิ้งคงเท่น่าดู

ขนาดวันจันทร์ ปริมาณชาวจีนยังเยอะอยู่ดี เดินขึ้นไป โชคดีมีบันไดเป็นขั้นๆบ้างไม่งั้นไถลลงแน่

เราเชื่อแล้วจริงๆว่าจีน ทำอะไรต้องทำใหญ่ๆ

นี่กลุ่มที่สร้างคือกลุ่มเดียวกับที่สร้างพระราชวังต้องห้ามปะนี่

ใหญ่จริงอะไรจริง เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำจริงๆ

เชื่อรึยัง ว่ามันชันจริงๆ ดูการครีเอทท่าถ่ายรูป สร้างสรรค์มาก..

และแล้วเราก็มาถึงสุดของสุด เดาว่ามันคือจุดสูงสุดของกำแพงด่านนี้

ด้านความพยายามของเรา(จริงๆพยายามแค่ 10% อีก 90% นั่งกระเช้ามาจ้า)

คนเยอะจริงๆ สักขีพยานเยอะ

ซึ่งกำแพงบนสุดของกำแพงเมืองจีน มีแกะสลักจากชาวจีนเยอะมาก

บนสุดของกำแพงเมืองจีนด่านนี้ เย้ ถ่ายโดยเรย์มอนด์ !!

แปะแล้วจ้า ถ่ายรูปด้วยหน่อย มาถึงซักที กำแพงเมืองจีน

อย่าคิดว่าเราจะมีรูปเว่อร์ๆสวยๆ เราไม่โปรๆ ถ้าอยากเห็นสวยๆโปรๆต้องมาเองๆ :)

แถวนั้นมีการขายของที่ระลึกแล้ว แผ่นทองแกะชื่อมั้ง เห็นเค้ามุงๆกัน ขายดีอยู่นะ ใครสนใจ

raymond ดูประทับใจมาก :)

แปะกำแพงเสร็จก็เดินลง (นี่ขึ้นชันๆกันมาเพื่อมาแปะกำแพงกันทั้งนั้น) อาม่าระวังนะคะ

ขาลงชันหนักกว่า ย่อแล้วยิ่งล้มนะ จับราวบันไดเลย ด้านข้างขวาก็เป็นกระเช้าที่เราขึ้นมา

ถ้าใครซื้อขึ้นลงก็ลงจากชันๆนี้ก็ลงกระเช้าได้เลย (แล้วจะทำไมเนี่ย มาเพื่อมาแปะ)

แต่เราไม่ลง เราจะเดินลง เท่ๆ

เดินจนหมดทางชัน เค้าก็บังคับลงบันไดไปเข้าสู่ทางปกติ

เราเดินลงไปเรื่อยๆตามทางแล้วนะ ทำไมเรากลายไปอยู่ทางรองได้

มองขึ้นไปก็เห็นคนเดินทางหลัก (ทางกำแพง) อ้าวนี่ทำไมเราอินดี้ตลอดเลย

เดินตามป้ามาจนหลงอีก

สรุปเราไม่รู้ว่าจะกลับไปทางหลักยังไง เราก็เลยต้องเดินทางรองไปเรื่อยๆ

คิดในแง่ดีอาจจะเป็นเส้นทางเก่าสมัยราชวงศ์เค้าเดินกัน (คิดมาได้)

มองไปมุมขวาในรูปจะเห็นทางหลักอยู่แต่ถ้าทางปกติคนเค้าก็รีวิวกันแล้ว เรารีวิวทางไม่ปกติละกัน ฮ่าฮ่า

ซึ่งเดินๆอยู่ เราก็มองไปเห็นเส้นอะไรสีเขียว (ดังรูป) นึกขึ้นได้ว่าในหนังสือบอกว่ามันมี Slide way มันคืออะไรไม่รู้ เดี๋ยวไปดูกัน

เดินจนมาชนกับทางหลัก เจอร้านขายของละ ราคาไม่แพงนักแต่ก็แพงกว่าปกติ

กินๆก่อน แล้วจะยังไงต่อดี ถ้าจะเดินลงลงทางไหน และแล้ว..

รถไฟเหาะกำแพงเมืองจีน

ด้วยความตื่นเต้น Slide way มันคือ รถไฟเหาะกำแพงเมืองจีน !!

เราหน้ามืดตามัวซื้อตั๋วเลย Slide way ลงจากกำแพงเมืองจีนคนละ 30 หยวน (ประมาณ 150 บาท) โอเค ซื้อเลยจัดมา 4 ใบ !!

คาดว่าไม่มีคนไทยเคยนั่ง (จริงๆไม่มีคนไทยคนไหนโง่นั่งมากกว่า) เรานี่แหละ

มากำแพงเมืองจีนแบบใหม่ นั่งรถไฟเหาะลงกำแพงเมืองจีน

หลายคนคงเดินแต่เราตื่นเต้นจริงๆตอนนั้น ต้องนั่ง ฮ่าฮ่า สภาพเป็นแบบนี้ ตื่นเต้นมากจริงๆ

ไปแล้วววว กรี๊ดดดด (ของจริงไม่เร็วสูงไง เหมือนอารมณ์เจ้าหนูลมกรดมาก)

เจ้าหนูลมกรดกำแพงเมืองจีนชัดๆ หันไปมองข้างหลังบ้าง คุณป้าหน้าไม่อินเลย..

คือรูปนี้ดูความเร็วสูงอยู่นะ ถ่ายให้คุ้มกับ 30 หยวนที่จ่ายไปๆ

นั่งไปพักเดียวก็ถึง พนักงานก็ไล่ลง ลงมาแล้วก็เจอ..

แต่คือ.. เรามาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ ทำไมมันกลายเป็นสวนสนุกไปได้เนี่ย

ใครนั่ง slide way นี่มันคือส่วนหนึ่งของสวนสนุกใช่มั๊ย สวนสนุกในกำแพงเมืองจีน !!

สวนสนุกจริงจังมาก สวนสัตว์ด้วย มีให้อาหารสัตว์เลี้ยงด้วย..

แล้วจะออกจากที่นี่ยังไง ไกด์บุคก็ไม่ได้เขียนบอก (เค้าไม่ได้เขียนตั้งแต่ให้นั่ง slide way นี่ละ)

ไหนๆก็ไหนๆละ มาให้คุ้ม เราก็เริ่มอินเลย ชิมลูกชิ้นชินจังหน่อย

(มีชินจังตัวแดงๆยืนฉี่โชว์อยู่) ข้างในลูกชิ้นมีน้ำซุป กัดทีลิ้นลวก

คาดว่าไม่เคยมีใครมารีวิวสวนสนุกสวนสัตว์นี้แน่ เราก็หลงมาเหมือนกัน ไม่ได้ตั้งใจ

ด้านหลังเราคือสวนสนุกนั้น อย่าลืมมากันนะ ตอนนี้ขอหาทางกลับเข้าเมืองก่อน

เรามาแล้วกำแพงเมืองจีน (สรุปได้ซึมซับกำแพงเมืองจีนนิดเดียว แต่มาโผล่ในที่แปลกๆ)

เอาจริงมันก็ตลกและสนุกอีกแบบดี อย่าลืมมากันนะจ้ะ ถ้านั่ง slide way ลงมา

เดินมานิดนึง ตามคนข้างหน้าไป เราก็เจอท่ารถแล้ว กลับปักกิ่ง คนต่อคิวยาวยวด รถบัส 919 สีเขียวแบบนี้แล

ข้อมูลรถบัสล้วนๆ ไม่ต้องตกใจถ้าเราเจอสาย 877 แทน 919 เพราะมันเหมือนกันแล ไปถึงเหมือนกัน

เรานั่งกลับเมืองประมาณ ชม.ครึ่งเหมือนเดิม กลับสู่สถานี Jishuitan เหมือนเดิม

ต่อไปเราจะไปไหนดีระหว่างย่านซีดาน หรือ ตงซื่อ สุดท้ายเราเลือกตงซื่อ เพราะเดาว่าซีดานเหมือนสีลม

แต่ตงซื่อในหนังสือบอกเป็นถนนแห่งย่าน copy ประเทศจีนขึ้นชื่ออยู่แล้ว !!

วิธีไปตงซื่อ 

ไปลงใต้ดินชื่อสถานี Dengshikou เพื่อจะได้เดินขึ้นไปถึงสถานี Dongsi (ตงซื่อ) เลยเพราะเค้าบอกทั้งเส้น

ปัญหาหนักของการนั่งใต้ดินคือ ไม่รู้ทิศ เราออกมาทางออกไหนซักทางออกเพราะดูแผนที่จากใต้ดินแล้ว

แต่ออกมาแล้วก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันต้องเลี้ยวซ้ายหรือขวา กลายเป็นว่าเราเลี้ยวผิด ถ้าดูตามแผนที่สถานีจะเรียงกันเป็น

Dongsi – Dengshikou – Dongdan เราต้องเดินไปทาง Dongsi

แต่เราเดินผิดเดินไปทาง Dongdan แทนซะงั้น !!

แต่หิวข้าว หาข้าวไม่มีเลยแถวนั้น สุดท้ายเดินเข้าซอยไปเจอร้านท้องถิ่นมากๆ

ย้ำว่ามากจริงๆเพราะมีแต่ภาษาจีน โชคดีเรย์มอนด์พอถูไถจีนได้เลยสั่งให้เรา ขอบคุณจริงๆ

ข้าวเที่ยงของวันนี้ หนิ่วโร่(เนื้อวัว)ผัดหอม จริงๆอาหารจีนเหมือนบ้านเราแหละ

ถ้าพูดจีนได้เราก็กินได้หมด แต่ประเด็นเราพูดไม่ได้ ขอบคุณเรย์มอนด์มาอีกที

กินเสร็จเรารู้ว่าเราหลงละ เราเดินย้อนกลับไป

แต่เสียใจด้วย จากหนังสือบอกว่ามีร้านก็อปมากมาย

กลายเป็นว่าตอนนี้ทุกร้านเริ่มสร้างแบรนด์ตัวเองแล้ว ร้านก็อปน้อยลง

ไม่สะใจเราเลย แต่รองเท้าที่นี่ถูกจริง ของที่จะเอามาฝากคือ

เดินจนเหนื่อยไม่เจออะไรเลย ไม่สนุกเลย เราเลยว่าจะไปย่าน Sanlitun ที่เหมือนเป็นย่านฝรั่ง

แต่ดูจากแผนที่ใต้ดินแล้วคิดว่าใกล้เลยตัดสินใจเดินไป สรุปไกลมาก เดินไปเท่าไหร่ก็ไม่เจอซักที

เจอแต่เมืองเมืองเมือง เดินจนทุกคนเริ่มเหนื่อย เรย์มอนด์เหงื่อตก เรามาโผล่ที่ไหนไม่รู้

พระอาทิตย์กำลังตกดินแล้ว (นี่เราหลงมานานขนาดนี้เลย)

เลยตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆจนเจอใต้ดินละกัน ไม่ไปมันหมดละ

ระหว่างเดิน ตึกสวยดี แดงดี

การเที่ยว ถ้าหลงบ้างมันก็สนุก แต่หลงอย่างวันนี้ไม่สนุกจริงๆ ทั้งเหนื่อยทั้งเกรงใจเรย์มอนด์ที่มาลำบากด้วย สุดท้ายก็มืดจนได้

สุดท้ายเราต้องเรียกคะแนนความเป็นไกด์คืน ต้องพาลูกทัวร์ไปเจออะไรที่ดังๆบ้าง

คืนนี้เราไปนี่เลย ถนนหวางฟู่จิง ที่สุดฮิตไกด์บุคทุกเล่มเขาไปกัน !! หนทางไปง่ายดาย

นั่งใต้ดินไปลงสถานี Wangfujing ออกทางไหนก็ได้ เจอเมืองหมด แนะนำทางออก A ทะลุห้างขึ้นไปเลย

ในที่สุดเราก็เจอความเจริญ เย้เฮ

ที่ยอดฮิตต่อไปคือ food street หาไม่ยากเป็นซอยเล็กๆที่จีนที่สุด

ถ้าขึ้นจากทางออก A เดินไปทางเจริญๆก่อนแล้วจะเจอซอยนี้อยู่ด้านซ้าย หาง่ายดาย

หนีห่าวความเจริญก่อนค่ะ

ข้างในก็ของกินยอดฮิต ปลาดาว ม้าน้ำ แมลงต่างๆ อย่าคิดว่าเราจะกิน มาลองกันเองนะ

คนเยอะดีจริงๆ สีแดงช่างจีน

ผลไม้เชื่อม แข็งๆเปรี้ยวๆ

ซอยนี้มีแต่ของกินกะของที่ระลึก แต่ละอย่างไม่ใช่ว่าจะถูก

เราถูกคนขายขนมไส้ถั่วแดงหลอกซื้ออีก 20 หยวน ขนมอะไรเป็นร้อย แพงมาก !!

ถ้าใครยังจำตอนที่เราเล่าในตอนหยางซั่วได้

เราบอกว่าเราซื้อลูกข่างโย่โย่เบย์เบลดมาจากบนรถไฟ มันคืออะไร

นึกภาพไม่ออก ที่ปักกิ่งก็มี ราคาเท่ากัน !! 10 หยวน นวัตกรรมจีน

กลับสู่เส้นหลัก เมืองห้าง แบรนด์เนม ทุกสิ่ง

เจอร้านนี้ตรงเส้นหลักนี่แหละ ต้องเดินลงไปใต้ดิน คิดหรอว่าจะไม่เข้า :)

มูจิในจีนแต่ละที่น่าเศร้ามาก ปักกิ่งก็อยุ่ในซอกหลืบ ตอนไปเซี่ยงไฮ้ก็อยู่ใต้ดินน่าสงสาร

แต่ที่นี่ยังมีเครื่องเล่นซีดีแขวนผนังงานของ นาโอโตะ ฟุกาซาว่าอยู่

ใครต้องการมาซื้อได้ (ไทยเคยมีที่ชิดลมแต่หมดแล้ว)

เราเดินตรงมาเรื่อยๆจนเจอโบสถ์ เปิดไฟสวยงาม

ชาวจีนน่ารัก ตอนกลางคืนมาชวนกันเต้นแอโรบิคหน้าโบสถ์ ประหนึ่งโบสถ์คือโลตัสบ้านเรา

เต้นกันเป็นร้อย บางคนมีสร้อยเปิดไฟได้ห้อยคอ เราเดาว่าสงสัยมาจากการเก็บแต้มเต้น

ถ้าเต้นบ่อยเหมือนได้ยกระดับ ทุกคนดูเต้นอินกันมาก ใส่ใจการออกกำลังกาย

เด็กๆก็ฝึกซ้อมข้างโบสถ์ก่อนเข้าสนามจริงด้วยนะ น่ารักจัง

หลังจากแอโรบิคเข้าจังหวะ เดินมาอีกนิดก็ถึงเสาดอกบัว (เราเรียกเอง) เห็นในไกด์บุคถ่ายเราก็เอาบ้าง

ขากลับนั่งรถเมล์มั่วๆกลับที่พัก สุดท้ายนั่งใต้ดินอยู๋ดี (เพื่อ) ชมวิวเมืองสวยๆ

หอธนูตอนกลางคืน กลับสู่ถนนแถวบ้าน

คืนนี้จบลงเหมือนเดิม คือโยเกิร์ต 5 หยวนหน้าบ้าน ถ้าไปจะพบเจอแบบขวดๆที่เจาะหลอดดูด

ไม่อร่อยเท่าถ้วยๆใช้ช้อนตักให้ฟีลกว่าเยอะ ในไทยไม่มี อร่อยเด็ด

พรุ่งนี้เราจะออกจากปักกิ่งแล้ว เข้าสู่ทิเบต ติดตามตอนต่อไปได้ที่ http://wp.me/p79um1-28

*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

11.YANGSHUO-BEIJING 3/4

Facebook Comments