01 - Tibet, Asia, China, Nanning

Train to Tibet : EP5 Train to Nanning

23 สิงหาคม 2554 (อังคาร)

ในที่สุดเราก็ขึ้นรถไฟออกจากเวียดนาม เรามารีวิวรถไฟขบวนนี้กันก่อนเลย

เราซื้อตั๋วมาในราคาประมาณ 2500 บาท แบบ Soft Sleeper

รถไฟชบวน MR1 T872 คือช่วงฮานอยจะเป็น MR1

แล้วไปเพิ่มขบวนเป็น T872 ไม่แน่ใจ เพราะตอนอยู่บนรถไฟไม่ได้รู้สึกการเปลี่ยนแปลงมากนัก บรรยากาศเมื่อเข้ามาแล้ว

แบบ Soft Sleeper จะเป็นห้อง ห้องนึงมี 4 เตียงสองชั้น ผู้ร่วมตู้กับเราคือ ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ไม่พูดจากับเราเท่าไหร่นัก

ออกไปเดินข้างนอกเพื่อเอามาพรีวิว ด้านนอกจะเป็นทางเดินเหมือนรถไฟไฮโซปกติ

ที่เห็นพับๆเป็นเก้าอี้ เอาไว้นั่งเล่น แต่ที่เราเห็นจะเป็นพนักงานตรวจตั๋วเอามานั่ง

ห้องน้ำก็ปกติดี แต่แทบไม่ได้เข้าเพราะขบวนนี้เรานั่งแปปเดียว

แอบถ่ายสาวจีนหรือเวียดนามมาขณะแปรงฟัน

พอขึ้นรถไฟ พนักงานก็จะขอตั๋วเรามาแลกกับบัตรแข็งๆอันนี้

กลายเป็นว่าตั๋วรถไฟเราจะอยู่ที่เค้าแล้วเราจะได้บัตรแข็งแทน น่าจะเพราะกันคนทำตั๋วปลอมหรือสลับกัน

ใครรู้มาตอบด้วยก็ดีนะคะ

ห้องเราก็ไฮโซสุดในขบวนละ แต่ที่นอนดูเวิ่นเว้อไปหน่อย มีผ้าคลุมแลดูให้หรูเยอะ ด้านบนมีวิทยุให้ฟังด้วย

บนรถไฟขบวนนี้น่าจะไฮโซสุดแต่เราไม่ค่อยสนิทกับขบวนนี้นัก จะเดินไปถ่ายรูปเขาก็ห้ามถ่าย

สุดท้ายต้องกลับมานอนเตียงอยู่กะที่อยุ่ดี

ตามหลักแล้วรถไฟขบวนนี้ช่วงประมาณตี 2 จะถึงชายแดนเวียดนามสถานี Dongdang (เราเรียกว่า สถานีด้องแด้ง)

เพื่อปั๊มออกเวียดนาม และถึงสถานี Pinxiang ปั๊มเข้าประเทศจีนประมาณ ตี 4 สุดท้ายถึงหนานหนิงตอน 10 โมงกว่า

ตามนี้ เราก็นอนหลับตั้งแต่ประมาณ 4 ทุ่ม จนช่วงตี 2 คืนนั้นฝนตกหนักมากๆๆ ตี 2 ก็แล้ว ยังไม่มีใครมาบอกให้เราลงไปปั๊มพาสพอร์ต

เราก็นอนต่อไป จนประมาณตี 4 ก็ยังไม่มีใครมาเรียก จนเพื่อนเราออกไปดูว่าเป็นยังไง กลายเป็นว่า คนทั้งรถไฟหายไปหมดแล้ว !!

เราและชาวญี่ปุ่น เลยต้องรีบลงไปดูข้างล่างว่าเกิดอะไรขึ้นในสภาพงัวเงีย คืนนั้นฝนก็ยังตกอยู่

บรรยากาศน่ากลัวมาก มืดๆฝนตก มืดไปหมด เราถึงสถานี Dongdang แล้ว

แต่สถานีไฟดับหมด ทุกคนทั้งขบวนรออยู่ในสถานี เราก็เลยต้องเดินเข้าไป

ไม่รู้ว่าสถานีตอนมีไฟเป็นยังไง น่าจะสวยอยู่เพราะเพดานสูง แต่ตอนนี้ไฟดับทั้งสถานี

เจ้าหน้าที่ต้องจุดเทียนเอาแล้ว เขียนรายชื่อทุกคนลงสมุดเหมือนเป็นการปั๊มออกแทนกดคอมพิวเตอร์

พอไฟฟ้าหมด วิธีการอนาล็อกก็ยังไม่ตาย

สุดท้ายการบันทึกรายชื่อผ่านไปด้วยดี แต่รถไฟเลทไป 2 ชม. เราถึงสถานี Pinxiang ในยามเช้า 6 โมง

ห้องน้ำจีนเริ่มต้น โอเคเลย ตอนลงสถานีถ่ายรูปเค้ายังห้ามถ่าย

ภาพนี้ได้มาได้เพราะเค้าบอกให้ลบเราก็กดปิดเครื่องเลย

รีวิวรถไฟบนชั้นสอง จขกท.นอนชั้นบน เห็นคนญี่ปุ่นเล่น mv อยู่

เตียงของชาวญี่ปุ่นตรงข้าม

ในที่สุดเราก็มาถึงหนานหนิง น่ายินดี

จองโฮสเทลเอาไว้จาก hostelworld.com อีกเช่นเคย ชื่อ Lotusland คนละ 8 USD / คืน

เค้าบอกว่าเดินจากสถานีรถไฟตรงไป ใกล้นิดเดียว ลุยกันเลย หนีห่าวเมืองจีน !!

แค่ออกจากสถานีรถไฟคนก็ล้นทะลัก สมกับเป็นจีนจริงๆ

ทั้งทริปนี้ เราไม่ได้จองตั๋วรถไฟอยู่ 2 ช่วงคือ จากหนานหนิง ไป กุ้ยหลิน และจากกุ้ยหลิน ไป เบจิง

ซึ่งเราจะมาจองที่หนานหนิงนี่แหละ แต่ดูสภาพคนแล้ว.. ยืนรอคิวซักพัก เราจะจองขบวน T6 ทั้ง 2 เที่ยว จริงๆแล้วขบวน T6 วิ่ง

ตั้งแต่หนานหนิง – เบจิงเลย แต่เราจะแวะรายทาง พอไปถามพนักงาน

ทุกตู้ตอบว่า T6 เหมยโย่ว (แปลว่าไม่มี) เอาหล่ะสิ ทำยังไง !!

สุดท้ายช่างมันก่อน กลับไปตั้งหลักที่โฮสเทลละกัน ได้เวลาเดินหา Lotusland อยู่ที่ไหนในหนานหนิง !!

เค้าบอกตรงไปเรื่อยๆ โอเคเราตรงไปเรื่อยๆเลย

หาไม่ยาก ในที่สุดก็เจอ โฮสเทลดูดีมาก เหมือนตั้งอยู่บนสวนสาธารณะ ซื้อที่ตรงนี้ได้ยังไง !!

วันนี้เรามี 3 สิ่งที่ต้องทำที่หนานหนิงคือ

1 จองตั๋วรถไฟ หนานหนิง – กุ้ยหลิน // กุ้ยหลิน – เบจิง

2 เที่ยวเมืองหนานหนิงให้ครบ

3 สำคัญมาก ซักผ้า !!

บรรยากาศหน้าเคาท์เตอร์โฮสเทล โอเคเลย มีโม้ไว้ด้วยนะว่าเป็น Top Rated Hostel

อย่างแรกคือ อาบน้ำเสร็จ เดินออกไปจองตั๋วรถไฟที่สถานีรถไฟเมื่อกี้

หนานหนิงเป็นเมืองใหญ่มาก หาข้อมูลมาบอกเป็นเมืองพี่น้องกับขอนแก่น

เอาเข้าจริงเจริญกว่ามาก น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด นี่คือหน้าสถานีรถไฟหนานหนิง ใหญ่บึ้ม !!

เล่าก่อนว่า รถไฟจีนมีทั้งหมด 4 เกรด

Soft Sleeper – แบบไฮโซสุด เป็นห้องๆเหมือนที่นั่งมา มี 4 เตียง

Hard Sleeper – เตียงเหมือนกัน ไม่มีประตู แต่เป็นเตียง 3 ชั้นมี 6 เตียงต่อหนึ่งล็อก

Soft Seat – เบาะนุ่มๆ นั่งอย่างเดียว แต่นิ่มสบาย

Hard Seat – เบาะแข็ง คนเยอะ ถามคนไทยไปจีนมาบอกอย่านั่ง ฮาร์ดคอร์ ที่สุด !!

จากที่เราถามคนจีนว่าช่วงนี้คนจองรถไฟจะเยอะมั๊ย เค้าบอกสบายๆไม่มีเทศกาล สรุปข้อมูลผิด

นี่เป็นช่วงปิดเทอมคนจีน !! รถไฟเต็ม

เล่าก่อนว่า รถไฟจีนมีทั้งหมด 4 เกรด

Soft Sleeper – แบบไฮโซสุดเป็นห้องๆเหมือนที่นั่งมา มี 4 เตียง Hard Sleeper – เตียงเหมือนกัน ไม่มีประตู

แต่เป็นเตียง 3 ชั้นมี 6 เตียงต่อหนึ่งล็อก Soft Seat – เบาะนุ่มๆ นั่งอย่างเดียว แต่นิ่มสบาย

Hard Seat – เบาะแข็ง คนเยอะ ถามคนไทยไปจีนมาบอกอย่านั่ง ฮาร์ดคอร์ ที่สุด !!

จากที่เราถามคนจีนว่าช่วงนี้คนจองรถไฟจะเยอะมั๊ย เค้าบอกสบายๆไม่มีเทศกาล

สรุปข้อมูลผิด นี่เป็นช่วงปิดเทอมคนจีน !! รถไฟเต็ม

แต่อีกอันนี่สิ ถ้าจอง T6 จะเป็นเตียงเพราะวิ่งระยะไกลใช้เวลาประมาณ 20 กว่าชั่วโมง

แต่ T6 มันหมด มีเหลือแต่ K22 ที่วิ่ง 27 ชั่วโมง เราก็ต้องทำใจยอมรับดีกว่าจะไม่ได้ไป

แต่..ต้องนั่งHard Seat เพราะแบบมีเตียงหมด แบบนั้นไม่ไหวจริงๆ เราก็ดิ้นรน วิธีอื่น บัส ?

หาแถวนั้นไม่มีให้จองเลย แถวนั้นมี CITS (เป็นองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวจีน) CITS ไม่มีจองรถมีแต่จองเครื่องบิน

นั่งจากกุ้ยหลินไปปักกิ่ง 6000 บาท เราก็ไว้ก่อน ตอนนั้นพะวงมากเพราะถ้าไม่รีบตัดสินใจตั๋วรถไฟเต็มแน่..

สุดท้ายแล้ว เราเลือก K22 เราจะนั่ง Hard Seat 27 ชม. ไปปักกิ่ง

!! แรงมาก แรงที่สุด !! หน้ายังยิ้มระรื่น ยังไม่เจอความลำบากในอนาคต

จองเสร็จ อุ่นใจมีรถไฟไปละ รอดตาย กินข้าวร้านแถวนั้นก่อน

ร้านคล้ายๆกับจังค์ฟู้ดอาหารจีน แต่เหมือนตามสั่ง

กับข้าวดีที่สุดตั้งแต่เริ่มทริปมา อาหารชาวจีน รสชาติแห่งครอบครัว

หมูผัดพริกหยวก ข้าวสวย และตะเกียบ เราไม่ค่อยตื่นเต้นนะเพราะเราเป็นชาวจีนอยู่แล้ว ฮ่าฮ่า

หน้าตาร้านที่เรากิน อร่อยดี ไม่แพงมาก เท่าที่จำได้

ที่ให้ดูเพราะว่า เดินมากอีกหน่อย เจออีกร้านนึงกำลังเปิด แต่คนละยี่ห้อกัน .. จีนจริงๆ

เดินกลับโฮสเทล ระหว่างทาง เจริญดีนะ

เดินลงทางใต้ดินเพื่อข้ามถนน

ในทางใต้ดินมีหนังแผ่นผีขาย ใต้ดินจริงๆ

เขาเรียกว่าขายถูกสถานที่รึเปล่า เลือกหนังแล้วไรท์กันตรงนั้นเลย

สวนสาธารณะแถวโฮสเทลเจอเหล่าอาแปะนั่งเล่นไพ่นกกระจอก

มองไปมองมาสรุปเล่นโดมิโน เดี๋ยวเค้าเบื่อแบบเก่าๆกันแล้วหรอ

เลี้ยวซ้ายก็ถึงแล้ว โฮสเทล

ใครจะไปหนานหนิงแนะนำโฮสเทลนี้จริงๆ สวย สะอาด ดี ไม่แพงด้วย

ภารกิจต่อไปที่เราต้องทำคือ ซักผ้า !!

ที่นี่มีเครื่องซักผ้า แฟ้บฟรี น่าตื่นเต้นได้ซักผ้าต่างแดน จ๊าบสุด

ที่ตากผ้าก็เท่ ดาดฟ้า ต้นไม้ พึ่งพิงอาศัยกัน

ถ้าเราไม่ตากเยอะเกินไป กิ่งไม้ก็ไม่หัก นี่เค้าเรียกว่า ถ้อยทีถ้อยอาศัย

พอแห้งก็เก็บผ้า เราซัก 2 ตะกร้าเลยโลภดี

นานๆเจอความเจริญ ที่ตากผ้าเห็นวิวทั้งเมือง สุโก้ยๆ

ระหว่างรอผ้าแห้ง เล่นเน็ต ดีดกีตาร์ โฮสเทลนี่ดี มีเกมส์ให้เล่นด้วยนะ หนังก็มีให้ดู

เราถามพนักงานในโฮสเทล แถวไหนฮิตในหนานหนิง เพราะก่อนมาเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนานหนิงเลย

รู้แต่แบบพวกวัดเจดีย์ พระราชวังใต้ดิน ซึ่งอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เพราะเราเที่ยวแบบอินดี้มาก

สุดท้ายพนง.บอกให้ไปตามนี้ เดินเข้าไปในเมือง เจริญมากๆ โอเคเราเชื่อ

ตกมืด ไม่ใช่ตกเย็น เราเดินเข้าเมืองลึกเข้าไปอีก โอ้โห เจอแตงโมเสียบไม้ น่าตื่นเต้นมากอย่างแรก

เจอแมคโดนัลด์จีน โอ้โหเมือง !! ซื้อไอติมโคน 15 บาท ของไทยถูกกว่าอีก

ที่ซื้อเพราะว่า อยากกินไอติมมาก สงสัยติดมาจากกินไอติมทุกวันที่ฮานอย

โอ้โหเมือง เจริญสุดๆ แสงสี ๆๆๆ โฮสเทลบอกเราว่า เดินไปอีก 3 แยกจะเจอโซนเจริญกว่า

แค่นี้ก็เจริญแล้วนะ มีเจริญกว่านี้อีกหรอ เราก็เดินไปเรื่อยๆ

เจริญจริงๆ KFC MC NIKE PIZZA มันมีหมด

ทางเดินเพื่อช็อปปิ้ง เราแวะเข้าหลายร้านมาก ไปไม่ถึงซักที 3 แยกเนี่ย

ตื่นเต้นไปหมด เหมือนบ้านนอกเข้ากรุงเลย ฮ่าฮ่า

ร้านนี้น่ารักเราชอบ แต่ตอนนี้ต้องเก็บตังค์ ไว้ก่อนนะจ้ะ

ออกแยกนี้ทะลุซอยนั้น ก็เจอแต่ความเจริญ โอโห โอโห โอโห ตื่นเต้นมาก

จนสุดท้ายมัวแต่ตื่นเต้น หลงจ้า จะไปตรงที่โฮสเทลบอกยังไง เค้าบอกว่ามีผับหนานหนิงด้วยนะ

สุดท้ายถามคนแถวนั้นแบบงงๆ คุยกันแบบงงๆ เราก็ขึ้นรถเมล์มามั่วๆตามเลขที่เค้าบอก

ได้ลองนั่งรถเมล์จีน น่าตื่นเต้นดีนะ คนละ 2 หยวนมั้ง (แอบหยอดไป 1 เค้าก็ไม่รู้อะ)

สุดท้ายแล้วย่านที่โฮสเทลบอกว่า เราเดินได้ๆเดินไปได้ เดินไปได้บ้าอะไร เป็นหลายกิโล นั่งรถเมล์ยังประมาณ 10 นาที

พ่อเจ้า แล้วบอกเป็นผับ สุดท้ายไม่เจอผับ ไปไกลมาก จนต้องนั่งรถเมล์กลับ ขากลับนั่งแบบขาวดำ ไม่มีแอร์ รูปได้ฟีลมาก

กลับมาเดินย่านเจริญอีกครั้ง คราวนี้ไหนลองเข้าซอยบ้าง

ล้วเราก็พบ ของกินน่าสนใจ น้ำเต้าหู้ในพุดดิ้งเต้าหู้ ใส่ไข่มุก น้ำแข็ง

เหมือนเต้าฮวยเวอร์ชั่นเย็น ถ้วยละ 15 บาท มีใครเปิดที่ไทยรึยัง ไปซื้อลิขสิทธิ์มาที !! เลือกทอปปิ้งแบบจีนๆได้ด้วยนะ

อร่อยมาก โดนใจ

อันนี้ฮิต ไข่ต้มใบชา เราอยากกินไข่ แต่คนซื้อน้ำชา

ถึงคราวฟาสท์ฟู้ดชื่อดังในจีน ยี่ห้อ DISCO’S เราไปลองเพราะมีคนมาแจกใบปลิวลดราคา

อยากบอกมากว่าอยู่กรุงเทพยังไม่เคยหลงเชื่อเท่านี้มาก่อน

กินเสร็จก็เดินลงมา จากความเจริญกลายเป็นสยามตอนกลางคืน แบกะดินจีนชัดๆ มีขายทุกอย่างเหมือนไทยเลย

ถุงเท้า ปลอกมือถือ มีรับติดฟิล์มกันรอยด้วย อยากรู้จริงๆเจ้าไหนจะฝีมือเด็ดน่าจะมีประลองติดฟิล์มชิงแชมป์โลก

หนึ่งวันยาวนานจบลง ตั้งแต่สถานีรถไฟไฟดับ มาจนถึงหนานหนิง

เดินเล่นเจอลำบากไปจนถึงความเจริญ การท่องเที่ยวทำให้ 1 วันคุ้มค่าจริงๆ

ถึงเราจะไปไม่ครบในหนานหนิงแต่เราก็รู้จักหนานหนิงมากขึ้นกว่าในรูปถ่ายแล้ว

สิ่งที่ทำให้เราอยากมาหนานหนิงคือ

ความเจริญ ของมันนี่แหละ เราก็สัมผัสแล้ว พอใจแล้ว

ติดตามตอนหน้า พรุ่งนี้เช้าเราจะไปหยางซั่วกัน เอิงเอย

*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube

สำหรับตอนนี้

5.VIETNAM-NANNING 1/2

Facebook Comments