01 - Tibet, Asia, Beijing, China

Train to Tibet : EP8 Beijing Day1

28 สิงหาคม (อาทิตย์)

เช้านี้เราตื่นขึ้นที่ปักกิ่งแล้ว การเดินทางอันยาวนาน ดูเหมือนจะผ่านมาครึ่งทางแล้ว น่ายินดี ที่พักเราอยู่ที่ 365 inn จองผ่าน hostelworld.com เช่นเดิม (ดูรายละเอียดจากตอนที่แล้ว)

อยู่ซอยเดียวกับ Leo hostel สุดฮิตนั่นแล ใกล้จตุรัสเทียนอันเหมิน (จริงๆมันก็ไม่ใกล้หรอก) ใกล้สถานี Qianmen สถานียอดฮิตของคนที่นี่เค้า ยามเช้าอันสดใสแถวบ้าน วันนี้จะไปไหนดี

แวะกินข้าวเช้าก่อน ในซอยแถวบ้านนั่นแล มีคนบอกปักกิ่งของถูก อาหารดี

เราอยากกินโจ๊ก เจอข้าวต้มกับไข่ ซาลาเปาผักเข้าไป..ไหนเนื้อ..

ราคาจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ ไม่แพงไม่ถูก กินเพื่อประทังชีวิตมาก

วันนี้วันอาทิตย์ จากเดิมเราวางแผนจะอยู่ปักกิ่ง 3 วันครึ่งๆ

เนื่องจากเราไม่ได้นั่งรถไฟตามที่คาดการณ์ไว้ กลายเป็นว่าเวลาที่อยู่ปักกิ่งก็น้อยลงตาม

วันนี้วันอาทิตย์ ตลาดพันเจียหยวนจะคนเยอะเสาร์อาทิตย์ โอเคงั้นเราไปตลาดนี่ก่อนเลย

แต่ไปยังไง.. เราก็เดินออกจากซอยแถวบ้าน หารถใต้ดินก่อน (เค้าบอกว่ามันนั่งไปได้)

สถานี Qianmen คนเยอะดียามเช้า

หนทางที่จะไปตลาดพันเจียหยวนได้คือ เราต้องไปลงสถานี JinSong ทางออก D สาย 10 จัดไป

รถใต้ดินที่นี่ก็เหมือนชาติอื่น

คนอื่นเค้าแนะนำบัตรเติมเงินกัน เราเท่ ไม่เคยมีใครถ่ายให้ดูหรอก

บัตรแบบ single เพราะครั้งแรกเราไม่มีเวลาซื้ออันนี้ไปก่อน

การคมนาคมปักกิ่ง รถใต้ดินแสนถูก 2 หยวนตลอดสาย

เราอ่านไกด์บุคมาอย่างดี เค้าบอกออกทางออก D เราก็ตาม โผล่ขึ้นมา

ที่ไหนก็ไม่รู้ หลงอีกแล้ว ฮ่าฮ่า ถามคนแถวนั้นก็เหมือนกับไม่มีใครรู้จักตลาดนี้ซักคน เราจะบอกเป็นการดีให้เลย

ใครอยากไป ออกทางออก D เสร็จ เดินตรงอย่างเดียว จนเจอแยกที่ 2 เลี้ยวขวา

เจอตลาดเลย ง่ายๆ แต่ก่อนหน้าจะมาบอกได้ เราก็หลงไปเยอะจ้ะ

ก่อนจะถึงตลาดเราก็ไปหลงนี่ก่อน ตลาดสดของอาม่าๆ เราก็นึกว่าถึงแล้วด้วยนะเห็นคนเยอะ

ถึงซักที ทำไมไม่มีใครบอกเลย ว่าไปยังไง !! เรามารู้จักตลาดพันเจียหยวนก่อน

โฮสเทลบอกว่ามีทุกวัน แต่เอาจริงวันที่น่ามาคือเสาร์อาทิตย์ มันดียังไง ทำไมต้องมา

ก็คือมันเป็นตลาดขายของเก่า แบบจีนๆสมัยประธานเหมา (เราคิดเอง)

ดูวัฒนธรรม ดูอาแปะชาวจีน คล้ายจตุจักรบ้านเราแต่เป็นของเก่า

ขายของเยอะมาก ไม่แน่ใจว่าของพวกนี้ไปขุดมาจากไหน ประวัติศาสตร์ชัดๆ

หนังสือ หิน โลหะ เหรียญ แบงค์ อะไรที่จีนๆมาก ที่นี่มีหมด

ที่นี่เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 8.30-18.00 เสาร์อาทิตย์ 4.30-18.00

เดินดูไปเรื่อยๆถ้ามีเวลาก็เพลินดี ใครชอบของเก่าคงอยู่ทั้งวัน

อันนี้แค่แรกๆที่เราเห็น เดินขึ้นมาชั้นบนก็ขายอีก แต่ชั้นบนจะเป็นเริ่มวัตถุโบราณละไม่อินดี้เท่าข้างล่าง

ราคาก็จะแพงไปตามๆกัน คิดหรอว่าเราจะซื้อและขนไปทิเบต

มองลงมาจากชั้น 2 เมื่อกี้ มีอีกบรึม จะดูหมดมั๊ยเนี่ย

ลงมาข้างล่างก็ยังขายกัน ขายทุกซอกทุกมุม เหมือนทุกบ้านขายของ

จบจากโซนนั้น เดินออกมาอีกโซนนึง ก็จะขายอีก คราวนี้มีมากกว่าเดิม

โซนแรกจะเจอแกะสลักชื่อตนเองก่อน เพื่อนโดนไป 1 แท่ง

ช่างแกะก็จะติดป้ายตัวเองไว้ รูปแต่ละคนดูเป็นโปรชื่อดังมาก เราก็สั่งเลย

เลือกหินเอง บอกชื่อเค้าไป (ต้องเป็นชื่อจีนด้วยนะ) เค้าก็จะเขียนมาให้

ถูกไม่ถูกเราก็ไม่รู้หรอก โอเคแกะไป 30 นาทีก็ได้ละ

เค้าแกะมาก็จะมาลองประทับ ไม่เนี้ยบนัก

เดินเล่นระหว่างรอ มีอะไรให้เดินอีกเยอะที่นี่ ทั้งวันก็ไม่หมด เจเจจริงจริง

เดินไปเรื่อยๆก็มาถึงโซนหลังคาสูง ถ้าใครดูรายการ roaming พี่เรย์น่าจะถ่ายตรงนี้ ขายของอีกเช่นเคย

ขายกันให้สะใจ

สนุกดีที่นี่ ถ้าใครมาก็อย่าลืมมานะ วันนี้เราพอละ ต้องไปที่อื่นอีกเยอะ กลับก่อนไว้มาอีก ฮ่าฮ่า

เดินกลับมาแบบหลงๆอีกเช่นเดิม(ขากลับมารู้ด้วยว่าอ้าวนี่เดินอ้อมมาหนิ)

แวะดูแมกกาซีนเมืองจีนก่อน ตู้ขายของเมืองจีนน่ารักดี มีครบๆ

กลับสู่ใต้ดินเหมือนเดิม 2 หยวน ต่อไปเราจะไปโซนยอดฮิตกัน ซื้อบัตรอันนี้ก่อน

เติมเงิน ไม่ได้ลดราคาใต้ดินหรอกนะ แต่ถ้าขึ้นรถเมล์แล้วจะลด

ซื้อไว้ไม่เสียหลายจะได้เท่ๆดูเป็นคนท้องถิ่น อวดก่อน

เรากลับมาที่สถานี Qianmen แถวบ้านนั่นแหละเพื่อเริ่มเดินชมโซนยอดฮิต

เค้าบอกว่าถ้าจะดูครบต้องเริ่มจากตรงนี้ ออกมาก็เจออย่างแรกเลย หอธนู

หนังสือบอกว่าเป็นเคยเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองจีนแล้วเค้าอนุรักษ์ไว้ เท่ๆใหญ่ๆ

อยากบอกมากว่า จากการอ่านมาคิดว่าอยู่ใกล้กัน พอไปถึงจริง

มันใกล้กันจริงแบบมองเห็นแต่สเกลใหญ่มาก เชื่อแล้วจริงๆว่าจีนใหญ่

จะทำอะไรนี่ต้องยิ่งใหญ่จริงๆ อย่างในรูป ด้านขวาไกลลิบนั่นคือ

พระราชวังต้องห้าม เดี๋ยวจะไปกัน มันไกลจริง!

สุสานประธานเหมา เหมือนกับสุสานโฮจิมินห์ ศพจริง เก็บไว้จริง มีเวลาเปิดปิดให้เข้าชม

คนต่อคิวเยอะมาก คิดว่าคนจีนคงมาไกลและนาน

เราเลยให้เขาเข้าไปดูเถอะ ยืนเคารพด้านหน้าพอ

เราเดินไปทางขวาของจตุรัสเพื่อจะไป พระราชวังต้องห้าม

แต่ก่อนหน้านั้นขอแวะ มิวเซียมก่อน บอกได้ว่าทุกที่กว้างและใหญ่มาก..

National Museum of CHINA กว้างใหญ่มาก แอร์ก็เย็น ตึกก็สวย นิทรรศการก็ดี

แถมฟรีอีก ดูแล้วอยากให้ประเทศเรามีมิวเซียมประจำชาติแบบนี้บ้าง

วัยรุ่นจีนดูสนใจด้วยนะ เข้ามาเดินเล่นกันเต็มเลย

ข้างในก็ดูดี แต่เราไม่ได้ตั้งใจดูมากนัก เหมือนเค้าทำใหม่แล้วเอามาเก็บสมบัติประจำชาติเค้า มีค่าน่าดู

Signage (ระบบป้าย) ก็โอเค พื้นที่กว้างใหญ่ เพดานสูง โอ่โถง ไม้ก็สวย เยี่ยม

ตอนเราไปโชคดีจริงๆ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน มีนิทรรศการหลุยส์ วิตตอง มาจัดพอดี

ดูจากรูป จัดถึงวันที่ 30 สิงหาคม พลาดซะแล้วหล่ะ ทุกคน

ค่าเข้าคนละ 10 หยวน คุ้มมากมาทั้งที จากยาจก เรากลายเป็นดีไซเนอร์ไฮโซ

มาดูนิทรรศการหลุยถึงปักกิ่ง แต่หลุยส์ก็กล้าดีมาจัดที่ปักกิ่ง ไม่กลัวกอปเลยทีเดียว

อันนี้ห้องแรกเป็นห้องโชว์งานของดีไซนเนอร์เล่าถึงหินซักหนึ่ง

จุด register ยังไฮโซ พนักงานทุกคนยังต้องใช้แมค (ไว้อาลัยสตีฟจอบส์ด้วยนะคะ)

ยังคงอยู่ในห้องหินเมื่อกี้อยู่ เดินเข้าไปในหินยักษ์จะเป็นแบบนี้.. อลังการ์งานสร้าง

ห้องที่ 2 เป็นบอลลูน เล่าถึงการเดินทางของแบรนด์ ว่าทำอะไรมาบ้าง

ลายคงคุ้นเคยกันนะทุกคน ตั้งใจดูแล้วพบว่า หลุยส์สมัยก่อนเป็นแบรนด์ทำกระเป๋าที่ customize มาก

คือเหมือนคนรวยสั่งตัดกระเป๋าเท่านั้น สวยดี นิทรรศการก็สวย เข้าใจทำ

ไม่บอกไม่รู้ หลุยส์ทำกระเป๋าเดินทาง กระเป๋านางพยาบาล และเตียงนอนด้วยนะเออ

เข้าสู่ห้องที่ 3 เป็นห้องโชว์งานที่ผ่านๆมาของหลุยส์ทั้งหมด

ว้าว ใครเป็นสาวกนี่ พลาดแล้วพลาดเลย ต้องรอดูว่าเค้าจะไปจัดที่ไหนต่อ

เดินเข้ามาก็เป็นแบบนี้ สวยงาม

คอลเลคชั่นนี้ มีช่วงนึงฮิตในไทย (ทำไมจากนักท่องเที่ยวยาจกกลายเป็นดีไซเนอร์ไฮโซซะงั้น)

ห้องนี้เป็นส่วนหนึ่งของห้อง 3 รูปสเก็ต วาดสวยๆ ดูแล้วแบบ..วาดเก่งจริง สวยจริง

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกอยากได้กระเป๋าหลุยส์

มันไม่ใช่แค่แบรนด์เนมแต่มันคือการดีไซน์เพื่อตอบสนองการใช้งานมาก

แค่ดูนิทรรศการทำให้จงรักภักดีเลย(แต่ไม่มีเงินซื้อ)

ห้องที่ 4 ให้ดูวีดีโอ เป็นการเตรียมแฟชั่นเซท เซทฉาก นางแบบแต่งหน้า

ถ่ายออกมาจนลงเป็นโฆษณาในแมกกาซีน นางแบบเยอะเลย เพลินดี ชีวิตเมืองสุดๆ

จบจากนิทรรศการหลุยส์(คุ้มจริงๆ) เดินออกมาจะเป็นโถงกลาง

โชว์ภาพวาดประมาณยุคสมัยคอมมิวนิสต์ ห้องใหญ่ รูปสวย

ลงมาใต้ดินก็เป็นห้องเก็บของโบราณ ขุดค้น อะไรประมาณนี้

กำแพงใหญ่มาก เราเป็นคนตัวเล็กในสิ่งก่อสร้างนี้ โอ้ลล

ข้างในก็เป็นของเก่า เก็บในตู้ใสอย่างดี วัยรุ่นก็มาตั้งใจดูอย่างดี เราบอกตัวเองว่าอยากตั้งใจดูบ้าง

แต่เอาเข้าจริงมิวเซียมในไทยประจำชาติเราก็ยังแทบไม่รู้เลยว่าเป็นยังไง มิวเซียมสำคัญมากๆนะ

มันคือแหล่งเรียนรู้ ถ้าคนไทยมีค่านิยมเวลาว่างไปมิวเซียมมากกว่าเดินห้างจะดีมากเลย

(แต่เอาเข้าจริงเราก็ถือว่าพารากอนเป็นมิวเซียมแบรนด์เนมละกัน)

เดินออกจากมิวเซียมด้านหลัง เราก็เจอนี่แล้วจ้าา ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้มาเห็นกับตา :)

เดินข้ามถนนนิดเดียว ก็ถึงแล้ว สวัสดีค่ะท่านประธาน ในที่สุดเราก็มาถึง :)

เข้าไปในพระราชวังต้องห้ามกัน เดินเข้าไปตรงท่านประธานเหมานั่นแล คนเยอะดี ขายไอติม ขายน้ำกันใหญ่

ค่าเข้าคนละ 60 หยวน (ประมาณ 300 บาท) แนะนำว่าถ้าใครเก็บตั๋ว

ให้บอกเค้าว่าซื้อทีละคน เราบอกไป 3 คนพิมพ์ออกมาใบเดียว ต้องแย่งกันเก็บเลย

เรามาถึงแล้ว ฮ่าฮ่า สิ่งยิ่งใหญ่ของโลก

มัน กว้าง มาก

ในหนังสือมีประวัติศาสตร์บอกอยู่ ว่าห้องนี้คืออะไรยังไง เราก็แทบไม่อ่าน

เดินไปเรื่อยๆ เห็นเค้ามุงอะไรก็มุงตาม ที่รู้ๆอย่างหนึ่งคือ วังนี้เคยเป็นของฮ่องเต้มาก่อน

ถ้าใครเคยดู the last emperor จะพบว่าฮ่องเต้องค์สุดท้ายของจีนยังเป็นเด็กมาก

แล้วสุดท้ายเค้ากลายเป็นคนธรรมดากลับมาที่วังนี้

มันเหมือนกับพบว่าบ้านตัวเองเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว

สมัยก่อนคนที่จะเข้ามาวังนี้ได้ ต้องเป็นฮ่องเต้ จองหยวน ไม่ก็มเหสีเท่านั้น แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป ตอนนี้ใครก็เข้ามาได้แล้ว

เดินเท่าไหร่ก็ไม่หมดซักที หลายก้อนเหมือนๆกัน ใหญ่จนน่ากลัวว่าจีนเกณฑ์แรงงานคนมาเท่าไหร่เพื่อมาสร้างให้จักรพรรดิ

สิ่งที่สงสัยคือ วังใหญ่ขนาดนี้ ฮ่องเต้องค์สุดท้ายจะรู้สึกยังไงนะที่บ้านตัวเองใหญ่มาก มีที่ให้วิ่งเล่นไม่รู้จบ กว้างเกินไปบางที

กว้างมาก กว้างจนเมื่อไหร่จะเดินถึงอีกฝั่ง ทำไมมันไกลอย่างนี้

นี่คนสร้างเป็นกลุ่มเดียวกับคนที่สร้างกำแพงเมืองจีนรึเปล่า

กำแพงสีแดงด้านข้างวัง สวยงาม

ออกมาด้านหลังละ เค้าบังคับเดิน กำแพงสีสวยมาก นี่เป็นฉากในหนังที่เอาไว้วิ่งเล่นรึเปล่า

เดินออกมาก็เจอสวนด้านหลัง คนเยอะ ถ่ายรูปกันเยอะดี

เดินไปจนเจอทางออกไปทะลุด้านหลัง พระราชวังต้องห้ามมีทางออก 4 ทาง เหนือใต้ออกตก

แต่ตอนนี้เปิดให้แค่ เหนือกับใต้ เราเข้าจะประตูใต้ มาโผล่ประตูเหนือ

ท้องเริ่มหิว แต่หาร้านกินแถวนั้นยากมาก

มีขายแต่พวกของกินน้อยๆ ไส้กรอก 3 หยวน รสชาติคงดูจากหน้าตาได้..

ด้านเหนือของพระราชวังต้องห้าม มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

ถ้าเลี้ยวซ้าย จะมีสวนเป่ยไห่ ยอดฮิตที่เที่ยว เราเดินไปถึง เสียตังค์หรอ

งั้นไม่เข้า เย็นแล้วไปดูที่อื่นดีกว่า ปักกิ่งมีให้เที่ยวเยอะเดี๋ยวไม่หมดๆ

เราจะไปย่านหู่ต่ง ที่เป็นเมืองเก่า มีร้านเก๋ๆเยอะ อยู่แถวนั้นแหละไม่ไกล

แต่ไม่รู้ว่าไปทางไหน เราก็เดินหลง เข้าตรอกซอยมั่วๆ ที่คิดว่านักท่องเที่ยวคงไม่มาทางนี้

เราเป็นคน local อีกแล้ว เจอชุมชนประมาณบ้านครัวไทย เป็นชุมชนจีน งี้แหละ

บางทีการหลงก็ได้เห็นอะไรที่ไม่คิดว่าจะเห็นถ้าไปต่างประเทศ :)

ถึงแล้วจ้ะ ย่านหู่ตง ดูเหมือนเก่าจริง แต่จริงๆเป็นย่านอินดี้ ประมาณทองหล่อบ้านเราเลย

มีร้านไฮโซ วัยรุ่นเดินเล่น ถือไอโฟน อะไรประมาณนี้

แต่ก็ยังพบอาแปะเอาพู่กันอันใหญ่ๆจุ่มน้ำมาเขียนตัวหนังสือจีนที่พื้นอยู่นะ

เรามาเพื่อสิ่งนี้ เวอร์ชั่นจีน ใครกินรับรอง จืด คนจีนชอบกินอะไรจืดๆตั้งแต่ชามะนาว

ไปจนถึงกาแฟ ซื้อแก้วใหญ่ซะเปล่า จืดซะ ต้องการกลูโคส !!!

อาแปะเขียนตัวอักษรก็ยังมีให้พบอยู่ ที่พื้นนี่มีตารางเป็นกริดให้เลยนะ ฝึกเขียนดีจริงๆ

บรรยากาศตอนเย็น ร้านอาหารริมน้ำ มีคนถีบเรือเป็ด วัยรุ่นมาเที่ยว

ริมน้ำ ร้านอาหารขายตะพาบน้ำสดๆเต่าเป็นๆ คนกินโยนลงไปต้มเอง น่ากลัวมาก

เดินไปเรื่อยๆจะเป็นโซนนั่งชิวกินเหล้า ผับบาร์

เดินไปเรื่อยๆจนสุดก็จะไปเจอ หอกลอง วัดลามะ (ในรูปที่ตึกจีนๆนั่นแล)

แต่ตอนนั้นเราไปเค้าปิดละ อดเข้าจ้า แต่หิวมาก หาร้านกินอย่างเดียว

สุดท้าย เอาแถวนั้นแหละ ขี้เกียจเดินแล้ว หิวมาก ร้าน Mr.Lee โลโกคุ้นๆมั๊ย

แต่เค้าขายก๋วยเตี๋ยวนะ คุ้มเส้นเยอะ เนื้อเป็นก้อน สะใจ อิ่ม

กินอิ่ม ก็หาอะไรทำต่อ ไปไหนต่อดี คิดไม่ออก เดินไปก่อนละกัน

เดินก็หลงอีกหารถใต้ดินไม่เจอ เดินไกลมาก จนเจอ ในรูปเป็นแถวรถใต้ดินมีคนมาร้องเพลง

คนมุงเยอะมาก คนนี้เป็นดารารึเปล่า เราพลอยตื่นเต้นไปด้วย

เจอใต้ดินละ จะไปไหนดี เพิ่ง 2 ทุ่ม มีหลายตัวเลือกมากจนสุดท้าย..

เราเลือกมาที่นี่ !

มันคือ วิธีการมา ง่ายดาย นั่งใต้ดินมา 2 หยวน ลงสถานี olympic sport center ไม่ก็ olympic green

(คือจริงๆรังนกและตู้น้ำมันอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 สถานี แต่ออกก่อนจะได้เห็นก่อน ตื่นเต้นนั่นเอง)

เราเคยเซิสหาคนไป ทุกคนก็มักจะถ่ายรูปสวยๆมาทั้งนั้น มันก็ไม่เห็นว่าสภาพแวดล้อมมันเป็นยังไง

คราวนี้เลยจะเอารูปให้ดูให้มันรู้ๆไปเลยว่ามันเป็นยังไงกันแน่ ไขข้อข้องใจ

โผล่มาเราก็จะเจอลานกว้างมากกกก มีคนมาเล่นว่าว เด็กเดินเล่น เด็กบอร์ด เต้น

ประมาณมาบุญครองบ้านเรามา ด้านซ้ายเป็นตู้น้ำ ด้านขวาเป็นรังนก แต่เวลานี้เค้าปิดไม่ให้เข้าข้างในแล้วจ้ะ

ทุกคนก็เลยเดินเล่นถ่ายรูป ชมไฟเอา หันมาด้านขวาก็จะเจอรังนกเปิดไฟสีส้ม

ลานแถวนี้กลายเป็นสวนสาธารณะไปแล้ว

อิจฉาวัยรุ่นจีนนะมีที่ให้ทำกิจกรรมเยอะมาก ไม่รู้จะไปที่ไหนเลย

เราเดินๆอยู่แถวนั้นก็มีตัวหนึ่งมาเรียกเรา น้องน้ำนั่นเอง น่ารักจังเลย

น้องน้ำชวนถ่ายรูปคู่ด้วย น่ารักมาก น้องน้ำคิดท่าให้ด้วยนะ น่ารักจริงๆ

ถ่ายเสร็จ น้องน้ำก็ไม่ยอมให้เราไปไหน น้องน้ำทวงตังค์เอามา 10 หยวน !!!! อะไรเนี่ย

และและน้องน้ำก็ยื่นมาดำๆออกมาจากตุ๊กตากลายเป็นชาวจีนหน้าเซ็งซะงั้น

สรุปเราต้องให้ไป 5 หยวนน้องน้ำก็ไม่ยอม จนเราเดินหนี อะไรเนี่ย

เมื่อกี้ยังน่ารักอยู่เลย จากมิตรกลายเป็นเจ้าหนี้ซะงั้น

ถ่ายตู้น้ำหน่อย สวยดี กลางคืน

นี่ บริเวณมันเป็นแบบนี้ ลานกว้างๆมีสองสิ่งนี้ สวยงามเปิดไฟ คนเดินเล่น เคลียร์มั๊ยๆ

ได้เวลากลับละ แวะถ่ายรูปหน่อย ทุกคนยังไม่ลืมใช่มั๊ย ท่าเวียดนาม ฮ่าฮ่าฮ่า

ขากลับ เราก็กลับใต้ดินเหมือนเดิม เดินเจอเครื่องนี่แปลกดี

เหมือนกับใช้บัตรใต้ดินแล้วจะได้ส่วนลดจากแบรนด์พวกนี้ด้วย

แลกของได้ เป็นพวงกุญแจ น่าตื่นเต้นๆ

เรากลับมาแถวบ้านเรา สงสัยตั้งแต่เช้าแล้วว่าร้านนี้มันขายอะไร เราก็ลองเลย

สรุปมันคือโยเกิร์ต ไม่น่าเชื่อ อร่อยมาก เป็นก้อน อร่อยจริงๆ 5 หยวน

และไม่น่าเชื่ออีกว่า การผจญภัยของเราต่อจากนี้จะมีแต่โยเกิร์ต

ไว้ยังไงเดี๋ยวมาเล่าต่อ

ติดตามต่อตอนหน้าวันนี้หมด 1 วันในปักกิ่ง คุ้มและยาวนานจริงๆ พรุ่งนี้เราไปนี่จ้า

หวังว่าวันนี้คงอัพได้สะใจ จากที่หายตัวไปนะฮ้าทุกคน ขอบคุณที่ติดตามค่ะ :)

*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

10.YANGSHUO-BEIJING 2/4

Facebook Comments