01 - Tibet, Asia, Hanoi, Laos, Vientiane, Vietnam

Train to Tibet : EP2 24 Hours Bus to Hanoi

20 สิงหาคม 2554 (เสาร์)

คืนนี้เราออกจากเวียงจันทน์ เพื่อจะไปฮานอยต่อ รถบัสออกเวลา 19.30 ตรงเวลาเป๊ะ

(ให้คนมาตั้งแต่ 6 โมงเพราะต้องเซทที่นั่งกันยาว) มารีวิว Sleeping Bus กันค่ะ

เราไม่เคยพบเจอบัสแบบนี้มาก่อน แถมเดี๋ยวนี้รอบข้างรถทุกคันเป็นแบบนี้ บางคันเป็นเตียงแบบ เตียงเหล็กเลย

ยกขึ้นไปได้ยังไง บนรถเรา มี 3 แถว 2 ชั้น นอนได้นอนชั้น 2 เรียงกัน 3 คน (แนะนำว่าถ้าไปให้นอนชั้น 2 ค่ะ)

ชั้นล่างจะเป็นกลุ่มป้าเวียดนามที่ปีนขึ้นไม่ไหว แถมยิ่งดึกขึ้นจะมีคนมาเพิ่มนอนตรงทางเดินที่เราเดินนี่แหละ

คือถ้ากลางคืนจะไปเข้าห้องน้ำนี่เจอคนนับพันนอนอยู่เบื้องล่าง แถมบางทีระหว่างเตียงชั้น 2 มีการเอาที่นอนมาเสริมตรงช่องว่างอีก

ภายในรถจะเริ่มมีกลิ่นอบอวนไปด้วยกลิ่นพลาสติกรถบัสจากจีน กลิ่นเท้าของผู้โดยสาร กลิ่นผ้าห่มที่ตากไม่แห้ง

พวกเราทนไม่ได้เริ่มมีผ้าปิดปาก แต่เค้ามีการคิดนวัตกรรมแล้วคือ ก่อนขึ้นให้ทุกคนถอดรองเท้าใส่ถุงพลาสติก

แล้วเอารองเท้าตัวเองเก็บไว้ที่ใต้เตียงตัวเอง (ออกแบบมาเพื่อเป็นที่เก็บรองเท้าเลยจริงๆ) จากรูปจะเห็นใต้หัวคนมีช่องอยู่ เอาไว้เก็บรองเท้า

ส่วนเตียง เราตื่นเต้นมาก เค้าคิดมาแล้วที่ให้ทุกคนซ้อนกัน กล่องของขาคนนี้จะไปซ้อนใต้หลังของคนหน้าพอดี

แต่ถ้าคนไหนเท้าใหญ่ จะทรมานมากเพราะตอนยืดขาแล้วเท้าแล้วจะยึดตรงไม่ได้เพราะกล่องด้านบนติดนิ้ว

นั่งไปเรื่อยๆ รถก็มีทีวีให้ดู เป็นรายการดนตรีเวียดนาม(ที่ฟังไม่รู้เรื่อง)

สิ่งแรกที่จะหลุดพ้นจากความทรมานคือนอนหลับ เราก็นอนกันเลย ซักพักช่วง 3 ทุ่ม รถก็จอดให้แวะกินข้าว ประมาณแม่กิมลั้ง

แต่เป็นร้านข้าวต้มส่วนไหนของลาวไม่รู้ น่ากลัวมาก มีรถหลายคันมาจอด เราเริ่มจำหน้าตาคนในรถเราก่อน ไม่งั้นตกรถแน่

เมื่อคนอื่นๆกินเสร็จก็กลับเข้าสู่การนั่ง..

จนประมาณเที่ยงคืน เริ่มมีเด็กรถมาเก็บพาสพอร์ตของทุกคน เก็บทุกคนยกเว้น คนไทย 3 คนในรถ

จากที่หาข้อมูลมา ถ้าสมมติเราปั๊มพาสพอร์ตไม่ผ่านที่ด่านลาว เค้าจะโยนกระเป๋าเราทิ้งทันที คนรถบอกว่าถ้าจะให้ปั๊มให้เอามาคนละ 100

เราก็แบบตัดสินใจไม่ถูก คนลาวด้านหลังบอกไปปั๊มเองก็ได้ จขกท.เริ่มใจไม่ดี กว่าจะถึงด่านตอนเช้า นอนไม่หลับเลย

ช่วงประมาณตี 2 รถจอดที่หนึ่ง เรามองออกไปเห็นเหมือนโรงแรม ตามที่ดูมาคือ

ถ้าใครอยากเปิดห้องนอนเพื่อรอด่านเปิด 7 โมงเช้าก็นอน แต่คนในรถไม่มีใครลง เพราะเหมือนรถคันนี้เป็นเตียงอยู่แล้ว

ทุกคนก็นอนกันไป ซักพักรถปิดแอร์ ปิดประตู แย่งออกซิเจนกันทีเดียว

เรารอดพ้นมาได้ จนถึงตอนเช้าประมาณ 6 โมงถึงด่านลาว วิวยามเช้า จากในรถ สวยอยู่นะ

รอด่านเปิด 7 โมง คนเริ่มมาล้างหน้าแปรงฟัน กันริมผาเลย แก้วใบนึงใช้กันทุกคน

ทางที่ดีควรเอาขวดน้ำพลาสติกลงมารองน้ำจากก๊อกด้วยเป็นดี และ แป้งเย็น

ถึงชายแดนลาวแล้ว ถ่ายภาพโดยพี่แตงโม

สรุปแล้วตอนเช้าเราก็ยอมจ่ายให้เด็กรถไปปั๊มให้เรา คนละ 100 บาท ซื้อความสบายใจมาก

มิตรใหม่ของเรา พี่แตงโม คนเวียดนาม เคยทำงานที่ดอนเมือง ไต้หวัน ฮ่องกง

ตอนนี้ท้อง 1 เดือน เดินทางคนเดียว ถ้าเป็นในประเทศเราอาจจะดูอันตรายคนท้องเดินทางคนเดียว

มนุษย์ล้วนมีความอดทนเกินขีดจำกัดที่ตนเองนึกถึง อยู่ที่ทัศนคติของแต่ละประเทศด้วย

ออกจากประเทศลาวแล้ว เวียดนามรอเราอยู่

ออกจากด่านลาวก็เดินไปเอากระเป๋าของเรา บางทีนี่อาจจะเป็นการทิ้งกระเป๋าก็ได้

เพราะต้องให้ด่านสแกนก่อน แล้วเข้าด่านเวียดนาม ระหว่างทางนอกจากวิวสวยแล้ว

ยังมีเพิงขายของ ขายซิมส์การ์ด แลกเงิน ฯลฯ ด้วย

จากด่านลาวไปถึงด่านเวียดนาม เราต้องเดินไปเองค่ะ บรรยากาศสองข้างทางโอเคเลย ยามเช้า

ถ้าใครเคยดูรายการ roaming ของเรย์ แมคโดนัลด์ เรากำลังตามรอยอยู่ค่ะ

พบเจอโลก

ซินจ่าว เวียดนาม : )

นั่งรถไปเรื่อยๆ ฟังเพลงบ้าง กินขนม ดูวิถีชีวิตคนเวียดนามบ้าง ด้านล่างเริ่มมีการจับกลุ่มชุมชนขึ้น

ทุกคนดูมีความสุข บางทีการนั่งรถยาวถ้ามองว่าเป็นการทรมานก็จะทรมาน ถ้าเรามองว่า

มันคือการท่องเที่ยว ชมวิว มีคนขับรถให้ดู มันก็สุขอีกแบบ ฟังเพลง ดูวิว แค่นี้พอแล้ว

แล้วก็เป็นเวลาที่เราจะได้รู้จักผู้คนมากขึ้น ป้าเริ่มชวนกินไอติม พี่ด้านหลังขอดูเงินไทย

ทุกคนเริ่มผูกพันกันมากขึ้นเพราะอยู่ด้วยกันเกิน 10 ชม.ละ

นั่งไปจนเที่ยง รถแวะลงให้กินข้าว แน่นอน เฝอ ทุกคนลงไปกินกัน สังเกตว่า

ผู้หญิงในรถส่วนใหญ่ไม่ค่อยกินข้าว ไม่ทราบว่าเป็นเทรนด์หรือขี้เกียจ แต่คนไทยอย่างเรา กินสิคะ

เฝอที่่นี่ชามละ 30000 ดอง (ประมาณ 45 บาท) น้ำขวดใหญ่ 10000 ดอง (15 บาท)

รถบัสตอนกลางวัน โชคดีที่แอร์เย็น

เรานั่งๆนอนๆ กินๆ ดูทีวี (ฟังไม่ออกก็เริ่มเหมือนฟังออกละ) ดูวิว จนเย็น

ตามหลักรถต้องถึงฮานอย 19.30 แต่สุดท้ายรถถึง 2 ทุ่ม ฮานอยใน ขณะนั้น เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

มืดมากเหมือนเมืองนี้ไม่ค่อยมีไฟฟ้า ไฟสีส้มเยอะ เราลงมาจากรถบัสแล้วก็พบว่า เราไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงไหนของแผนที่..

เราไม่รู้ว่าสถานีรถบัสที่เราลง อยู่ที่ไหน คืนนี้เราต้องไป Hanoi Hostel ที่จองเอาไว้

ที่ศึกษามาคือเราต้องไปที่ ฮว่านเกี๋ยมเลค ก่อน ถามใครก็ไม่มีใครตอบ ลงมาปุ๊ปก็มีคนมารุม แท็กซี่ ๆ

จนเพื่อนต้องไปถามคนขายตั๋ว สุดท้ายได้มาว่า นั่งบัสเบอร์ 8 ไป เราก็เดินหา ป้ายรถบัส

(สำหรับคนที่คิดจะไป บอกเลยว่า ออกจากสถานี เดินออกมา เลี้ยวซ้ายโลดจะเจอเอง)

ขนาดแค่ถามว่าป้ายรถบัสอยู่ไหนจากเด็กขายกาแฟ บอกเราไม่ได้ แถมยังชักชวนให้ซื้ออีก

ตอนนั้นมืดมาก ทั้งหนทางและบรรยากาศ จนเราเจอป้ายรถเมล์ รอสาย 8

ตอนเราก็มีวินมอไซค์ข้างๆ ชักชวนนั่งมอไซด์ คุยกันแบบไม่รู้เรื่อง เหมือนจะแซวใส่กันด้วย

(เค้าแซวอะไรมาเราก็แซวภาษาไทยกลับ) จนบัส 8 มา ขึ้นไป .. แล้วจะลงที่ไหน

กระเป๋ารถเมล์ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จนคนข้างหน้าบอกให้ลงฮว่านเกี๋ยมเลค แล้วเราก็เดินหาโฮสเทลต่อ

จำได้ว่ากระเป๋าหนัก เหงือออก เดินหาแบบตามแผนที่ ฮานอยคนเยอะ มอไซค์เยอะ

ข้ามถนนมันส์มาก (ในรูปนี่ ถามป้าแถวทะเลสาบ ป้าคนนี้ดีมาก)

จนสุดท้ายเราเจอ Tourist Information ขอแผนที่ใหญ่ๆเค้า

ร้านข้างๆเป็นร้านอาหารไทยที่พนักงานด้านหน้าไม่ใช่คนไทย (เราก็ยังจะไปถามเค้านะ)

แล้วเดินมั่วๆจนหาโฮสเทลเจอ 4 ทุ่ม.. ตามหลักคืนนั้นถึงแล้วว่าจะไปดูหุ่นกระบอกน้ำ

แต่ไม่ไหวจริงๆฮานอย คนเยอะ รถเยอะ หมดพลัง นอนตายเลย

เวียดนามคืนแรกในแบบไม่คุ้นเคย

พรุ่งนี้เราจะไป Halong Bay ติดตามตอนหน้า

*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube

สำหรับตอนนี้

2. BKK-LAOS 2/2

Facebook Comments