01 - Tibet, Asia, Hanoi, Vietnam

Train to Tibet : EP4 Hanoi Day2

22 สิงหาคม 2554 (จันทร์)

วันสุดท้ายในฮานอย วันนี้เราจะเยี่ยมชมสถานที่เที่ยวดังๆ(ที่เค้าบอกกันมา)

และคืนนี้เราจะเข้าจีนแล้ว เย้เฮ อาหารเช้าโฮสเทลเหมือนเดิม จะเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้าแต่ฝากกระเป๋ากับเค้า

โรงแรมบอกว่าเราต้องจ่ายอีก 90% ที่เหลือ เพราะถ้าจองผ่าน hostelworld.com เงินจะหักไปแค่ 10 %

ซึ่งเราเข้าใจว่าหักไปหมดแล้ว ไม่มีตังค์แน่แล้วทุกโรงแรมที่เหลือ โชคดีเพื่อนเราพกเงินมาเยอะ

รอบนี้เลยต้องจ่ายเงินไทยไปก่อน พันบาท ยามเช้าในฮานอย แวะซื้อการ์ตูนฮานอย

สิ่งแรกที่เราจะไปวันนี้คือ สุสานโฮจิมินห์ เค้าบอกว่าจะเปิดตอนเช้าแล้วปิดเร็ว

เราเลยรีบไป จากโฮสเทล เดินไป ไกลดี เห็นวิวเมืองดี

ผ่านหอธงด้วย แต่เราไม่ได้เข้าไป กลัวเข้าสุสานลุงโฮไม่ทันๆ

เดินไปเรื่อยๆ เมืองนี้ข้ามถนนง่ายๆ

ในที่สุดเราก็ถึง อยู่ไกลๆลิบๆโน่นเพราะเข้าเขตปุ๊ปเค้าก็ห้ามถ่ายรูป ให้ฝากกล้องแสนไกล เราก็ไม่สามารถมีภาพมาให้ได้

ก่อนไปหาข้อมูลมานิดหน่อย พอเข้าไปแล้ว ห้ามคุยกัน ยืนตัวตรง ทหารสั่งมา

ข้างในก็เก็บศพลุงโฮไว้ แช่เย็น เหมือนหุ่นมาก บรรยากาศข้างในนึกว่าในหนัง ไฟมืดๆ

คนเรียงแถว(ตัวตรงด้วยนะ) แอร์เย็นๆ มีโรงแก้วตรงกลาง หลอนดี ต้องมาเห็นด้วยตนเอง ดูฟรีๆ

ภาพนี้เราถ่ายได้ตอนออกมาแล้ว เดินออกมาก็ไปรับกล้องคืน

เค้าบังคับทางให้เราเดิน เดินไปอีกนิดนึงก็เป็น president palace ไม่แน่ใจว่าจริงๆเข้าได้มั๊ย

แต่วันนั้นเราเข้าไม่ได้ ก็ได้แต่เดินชมสวยๆ สีเหลืองๆ ค่าเข้าคนละ 25000 ดอง (ประมาณ 40 กว่าบาท)

แต่เข้าทีเดียวรวมหมดตั้งแต่ president palace บ้านโฮจิมินห์ พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ เจดีย์เสาเดียว

เดินดูตึกสีเหลืองเสร็จ เดินไปอีกนิดเดียวก็เป็นบ้านลุงโฮ ชอบบ้านหลังนี้มาก ดูมินิมอล มูจิดี น่าอยู่

ทางขึ้น ขึ้นจากด้านหลัง ไปชั้นสอง ข้างในเข้าไม่ได้แต่ถ่ายรูปได้ สวยทีเดียวเป็นไม้ทั้งหลัง

เดินออกมาอีกนิดก็เป็นตึกสีเหลืองใหญ่ๆ มีขายของที่ระลึก

เหมาะแก่การถ่ายรูปมาก เราถ่ายโพราลอยด์ไป ต่างชาติตื่นเต้นกันใหญ่

กลุ่มชาวเวียดนามที่ถ่ายรูปให้เรา เราก็ถ่ายโพราลอยด์ให้เค้าไปใบนึง เป็นของที่ระลึกแลกกัน :)

ทางเดินเค้าทำดี ไม่ต้องกลัวหลง เพราะเดินตามคนข้างหน้าไป ก็จะเจอสถานที่ท่องเที่ยวเรื่อยๆ

เหมือนโซนนี้เป็นโซนท่องเที่ยว เดินอีกนิดก็เห็นด้านหลังสุสานเจ้าเก่า เราอินดี้ เค้าไม่ฮิตแล้วถ่ายด้านหน้า

เราไม่ควรถ่ายทหาร แต่ถ่ายมาเต็มๆ ทหารก็โชว์เดิน

เดินไปอีกนิดนึง เห็นคนเค้ามุงๆกัน เลยเพิ่งรู้ว่าไอที่เค้ามุงๆคือ เจดีย์เสาเดียว ยอดฮิตตามหนังสือเดินทาง

เดินไปอีกนิดนึง ก็จะเจอตึกใหญ่ๆ เป็นพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ตึกอลังมาก บอกแล้วสถานที่เที่ยวที่นี่ติดกันหมด

ข้างในพิพิธภัณฑ์เจ๋งมาก เกินคาดกับ exhibition ของเวียดนาม

เข้าไปก็เจอลุงโฮใหญ่ๆอยู่เลย คนก็ฮิตถ่ายรูปกันด้วยท่าเดียวกับเราลุงโฮ เราก็ทำ 55

ท่าฮิตของคนเวียดนามมี 2 ท่า อันนี้ท่าแรก ท่าที่สองเป็น กางมือออก แล้วทาบกับหน้า ยอดฮิตจริงๆ

ท่าฮิต เอาซักหน่อย

บอกแล้วฮิตจริง ดูท่าฝรั่ง

ข้างในมิวเซียม ไม่แน่ใจว่าเล่าเรื่องอะไร แต่กลับออกมาแล้วประทับใจในการเลือก material ของเค้ามาก สีออกทองแดงๆ

เรากำลังตื่นเต้นกับวิธีการจัดข้อมูลเค้า หนังสือหนักๆ แลดูเพิ่มได้ง่าย

อันนี้ล้ำดี เป็นกระจกหมด มีการกัดกระจกให้เป็นรูปภูเขาน้ำแข็ง อีกอันเป็นดอกบัว

ข้างในใส่ของเครื่องแก้ว จานชาม เหมือนเป็นของบรรณาการจากชาติอื่น

เท่ฮะ การได้ชมมิวเซียมดีๆ ไม่แพง มันดีอีกแบบนึงนะ เหมือนเราเข้าไปอยู่อีกโลกนึงเลย

กะจะอยู่ให้นานกว่านี้ แต่พอดีกับเวลาพักเที่ยงเค้า เค้าเริ่มไล่เรามาเรื่อยๆ ถูพื้นบ้าง เทน้ำลงพื้นบ้าง

จนสุดท้ายปิดแอร์ไล่คนออก เราก็เลยจำยอมออก พิพิธภัณฑ์นี้ ใครมีโอกาสไป น่าเข้าไปมาก

ฮานอยคล้ายๆลาว มีเวลาพักเที่ยง ทุกคนไม่ทำอะไร คนแถวนั้น นั่งกินข้าวให้เราดู

กินไอติมบ้าง (ที่นี่ฮิตกินไอติมจริงๆทั้งโคนทั้งแท่ง ขายได้หมด ถ้าอยากขายไอติมมาลองที่ฮานอย)

เราก็เดินๆมั่วๆเพื่อจะไปวัดเหมียว วิหารวรรณกรรมที่ดังๆนั่นแล เดินๆมั่วไปอีกตามเคย

ผ่านตลาดสด เหมือนตลาดบ้านเรา เจอ CP fresh mart แต่ขายไม่ดีเท่าบ้านเรา

เราเดินอ้อมเล็กๆเพราะอยากเห็น สนามกีฬาประจำฮานอย

ชอบเห็นอะไรที่คนอื่นเค้าไม่ดูกัน นี่คือสนามกีฬาประจำฮานอย สีเหลือง

ข้ามถนน ข้ามถนน ข้ามถนน จนสุดท้ายเราก็เจอวัดเหมียว อย่าลืมเอาบัตรนักเรียนมา

ลดครึ่งราคา (จริงๆบัตรนักเรียนเราหมดอายุแล้วแต่บนบัตรเขียน 2554

คาดว่าต่างชาติไม่มีทางรู้แน่ว่า 2554 ปีไหน ) ราคาเต็ม 10000 ดอง ลดเหลือ 5000 ดอง น่าดีใจมาก

วัดเหมียว คล้ายๆวัดจีนบ้านเรา เข้าไปแล้วนึกถึงเล่งเน่ยยี่ ชาวจีนคุ้นเคยดี

ด้านหน้า วิวที่เห็นกันตามหนังสือคู่มือ สรุปว่าข้างในสวยดี ถ้าไปฮานอยก็ควรไปซักครั้ง เหมาะแก่การถ่ายรูปมู้ดจีนๆดี

เด็กสาวชาวจีน เข้าวัดจีน

ได้อารมณ์จีนดีนะ มีมังกรบนหลังคา

เดินออกจากวัดเหมียวนิดนึง จะเป็น FineArt Museum ของฮานอย

เข้าไปแล้วได้อารมณ์ศิลปากรเล็กๆ งานอาร์ตในนั้นโอเคเลย มีภาพเก่ามาทำใหม่

ศิลปะเวียดนามดีกว่าที่เราคิดเยอะ แต่ เค้าห้ามถ่ายรูปมา ค่าเข้าคนละ 20000 ดอง

ใครชอบศิลปะลองไปดู เพลินๆ

ถ้านับจากทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม เป็นฮานอย 2 ฝั่ง

พวกสุสานโฮจิมินห์ วัดเหมียว มิวเซียมจะอยู่ด้านซ้าย ต่อไปเราจะไปด้านขวาเพราะ

จากเมื่อวานไปฮาลองเบย์ ขากลับเพื่อนเห็นร้านข้าวหมูแดงเลยรู้สึกอยากกิน

แต่อยู่แถวโรงละครโอเปร่า ซึ่งอยู่ทางซ้ายของทะเลสาบ เราเลยนั่งรถเมล์มั่วๆจะไปทางซ้ายบ้าง

สรุปสุดท้ายก็หาร้านข้าวหมูแดงไม่เจอ เยี่ยม!’ รถเมล์ฮานอย 3000 ดองตลอดสาย

เวิกดี นั่งๆมั่วจะไป woman museum เดินไปถึงค่าเข้า 30000 ดอง

ขอเค้าดูโบชัวร์แล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับคลอดลูก แต่งตัวผู้หญิง เราเลยไม่ดู

ระหว่างนั้น ฝนค่อยๆลงเม็ดลงเรื่อยๆ

สุดท้ายเดินไปโอเปร่าเฮ้าส์ไม่ทัน ฝนตกหนักอย่างแรง เม็ดใหญ่

จนต้องหลบฝนที่ร้านชามะนาวแห่งหนึ่งแถวโอเปร่า เรากลายเป็นคนท้องถิ่นไปแล้ว

วัยรุ่นกินชามะนาว ยอดเยี่ยม

ชามะนาวที่นี่ ของไทยอร่อยกว่าเยอะ อันนี้ดูแบบผสมน้ำเปล่าใส่น้ำตาลให้เรากิน

นั่งรอฝนหยุดตก รอเท่าไหร่ก็ไม่หยุด จนสุดท้ายกลัวตกรถไฟ เราเลยนั่งแทกซี่กลับไปโฮสเทล

จนถึงโฮสเทล เราก็นึกขึ้นได้ว่าเราลืมไปข้ามสะพานสีแดงๆที่ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม สรุปเราอดไปเพราะลืม

ค่าแท็กซี่ที่นี่อยู่ที่คัน บางคันเริ่มต้น 9000 ดอง บางคัน 13000

จากย่านโอเปร่าเรานั่งกลับมาโฮสเทลแถวทะเลสาบประมาร 30000 ดอง

ก็ราคาพอๆกับกรุงเทพนะ เรากลับมาถึงโฮสเทล เวลารถไฟออกคือ 21.40 ไปหนานหนิง ประเทศจีน

ตอนนั้นเพิ่ง 4 โมงเราเลยออกไปหาอะไรกินก่อน พบอาหารแบบนี้ ตั้งแต่อยู่ฮานอยมา เห็นร้านนี้ขายร้านแรก !!

มันเหมือนเป็นแหนมเนือง ผสมร่างกับ ขนมจีน คือเป็นเส้นคล้ายๆขนมจีน มีผักให้ ห่อๆกินก็ได้ แล้วก็น้ำซุป

หั่นมะละกอลงไป กับหมูก้อนๆในน้ำซุปที่เหมือนกัน แล้วก็เปาะเปี๊ยะปู ทั้งชุด 80000 ดอง (ประมาณ 120 บาท)

แต่กิน 3 คน ก็คุ้มมากอร่อยดี สุดท้ายสั่งเส้นเพิ่มด้วยซ้ำ

ประทับใจจนต้องขอนามบัตร ร้านนี้อร่อยจนขายแต่อันนี้อันเดียว

ใครสนใจชื่อร้าน DAC KIMขาย Grilles Pork with rice Noodke Crab Roll

โทร 8.285022 อยู่บนถนน Hang Manh

กินเสร็จ เราก็กลับโรงแรมเพื่อไปขึ้นรถไฟ อาบน้ำก็ไม่ได้เพราะเช็คเอาท์แล้ว

เลยเปลี่ยนเสื้อทาแป้งชาร์ตมือถือในห้องครัวโฮสเทลนั่นแหละ

บอกก่อนว่า เราจองตั๋วรถไฟ Hanoi – Nanning ตั้งแต่เมืองไทยแล้ว Soft Sleeper คนละ 2500 บาท จากเวบ http://www.seat61.com/Vietnam.htm#Nanning-Hanoi%20by%20train

เค้าจะส่งตั๋วมาให้เราที่โฮสเทลที่เราบอกเลย แต่สุดท้ายโฮสเทลมาบอกว่า ถ้าจองกับโฮสเทลถูกกว่าเยอะ

ถ้าใครไม่รีบก็แนะนำให้จองกับโฮสเทลดีกว่า รถไฟที่เราจะขึ้น ต้องไปขึ้นที่สถานี Gia Lam ซึ่งไม่ใช่

main staion ของฮานอย ต้องนั่งแทกซี่ไป นั่งรถเมล์ก็ได้แต่แทกซี่ก็ไม่แพงมาก เรานั่งไป 92000 ดอง

(ประมาณ 135 บาท) ให้โฮสเทลเรียกแทกซี่ให้ ลาก่อนฮานอยตอนเย็น ซักวันเราจะกลับไปใหม่

ถึงแล้วสถานี Gia Lam เป็นสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้ท้องถิ่นที่สุดในโลกรึเปล่าเนี่ย !!

แทกซี่พาเข้าซอยเล็กมาก จนไม่น่าเชื่อว่ามีสถานีรถไฟอยู่แถวนี้ด้วย นึกภาพซอยเล็กในกรุงเทพมีสถานีรถไฟ

รอบๆสถานีมีชุมชนเล็ก ขายของ เราไปซื้อของ คำที่ควรรู้คือ เบิกเยี้ยคอม แปลว่าลดได้ไหม

แต่เอาเข้าจริงไม่รู้ว่าสำเนียงเราผิด หรือป้าฟังไม่รู้เรื่อง เพราะสุดท้ายคุยกันไม่รู้เรื่องอยู่ดี แต่ซื้อของได้ ฮามาก

ดูจากภาพ ด้านซ้ายเป็นชุมชน ด้านขวาก็เป็นสถานีรถไฟแล้ว เห็นเสาหลังรถกระบะคันนั้นรึเปล่า นั่นแหละสถานี

ข้างในสถานีไม่มีแอร์อีก ทุกคนแออัด นั่งเฉยๆยังเหงื่อออก..

ข้อมูลรถไฟจ้ะ เผื่อใครอยากไปไหน

ในที่สุด.. รถไฟมาก่อนเวลา

ไปเมืองจีนกันมั๊ย ทางรถไฟจากหัวลำโพงไปได้นะ : )

นั่งรถไฟขบวนที่ สอง ของทริปนี้ ไปเจอกันที่เมืองจีน

โปรดติดตาม ป้ายต่อไป เมือง หนานหนิง !!

*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube

สำหรับตอนนี้

4. LAOS-VIETNAM 2/2

Facebook Comments