01 - Tibet, Asia, Beijing, China

Train to Tibet : EP10 เที่ยวปักกิ่ง Day3

30 สิงหาคม (อังคาร) 2554 >>เที่ยวปักกิ่ง Day3

เที่ยวปักกิ่ง Day3 — วันนี้เราอยู่เที่ยวปักกิ่งวันสุดท้ายแล้ว เมื่อคืนตุ้มต่อมๆว่าเราจะได้ใบ permit และตั๋วรถไฟไปลาซาหรือไม่

เราติดต่อเอเจนซี่ชื่อ Chinayak ไปลาซาทั้งหมด 4 คืน 5 วัน ตกคนละ 30000 บาท

(ค่ารถไฟไปกลับ,ค่าโรงแรม,ค่ารถตู้,ค่าไกด์ เป็นแบบ private แค่ 3 คน)

แต่เอเจนซี่เพิ่งติดต่อเราเมื่อคืนว่าได้ตั๋วรถไฟแล้ว ให้ไปรับได้ที่ออฟฟิชในปักกิ่ง (เอเจนซี่บอกว่า

ยังไงก็ได้ตั๋วชัวร์เลทสุดก็อาจจะ 3 ชม.ก่อนรถไฟออก) เราเลยวางแผนตั้งแต่เมื่อคืนว่า

รถไฟออกสองทุ่ม เราจะไปไหนเก็บตกเที่ยวปักกิ่ง ! เช้าตรู่มากๆเราเลยไปที่นี่ก่อน เพราะออฟฟิชยังไม่เปิด

National Centre for the performing arts

จขกท.หาในเนตเท่าไหร่ก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน สรุปง่ายๆ

ถ้าตัวเราอยู่ตรงหน้ารูปประธานเหมา มันจะอยู่ด้านซ้ายเดินไปเรื่อยๆแล้วจะเจอเอง

เที่ยวปักกิ่ง Day3

ซึ่งรอบๆโรงละครเป็นสวนสาธารณะ เราก็กินข้าวเช้าแบบงงๆที่นั่น

ทางเข้าต้องเดินไปอีกฝั่งลงไปใต้ดิน เช้าขนาดนี้เค้าไม่เปิดแน่ ก็เลยได้แต่ชมความงามของสถาปัตย์ไปนะทุกคน

โอเคได้เวลาไปออฟฟิชแล้ว วันนี้ต้องทำเวลาอย่างแรง โปรแกรมก็เยอะ

คือถ้าตกรถไฟไม่ได้ลาซาซวยแน่ ออฟฟิช chinayak อยู่แถวๆวัดเทียนถาน

ทางใต้ของปักกิ่ง ถามโฮสเทลบอกนั่งรถเมล์ไปได้ โอเค ลุย

ถึงละ แถวนี้แหละ แต่ไม่รู้ตึกไหน โชคดีที่รถเมล์ปักกิ่งนั่งง่าย มีภาษาอังกฤษ

หน้ารถมีไฟบอกอีก แถมมีกระเป๋ารถเมล์อยู่ในคอกคอยบอกอีก ไม่หลงแน่

ลงป้ายนี้ เดินตามแผนที่ google earth ก็หลงอีก ถามคน ถามยาม ทุกคนบอกไม่เหมือนกัน

สรุปเราหลงหาออฟฟิชไม่เจอ จนต้องโทรหาพนักงานเค้า ให้เค้าเดินออกมารับ ถึงออฟฟิชจนได้

โอเคได้ตั๋วเรียบร้อย ทำเวลาๆๆๆๆ คาดว่าคงไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวคนไหนที่ไปเที่ยวปักกิ่ง

แล้วมาเที่ยวออฟฟิชปักกิ่งนะ เราเอง ฮ่าฮ่า

ทำเวลาๆๆกันต่อ ต่อไปเราจะไปหอฟ้าเทียนถาน มีเวลาให้ 1 ชม.เท่านั้น

วันนั้นทำเวลากันสุดๆลูกทัวร์ให้ความร่วมมือๆ เรามีไกด์บุคชื่อ ใครๆก็ไปเที่ยวปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เล่มนี้ดีนะ

มีบอกว่ามีรถเมล์ไรผ่านบ้าง เราก็นั่งตามเล่มนี่แหละ ถามกระเป๋าเค้าก็บอกให้ลง เราก็ลง

ในรูปเป็นลงป้ายแล้วต้องเดินข้ามถนนไปหอฟ้า จะเห็นตึกตลาดไข่มุกก่อน เราไม่เข้าๆๆๆ ทำเวลาๆรีบเร่งๆ

หอฟ้าเทียนถาน

มีทางเข้าทั้งหมด 4 ด้าน จะเข้าทางไหนก็ได้ ทางที่เราเข้าก็ใกล้กับใต้ดิน (สถานี Tiantandongmen)

คือประตูตะวันออก ค่าเข้าคนละ 35 หยวน (ประมาณ 175 บาท) ก็คือจะรวมทุกอย่างในนี้หมดเลย

ข้างในจะเป็นสวนสาธารณะมีคนแก่มาทำกิจกรรมเล่นไพ่นู่นนี่กัน (ถ้าเข้าแค่สวนอาจจะเสียแค่ 15 หยวน อะไรเช่นนี้)

อากงเล่นไพ่จริงจังกันดี

มีตีลูกขนไก่ด้วย คนเล่นโคตรเก่ง

ถึงแล้ว หอฟ้า ตามหน้าปกหนังสือเป๊ะ กว้างๆดี แต่หลังจากที่เราเที่ยวปักกิ่งมาหลายวัน

รู้สึกอิ่มกับสิ่งก่อสร้างที่เป็น traditional มาก ตื่นเต้นตามประสา ไปมาแล้วๆ

ซึ่งเขาเล่าว่า สร้างเพื่อเอาไว้ขอเทพเจ้าให้ฝนตกตามฤดูกาล อลังการ์ดี แต่ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ละ

เห็นมาเยอะละๆ ใหญ่ๆของจีนนี่ ข้างในก็เหมือนเดิม มีเก้าอี้ เอาไว้ให้คนมุง

เราก็มุงๆแต่ก็ไม่เกทอยู่ดี จีนมุงไม่ต่างจากไทยมุงนัก ฮ่าฮ่า

จากหอฟ้านี้ เดินไปกำแพงสะท้อน กับ แท่นบวงสรวงได้

เดินไปไม่ไกลไม่ใกล้ ถึงละกำแพงสะท้อน เขาบอกว่า พูดแล้วมันจะสะท้อนได้จ้ะ

คือทุกคนก็ตะโกนกันใหญ่ เราก็ตะโกน แต่สรุปได้ว่า มันน่าจะเสียแล้วเพราะไม่เห็นสะท้อนเลย

หรือไม่ก็ลืมใส่ถ่าน ตรงกลางก็มีสิ่งก่อสร้าง เหมือนเดิม จีนมุง ข้างในก็ไม่ต้องเดา เก้าอี้เหมือนเดิม

เดินมาอีกนิด ก็จะเจอ แท่นบวงสรวงสวรรค์ เราเรียกว่าแท่นศูนย์กลางจักรวาล

ตามประสานักท่องเที่ยว ทุกคนก็จะไปยืนเต๊ะท่าบนแท่นแล้วก็ถ่ายรูป

ต่อคิวกันเหมือนประหนึ่งได้ยืนบนแลนมาร์กซักที่แล้วประมาณนี้

เราก็ยืน ไม่พลาดๆ (ในรุปคนข้างหลังมันจะถ่ายอะไรเนี่ย)

ยืนเสร็จ ก็ได้เวลาออก หมดแล้วหอฟ้า เที่ยวอย่างเร่งด่วนมาก

และเเล้วภารกิจต่อไป หาข้าวกิน ระหว่างทางมีการขายของที่ระลึก นี่เค้าลงทุนทำนะเนี่ย แต่แพงและไม่ขนไปแน่นอน ลาก่อน

ออกมา หาข้าวกินไม่มี เดินหลงในสลัมจีน คนท้องถิ่นอีกแล้วเรา

จริงๆแล้วเราเดินตามคนข้างหน้ามา (ที่คิดว่าเป็นคนจีน)

สรุปซอยตัน เดินกลับออกมาอยู่ดี คิดซะว่าได้มาอันซีนชุมชนจีนอย่างแท้จริงละกัน ขำดี

เดินไปหาใต้ดิน ที่เราจะไปต่อคือ 798 นั่งใต้ดินไปได้ แต่เดินหาใต้ดินยากกว่า

เดินเป็นกิโลหาใต้ดิน ซื้อข้าวปั้นในซูเปอร์กิน (เวิกนะอันนี้ อร่อยดี)

ขอรีวิวอย่างเร็ว ให้ผู้อ่านทุกคนเข้าใจถึงการรีบเร่งของเราจริงๆ ฮ่า

ตามเวลาแล้วเราต้องออกจาก 798 ตอนบ่าย 3 ตอนนั้นบ่าย 1 แล้ว

แปลว่าเรามีเวลาแค่ 2 ชม. ปั่นอย่างเร็ว วิธีไป 798 ก็ง่ายมาก นั่งใต้ดินไปลงสถานี Sanyuanqiao ทางออก Exit D

ข้ามถนนไปขึ้นรถบัสสาย 401 ดูป้ายก่อนว่ามันลงสถานี ต้าซานจื่อ รึเปล่า จากรูปคือ

สถานีที่ 6 นับจากขวา ดูตัวอักษรตัวนั้นไว้

ส่วนตอนนี้ถ้าเรามาจากใต้ดินเราอยู่ป้ายที่มีลูกศรอยู่ข้างใต้จ้ะ

798 คืออะไร ทำไมต้องไป ง่ายๆเลย เราเรียนออกแบบ 798 สมัยก่อนเป็นย่านโรงงานมาก่อน

แต่โรงงานย้ายไปจนเค้ามาปรับปรุงเปลี่ยนให้ย่านนี้กลายเป็นย่านศิลปะ ออกแบบ มีแกลเลอรี่ เยอะมาก

ถ้าใครว่าง ชอบ ก็ลองมาดูกัน พอลงป้ายที่บอกก็ข้ามสะพานลอยไป

คนที่ลงป้ายนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กแนวปักกิ่ง (เราก็เนียนเป็นด้วย) ติสๆเท่ๆ

ถึงแล้ว 798 สีแดงจ๊าด

ข้างในใหญ่มาก ดีมาก งานดีนะ เดิน 2 วันก็ไม่หมด

แต่เรามีเวลาแค่ 2 ชม. ค่าเข้าฟรี เหมาะกับเราจริงๆเลย :)

น่าเข้าไปทุกร้าน ต้องรักพี่เสียดายน้องแล้ว

เด็กแนวๆ

มาเป็นเมืองเลย น่าเข้ามันทุกซอย

ร้านนี้สวยมาก จะเอามาทำเป็นออฟฟิศเรา ชอบมาก

กว้างมาก และ เพลินมาก อยากจะเข้ามาทุกอัน

จะนั่งรถไฟขบวนนี้แหละไปลาซา !

กว้างมาก สนุกมาก ถ้ามาปักกิ่งอีกจะมาอีก วันเดียวไม่พอ !!

กว้างดีจัง นี่เรายังเข้าไม่ครบนะเนี่ย เวลาไม่มีแล้ว !!!!

ผสมผสานระหว่างอุตสาหกรรมและศิลปะ

ได้เวลาออกจากที่นี่ ไม่อยากจะออกเลย แอบคิดไว้ว่าหรือเราจะไม่ไปที่ต่อไปดี

แต่ที่นั่นก็อยากไป โอเคตัดใจ เดินออกมานั่งรถเมล์สายเดิม 401

คราวนี้นั่งฝั่ง 798 เพื่อกลับไปใต้ดิน จากรูปจะเห็นเราถือขวดน้ำตลอดเวลา

ขอบคุณน้ำยี่ห้อ nongfu เราจงรักภักดีต่อยี่ห้อนี้มากทั้งๆที่เพิ่งรู้จักกัน

ขวดใหญ่ 5 หยวนถ้าราคาเกินกว่านี้อย่าไปซื้อ เพราะจริงๆมัน 3 หยวน จำเป็นมาก สำหรับการเดินทาง!!

นั่งใต้ดิน กลับมาที่นี่อีกครั้ง กลับมาทำไม? ในฐานะนักออกแบบ

อยากบอกมากว่าข้างในมีการทำระบบ signage (ระบบป้าย) ที่ลงหนังสือดีไซน์เมืองนอกไว้

เรามาถึงที่แล้ว จะไม่เข้าไปดูก็เสียประโยชน์ วันนี้ตอนกลางวันเราจะเข้าไปข้างในกัน !!

สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่ง

ถ้าจะเข้าควรมาก่อน 5 โมงเพราะเค้าปิด 6 โมง ค่าตั๋วคนละ 50 หยวน

(แต่ถ้าเอาบัตรนศ มา เหลือ 25 หยวน ) คุ้มไม่คุ้ม ไปดูกันเอง แต่เราว่าคุ้มมาก ฮ่าฮ่า

ข้างในเข้าไป เดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆจนถึงบนสุด มีทางเปิดให้ชมข้างในด้วย ไปดูกันว่า 514 มันจะเจ๋งกว่า 798 รึเปล่า :)

โอ้ลลลลลลลลลลลล

อลังการ์มาก สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่ง ข้างในเปิดเสียงแบบคนเชียร์บอลด้วยนะ หึกเหิมมาก

สังเกตดูเค้าคิดมาหมดแล้ว ที่นั่งมีการไล่สี ล่างสุดเป็นแดง ค่อยๆขาวๆ น่ารักมาก

คุ้มแล้วมั้งจ้ะแค่นี้

ที่เราจะเข้ามาดูคือ สนามกีฬา ระบบป้าย และ ไอคอน ที่เค้าทำขึ้นใหม่

แบบอักษรใหม่ เพื่อสนามกีฬานี้ ดูไอคอนห้องน้ำก่อน น่ารักมาก

สนามหญ้าในสนาม เค้าดูใส่ใจรายละเอียดดี แบบมีสนามหญ้า จุดที่ถ่ายรูปแล้วสวยสุด

คบเพลิงโอลิมปิคของจริงมาให้ดู การแสดงพิธีเปิด เหมือนกับข้างในเป็นพิพิธภัณฑ์โอลิมปิคไปแล้ว

ดูจบแล้วอยากกลับไปดูพิธีเปิดอีกรอบเลย

อีกมุมหนึ่ง เปิดให้เข้าเช่นกัน

Gograph เที่ยวปักกิ่ง

ท่านี้มาจาก เลขข้างบน

คุ้ม ! สวย ใหญ่ ห้องน้ำเยอะ ที่นั่งเยอะ ระบบป้ายดี

อิ่มหนำใจกับข้างบนแล้ว เดินลงข้างล่าง มัวแต่ตื่นตาตื่นใจ

ลืมเลยต้องทำเวลา จะ 5 โมงแล้ว รถไฟออกทุ่มนึงได้ข่าว..

แต่ก็ยังจะตื่นเต้น ทำแผนที่เป็น 3D ออกมาด้วย โว้ว

โอ๊ย น่ารัก ยอม เป็นคนพิการที่น่ารักมาก ฮ่าฮ่า แต่บางทีก็แบ้วไปกับสนามกีฬานะ ฮ่าฮ่า

เดินมาชั้นล่าง เค้าก็เปิดให้ชม exclusive มาก หรือว่าเค้าเห็นเรามาเลยเปิดให้ชม VIP จริงๆ

ชิดติดขอบสนามจริงๆ ที่สนามมีให้เล่น segway ด้วย ไอที่เป็นล้อหมุนๆอะ

เราดีใจจริงๆ ที่ได้เข้ามาที่นี่ ประทับใจมาก เหมือนไป old trafford ฮ่าฮ่า

ด้านนอก มีการสลักรายละเอียดของการก่อสร้างสนามนี้ไว้ ใช้คนกี่คน ใครออกแบบ

ใช้เหล็กกี่ชิ้น อะไรประมาณนี้ ชอบมาก อยากตั้งใจดูทุกอันแต่ 5 โมงแล้ว !!!

ตามหลัก ถ้ารถไฟออกสองทุ่ม (รถไฟเราออก 20.10) เราก็ควรจะไปถึงสถานีก่อนชม.นึง

แต่ตอนนั้น 5 โมงแล้ว ของกินเตรียมพร้อมนั่งรถไฟอีก 2 วันก็ยังไม่ได้ซื้อ

น้ำก็ยังไม่ได้อาบ ตอนนี้เป็นชม.เร่งด่วนของปักกิ่งอีก แต่ขอลาโอลิมปิค ไว้เราจะกลับมาใหม่ :)

เรารีบเร่งกลับมาที่พักอย่างด่วน กว่าจะนั่งใต้ดินมาถึง ก็หกครึ่งแล้ว ชม.เร่งด่วยมาก

โปรดจำจดว่า ใต้ดินสาย 5 สีม่วง คนเยอะมากก สาย 2 สีฟ้าก็คนเยอะ เราเบียดคน

ต้องแทกเกิลเข้าไปเลย เพื่อให้ได้กลับทัน ถึงโฮสเทล เก็บของ อาบน้ำ ซื้อของ กว่าจะทำเสร็จทั้งหมดก็ทุ่มแล้ว !!!

ขอลาปักกิ่งด้วยรูปนี้ :D

ออกจากที่พัก แบกกระเป๋า เรียกแทกซี่ ไม่ไปอีก สถานีรถไฟ west station

ไม่ติดกับใต้ดินโดยตรง จนสุดท้ายได้แทกซี่ นั่งไปประมาณ ครึ่งชม. ใจลุ้นมากกกกกก

ถ้าตกรถไฟจะทำยังไง (คิดเอาไว้แล้วว่าจะนั่งไปรอที่สถานีหน้าเลย) นั่งในแทกซี่สวดมนต์ตลอด

ถ้าไม่ทันนี่ซวยมาก จนแบบเราต้องวิ่ง แบกกระเป๋า ขนของ แซงคิวป้า (ขอบคุณป้าชาวจีนคนนั้นด้วย)

สุดท้ายรถไฟออก 20.10 เราถึงรถไฟ 19.59 ไม่ตกรถไฟ มีเวลาเหลือตั้ง 10 นาทีแหน่ะ ดีใจแบบเหนื่อยๆ

การเดินทางอันยาวนานของเรา ในที่สุดเรากำลังเข้าสู่ทิเบตแล้ว

จากนี้นั่งรถไฟอีกสองวัน เพื่อไปลาซา คิดแล้วมันก็นานมากที่คนติดตามและเราเดินทาง

ให้กลับไปนึกถึงตอนออกจากไทยไปลาวเวียดนาม ดูผ่านมายาวนานมากแล้ว เราหันหลังกลับไม่ได้แล้ว

มีแต่ลุยต่อไปเท่านั้น สนุกดีชีวิต ออกไปพบโลก ได้ลุ้น ตื่นเต้น สุข สนุก

ตอนหน้าเราจะมารีวิวรถไฟสายที่คนอยากนั่งกันมาก ปักกิ่ง-ลาซา ติดตามกันต่อไปที่นี่เลย http://wp.me/p79um1-2c

*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

12.YANGSHUO-BEIJING 4/4

Facebook Comments